- หน้าแรก
- อุจิวะแห่งยุคใหม่
- บทที่ 06 - วิชาเนตรมังเงเคียวของชินจิ
บทที่ 06 - วิชาเนตรมังเงเคียวของชินจิ
บทที่ 06 - วิชาเนตรมังเงเคียวของชินจิ
บทที่ 06 - วิชาเนตรมังเงเคียวของชินจิ
༺༻
จากสายตาที่ตื่นตะลึงของชิออน ชินจิรู้ว่าอีกฝ่ายต้องเห็นการต่อสู้อันดุเดือดระหว่างเขากับอสูรมือแน่ๆ
พูดอีกอย่างก็คือ
'ซูซาโนะโอ' ของเขาถูกเปิดเผยแล้ว ความลับของมังเงเคียวชาริงกันคงยากจะปกปิด
ชิออนไม่ได้สังเกตเห็นความลังเลในใจของชินจิเลยแม้แต่น้อย เธอจ้องมองชินจิตั้งแต่หัวจรดเท้า แววตาเต็มไปด้วยความชื่นชมบูชา
"หรือว่าจะต้องฆ่าปิดปาก..."
ชินจิตัดสินใจไม่ได้เลยจริงๆ
วิ้ง...
ราวกับสัมผัสได้ถึงจิตสังหารจางๆ ที่ชินจิแผ่ออกมา กระดิ่งเล็กๆ ที่แขวนอยู่ตรงหน้าอกของชิออนก็เปล่งแสงเจิดจ้าออกมาทันที
"นี่มัน...?"
ชินจิที่สัมผัสได้ถึงภัยคุกคามถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
คนอื่นอาจจะไม่รู้ แต่เขารู้ตื้นลึกหนาบางของมิโกะแคว้นโอนิดี
กระดิ่งเล็กๆ หน้าอกชิออนเป็นของขลังที่ร้ายกาจมาก
ดูเหมือนมันจะปกป้องชิออน แต่แท้จริงแล้ว หน้าที่จริงๆ ของมันคือการผนึกพลังมิโกะของชิออนไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้ชิออนในวัยเยาว์ใช้พลังมิโกะพร่ำเพรื่อจนทำร้ายคนรอบข้าง
พูดง่ายๆ ก็คือ ของพรรค์นั้นมันคืออุปกรณ์กักขังที่อำพรางตัวเป็นของขลังคุ้มกาย!
หากต้องการจะฆ่าชิออน ก็ต้องทำลายกระดิ่งนั่นทิ้งก่อน และเมื่อทำลายกระดิ่งแล้ว ก็จะต้องเผชิญหน้ากับมิโกะแคว้นโอนิที่ถูกปลดผนึก
ชินจิเลิกล้มความคิดที่จะฆ่าปิดปาก
ตอนนี้ชิออนเป็นมิโกะมือใหม่ก็จริง แต่ตัวเขาเองก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นนินจามือใหม่เหมือนกันหรอกเหรอ
เขาไม่แน่ใจนักว่า 'ซูซาโนะโอ' ของตัวเองจะต้านทานวิชาผนึกของชิออนได้ไหม ต้องรู้ว่ามิโกะแคว้นโอนิมีความสามารถในการผนึกสัตว์ประหลาดระดับสัตว์หางเชียวนะ
แต่จะปล่อยปละละเลยไปแบบนี้ก็คงไม่ได้เหมือนกัน
ดังนั้นเขาจึงนึกถึงคาถาลวงตา จ้องมองไปที่ชิออน เบิกมังเงเคียวชาริงกัน ใช้พลังเนตรปลูกฝังคำบอกใบ้ทางจิตใจลงในใจของชิออน "เธอไม่เคยเห็นฉัน..."
ฉับพลัน
สีหน้าของชิออนก็เหม่อลอยขึ้นมา พึมพำตามชินจิอย่างเลื่อนลอย "ไม่เคยเห็น... ไม่เคยเห็น..."
