- หน้าแรก
- คุณตำรวจฟังผมก่อนผมเป็นดารานะไม่ใช่อาชญากร
- บทที่ 24 - คู่แข่งขอถอนตัว
บทที่ 24 - คู่แข่งขอถอนตัว
บทที่ 24 - คู่แข่งขอถอนตัว
ในตอนนั้นเอง
เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้นอีกครั้ง
[กระตุ้นภารกิจต่อเนื่อง: เส้นทางเซียนพนัน]
[ระยะที่หนึ่ง: เดินทางไปมาเก๊าเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันราชาโป๊กเกอร์]
[รางวัลเมื่อทำสำเร็จ: เปิดใช้งานแผนผังสกิล "ทักษะการโกง/ทักษะการพนัน"]
[บทลงโทษเมื่อล้มเหลว: หักค่าชื่อเสียงทั้งหมดและบังคับให้รับงานแสดงภาพยนตร์เกรดต่ำหนึ่งเรื่อง]
ซูเจ๋อมองหน้าจอโทรศัพท์แล้วสลับไปมองหน้าต่างระบบ
มุมปากค่อยๆ ยกขึ้น
"น่าสนใจดีนี่"
"ในเมื่อระบบออกปากเอง ... "
"งั้นเซียนพนันคนนี้ ฉันจะเป็นให้ดู"
ซูเจ๋อปิดโทรศัพท์แล้วหลับตาลง
"พี่อ้วนหวัง!"
ผู้จัดการส่วนตัวร่างอ้วนที่นั่งขับรถอยู่เบาะหน้าสะดุ้งเฮือก "มะ ... มีอะไรเหรอพี่เจ๋อ"
"ช่วยเช็กตั๋วเครื่องบินไปมาเก๊าให้หน่อย"
"เราจะไปรับของกัน"
วันต่อมา
ณ สตูดิโอรายการ "นักแสดงเข้าฉาก"
แม้ว่าเมื่อวานจะเกิดเหตุการณ์ "จับผู้ร้ายหนีหมายจับ" ที่สะเทือนเลื่อนลั่น แต่รายการก็ยังคงต้องถ่ายทำต่อไป
เพราะตอนนี้นี่กระแสของรายการมันสูงลิ่วจนน่าตกใจ
ผู้กำกับจางโหมวเพื่อเกาะกระแสนี้ ถึงกับสั่งให้คนอัปเกรดระบบรักษาความปลอดภัยของสตูดิโอขึ้นอีกสามระดับเมื่อคืนนี้ มีบอดี้การ์ดชุดดำยืนเรียงแถวกันสองข้างหน้าประตู คนที่ไม่รู้คงนึกว่านี่คือการประชุมสุดยอดผู้นำระดับประเทศ
เมื่อซูเจ๋อเดินเข้ามาในห้องพักนักแสดงด้านหลังเวที
ห้องที่เคยส่งเสียงจอแจก็เงียบกริบลงในทันที
เงียบงันราวกับป่าช้า
สายตาทุกคู่ของผู้เข้าแข่งขันพุ่งตรงไปที่ซูเจ๋อ
สายตาเหล่านั้นไม่ใช่การดูถูก เยาะเย้ย หรืออิจฉาเหมือนก่อนหน้านี้อีกต่อไป
แต่มันคือ ... ความหวาดกลัว
ความหวาดกลัวอย่างเปิดเผย
วิธีการชำแหละเนื้อหมูของซูเจ๋อในไลฟ์สดเมื่อวาน รวมถึงออร่าที่ทำให้ผู้ร้ายหนีหมายจับต้องคุกเข่า ได้ทิ้งบาดแผลทางใจที่ไม่อาจลบเลือนให้กับเหล่าดาราวัยรุ่นหน้าใสที่เติบโตมาในเรือนกระจกเหล่านี้
มันเหมือนกับว่ามีหมาป่าที่เพิ่งกินอิ่มหลงเข้ามาในฝูงไซบีเรียนฮัสกี
ใครจะกล้าขยับ
