- หน้าแรก
- คุณตำรวจฟังผมก่อนผมเป็นดารานะไม่ใช่อาชญากร
- บทที่ 6 - พลเมืองดีแจ้งเบาะแส! หน่วยสวาทปิดล้อมห้องส่ง
บทที่ 6 - พลเมืองดีแจ้งเบาะแส! หน่วยสวาทปิดล้อมห้องส่ง
บทที่ 6 - พลเมืองดีแจ้งเบาะแส! หน่วยสวาทปิดล้อมห้องส่ง
ด้านนอกห้องส่งมีแสงไฟไซเรนสว่างวาบ แสงสีแดงสลับน้ำเงินอาบย้อมท้องฟ้ายามค่ำคืนจนเปลี่ยนสี
รถหุ้มเกราะของหน่วยปฏิบัติการพิเศษนับสิบคันปิดล้อมอาคารทั้งหลังไว้จนมดสักตัวก็เล็ดลอดออกไปไม่ได้
การขึงสายกั้นพื้นที่ การอพยพผู้คน การจัดตั้งจุดซุ่มยิง ... ทุกอย่างดำเนินไปอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นระดับสูงสุด
เพราะเมื่อสิบนาทีก่อนสถานีตำรวจนครบาลจิงไห่ได้รับสายแจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายไม่ต่ำกว่าห้าร้อยสาย
เนื้อหาที่แจ้งเข้ามาตรงกันเป๊ะอย่างน่าประหลาดใจ
"หนึ่งเก้าหนึ่งใช่ไหมครับ! รีบมาเร็วเข้า! ในห้องส่งมีไอ้บ้าคนหนึ่งกำลังไลฟ์สดประกอบปืน!"
"คุณตำรวจคะ มีโจรจับเร่อปาเป็นตัวประกัน แถมยังเอาปืนจ่อหัวผู้กำกับจางโหมวด้วยค่ะ!"
"น่ากลัวมากเลยครับ! สายตาแบบนั้นมันเคยฆ่าคนมาแล้วแน่ๆ! แนะนำให้วิสามัญทิ้งเลยครับ!"
แถมยังมีพวกบ้าทหารที่ดูออกโทรมาแจ้งเบาะแสด้วยว่า
"รายงานครับ! ผู้ต้องสงสัยถือครองปืนประดิษฐ์เอง มีความสามารถในการยิงจริง อันตรายระดับสูงสุด! ขอกำลังสนับสนุนจากหน่วยสวาทด้วยครับ!"
เจ้ากังหัวหน้าหน่วยสืบสวนอาชญากรรมจัดเต็มด้วยชุดเกราะเต็มยศ เขายืนหน้าดำคร่ำเครียดอยู่หน้ารถบัญชาการ
"นี่น่ะหรือวงการบันเทิงสมัยนี้"
เจ้ากังจ้องมองภาพถ่ายทอดสดบนแท็บเล็ต
ในหน้าจอคือภาพซูเจ๋อกำลังเอาปืนจ่อขมับตัวเองพลางยิ้มร้ายกาจ
"นี่มันการแสดงบ้าอะไร นี่มันผู้ก่อการร้ายอัดคลิปวิดีโอท้าทายชัดๆ!"
เจ้ากังกระทืบบุหรี่ลงพื้นอย่างแรง
"ผู้กองครับ คนของทีมผู้กำกับพยายามติดต่อพวกเรามาตลอดเลยครับ บอกว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด บอกว่าเป็นการแสดง" เสี่ยวหลิวเจ้าหน้าที่ตำรวจหนุ่มรายงาน
"การแสดงเรอะ" เจ้ากังชี้ไปที่หน้าจอ "แกดูสภาพไอ้ผู้กำกับจางนั่นสิ นั่นมันคือการแสดงหรือไง นั่นมันกลัวจนแทบจะฉี่ราดอยู่แล้ว! แล้วก็นักแสดงหญิงคนนั้นอีก ตาเหลือกไปหมดแล้ว! ถ้าเรื่องพวกนี้เป็นการแสดงล่ะก็ ฉันยอมแทะรถตำรวจกินเลยเอ้า!"
