- หน้าแรก
- คุณตำรวจฟังผมก่อนผมเป็นดารานะไม่ใช่อาชญากร
- บทที่ 14 - สวมเสื้อกันฝนเดินทอดน่องยามดึก พลเมืองดีแจ้งเบาะแส ไอ้หมอนี่มันโรคจิตชัดๆ!
บทที่ 14 - สวมเสื้อกันฝนเดินทอดน่องยามดึก พลเมืองดีแจ้งเบาะแส ไอ้หมอนี่มันโรคจิตชัดๆ!
บทที่ 14 - สวมเสื้อกันฝนเดินทอดน่องยามดึก พลเมืองดีแจ้งเบาะแส ไอ้หมอนี่มันโรคจิตชัดๆ!
ฝนตกหนักขึ้นเรื่อยๆ
ในซอยลึกของเขตเมืองเก่า นอกจากเสียงฝนแล้วก็มีเพียงเสียงหมาเห่าแว่วมาจากที่ไกลๆ
อันธพาลสามคนล้อมซูเจ๋อเอาไว้
ไอ้ผมทองที่เป็นหัวโจกได้ยินซูเจ๋อบอกว่า "มีของดี" ตาก็ลุกวาว มันนึกว่าในถุงพลาสติกสีดำของซูเจ๋อต้องเป็นของมีราคาอย่างพวกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือเงินสดแน่ๆ
"อย่ามาลีลา! เอาออกมาดูเดี๋ยวนี้!"
ไอ้ผมทองยื่นมือไปกระชากมุมถุงพลาสติกของซูเจ๋อ
ซูเจ๋อไม่ได้หลบหลีก
เขาปล่อยให้ไอ้ผมทองจับมุมถุงเอาไว้
แต่เขาไม่ยอมปล่อยมือ
ทั้งสองคนยื้อแย่งกันอยู่แบบนั้น
ซูเจ๋อมองดูไอ้ผมทอง สายตาทะลุผ่านแว่นตากรอบทองไปหยุดอยู่ที่ข้อมือของมัน
[กายวิภาคศาสตร์มนุษย์] เริ่มทำงานอัตโนมัติ
ในสายตาของซูเจ๋อ ท่อนแขนของไอ้ผมทองไม่ใช่ผิวหนังและกล้ามเนื้ออีกต่อไป แต่มันคือแผนผังภาพอวัยวะภายในอย่างละเอียด
หลอดเลือดแดงเรเดียล ... เส้นประสาทอัลนาร์ ... เส้นประสาทมีเดียน ...
"ข้อมือของแกน่ะ เล็กจังเลยนะ"
จู่ๆ ซูเจ๋อก็เอ่ยขึ้นมา
น้ำเสียงของเขาไม่ได้ฟังดูเป็นการหาเรื่อง แต่กลับเหมือนกำลังบอกเล่าความจริงบางอย่าง ราวกับช่างไม้แก่ๆ กำลังประเมินท่อนไม้ท่อนหนึ่ง
"ความหนาแน่นของกระดูกแบบนี้ ถ้าใช้มีดเลาะกระดูกสอดเข้าไปตรงข้อต่อล่ะก็ ... "
ซูเจ๋อเอียงคอเล็กน้อย แววตาเป็นประกายครุ่นคิด
"ใช้เวลาแค่สามวินาที ก็สามารถแยกส่วนออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ"
"แถมรอยตัดก็จะเรียบเนียน ไม่โดนเส้นเอ็นรอบๆ ด้วยซ้ำ"
ไอ้ผมทองชะงักไป
มือที่กำถุงอยู่แข็งทื่อค้างกลางอากาศ
ไอ้หมอนี่มันพล่ามบ้าอะไรของมันเนี่ย
มีดเลาะกระดูกเรอะ แยกส่วนเรอะ
ไอ้ผมทองเผลอจ้องมองตาซูเจ๋อตามสัญชาตญาณ
ตู้ม!