ในมือของซูเจ๋อยังคงถือธงผ้าไหม "พลเมืองดี" เอาไว้ด้วย (ไม่มีที่เก็บก็เลยถือติดมือมาด้วย)
เขากวาดสายตามองไปรอบๆ
เมื่อสายตาของเขากวาดไปถึง ทุกคนก็ก้มหน้าและถอยหลังไปตามสัญชาตญาณ บางคนถึงกับกลั้นหายใจ
หลี่จื่อเฟิง ดาราหน้าใหม่ยอดนิยมที่คอยจ้องเล่นงานซูเจ๋อและซื้อสื่อมาโจมตีเขามาตลอด ตอนนี้กำลังหดตัวอยู่มุมห้อง มือของเขากำกระติกน้ำเก็บอุณหภูมิไว้แน่นและสั่นเป็นเจ้าเข้าเหมือนคนเป็นโรคพาร์กินสัน
ซูเจ๋อมองไปทางนั้น
หลี่จื่อเฟิงสะดุ้งโหยงจนเกือบจะโยนกระติกน้ำทิ้ง
"พะ ... พี่ซู อรุณสวัสดิ์ครับ"
หลี่จื่อเฟิงฝืนยิ้มที่ดูแย่ยิ่งกว่าร้องไห้ น้ำเสียงสั่นเครือ "พะ ... พี่เชิญนั่งตรงนี้ครับ ตรงนี้เย็นสบายดี"
ซูเจ๋อเลิกคิ้ว
อ้าว
นี่ปอดแหกแล้วเหรอ
ความกร่างก่อนหน้านี้หายไปไหนหมดล่ะ
ซูเจ๋อไม่ได้เกรงใจ เขานั่งกางแขนกางขาลงบนโซฟาตัวกลางสุดและวางธงผ้าไหมตั้งไว้ข้างๆ
พื้นสีแดงตัวหนังสือสีทองเปล่งประกายเจิดจ้า
มันเหมือนกับยันต์คุ้มภัยที่ทำให้ในรัศมีสามเมตรไม่มีใครกล้าเข้าใกล้
...
ไม่นานการถ่ายทำรายการก็เริ่มต้นขึ้น
พิธีกรยืนอยู่บนเวทีด้วยความกระตือรือร้น
"หลังจากการแข่งขันที่ดุเดือดเมื่อวานนี้ เรากำลังจะเข้าสู่การแข่งขันแบบ PK ในรอบที่สอง!"
"ต่อไปขอเชิญซูเจ๋อและคู่แข่งของเขา ... เอ๊ะ"
พิธีกรมองดูการ์ดคิวในมือแล้วก็ชะงักไป
"เอ่อ ... ผู้เข้าแข่งขันที่เดิมทีต้อง PK กับซูเจ๋อคือ จางเหว่ย ... "
"จางเหว่ยไปไหนล่ะ"
กล้องตัดภาพไปยังที่นั่งผู้เข้าแข่งขัน
จางเหว่ย นักแสดงคนนั้นกำลังยกมือขึ้น ใบหน้าเต็มไปด้วยเหงื่อ เขายืนขึ้นด้วยสีหน้าเด็ดเดี่ยว
"ผู้กำกับ! ผมขอสละสิทธิ์!"
จางเหว่ยตะโกนแหกปาก "ผมไม่แข่งแล้ว! ผมขอถอนตัว!"
คนทั้งสตูดิโอฮือฮา
จางโหมวที่นั่งอยู่ที่โต๊ะกรรมการขมวดคิ้วถามว่า "ทำไมล่ะ นี่เป็นโอกาสที่ดีมากนะ คุณแน่ใจเหรอว่าจะยอมแพ้"
"ผู้กำกับ ผมรักชีวิตตัวเองครับ!"
จางเหว่ยพูดด้วยน้ำเสียงเหมือนจะร้องไห้ "ซูเจ๋อเขา ... เขาน่ากลัวเกินไป! ถ้าผมต้องเข้าฉากปะทะอารมณ์กับเขา ผมกลัวว่าจะรับส่งบทกับเขาไม่ได้ แล้วถ้าเขาอินกับบทจนเผลอเอามีดแทงผมขึ้นมาจะทำยังไงล่ะครับ"
"เมื่อวานขนาดผู้ร้ายหนีหมายจับยังต้องคุกเข่าให้เขาเลย แล้วผมเป็นใครถึงจะกล้าไปยืนบนเวทีเดียวกับเขาล่ะ!"