"แล้วก็ปืนกระบอกนั้นด้วย!" เสียงของเจ้ากังดังขึ้นอีกแปดระดับ "ฝ่ายเทคนิควิเคราะห์มาแล้ว โครงสร้างมันเป็นของจริง! ขอแค่มีดินปืนกับลูกปราย มันก็คืออาวุธสังหารดีๆ นี่เอง! การผลิตและครอบครองอาวุธปืนในที่สาธารณะแถมยังข่มขู่ประชาชน ต่อให้เป็นลูกเทวดาก็ยอมไม่ได้!"
"ลุย!"
เจ้ากังออกคำสั่งเฉียบขาด
"ตัดไฟในห้องส่งให้หมด! ป้องกันไม่ให้ผู้ต้องสงสัยอารมณ์พลุ่งพล่านจนจุดชนวนระเบิดอะไรขึ้นมา! หน่วยจู่โจมที่หนึ่งและสองเตรียมพร้อมบุกเบิกทาง! พลซุ่มยิงหาเหลี่ยมยิงให้ดี!"
ภายในห้องส่ง
ซูเจ๋อยังคงรอให้ "นักแสดงสมทบ" ปรากฏตัว
เขาคิดว่าเดี๋ยวคงมีนักแสดงสมทบใส่ชุดตำรวจสักสองสามคนพุ่งพรวดเข้ามาเล่นฉากตำรวจปะทะคนร้ายกับเขา
ทว่า
"พรึ่บ!"
เสียงดังสนั่น
ไฟในห้องส่งทั้งหมดดับพรึ่บลงอย่างกะทันหัน
เวทีที่เคยสว่างไสวราวกับตอนกลางวันจมดิ่งลงสู่ความมืดมิดในชั่วพริบตา
เสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวดังมาจากที่นั่งผู้ชม แต่ก็ถูกสะกดกลั้นเอาไว้อย่างรวดเร็ว เพราะทุกคนเริ่มรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ
นี่ไม่ใช่เอฟเฟกต์บนเวทีแล้ว
แต่ไฟโดนตัดจริงๆ
เหลือเพียงแสงไฟสีเขียวสลัวๆ จากป้ายทางออกฉุกเฉินเท่านั้น
ทันใดนั้นเอง
"พรึ่บ"
แสงสปอตไลต์ค้นหาเจิดจ้าก็สาดส่องลงมาจากช่องทางเดินซ่อมบำรุงบนชั้นสอง
ลำแสงนั้นส่องตรงลงมาอาบไล้ร่างของซูเจ๋อพอดี
ซูเจ๋อยกมือขึ้นบังตาตามสัญชาตญาณ
เขายังไม่ทันได้ปรับสายตาให้ชินกับแสงจ้า
จุดแสงสีแดงเล็กๆ หลายจุดก็ทาบทับลงบนร่างของเขาอย่างเงียบเชียบ
จุดหนึ่งอยู่ที่หน้าอก
จุดหนึ่งอยู่ที่หัวไหล่
และอีกจุดหนึ่งทาบทับนิ่งสนิทอยู่ตรงกลางหว่างคิ้วของเขาพอดี
นั่นคือจุดเล็งจากเลเซอร์อินฟราเรด
ซูเจ๋อหรี่ตามองจุดสีแดงบนตัวพลางคิดชื่นชมในใจ
"คนจัดแสงนี่ฝีมือไม่เบา บรรยากาศสุดยอดไปเลย จุดแดงนี่คงเป็นเลเซอร์พอยเตอร์สินะ เข้าท่าดีแฮะ"
เขาไม่รับรู้ถึงความร้ายแรงของสถานการณ์เลยแม้แต่น้อย
[ออร่ามหาโจร] ที่ระบบมอบให้ทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นอย่างบ้าคลั่งเมื่อตกอยู่ในสภาพแวดล้อมอันตรายแบบนี้
เขาไม่เพียงไม่กลัว แต่กลับรู้สึกเลือดลมสูบฉีด
นี่แหละเวทีที่เขาใฝ่ฝันหา!
