- หน้าแรก
- คุณตำรวจฟังผมก่อนผมเป็นดารานะไม่ใช่อาชญากร
- บทที่ 1 - หนี้ห้าร้อยล้านกับระบบออร่ามหาโจร
บทที่ 1 - หนี้ห้าร้อยล้านกับระบบออร่ามหาโจร
บทที่ 1 - หนี้ห้าร้อยล้านกับระบบออร่ามหาโจร
"ห้าร้อยล้าน"
หวังพั่งจื่อผู้เป็นผู้จัดการตบสัญญายกเลิกการจ้างลงบนโต๊ะ ใบหน้ากลมๆ ของเขายับย่นเป็นมะระขี้นก หยาดเหงื่อไหลหยดตามขมับตกกระทบพื้นเสียงดังแปะ
"ซูเจ๋อ ค่าฉีกสัญญาตั้งห้าร้อยล้านเชียวนะ! หลินชิงเกอยัยมารร้ายแห่งบริษัทบันเทิงซิงไห่ยื่นคำขาดมาแล้ว ไม่หาเงินมาใช้หนี้ก็ต้องติดคุก นายเลือกเอาเองแล้วกัน"
ซูเจ๋อเอนหลังพิงเก้าอี้แต่งหน้าจ้องมองตัวเองในกระจก
เงาสะท้อนในกระจกคือชายหนุ่มคิ้วเข้มตาคม เครื่องหน้าหล่อเหลาปานพระเจ้าตั้งใจปั้น หากเอาหน้าตาระดับนี้ไปวางไว้ในวงการบันเทิงก็ถือเป็นจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร น่าเสียดายที่เจ้าของร่างเดิมเป็นเพียง "ไม้ประดับ" ไร้สมอง นอกจากความหล่อแล้วก็ไม่มีดีอะไรเลย
ซูเจ๋อถอนหายใจ
สิบนาทีหลังจากทะลุมิติมาอยู่ที่นี่ เขาก็ทำความเข้าใจความจริงได้สองข้อ
ข้อแรก เขาข้ามมิติมาอยู่ในร่างของไอดอลหนุ่มตัวท็อปที่กำลังโดนชาวเน็ตด่าทอทั้งประเทศ
ข้อสอง เขากำลังซวยหนัก
เจ้าของร่างเดิมถูกแบนจากทั่วสารทิศเพราะพฤติกรรมทำตัวกร่าง ไร้ฝีมือการแสดง และมีข่าวลือเรื่องลิปซิงค์ ตอนนี้บริษัทต้นสังกัดเตรียมจะดองเขาและเรียกร้องค่าฉีกสัญญามหาศาล
"อย่ามาแกล้งตายนะ!" หวังพั่งจื่อร้อนใจจนเดินวนไปวนมาในห้อง "รายการ 'นักแสดงโปรดประจำที่' เป็นโอกาสสุดท้ายของนายแล้ว ประธานหลินบอกว่าถ้านายสามารถผ่านเข้ารอบในรายการวาไรตี้นี้ได้ก็แปลว่านายยังมีค่าพอให้ปั้นต่อ เรื่องค่าฉีกสัญญาก็ยังพอคุยกันได้ แต่ถ้าตกรอบ ... นายก็เตรียมตัวเข้าไปเย็บผ้าในคุกได้เลย!"