"แม่ผมบอกว่าเงินทองแม้จะสำคัญแต่ชีวิตมีแค่ชีวิตเดียว!"
พูดจบจางเหว่ยก็ไม่สนว่าผู้กำกับจะยอมหรือไม่ เขาโยนไมโครโฟนทิ้งแล้วหันหลังวิ่งหนีไปทันที
ความเร็วนั้นไวยิ่งกว่ากระต่ายเสียอีก
คอมเมนต์ในห้องไลฟ์สดขำกันจนปอดโยก
"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! ขำจะตายอยู่แล้ว! ถึงกับกลัวจนถอนตัวเลยเหรอ"
"ซูเจ๋อ: ความไร้เทียมทานมันช่างโดดเดี่ยวเหลือเกิน"
"จางเหว่ย: นี่มันการแข่งขันที่ไหนกัน นี่มันคำถามส่งตัวไปตายชัดๆ!"
"ชนะโดยไม่ต้องรบ พลังข่มขวัญของซูเจ๋อนี่ถือเป็นหนึ่งเดียวในวงการบันเทิงเลย!"
ซูเจ๋อยืนอยู่บนเวทีด้วยสีหน้าไร้เดียงสา
"นี่มัน ... ชนะแล้วเหรอ"
เขามองไปที่โต๊ะกรรมการ
กรรมการทั้งสี่คนรวมถึงจางโหมวด้วยต่างก็รู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อย
จะให้คะแนนยังไงล่ะเนี่ย
ยังไม่ได้แสดงเลยด้วยซ้ำ
แต่พอมองดูใบหน้าที่ดูไร้พิษสงของซูเจ๋อ แล้วนึกถึงมีดผ่าตัดเมื่อวาน ...
"อะแฮ่ม"
จางโหมวกระแอมไอและเป็นคนแรกที่ยกป้ายขึ้น
"แม้ว่าจะไม่มีการแสดง แต่ออร่าของผู้เข้าแข่งขันซูเจ๋อก็ได้ข่มทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้แล้ว"
"กลิ่นอายแบบชนะโดยไม่ต้องรบนี้ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของเสน่ห์นักแสดงเช่นกัน"
"ผมให้ ... คะแนนเต็ม!"
เมื่อกรรมการอีกสามคนเห็นดังนั้นก็รีบทำตามทันที
"คะแนนเต็ม!"
"คะแนนเต็ม!"
"ต้องได้คะแนนเต็มสิ! ซูเจ๋อสมควรได้รับมัน!"
พูดเป็นเล่น ใครจะกล้าให้คะแนนต่ำ
ถ้าเกิดคืนนี้ซูเจ๋อไปดักรอที่หน้าบ้านพวกเขาจะทำยังไง ถ้าเกิดซูเจ๋อรู้สึกว่าโครงสร้างกระดูกของพวกเขาน่าสนใจแล้วอยากจะเอาไปศึกษาสักหน่อยจะทำยังไง
ดังนั้น
ซูเจ๋อจึงผ่านเข้ารอบนี้ไปแบบนอนมาด้วยคะแนนเต็ม ท่ามกลางสายตาที่ทั้งงุนงงและหวาดเกรงของคนทั้งสตูดิโอ
"เอาล่ะครับ ในเมื่อผู้เข้าแข่งขันซูเจ๋อผ่านเข้ารอบไปได้โดยตรง"
พิธีกรเช็ดเหงื่อและรีบดำเนินรายการต่อ "งั้นเรามาประกาศหัวข้อของการแข่งขันรอบต่อไปกันเลยครับ"
หน้าจอขนาดใหญ่เลื่อนไปมา
ในที่สุดก็หยุดนิ่งที่ตัวอักษรขนาดใหญ่ไม่กี่ตัว:
[การแสดงความสามารถพิเศษ]
พิธีกรอธิบายว่า "ในรอบต่อไป เราต้องการค้นหาความหลากหลายของนักแสดง นอกจากฝีมือการแสดงแล้ว พวกคุณยังมีความสามารถพิเศษอะไรที่โดดเด่นอีกบ้าง จะร้องเพลง เต้น เล่นดนตรี กายกรรม ... ได้หมดเลยครับ!"