ไอเย็นวาบแล่นปราดจากฝ่าเท้าขึ้นสู่กระหม่อมในทันที
นั่นมันดวงตาแบบไหนกัน
สงบเยือกเย็น ไร้ความรู้สึก และแฝงไปด้วยความ ... ปรานีงั้นหรือ
สายตาแบบนั้น ไอ้ผมทองเคยเห็นแค่จากลุงขายปลาในตลาดเท่านั้น มันเป็นสายตาที่ไร้ความแยแสต่อสิ่งมีชีวิตอย่างสิ้นเชิง สนใจแค่ว่าตรงไหนลงมีดได้เร็วที่สุดเท่านั้น!
ยิ่งไปกว่านั้น การแต่งตัวของซูเจ๋อในตอนนี้มันชวนให้ขนลุกสุดๆ
สวมเสื้อกันฝนใสๆ ข้างในเป็นเสื้อเชิ้ตสะอาดสะอ้าน สวมแว่นตากรอบทอง ดูสุภาพเรียบร้อย
ทว่าในคืนฝนตกแบบนี้ ในตรอกซอกซอยเปลี่ยวๆ แบบนี้ การแต่งตัวแบบนี้มันน่ากลัวกว่าพวกชายฉกรรจ์รอยสักเต็มตัวเป็นร้อยเท่า!
นี่มันไอ้โรคจิตฆาตกรต่อเนื่องในหนังผีชัดๆ!
"แก ... แก ... "
เสียงของไอ้ผมทองสั่นเครือ มันอยากจะปล่อยมือแต่นิ้วกลับแข็งทื่อจนไม่ยอมฟังคำสั่ง
ซูเจ๋อกลับขยับเข้าไปใกล้อีกนิด
เขายื่นมืออีกข้างออกไปประคองข้อศอกของไอ้ผมทองไว้อย่างนุ่มนวล
นุ่มนวลราวกับกำลังพยุงคุณยายข้ามถนน
"อย่าขยับสิ"
ซูเจ๋อพูดเสียงเบา "เส้นประสาทอัลนาร์ของแกกำลังเต้นตุบๆ เลย เต้นเร็วมากด้วย ดูท่าทางแกจะตื่นเต้นสินะ"
"ความตื่นเต้นจะทำให้กล้ามเนื้อตึงเครียด ถึงตอนนั้นหั่นออกมาแล้ว ... รสชาติ ... อ้อ ไม่ใช่สิ ความรู้สึกตอนลงมีดมันจะไม่ค่อยดีน่ะ"
รอยยิ้มบนมุมปากของซูเจ๋อลึกซึ้งยิ่งขึ้น
"ให้ฉันช่วยทำให้ผ่อนคลายหน่อยไหมล่ะ"
พูดจบ ปลายนิ้วของเขาก็กดลงบนจุดเส้นประสาทที่ข้อศอกของไอ้ผมทองเบาๆ
"อ๊ากกก!!!"
ไอ้ผมทองแผดเสียงร้องลั่น แขนทั้งข้างชาดิกจนไร้ความรู้สึก มันตกใจถอยกรูดล้มก้นจ้ำเบ้าลงไปกับโคลน
"ผีหลอก! ไอ้โรคจิต!"
ไอ้ผมทองถดตัวหนีลนลาน ใบหน้าอาบไปด้วยน้ำฝนและเหงื่อเย็น
อันธพาลอีกสองคนที่เหลือก็ตกใจจนสติแตก
ถึงพวกมันจะเป็นนักเลง แต่ปกติก็เก่งแค่รังแกคนไม่มีทางสู้เท่านั้น เคยเจอเรื่องแบบนี้ซะที่ไหนล่ะ
แค่พูดไม่กี่คำ มองแค่แวบเดียว ก็ทำเอาลูกพี่มันกลัวจนฉี่ราดแล้วเนี่ยนะ
ประเด็นคือคำพูดของไอ้หมอนี่มันน่ากลัวโคตรๆ! อะไรคือรอยตัดเรียบเนียน อะไรคือความรู้สึกตอนลงมีดไม่ดี! นี่มันตัวจริงของแท้แน่ๆ!