"คนข้างในฟังให้ดี!"
เสียงที่ถูกขยายผ่านโทรโข่งดังกังวานกึกก้องไปทั่วทั้งห้องส่ง
"ผมคือเจ้ากัง หัวหน้าหน่วยสืบสวนอาชญากรรมแห่งสถานีตำรวจนครบาลจิงไห่! คุณถูกล้อมไว้หมดแล้ว!"
"วางอาวุธลง! ยอมมอบตัวเดี๋ยวนี้! นี่คือทางรอดเดียวของคุณ!"
"จงให้ความร่วมมือเพื่อรับการลดหย่อนโทษ! อย่าต่อต้านอย่างไร้ความหมาย!"
เสียงนั้นดังกึกก้องกังวาน
จางโหมวที่หลบอยู่ใต้โต๊ะได้ยินคำพูดเหล่านี้ก็น้ำตาร่วงพรู
"คุณตำรวจครับ! ช่วยด้วย! ผมคือจางโหมว! ผมเป็นพลเมืองดีนะครับ!"
เขาไม่สนภาพลักษณ์อะไรอีกต่อไปแล้ว แหกปากร้องตะโกนสุดเสียง
คนที่อยู่บนอัฒจันทร์ผู้ชมก็เริ่มตั้งสติได้แล้วเช่นกัน
ตำรวจของจริงมาแล้ว!
นี่ไม่ใช่การซ้อมซ้อมรบ!
ทุกคนทั้งกลัวทั้งตื่นเต้น ต่างพากันล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาอาศัยแสงสลัวๆ บันทึกวิดีโอเอาไว้ นี่มันฉากแอ็กชันตำรวจจับผู้ร้ายของจริงที่ร้อยปีจะมีให้เห็นสักหนเชียวนะ!
กลางเวที
ซูเจ๋อยืนอยู่ท่ามกลางลำแสง ได้ยินประโยคคลาสสิกที่ว่า "คุณถูกล้อมไว้หมดแล้ว"
เขายิ้มออก
ทั้งบทพูด ทั้งพลังเสียง ทั้งน้ำเสียง
นี่มันการพูดปลุกใจระดับตำราเป๊ะๆ!
รายการไปหานักแสดงสมทบมาจากไหนเนี่ย ฝีมือการแสดงยอดเยี่ยมกว่าพวก รปภ. เมื่อกี้เป็นหมื่นเท่า!
ซูเจ๋อรู้สึกว่าในฐานะนักแสดงที่ทุ่มเทให้กับงานและในฐานะตัวร้ายที่มี "ออร่ามหาโจร" เขาต้องรับบทพูดนี้ให้ได้
ห้ามหลุดเด็ดขาด
ไม่เพียงแต่ต้องรับให้ได้ แต่ต้องรับให้เฉียบคม รับให้ดูโอหัง และรับให้สมกับคาแรกเตอร์ด้วย
ดังนั้น
ซูเจ๋อจึงค่อยๆ ลดมือที่บังตาอยู่งลง
เขาเผชิญหน้ากับแสงสปอตไลต์อันเจิดจ้า แม้จะแสบตาจนน้ำตาไหลเขาก็ฝืนลืมตาไว้ไม่ยอมกะพริบตา
เขาควงปืนเถื่อนในมือเล่นสองรอบอย่างสบายอารมณ์
ท่วงท่าดูเท่ระเบิดระเบ้อ
จากนั้นเขาก็หันไปทางทิศทางที่เสียงดังมา นั่นก็คือช่องทางเดินซ่อมบำรุงบนชั้นสอง
เขายืดหลังตรง เชิดคางขึ้นเล็กน้อย
ใช้น้ำเสียงที่ฟังดูไม่แยแส แต่กลับแฝงความเย็นชาบาดลึกถึงกระดูกตอบกลับไปเสียงดังฟังชัด
"ผู้กองเจ้าใช่ไหม"
"จะล้อมฉันงั้นหรือ"
ซูเจ๋อแค่นหัวเราะแล้วก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว
ก้าวนี้ทำให้จุดสีแดงตรงหว่างคิ้วของเขาสั่นไหวเล็กน้อย
"แกคงเข้าใจอะไรผิดไปอย่างหนึ่งแล้วล่ะ"
ซูเจ๋อยกมือขึ้น ชี้ไปที่ความมืดมิดรอบตัว แล้วชี้กลับมาที่ตัวเอง
"นี่ไม่ใช่พวกแกมาล้อมฉันหรอกนะ"
"แต่เป็นกูคนเดียวต่างหาก ที่ล้อมพวกมึงทุกคนเอาไว้!"