เมื่อได้ยินหัวข้อนี้ ผู้เข้าแข่งขันที่อยู่หลังเวทีก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ในที่สุดก็ไม่ต้องแข่งกันที่ฝีมือการแสดงแล้ว!
เมื่อเทียบกับฝีมือการแสดงและออร่าแล้ว สำหรับไอดอลที่มาจากสายเด็กฝึกอย่างพวกเขานั้น การร้องเพลงและเต้นถือเป็นของถนัดเลยทีเดียว!
หลี่จื่อเฟิงยิ่งตาเป็นประกาย
โอกาสพลิกสถานการณ์มาถึงแล้ว!
เขามาจากบอยแบนด์ ร้องเต้นเก่ง แถมยังเล่นเปียโนระดับสิบอีกด้วย!
แล้วซูเจ๋อล่ะ
นอกจากจะแสดงเป็นพวกโรคจิตแล้ว เขายังทำอะไรได้อีก
ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่าเขาร้องเพลงหรือเต้นเป็น!
"หึ คราวนี้ฉันจะให้นายได้รู้ว่าไอดอลที่แท้จริงมันเป็นยังไง" หลี่จื่อเฟิงคิดอย่างมาดร้ายในใจ
บนเวที
พิธีกรมองไปที่ซูเจ๋อ "ซูเจ๋อ รอบหน้านายจะแสดงความสามารถพิเศษอะไร ร้องเพลง หรือว่าเต้น"
ซูเจ๋อมองดูหัวข้อนั้นแล้วตกอยู่ในภวังค์ความคิด
ร้องเพลงงั้นเหรอ
เจ้าของร่างเดิมร้องเพลงเพี้ยนขั้นสุด
เต้นงั้นเหรอ
แข็งทื่อไปทั้งตัว
เล่นดนตรีงั้นเหรอ
เป็นแค่ผิวปาก
นี่มันหาเรื่องใส่ตัวชัดๆ ไม่ใช่หรือไง
ในตอนนั้นเองเขาก็นึกถึงคำเชิญลึกลับจาก "โพดำ A" เมื่อวาน รวมถึงภารกิจ [เส้นทางเซียนพนัน] ที่ระบบมอบให้
ในเมื่อจะต้องไปรับของที่มาเก๊า ... งั้นสู้ฝึกซ้อมเตรียมตัวไว้ก่อนไม่ดีกว่าเหรอ
ซูเจ๋อเงยหน้าขึ้นมองพิธีกรพร้อมกับเผยรอยยิ้มลึกลับ
เขาค่อยๆ ยกมือขึ้น นิ้วที่เรียวยาวดูพลิ้วไหวเป็นพิเศษภายใต้แสงไฟ
"ผู้กำกับ"
เสียงของซูเจ๋อไม่ดังนัก แต่ก็ดังไปทั่วทั้งสตูดิโอ
"ร้องเพลงเต้นรำมันธรรมดาไปครับ"
"ผมจะแสดงมายากล ... นิดหน่อย"
พิธีกรชะงัก "มายากล เสกนกพิราบอะไรแบบนั้นเหรอ"
ซูเจ๋อส่ายหน้า
เขาล้วงไพ่สำรับใหม่เอี่ยมออกจากกระเป๋าอย่างลวกๆ
ฟึ่บ
ไพ่ในมือของเขาคลี่ออกเป็นรูปสะพานสายรุ้งอันสมบูรณ์แบบ
"ไม่ใช่ปาหี่หลอกเด็กแบบนั้นหรอกครับ"
ซูเจ๋อมองไปที่กล้อง สายตาเปลี่ยนเป็นลึกล้ำและอันตราย ราวกับว่า "มหาโจร" ที่ทำให้ผู้ร้ายหนีหมายจับต้องคุกเข่าได้กลับมาอีกครั้ง
"มันคือแบบที่ ... "
"ทำให้คนหมดเนื้อหมดตัวได้เลยต่างหาก"
[จบแล้ว]