- หน้าแรก
- อุจิวะแห่งยุคใหม่
- บทที่ 25 - ควบคุม หรือ หลอมรวม?
บทที่ 25 - ควบคุม หรือ หลอมรวม?
บทที่ 25 - ควบคุม หรือ หลอมรวม?
บทที่ 25 - ควบคุม หรือ หลอมรวม?
༺༻
วันต่อมา
หมู่บ้านกลายสภาพเป็นเขตก่อสร้างขนาดย่อมอีกครั้ง ซากปรักหักพังจำนวนมากถูกเก็บกวาด ขยะถูกขนออกไปเป็นคันรถ และวัสดุก่อสร้างก็ถูกขนเข้ามาเป็นคันรถเช่นกัน
บนท้องถนนก็มีข่าวลือเกี่ยวกับเรื่องเมื่อคืนปรากฏขึ้น ทำให้ผู้คนพากันพูดคุยวิพากษ์วิจารณ์
ชินจิลงมากินอาหารเช้าตามปกติ
"พวกนายได้ยินมาหรือเปล่า? คนที่หยุดเก้าหางเมื่อวานคือคุณชายน้อยตระกูลอุจิวะคนนั้นล่ะ..."
"ซี๊ด เขาเพิ่งจะเจ็ดขวบไม่ใช่เหรอ?"
"เจ็ดขวบแล้วไง? อาศัยเนตรวงแหวนคู่เดียว ก็จัดการเก้าหางจนอยู่หมัด! เรื่องนี้มีตั้งหลายคนเห็นกับตาเลยนะ!"
"จุ๊ๆ ตระกูลอุจิวะนี่ช่างมีแต่อัจฉริยะถือกำเนิดขึ้นมาจริงๆ เลยนะ!"
เมื่อได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์เหล่านี้ที่ลอยเข้าหู สีหน้าของชินจิก็ดูแปลกไปเล็กน้อย
"มิน่าล่ะ ตั้งแต่เมื่อคืนเป็นต้นมา ถึงไม่รู้สึกว่ามีใครมาคอยจับตาดูฉันเลย ที่แท้คนในหมู่บ้านก็คิดว่าเป็นซาสึเกะที่จัดการเก้าหางนี่เอง!"
เขาอยากจะหัวเราะขึ้นมาดื้อๆ ซาสึเกะกลับต้องมารับเคราะห์แทนเขาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยเสียนี่
ต้องเข้าใจนะว่าภายใต้สถานการณ์ของโคโนฮะในปัจจุบัน การไปพัวพันกับปัจจัยต่างๆ อย่างอุจิวะ หรือ เนตรวงแหวน ไม่ใช่เรื่องดีอะไรเลย ดังนั้นในช่วงเวลานี้ ยิ่งผู้รอดชีวิตของอุจิวะทำตัวโดดเด่นมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งง่ายที่จะตกเป็นเป้าหมาย
แต่เมื่อวานเขาช่วยชีวิตซาสึเกะไว้ การที่ซาสึเกะจะรับเคราะห์แทนเขาบ้างก็ถือว่าไม่เลวร้ายนัก
อีกทั้งแตกต่างจากเขาที่ไร้ที่พึ่งพิง ซาสึเกะยังมีอุจิวะ อิทาจิคอยคุ้มครองอยู่ หากหมู่บ้านต้องการจะทำร้ายซาสึเกะ ก็คงต้องชั่งน้ำหนักดูให้ดีเสียหน่อย
จากนั้น เขาก็นึกถึงเรื่องที่ตัวเองไปขโมยเนตรวงแหวนของอุจิวะ ฟุกาคุมาจากมือของดันโซ
ด้วยนิสัยของดันโซ บัญชีแค้นครั้งนี้เกรงว่าจะต้องถูกจดบันทึกลงบนหัวของซาสึเกะด้วยแน่ๆ เพราะท้ายที่สุด หากพูดถึงแรงจูงใจ ลูกชายอย่างซาสึเกะย่อมเป็นคนที่ต้องการทวงคืนเนตรวงแหวนของผู้เป็นพ่อมากที่สุด
"เอ่อ รักษาตัวด้วยนะ!"