เงียบกริบ
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมอย่างสมบูรณ์แบบ
แม้แต่เจ้ากังที่ถือโทรโข่งอยู่ก็ยังชะงักอึ้ง
ไอ้เด็กนี่ ...
จะจองหองเกินไปแล้วมั้ง
นี่มันมหาโจรของแท้เลยนี่หว่า!
ทั้งบทพูด ทั้งท่าทาง ทั้งความกล้าบ้าบิ่นแบบไม่กลัวตาย
เจ้ากังกำวิทยุสื่อสารในมือแน่น กัดฟันกรอดพลางสั่งการ "พลซุ่มยิงเตรียมพร้อม! ถ้ามันมีท่าทีจะเหนี่ยวไก อนุญาตให้วิสามัญได้ทันที!"
แม้หน้าจอไลฟ์สตรีมจะดำมืดไปแล้ว (เพราะถูกตัดไฟ) แต่ระบบเสียงยังคงทำงานอยู่ (ด้วยไฟสำรอง)
ชาวเน็ตหลายสิบล้านคนได้ยินบทพูดสุดโอหังและเท่บาดใจประโยคนี้
แม้จะมองไม่เห็นกระสุนข้อความ แต่ทุกคนที่ถือโทรศัพท์มือถืออยู่ต่างพากันทุบเตียงอย่างบ้าคลั่ง
"เชี่ยเอ๊ย!!!"
"ซูเจ๋อโคตรเจ๋ง! บทพูดนี้ขึ้นหิ้งไปเลย!"
"คนเดียวล้อมมันทุกคน! นี่จะบ้าบิ่นเกินไปแล้ว!"
"คุณตำรวจ: ??? ไอ้หมอนี่มันซดเหล้าปลอมมาหรือเปล่าเนี่ย"
"จบกัน ทีนี้ล่ะโดนวิสามัญของจริงแน่!"
"ซูเจ๋อ: ผมก็แค่แสดงละครปะ! พวกคุณอย่าจริงจังดิ!"
"ตำรวจ: เชื่อก็บ้าแล้ว! สภาพแกมันเหมือนคนแสดงละครตรงไหนวะ!"
ในวินาทีความเป็นความตายนี้เอง
ซูเจ๋อกลับรู้สึกว่ามันยังไม่สุด
เขาคิดว่าจังหวะนี้ควรจะเพิ่มคิวบู๊เข้าไปอีกสักหน่อย
เขาจึงยกปืนในมือขึ้นอย่างฉับพลัน เล็งไปที่แหล่งกำเนิดแสงบนชั้นสอง ทำท่าจะเหนี่ยวไกพร้อมกับทำเสียงประกอบฉากด้วยตัวเอง
"ปัง!"
เสี้ยววินาทีนั้น
รูม่านตาของเจ้ากังหดเล็กลงอย่างรุนแรง
"ยิง!"
"อย่ายิง! นั่นมันปืนปลอม!!!"
เสียงตะโกนแหบพร่าแทบขาดใจดังแทรกขึ้นมาจากหลังเวที
หวังพั่งจื่อไม่รู้ไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน เขาชูโทรโข่งอันใหญ่วิ่งคลุกฝุ่นขึ้นมาบนเวที เอาตัวบังซูเจ๋อเอาไว้
"อย่ายิง! นั่นมันอุปกรณ์ประกอบฉาก! นี่มันการแสดงนะโว้ย!!!"
[จบแล้ว]