"หนี! หนีเร็วเข้า!"
อันธพาลคนหนึ่งตะโกนลั่น หันหลังวิ่งหนีไม่คิดชีวิต
อีกสองคนได้สติ รีบพยุงร่างไอ้ผมทองที่ล้มอยู่กับพื้นขึ้นมา แล้ววิ่งหนีหัวซุกหัวซุนออกไปที่ปากซอย
วิ่งไปพลางร้องโวยวายไปพลาง
"ช่วยด้วย! ฆ่าคนแล้ว! มีไอ้โรคจิตใส่เสื้อกันฝนจะมาหั่นศพพวกเรา!"
"แจ้งตำรวจ! รีบแจ้งตำรวจ!"
ซูเจ๋อยืนอยู่กับที่ มองดูแผ่นหลังของทั้งสามคนที่วิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงไป พลางส่ายหัวอย่างระอาใจ
"วัยรุ่นสมัยนี้ ร่างกายอ่อนแอกันจังเลยนะ"
เขายกถุงในมือขึ้นมาดู
"ฉันก็แค่อยากจะเลี้ยงผัดก๋วยเตี๋ยว ทำเป็นกลัวไปได้"
ในไลฟ์สตรีม ผู้ชมนับสิบล้านคนขำกันจนท้องแข็งไปหมดแล้ว แถมยังกลัวจนหัวหดด้วยเหมือนกัน
"ฮ่าๆๆๆๆ! เชี่ยเอ๊ย ความรู้สึกตอนลงมีดมันไม่ดี!"
"ซูเจ๋อ: ผมก็แค่อยากช่วยนวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อให้เขาเองนะ"
"การแสดงนี่โคตรสุด! บทพูดด้นสดใช่ไหมเนี่ย โคตรได้ฟีลเลย!"
"ไอ้สามคนนั้นคงมีแผลในใจไปตลอดชีวิตแน่ ชาตินี้คงไม่กล้าเดินเข้าซอยเปลี่ยวตอนกลางคืนอีกแล้วมั้ง"
"เอาตรงๆ นะ แววตาของซูเจ๋อเมื่อกี้ ขนาดฉันดูผ่านจอยังอยากโทรแจ้งตำรวจเลย"
"นี่สิถึงจะเรียกว่านักฆ่าหั่นศพคืนฝนพรำ! สง่างาม วิปริต และอันตรายถึงชีวิต! ซูเจ๋อรอบนี้ขึ้นหิ้งไปเลย!"
สิบนาทีต่อมา
รถตำรวจคันหนึ่งเปิดไซเรนพุ่งพรวดเข้ามาในเขตเมืองเก่า
เจ้ากังพาตำรวจมาด้วยสองนาย
เมื่อกี้เพิ่งได้รับแจ้งเหตุว่ามีฆาตกรโรคจิตสวมเสื้อกันฝนจะหั่นศพคนเดินถนนแถวนี้
พอเจ้ากังได้ยินลักษณะรูปพรรณ หัวใจก็กระตุกวูบทันที
สวมเสื้อกันฝนเรอะ โรคจิตเรอะ
ทำไมมันฟังดูคุ้นๆ พิกล
"ทางนู้นครับ!"