ชินจิส่งคำอวยพรให้ซาสึเกะเงียบๆ ในใจ
แม้ว่าจะเป็นความเข้าใจผิดที่ทำให้ซาสึเกะต้องรับเคราะห์แทนเขาก็ตาม
แต่เขาก็รู้ดีว่า ในช่วงเวลาที่ตระกูลอุจิวะถูกกวาดล้างจนหมดสิ้นเช่นนี้ มีเพียงซาสึเกะที่เป็นผู้รอดชีวิตของอุจิวะเช่นเดียวกันเท่านั้น ที่จะสามารถดึงดูดเป้าสายตาเหล่านี้แทนเขาได้
หลังจากกินจนอิ่มท้อง เขาก็ใช้ข้ออ้างในการออกกำลังกาย เริ่มวิ่งเหยาะๆ ไปรอบหมู่บ้าน
วิ่งไปวิ่งมา เขาก็มาถึงป่ามรณะซึ่งตั้งอยู่ที่มุมหนึ่งของหมู่บ้าน
เนื่องจากเหตุการณ์ไม่คาดฝันเมื่อคืน การสอบจูนินในวันนี้จึงถูกเลื่อนออกไป ดังนั้นป่ามรณะซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่สอบจึงไม่มีใครอยู่เลยแม้แต่คนเดียวในเวลานี้
เมื่อสบโอกาส เขาจึงปีนข้ามรั้วลวดหนาม แอบเข้าไปในป่ามรณะ
แม้ว่าเมื่อคืนจะได้มังเงเคียวชาริงกันของฟุกาคุมา แต่หากต้องการจะควบคุมดวงตาคู่นี้ ก็ต้องใช้ 'ซูซาโนะโอ' ให้ได้เสียก่อน
การลงมือทำในอพาร์ตเมนต์เล็กๆ ที่หมู่บ้านจัดไว้ให้ย่อมไม่ปลอดภัยแน่
ดังนั้นเขาจึงนึกถึงป่ามรณะ
ป่ามรณะเป็นป่าดงดิบที่มีรัศมีสิบกิโลเมตร นอกเหนือจากหอคอยสูงในพื้นที่ใจกลางแล้ว ภายในไม่มีการดัดแปลงโดยฝีมือมนุษย์มากนัก จุดประสงค์ก็เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการต่อสู้จริงที่ใกล้เคียงกับป่าจริงๆ
ด้วยเหตุนี้ ที่นี่จึงเป็นสถานที่ที่หลบซ่อนได้มิดชิดที่สุดเท่าที่ชินจิจะนึกออกแล้ว
ขณะเดินอยู่ท่ามกลางป่ามรณะที่กิ่งก้านใบไม้บดบังแสงอาทิตย์จนมิด มองดูแมลงเลื้อยคลานขนาดยักษ์ และต้นไม้สูงเสียดฟ้าที่คนหลายคนโอบไม่มิด เขาพลางชื่นชมความมหัศจรรย์ของสรรพสิ่ง และมองหาสถานที่ที่เหมาะสมไปด้วย
หลังจากผ่านไปเนิ่นนาน เขาก็พบถ้ำหินที่ซ่อนตัวอยู่มิดชิดแห่งหนึ่ง
เขาตรวจสอบภายในถ้ำอย่างละเอียดทุกซอกทุกมุม เมื่อแน่ใจแล้วว่าไม่มีอุปกรณ์สอดแนมใดๆ อยู่ในถ้ำ เขาก็หยิบโหลเพาะเลี้ยงที่บรรจุมังเงเคียวชาริงกันของอุจิวะ ฟุกาคุออกมาจากกระเป๋าใส่อุปกรณ์นินจาที่เอว
เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ เบิกมังเงเคียวชาริงกันของตัวเองขึ้นมา และฝืนทนต่อความเจ็บปวดแปลบ เรียกใช้ 'ซูซาโนะโอ'
ตั้งแต่เมื่อคืน ดวงตาของเขาก็เริ่มรู้สึกปวดแปลบเป็นพักๆ และการมองเห็นก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด
ในชั่วพริบตา
เงาร่างสีเหลืองก็สะท้อนออกมาจากร่างกายของเขา เปลี่ยนสภาพเป็นโครงกระดูกครึ่งตัว ปกคลุมร่างกายของเขาเอาไว้
"ยังไม่พอ!"
