- หน้าแรก
- คุณตำรวจฟังผมก่อนผมเป็นดารานะไม่ใช่อาชญากร
- บทที่ 11 - เจ้าหนี้บุกทวงเงิน? แค่ปรายตามองลูกพี่รอยสักก็ฉี่ราด
บทที่ 11 - เจ้าหนี้บุกทวงเงิน? แค่ปรายตามองลูกพี่รอยสักก็ฉี่ราด
บทที่ 11 - เจ้าหนี้บุกทวงเงิน? แค่ปรายตามองลูกพี่รอยสักก็ฉี่ราด
บรรยากาศหน้าประตูทางเข้าตึกบริษัทบันเทิงซิงไห่ตึงเครียดถึงขีดสุด
ชายฉกรรจ์รอยสักเต็มตัวถอดเสื้อโชว์กล้ามเจ็ดแปดคน ในมือถือไม้เบสบอลและท่อนเหล็ก ยืนขวางประตูหมุนของตึกเอาไว้
หัวหน้าแก๊งเป็นชายหัวโล้น สวมสร้อยคอทองคำเส้นเบ้อเริ่ม ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นดูดุร้าย ในมือควงมีดพับเล่นไปมา
"ไปลากหัวไอ้หน้าขาวซูเจ๋อออกมา!"
ชายหัวโล้นถือโทรโข่งตะโกนใส่ตึกบริษัท "เป็นหนี้ก็ต้องใช้ เป็นสัจธรรมของโลก! อย่าคิดว่ามุดหัวเป็นเต่าหดหัวอยู่ข้างในแล้วจะรอดนะ! ถ้าวันนี้กูไม่ได้เงิน กูจะพังบริษัทสับปะรังเคนี้ให้ราบเป็นหน้ากลองเลยคอยดู!"
ชาวบ้านมุงดูเหตุการณ์กันเต็มไปหมด ต่างพากันชี้ชวนกันดูแต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปใกล้
พวก รปภ. ถือไม้ง่ามระงับเหตุยืนหลบอยู่ด้านหลัง ไม่กล้าแม้แต่จะก้าวออกมา
พวกนี้เป็นแก๊งทวงหนี้มืออาชีพ ลงมือโหดเหี้ยมมาก
ตอนนั้นเอง
รถตู้สีดำคันหนึ่งค่อยๆ แล่นมาจอดเทียบฟุตปาธ
ประตูรถเปิดออก
ขายาวๆ ก้าวลงมาจากรถ
ซูเจ๋อสวมชุดลำลองตัวเดิม ล้วงกระเป๋าสองข้าง เดินทอดน่องเข้ามาอย่างเชื่องช้า
หวังพั่งจื่อหดหัวซ่อนอยู่ในรถ ไม่กล้าโผล่หน้าออกมา
ชายหัวโล้นเห็นซูเจ๋อก็ตาโต โยนก้นบุหรี่ในมือลงพื้นแล้วใช้เท้าขยี้
"โอ๊ะ! ตัวจริงมาแล้วเว้ย!"