ไอ้สามคนนั้นกำลังหลบอยู่หน้าป้อมตำรวจด้วยความหวาดผวา พอเห็นเจ้ากังมาก็ราวกับเห็นพ่อบังเกิดเกล้า
"คุณตำรวจ! ในซอยนั่นแหละครับ! น่ากลัวมากเลย! มันบอกว่าจะเลาะแขนผม! ยังบอกอีกว่ารอยตัดจะเรียบเนียนมาก!" ไอ้ผมทองร้องไห้ฟูมฟาย
เจ้ากังพาลูกน้องพุ่งเข้าไปในซอย
ฝนยังคงตกอยู่
ในซอยว่างเปล่าไร้ผู้คน มีเพียงแสงไฟถนนสลัวๆ เท่านั้น
"คนไปไหนแล้ว" เจ้ากังกำกระบองยางในมือแน่นอย่างระแวดระวัง
"ระ ... รายงานผู้กองครับ"
เสี่ยวหลิวชี้ไปที่ถังขยะข้างทาง "ตรงนี้มีถุงพลาสติกครับ"
เจ้ากังเดินเข้าไปดู
ถุงพลาสติกสีดำวางอยู่บนฝาถังขยะ
ถุงถูกเปิดอ้าไว้
ข้างในมีกล่องโฟมเปล่าสองกล่องวางอยู่ ข้างๆ กันมีขวดโค้กเปล่าอีกหนึ่งขวด
ใต้กล่องข้าวมีกระดาษแผ่นหนึ่งถูกทับไว้
เจ้ากังหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมา อาศัยแสงจากไฟฉายส่องดู
บนกระดาษมีลายมือเป็นระเบียบและหนักแน่นเขียนไว้ว่า
[มื้อดึกอร่อยดีนะ เสียดายที่มันเย็นไปหน่อย อ้อ ฝากบอกไอ้ผมทองด้วยนะว่าเส้นประสาทอัลนาร์ของเขามีปัญหา ไปหาหมอซะบ้างล่ะ - จากพลเมืองดีซู]
เจ้ากัง " ... "
เขาขยำกระดาษแผ่นนั้นทิ้งอย่างหัวเสีย
"ซูเจ๋อ!!!"
เจ้ากังกัดฟันกรอด "ไอ้เด็กเปรตนี่อีกแล้ว!"
"ถอนกำลัง! นี่มันรายการวาไรตี้!"
เจ้ากังหมุนตัวเดินกลับไปขึ้นรถอย่างฉุนเฉียว
เขาสาบานเลยว่า ถ้าเจอซูเจ๋อคราวหน้า เขาจะต้องบังคับให้ไอ้เด็กนี่เลี้ยงมื้อดึกเขาคืนให้ได้!
...
ฝนตกหนักขึ้นเรื่อยๆ
ระบบระบายน้ำของเขตเมืองเก่าก็แย่อยู่แล้ว ตอนนี้น้ำฝนท่วมขังเจิ่งนองไปทั่วพื้น ปะปนกับโคลนเลนและเศษขยะ ส่งกลิ่นคาวเหม็นเน่าชวนสะอิดสะเอียน
ซูเจ๋อยืนหลบฝนอยู่ใต้ชายคาของตึกร้าง พลางใช้นิ้วดันแว่นตากรอบทองให้เข้าที่
หลังจากที่พวกอันธพาลสามคนนั้นเตลิดหนีไป บรรยากาศรอบๆ ก็เงียบสงัดจนผิดปกติ
มีเพียงเสียงฝนตกเท่านั้น
"ซ่า ซ่า ซ่า"
ซูเจ๋อกำลังครุ่นคิดว่าละครฉากต่อไปจะเล่นยังไงดี ภารกิจที่ระบบมอบให้คือ "ฆาตกรต่อเนื่องโรคจิตไอคิวสูง" ไอ้บทขู่กรรโชกเมื่อกี้ก็แค่การวอร์มอัปเท่านั้น เต็มที่ก็เป็นได้แค่พวก "โรคจิต" ยังไม่ถึงขั้น "ไอคิวสูง" เลย
ในตอนนั้นเอง
ระบบในหัวก็ส่งเสียงแจ้งเตือนอันแหลมบาดหูดังขึ้นมาดื้อๆ จังหวะการแจ้งเตือนรัวเร็วยิ่งกว่าตอนที่ถูกหน่วยสวาทปิดล้อมเสียอีก
[คำเตือน! คำเตือน!]
[เป้าหมายอันตรายสูงสุดกำลังเข้าใกล้! ห่างจากโฮสต์สิบเมตร!]
[ตรวจพบคลื่นพลังชนิดเดียวกันในระดับอันตรายสูงสุด! ยืนยันตัวตนเป้าหมาย: อาชญากรหลบหนีหมายจับระดับ A (โค้ดเนม: นักฆ่าหั่นศพคืนฝนพรำ)!]