เขาเอามือกุมตา ฝืนความเจ็บปวดและใช้พลังเนตรต่อไป
ภายใต้การอัดฉีดพลังเนตร เงาโครงกระดูกสีเหลืองก็ค่อยๆ ก่อตัวเป็นรูปร่างชัดเจนขึ้น กระดูกเริ่มมีกล้ามเนื้อ จากนั้นก็มีผิวหนัง และสุดท้ายก็สวมเกราะทับลงไป
โครงหน้าของโครงกระดูกก็ค่อยๆ ชัดเจนขึ้นเช่นกัน
ภายในเบ้าตาทั้งสองข้าง มีแสงสว่างเจิดจ้าสาดส่องออกมา ราวกับเทพเจ้าที่กำลังจ้องมองถ้ำหินตรงหน้าอย่างเงียบสงบและเย็นชา
แฮ่ก แฮ่ก...
ชินจิหอบหายใจอย่างหนักหน่วง
นี่คือ 'ซูซาโนะโอ' ในรูปแบบที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่พลังเนตรของเขาในตอนนี้จะรักษาไว้ได้ หรือก็คือ 'ซูซาโนะโอ' แบบสวมเกราะครึ่งตัวนั่นเอง
มันแทบจะเป็นขีดจำกัดของคนที่มีมังเงเคียวชาริงกันทุกคนจะสามารถทำได้แล้ว
หากสูงไปกว่านี้ ก็คือ 'ซูซาโนะโอ' ร่างสมบูรณ์อย่างแท้จริง ซึ่งเป็นรูปแบบที่จำเป็นต้องมีพลังเนตรเหนือกว่ามังเงเคียวชาริงกันทั่วไปจึงจะสามารถใช้ได้
หลังจากพักหายใจได้เล็กน้อย ชินจิก็ไม่กล้าเสียเวลา รีบใช้วิชาเนตรของมังเงเคียวที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเขา 'โคมศักดิ์สิทธิ์ซูซาโนะโอ' ทันที
"โฮก!"
ในพริบตานั้น 'ซูซาโนะโอ' ของเขาก็แผดเสียงคำรามลั่น!
วินาทีต่อมา รอยแยกก็ปรากฏขึ้นที่หน้าผากเหนือเบ้าตาของ 'ซูซาโนะโอ' และเบ้าตาที่ว่างเปล่าคู่หนึ่งก็ปรากฏขึ้นมาอย่างน่าตกตะลึง!
"อ๊าก!"
เมื่อต้องรักษาวิชาเนตรมังเงเคียวสองอย่างพร้อมกัน ชินจิก็รู้สึกเหมือนมังเงเคียวชาริงกันของตัวเองกำลังจะฉีกขาด เจ็บปวดจนทนไม่ไหวต้องร้องออกมา
แต่เมื่อมาถึงขั้นนี้แล้ว ก็ต้องกัดฟันสู้ต่อไป
ดังนั้นเขาจึงรีบลนลานเปิดโหลเพาะเลี้ยงในมือ และหยิบมังเงเคียวชาริงกันคู่ของฟุกาคุออกมา
เขาประคองดวงตาคู่นี้ไว้ในฝ่ามือ แล้วกระตุ้นการทำงานของ 'โคมศักดิ์สิทธิ์ซูซาโนะโอ'
ทันใดนั้น
'ซูซาโนะโอ' ที่ดูราวกับเทพเจ้าของเขาก็ขยับเขยื้อน เบ้าตาที่ว่างเปล่าคู่ใหม่ฉายแสงสองสายออกมา ดูดซับดวงตาคู่ที่เขาประคองไว้ในฝ่ามือ
จากนั้น ดวงตาทั้งสองข้างก็ลอยเข้าไปในเบ้าตาที่ว่างเปล่าทั้งสองข้าง และกลายเป็นลูกไฟสองดวง!