ชายหัวโล้นยิ้มเหี้ยมเกรียม พาลูกน้องเข้าไปล้อมหน้าล้อมหลัง "ซุปตาร์ซู ในที่สุดก็โผล่หัวมาได้แล้วนะ เป็นไง รวบรวมเงินห้าร้อยล้านได้ครบแล้วล่ะสิ"
พวกชายฉกรรจ์เคาะท่อนเหล็กในมือดังก๊องแก๊ง เดินตีวงแคบเข้าหาซูเจ๋อด้วยสีหน้าเอาเรื่อง
ถ้าเป็นซูเจ๋อคนก่อน ป่านนี้คงเข่าอ่อนทรุดลงไปร้องไห้ขอชีวิตแล้ว
แต่สำหรับซูเจ๋อคนปัจจุบันที่เพิ่งผ่านการโดนหน่วยสวาทปิดล้อมและโดนระเบิดแสงซัดหน้ามาหมาดๆ ฉากข่มขู่แค่นี้ในสายตาเขามันก็แค่เด็กอนุบาลเล่นขายของเท่านั้นแหละ
ซูเจ๋อหยุดเดิน ยืนห่างจากชายหัวโล้นแค่สองเมตร
เขาไม่พูดอะไร เพียงแค่ยืนมองชายหัวโล้นนิ่งๆ
[ระบบแจ้งเตือน: ตรวจพบว่าโฮสต์กำลังเผชิญหน้ากับการคุกคามด้วยความรุนแรง]
[ต้องการเปิดใช้งานสกิล: ออร่ามหาโจร (ฉบับตกค้าง) หรือไม่]
[หมายเหตุ: ไม่เสียค่าชื่อเสียง มีผลต่อเนื่องสิบนาที]
"เปิดเลย"
ซูเจ๋อสั่งการในใจ
วูบ
ไอเย็นเยียบไร้สภาพแผ่ซ่านออกจากร่างซูเจ๋อเป็นวงกว้างในพริบตา
ชายหัวโล้นที่กำลังทำตัวกร่างเมื่อครู่ จู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรมาจุกอยู่ที่คอหอย
เขาสบตากับซูเจ๋อ
นั่นมันดวงตาแบบไหนกัน
ไม่มีความโกรธ ไม่มีความกลัว ไม่มีอารมณ์ความรู้สึกใดๆ ทั้งสิ้น ราวกับกำลังมองศพที่เย็นชืดไปแล้วอย่างไรอย่างนั้น
สายตาแบบนี้ ชายหัวโล้นเคยเห็นแค่จากคนเพียงคนเดียวเท่านั้น นั่นก็คือนักโทษคดีอุกฉกรรจ์ที่ฆ่าคนมาแล้วเจ็ดศพซึ่งอยู่ห้องขังติดกันตอนที่เขาเข้าไปนอนซังเต!
สัญญาณเตือนภัยในใจชายหัวโล้นดังสนั่น
ไอ้หมอนี่ ... ไม่ปกติแล้ว!
ซูเจ๋อมองชายหัวโล้น มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ทำให้คนเห็นแล้วขนหัวลุกชัน
จากนั้นเขาก็ทำท่าทางบางอย่าง
เขาค่อยๆ เลื่อนมือขวาไปด้านหลังเอวอย่างเชื่องช้า
ตำแหน่งนั้น ...
คือตำแหน่งเดียวกับที่เขาใช้เหน็บ 'ปืนเถื่อน' ในห้องส่งเมื่อกี้เลย
แม้ว่าตอนนี้มันจะว่างเปล่า แต่ท่าทางของซูเจ๋อมันดูเป็นธรรมชาติและเชี่ยวชาญมาก
ท่าทางการล้วงปืน ความทรงจำของกล้ามเนื้อที่พร้อมจะชักปืนออกมายิงได้ทุกเมื่อแบบนั้น มันเสแสร้งกันไม่ได้หรอกนะ!
รูม่านตาของชายหัวโล้นหดเล็กลงเท่าปลายเข็มในพริบตา
สองวันนี้เขาก็ติดตามข่าวเหมือนกัน เขารู้เรื่องที่ซูเจ๋อประกอบปืนจริงขึ้นมากลางห้องส่ง ตอนแรกเขายังหัวเราะเยาะว่าเป็นแค่สคริปต์รายการอยู่เลย
แต่ตอนนี้ พอเห็นท่าล้วงปืนของซูเจ๋อ ประกอบกับสายตาที่มองเขาเหมือนคนตายแล้ว
ความคิดหนึ่งก็ระเบิดขึ้นในหัวชายหัวโล้น
มันมีปืน!
ที่เอวมันมีของจริงเหน็บอยู่!
ไอ้หมอนี่เพิ่งจะออกจากซังเตมาแท้ๆ ขนาดหน่วยสวาทยังกล้าต่อกรด้วย แล้วมันจะไม่กล้ายิงเขาเรอะ!