ซูเจ๋อนวดขมับพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "ผมก็อยากเข้ารอบ แต่พี่ดูบทที่รายการส่งมาให้ผมสิ"
เขาชี้ไปที่บทละครบนโต๊ะ
บทบาท: หัวหน้าโจรปล้นธนาคารสุดเหี้ยม
นักแสดงคู่: เร่อปา นางเอกระดับชาติ
กรรมการ: จางโหมว ผู้กำกับชื่อดังที่ขึ้นชื่อเรื่องฝีปากกล้า
นี่มันให้โอกาสที่ไหนกัน นี่มันส่งมาเชือดชัดๆ
หวังพั่งจื่อเหลือบมองบทละครแล้วหน้าซีดหนักกว่าเดิม จะให้ซูเจ๋อที่เป็นไม้ประดับแค่ฉากร้องไห้ยังต้องพึ่งยาหยอดตาไปรับบทมหาโจรฆ่าคนตาไม่กะพริบเนี่ยนะ ความขัดแย้งนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับให้สาวน้อยบอบบางไปถอนต้นหลิวด้วยมือเปล่า
"นั่นเพราะมีคนจงใจเล่นงานนายไง! ใครใช้นายไปล่วงเกินคนไว้เยอะล่ะ" หวังพั่งจื่อทิ้งตัวลงบนโซฟาพลางขยี้หัวตัวเองอย่างสิ้นหวัง "จบเห่ บรรลัยแล้ว เมื่อกี้ฉันเพิ่งเข้าไปดูในไลฟ์สตรีม ขนาดรายการยังไม่เริ่ม ชาวเน็ตก็แห่พิมพ์ด่านายกันเป็นแสนคนแล้ว พวกเขารอดูหน้านายแหกกันทั้งนั้น"
ซูเจ๋อหยิบบทละครขึ้นมาเปิดดูผ่านๆ
บทพูดมีไม่เยอะ มีแต่คำขู่โหดๆ ทั้งนั้น
หากเป็นซูเจ๋อคนก่อนป่านนี้คงฉี่ราดไปแล้ว แต่สำหรับซูเจ๋อในตอนนี้ ในหัวเขามีเพียงความคิดเดียวคือ หาเงิน ใช้หนี้ และเอาชีวิตรอด
"ก็แค่เล่นเป็นโจรไม่ใช่หรือไง" ซูเจ๋อวางบทลงด้วยแววตาเรียบเฉย "แค่เล่นให้เหมือนก็เข้ารอบแล้วใช่ไหม"
หวังพั่งจื่อกลอกตาบน "ก็แหงสิ! แต่ประเด็นคือนายเล่นได้เหมือนหรือเปล่าล่ะ หน้าตานายเห็นแล้วชวนให้คนทะนุถนอม จะเอาอะไรไปเล่นเป็นโจร เอาความหล่อไปโน้มน้าวใจตัวประกันหรือไง"
ทันใดนั้นเอง
เสียงเครื่องจักรเย็นเยียบก็ดังก้องขึ้นในหัวของซูเจ๋อ
ติ๊ง! ตรวจพบว่าโฮสต์กำลังเผชิญวิกฤต ระบบปั้นศิลปินครอบจักรวาลเปิดใช้งาน!
แพ็กเกจของขวัญมือใหม่ถูกส่งมอบแล้ว ต้องการเปิดหรือไม่
ซูเจ๋อเลิกคิ้ว
นิ้วทองคำงั้นหรือ
มาช้าแต่ก็มานะ
"เปิด" ซูเจ๋อตอบในใจ
ขอแสดงความยินดี โฮสต์ได้รับสกิลติดตัว: สมาธิขั้นเด็ดขาด (LV1)
หมายเหตุ: เมื่อเข้าสู่โหมดการทำงาน จะมีสมาธิจดจ่อ ละทิ้งสิ่งรบกวนจากภายนอกได้ทั้งหมด
ขอแสดงความยินดี โฮสต์ได้รับสกิลเรียกใช้: ออร่ามหาโจร (LV1 - เวอร์ชันแบกคดีฆาตกรรม)
หมายเหตุ: สกิลนี้เป็นตัวช่วยการแสดงระดับเริ่มต้น เมื่อเปิดใช้งาน โฮสต์จะจำลองการแสดงออกทางสีหน้าและออร่าของฆาตกรต่อเนื่องหรือผู้ร้ายหนีคดีโดยอัตโนมัติ ผลข้างเคียง: อาจทำให้ผู้คนรอบข้างเกิดอาการอึดอัดทางร่างกายและเป็นที่จับตามองของตำรวจได้ง่าย
ซูเจ๋อชะงักไปเล็กน้อย
เวอร์ชันแบกคดีฆาตกรรมงั้นหรือ
ระบบนี้มันชักจะอันตรายไปหน่อยไหม
"ซูเจ๋อ นายเหม่ออะไรอยู่" หวังพั่งจื่อเห็นซูเจ๋อเงียบไปนานก็นึกว่าอีกฝ่ายช็อกจนสติหลุด เขาถอนหายใจแล้วลุกขึ้น "ช่างเถอะ ฉันไปขอร้องผู้กำกับดูดีกว่า เผื่อจะขอเปลี่ยนบทได้ ต่อให้เล่นเป็นไอ้โรคจิตบ้ากามก็ยังดีกว่าเล่นเป็นโจรล่ะวะ ... "
"ไม่ต้อง"
จู่ๆ ซูเจ๋อก็เอ่ยปาก
เขาลุกขึ้นยืนแล้วจัดปกเสื้อให้เข้าที่
ชั่วพริบตานั้นเขาเอ่ยในใจ "เปิดใช้งานออร่ามหาโจร"