"โฮก!"
'ซูซาโนะโอ' แผดเสียงคำรามลั่นอีกครั้ง!
และพร้อมกับเสียงคำรามที่ราวกับจะสะกดขวัญวิญญาณได้ รูปลักษณ์ภายนอกของ 'ซูซาโนะโอ' ก็ดูแน่นหนาชัดเจนขึ้น ขนาดตัวก็เห็นได้ชัดว่าใหญ่ขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง
สิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือ บนส่วนหัวของ 'ซูซาโนะโอ' มีดวงตาที่เบิกกว้างอยู่สองคู่!
เพียงชั่วพริบตาเดียว
ความเจ็บปวดรุนแรงที่ดวงตาทั้งสองข้างของชินจิก็หายไป หายไปอย่างรวดเร็วจนแม้แต่ตัวเขาเองยังตอบสนองไม่ทัน สีหน้าบนใบหน้าถึงกับแสดงอาการเหม่อลอยไปชั่วขณะ
"ไม่เจ็บแล้ว!?"
เขาส่ายหัวเบาๆ
ในวินาทีนี้ เขารู้สึกว่าสภาพร่างกายของตัวเองดีเยี่ยมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่เพียงแต่ตาจะไม่เจ็บแล้ว แม้แต่อาการวิงเวียนศีรษะที่มักจะเกิดขึ้นบ่อยครั้งก่อนหน้านี้ก็พลอยหายไปด้วย
ต้องรู้ไว้นะว่าเวลานี้เขากำลังรักษาวิชาเนตรของมังเงเคียวสองอย่าง นั่นคือ 'ซูซาโนะโอ' และ 'โคมศักดิ์สิทธิ์ซูซาโนะโอ' ไว้พร้อมกัน
เมื่อกี้นี้ เขายังเจ็บปวดจนแทบจะสลบไปอยู่เลย แต่ตอนนี้กลับสามารถรักษามันไว้ได้อย่างง่ายดาย เหมือนกับกำลังใช้พลังเนตรตามปกติอย่างไรอย่างนั้น
"สภาพร่างกายของฉันฟื้นฟูแล้วเหรอ? ไม่สิ พลังเนตรกำลังฟื้นฟูต่างหาก!"
เขาวิเคราะห์สภาพของตัวเองได้ในทันที และมองไปรอบๆ ตามสัญชาตญาณ
เป็นอย่างที่คิดจริงๆ การมองเห็นที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัดก่อนหน้านี้ ตอนนี้ก็กลับมาเป็นปกติแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ในด้านการรับรู้กลับเพิ่มสูงขึ้นจากเดิมเล็กน้อยเสียด้วยซ้ำ!
"นี่คือความสามารถของ 'โคมศักดิ์สิทธิ์ซูซาโนะโอ' งั้นเหรอ?"
แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีการคาดเดาไว้ต่างๆ นานา แต่เมื่อการคาดเดากลายเป็นความจริง เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหลาดใจระคนยินดี
ในตอนนั้นเอง ขณะที่เขายังคงรักษาการทำงานของ 'โคมศักดิ์สิทธิ์ซูซาโนะโอ' เอาไว้ เขาก็ได้รับรู้ถึงความสามารถของ 'โคมศักดิ์สิทธิ์ซูซาโนะโอ' เพิ่มมากขึ้นในสมอง และหนึ่งในนั้นก็ถูกนำมาวางไว้ตรงหน้าเขา
ดวงตาคู่ใหม่
คือการควบคุม? หรือ การหลอมรวม?
༺༻