"อย่า ... อย่าขยับนะ!"
เสียงห้าวหาญของชายหัวโล้นเปลี่ยนไปกะทันหัน ฟังดูเหมือนเสียงไก่โต้งโดนบีบคอไม่มีผิด
เขาถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยสัญชาตญาณ มีดพับในมือแทบจะหล่นลงพื้น
ลูกน้องที่อยู่ข้างหลังยังไม่รู้เรื่องรู้ราว ยังคงตะโกนเชียร์ "ลูกพี่ จะไปมัวพูดพล่ามกับมันทำไม! หักขามันเลย!"
"หักเตี่ยมึงสิ!"
ชายหัวโล้นหันขวับไปตบหน้าลูกน้องคนนั้นฉาดใหญ่ "หุบปากให้หมดเลยพวกมึง!"
พวกลูกน้องโดนตบจนงงเป็นไก่ตาแตก
มือของซูเจ๋อยังคงควานหาของอยู่ข้างหลังเอว
ที่จริงเขาแค่จะหยิบไฟแช็กเท่านั้นแหละ
แต่ในสายตาของชายหัวโล้น นั่นคือการนับถอยหลังสู่ความตายชัดๆ
"ซู ... ลูกพี่ซู ... "
เหงื่อเย็นแตกพลั่กไหลลงมาตามหน้าผากล้านเลี่ยนของชายหัวโล้น ขาเริ่มสั่นพั่บๆ "มีอะไรค่อยๆ พูดค่อยๆ จานะพี่ ... อย่าใจร้อน ... ที่นี่ใจกลางเมืองนะพี่ ... กล้องวงจรปิดเต็มไปหมด ... "
ในที่สุดซูเจ๋อก็ล้วงมือออกมาได้สำเร็จ
ชายหัวโล้นตกใจสุดขีด รีบยกมือกุมหัวย่อตัวลงยองๆ ทันที "อย่าฆ่าผมเลย!!!"
พวกลูกน้องเห็นลูกพี่หมอบลงไป ถึงจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ก็พากันนั่งยองๆ ตามไปเป็นพรวน
แก๊งทวงหนี้ที่เพิ่งจะทำตัวอันธพาลหน้าเลือดเมื่อกี้ ตอนนี้กลับกลายสภาพเป็นฝูงนกกระทาตื่นตูม นั่งยองๆ เรียงแถวกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยหน้าบริษัท
ซูเจ๋อถือไฟแช็กพลาสติกในมือ
"แกรก"
เปลวไฟลุกพรึ่บ
ซูเจ๋อจุดบุหรี่ขึ้นมามวนหนึ่ง (ความจริงเขาไม่สูบบุหรี่ แต่ทำเพื่อเก๊กท่าเท่านั้น) สูดควันเข้าปอดลึกๆ แล้วพ่นควันใส่หัวล้านๆ ของหัวหน้าแก๊งเต็มๆ
"ขอยืมไฟหน่อย"
น้ำเสียงของซูเจ๋อแผ่วเบาและเรียบเฉย "ทำไมต้องตกใจกันขนาดนี้ด้วยล่ะ"
ชายหัวโล้นมองไฟแช็กในมือซูเจ๋อ หัวใจแทบจะกระดอนออกมาจากปาก
ยืมไฟเรอะ
ท่าทางล้วงปืนเมื่อกี้แกบอกว่ายืมไฟเรอะ
แกยืมชีวิตกูชัดๆ!