วูบ
มวลอากาศคล้ายกับหยุดนิ่งกะทันหัน
หวังพั่งจื่อเพิ่งเดินไปถึงประตู มือของเขาวางอยู่บนลูกบิด จู่ๆ เขาก็รู้สึกเย็นวาบที่แผ่นหลัง ความรู้สึกนั้นเหมือนกับกำลังถูกหมาป่าที่หิวโซมาครึ่งเดือนจ้องตะครุบเหยื่อที่ลำคอ
ความหนาวเหน็บพุ่งพล่านจากฝ่าเท้าขึ้นสู่กระหม่อม
หวังพั่งจื่อหันขวับไปมองตามสัญชาตญาณ
"เพล้ง"
โทรศัพท์มือถือในมือเขาร่วงกระแทกพื้นจนหน้าจอแตกละเอียด
ชายหนุ่มที่เมื่อครู่ยังดูซึมเศร้าและไร้พิษสง ตอนนี้กำลังเอียงคอจ้องมองมาที่เขา
สีหน้าของซูเจ๋อไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก มุมปากยังคงประดับด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่ดูเหมือนจะยิ้มแต่ก็ไม่ได้ยิ้ม
ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับเปลี่ยนไป
มันคือดวงตาแบบไหนกันแน่
เย็นชา ว่างเปล่า ไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์ สายตาที่มองมายังหวังพั่งจื่อไม่ต่างจากการมองเศษเนื้อหมูตายซากบนเขียง เขากำลังครุ่นคิดว่าจะลงมีดหั่นตรงไหนถึงจะถนัดมือที่สุด
หวังพั่งจื่อเข่าอ่อนทรุดลงไปคุกเข่ากับพื้น
"ซู ... พี่ซู ... อย่าฆ่าฉันเลย ... "
หวังพั่งจื่อฟันกระทบกันดังกึกๆ เขากลัวจนจับขั้วหัวใจ วินาทีนั้นเขาลืมไปเสียสนิทว่านี่คือห้องแต่งตัว และลืมไปว่าซูเจ๋อคือดาราหนุ่มที่ไม่มีแม้แต่แรงจะผูกเชือกรองเท้า เขารู้สึกเพียงว่าตัวเองกำลังเผชิญหน้ากับปีศาจที่เพิ่งคลานขึ้นมาจากกองเพลิงแห่งซากศพและสายเลือด
ซูเจ๋อเก็บซ่อนออร่าลง แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวจางหายไปในพริบตา
เขาเดินเข้าไปหยิบโทรศัพท์ของหวังพั่งจื่อขึ้นมาส่งคืนให้ ใบหน้ากลับมาเผยรอยยิ้มอบอุ่นตามปกติ "พี่อ้วน มือถือตกน่ะ"
หวังพั่งจื่อนั่งแหมะอยู่บนพื้น หอบหายใจแฮกๆ เหงื่อเย็นเยียบเปียกชุ่มไปทั้งตัว
เขามองซูเจ๋อด้วยความหวาดกลัวพลางกลืนน้ำลายลงคอ "นาย ... เมื่อกี้นาย ... "
"เมื่อกี้ทำไมหรือครับ" ซูเจ๋อตีหน้าซื่อ
หวังพั่งจื่อพยุงกำแพงลุกขึ้นมาอย่างสั่นเทา แววตาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและสับสน เมื่อกี้มันภาพลวงตาอย่างนั้นหรือ เป็นไปไม่ได้! ความรู้สึกเหมือนถูกความตายจดจ้องมันสมจริงเกินไป!
"มะ ... ไม่มีอะไร ... " หวังพั่งจื่อปาดเหงื่อบนหน้าผาก ทว่าในใจกลับมีคลื่นพายุถาโถม
ไอ้เด็กนี่ไปแอบฝึกวิชาพวกนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
ซูเจ๋อมองตัวเองในกระจกที่กลับมาเป็นปกติแล้วเหยียดยิ้มมุมปาก
สกิลนี้เจ๋งเอาเรื่อง
ในเมื่อชาวเน็ตทั้งประเทศอยากเห็นฉันหน้าแหก ในเมื่อหลินชิงเกออยากเห็นฉันพินาศย่อยยับ
งั้นฉันก็จะเล่นเป็นเพื่อนพวกเธอเอง
"ไปกันเถอะพี่อ้วน" ซูเจ๋อผลักประตูบานใหญ่ออกแล้วก้าวยาวๆ ออกไป "เล่นเป็นโจรน่ะหรือ งานถนัดผมเลย"
หวังพั่งจื่อมองแผ่นหลังของซูเจ๋อ ไม่รู้ทำไมในใจถึงเกิดลางสังหรณ์บางอย่างขึ้นมา
ห้องส่งวันนี้คงมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นแน่ๆ
...