"ได้เลยครับ ... ยืมไฟ ... ยืมไฟ ... " ชายหัวโล้นมือสั่นงันงก ควักบุหรี่จงหวาออกมาจากกระเป๋าส่งให้ด้วยความนอบน้อม "ลูกพี่ซู สูบของผมครับ สูบของผม ... "
ซูเจ๋อไม่รับบุหรี่ เพียงแค่มองลงมาจากมุมสูง
"เรื่องเงินน่ะ ... "
"ไม่รีบครับ! ไม่รีบเลยสักนิด!" ชายหัวโล้นชิงพูดขึ้นมาก่อน "ลูกพี่ค่อยๆ ผ่อนก็ได้ครับ! มีเมื่อไหร่ค่อยคืนเมื่อนั้น! วันนี้พวกเราแค่ ... แค่ผ่านมาแถวนี้! เลยแวะมาเยี่ยมเยียน! แวะมาทักทายลูกพี่ครับ!"
พูดจบ ชายหัวโล้นก็ลุกขึ้นยืน โค้งคำนับซูเจ๋อเก้าสิบองศา
"ลูกพี่ซู งั้นพวกเราขอตัวก่อนนะครับ! ไม่กวนเวลาทำงานลูกพี่แล้ว!"
ชายหัวโล้นหันหลังกลับไป เตะก้นลูกน้องที่ยังนั่งเอ๋ออยู่ "ยืนบื้ออยู่ทำไม! หนีสิวะ!"
กลุ่มชายฉกรรจ์วิ่งหนีหัวซุกหัวซุนราวกับเห็นผี พากันยัดตัวเข้าไปในรถตู้แล้วเหยียบคันเร่งมิดไมล์เผ่นแน่บไปทันที
ซูเจ๋อยืนอยู่กับที่ มองดูไฟท้ายรถที่ห่างออกไปพลางส่ายหัวอย่างระอาใจ
"นักเลงสมัยนี้ สภาพจิตใจแย่จังแฮะ"
ตอนนั้นเอง
เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นดังแว่วมา
ซูเจ๋อหันกลับไปมอง
ที่หน้ากระจกบานใหญ่ของโถงทางเข้าบริษัท มีผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่
สวมชุดสูทสีดำตัดเย็บเข้ารูป สวมแว่นตากรอบทอง เกล้าผมขึ้นสูง บุคลิกดูเย็นชาและสูงส่ง
เธอคือประธานบริษัทบันเทิงซิงไห่ และยังเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุดของซูเจ๋อ หลินชิงเกอนั่นเอง
ตอนนี้นักธุรกิจหญิงผู้ซึ่งปกติแล้วต่อให้ฟ้าถล่มแผ่นดินทลายก็ยังรักษาสีหน้าเรียบเฉยเอาไว้ได้ กำลังยืนอ้าปากค้าง เบิกตากว้างมองซูเจ๋ออย่างไม่เชื่อสายตา
เหตุการณ์เมื่อครู่ เธอเห็นเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบ
ตอนแรกเธอคิดว่าซูเจ๋อคงโดนซ้อมปางตาย เธอถึงกับเตรียมตัวจะโทรแจ้งตำรวจอยู่แล้ว
แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นว่า ...
ซูเจ๋อยืนอยู่คนเดียว ไม่ได้พูดอะไรเลยสักคำ แค่ปรายตามองแวบเดียว ก็ขู่พวกแก๊งทวงหนี้โหดๆ พวกนั้นจนฉี่ราดกางเกงเผ่นกระเจิงไปได้เนี่ยนะ
นี่มันใช่ซูเจ๋อคนเดิมที่วันๆ เอาแต่ร้องไห้ขี้มูกโป่ง มีดีแค่หน้าตาคนนั้นจริงๆ หรือ
หลินชิงเกอรู้สึกว่าโลกทัศน์ของตัวเองพังทลายลงไปหมดแล้ว
ซูเจ๋อเห็นหลินชิงเกอก็บี้ก้นบุหรี่ทิ้ง เผยรอยยิ้ม "ดูไม่มีพิษมีภัย" อันเป็นเอกลักษณ์พลางโบกมือให้
"สวัสดีตอนเย็นครับประธานหลิน"
"ไล่พวกแก๊งทวงหนี้ไปแล้ว ทีนี้เรามาคุยเรื่อง ... ขึ้นเงินเดือนให้ผมกันดีไหมครับ"