หลังเวทีห้องส่ง
ทันทีที่ซูเจ๋อปรากฏตัว ทีมงานรอบข้างก็ส่งสายตาแปลกๆ มาให้ มีทั้งเยาะเย้ย ดูถูก และสายตาของคนที่รอซ้ำเติม
"อ้าว นั่นซูเจ๋อดาราดังไม่ใช่หรือ"
เสียงค่อนแคะดังขึ้น
หลี่จื่อเฟิง ดาราหนุ่มหน้าใหม่รุ่นเดียวกันซึ่งเป็นคู่แข่งของซูเจ๋อในครั้งนี้ เขาสวมชุดสูทสุดหล่อ ในมือถือกระบอกน้ำเก็บอุณหภูมิ ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มจอมปลอม
"ได้ข่าวว่านายจะเล่นเป็นโจรหรือ" หลี่จื่อเฟิงมองซูเจ๋อตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วแค่นหัวเราะ "ผิวพรรณบอบบางอย่างนาย ระวังจะโดนออร่าของเร่อปาข่มจนร้องไห้ขี้มูกโป่งบนเวทีล่ะ ถึงตอนนั้นคงขายขี้หน้าแย่"
ดาราตัวประกอบรอบๆ พากันหัวเราะครืน
"นั่นสิ ซูเจ๋อ ถ้าไม่ไหวก็ถอนตัวไปเถอะ"
"บทโจรมันก็มีมาตรฐานของมันนะ ไม่ใช่ว่าหล่อแล้วจะเล่นได้"
ซูเจ๋อหยุดเดินแล้วหันไปมองหลี่จื่อเฟิง
เพียงแค่ปรายตามอง
เขาไม่ได้เปิดใช้งานสกิล แต่เป็นเพียงกลิ่นอายที่หลงเหลืออยู่จากเมื่อครู่
รอยยิ้มบนใบหน้าของหลี่จื่อเฟิงแข็งค้าง
เขารู้สึกว่าสายตาของซูเจ๋อเหมือนกับมีดน้ำแข็งที่แทงทะลุคอหอย คำเยาะเย้ยที่เตรียมจะพ่นออกมาถูกกลืนกลับลงคอไปอย่างยากลำบาก
ซูเจ๋อไม่ได้สนใจเขาและเดินตรงไปยังโซนรอขึ้นเวที
หลี่จื่อเฟิงดึงสติกลับมาได้ก็พบว่าแผ่นหลังของตัวเองชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็น เขาโกรธจนหน้าดำหน้าแดงก่อนจะสบถเสียงต่ำ "ทำเป็นเก๊กไปเถอะ! เดี๋ยวขึ้นเวทีไปรอดูเถอะว่าจะตายยังไง!"
บนหน้าจอขนาดใหญ่ในโซนรอขึ้นเวทีกำลังถ่ายทอดสดภาพจากด้านหน้า
ที่โต๊ะกรรมการ ผู้กำกับจางโหมวถือไมโครโฟนพูดด้วยสีหน้าจริงจัง "นักแสดงรุ่นใหม่สมัยนี้ใจร้อนเกินไป การแสดงไม่ได้ใช้แค่หน้าตา แต่ต้องใช้หัวใจ โดยเฉพาะบทตัวร้าย ถ้าไม่มีประสบการณ์ชีวิต เล่นออกมาก็เป็นได้แค่ตัวตลก"
กระสุนข้อความบนหน้าจอไหลทะลัก
"ผู้กำกับจางพูดถูก! บอกหมายเลขบัตรประชาชนซูเจ๋อมาเลยดีกว่า!"
"ปูเสื่อรอซูเจ๋อรถทัวร์คว่ำ!"
"สงสารเร่อปานางเอกของฉัน ต้องมาเล่นคู่กับไม้ประดับแบบนี้"
"ถ้าซูเจ๋อเล่นบทโจรได้ดีนะ ฉันจะยอมหกคะเมนตีลังกากินขี้ให้ดูเลย!"
ซูเจ๋อมองดูคอมเมนต์ด่าทอที่เต็มหน้าจอด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึก
เขาหลับตาลง แผงควบคุมสกิลของระบบในหัวเปล่งแสงจางๆ
ออร่ามหาโจร
พร้อมใช้งาน
ในเมื่อพวกแกอยากดูของจริง
งั้นฉันก็จะจัดของจริงให้ดู
"กลุ่มต่อไป ซูเจ๋อ เร่อปา เตรียมตัวขึ้นเวทีครับ!"
เสียงตะโกนของทีมงานคุมคิวดังขึ้น
ซูเจ๋อลืมตาขึ้น ชั่ววินาทีนั้นลึกลงไปในดวงตาที่เคยใสกระจ่างราวกับมีสัตว์ร้ายตนหนึ่งกำลังตื่นขึ้นจากการหลับใหล
ละครฉากเด็ดกำลังจะเริ่มแล้ว