"สำเร็จแล้วงั้นเหรอ?"
ชินจิสังเกตดูครู่หนึ่ง จากนั้นก็ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก
โชคดีที่ตอนนี้ชิออนถูกผนึกพลังมิโกะเอาไว้ และเวลาที่อยู่ด้วยกันก็สั้นมากๆ ไม่เช่นนั้น ด้วยวิชาเนตรวงแหวนลวงตาแบบครึ่งๆ กลางๆ ของเขา คงยากจะปลูกฝังคำบอกใบ้ทางจิตใจนี้ได้สำเร็จ
ถึงกระนั้น เขาก็ยังรู้สึกว่ามันไม่ค่อยชัวร์เท่าไหร่
ในอนาคตหากเขากับชิออนได้พบกันอีก ก็ยังมีโอกาสไม่น้อยที่ชิออนจะนึกถึงความทรงจำส่วนนี้ขึ้นมาได้
ยังดีที่ชิออนในฐานะมิโกะแคว้นโอนิ คงไม่ออกจากแคว้นโอนิง่ายๆ ดังนั้นในระยะสั้นโอกาสที่พวกเขาจะได้พบกันจึงต่ำมาก
ตอนนั้นเอง แสงไฟก็สว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืดมิดในยามค่ำคืนแต่ไกล ดูเหมือนจะมีกองกำลังกลุ่มใหญ่ชูคบเพลิงรีบรุดมาทางพระราชวังอย่างร้อนรน
เห็นได้ชัดว่าพวกนี้คือทหารองครักษ์แคว้นโอนิที่เร่งเดินทางมาจากที่อื่นเพื่อเสริมกำลัง
และในขณะที่ชินจิกำลังกลุ้มใจว่าจะกลับหมู่บ้านโคโนฮะยังไงดี 'ฟุบ' ร่างของเขาก็หายวับไปจากที่เดิม...
มองดูห้องที่คุ้นเคย ชินจิก็รู้ตัวว่าตัวเองกลับมาแล้ว
เวลานี้นาฬิกาแขวนบนผนังบอกเวลาว่า เขาจากไปประมาณ 30 นาที
เวลานี้ตรงกับเวลาที่เขาเห็นอสูรมือเข่นฆ่าทหารองครักษ์ และเวลาที่เขาฆ่าอสูรมือพอดี
พูดอีกอย่างก็คือ เขาถูกส่งตัวไปในพื้นที่ที่อสูรมือบุกรุกในพริบตา ซึ่งก็คือพระราชวังของมิโกะแคว้นโอนิ และเมื่อจบลงก็ถูกส่งตัวกลับมาในพริบตา
คล้ายกับ 'วิชาเทพอัสนี' อยู่เหมือนกัน
"อ๊า!"
จู่ๆ ดวงตาทั้ง 2 ข้างก็ปวดแปลบขึ้นมา
ชินจิอดทนต่อความเจ็บปวดรีบปิดมังเงเคียวชาริงกัน ดวงตาสีเลือดค่อยๆ กลับคืนสู่สีดำสนิท
พักใหญ่อาการปวดแปลบที่ดวงตาถึงค่อยๆ ทุเลาลง
ฟู่...
เขาพ่นลมหายใจขุ่นมัวออกมา สีหน้าดูย่ำแย่เล็กน้อย
เขาหยุดยั้งการบุกรุกได้สำเร็จ และได้รับของขวัญจากโลกนินจา ปริมาณจักระในร่างกายก็เพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าจริงๆ แต่จักระก็คือจักระ พลังเนตรของมังเงเคียวชาริงกันก็คือพลังเนตร
อธิบายง่ายๆ
จักระนั้นถูกสกัดรวมกันมาจากพลังกายและพลังจิตวิญญาณ ซึ่งสามารถฟื้นฟูได้ด้วยการพักผ่อน
เป็นสิ่งที่สามารถสร้างขึ้นใหม่ได้!
ส่วนพลังเนตรของมังเงเคียวชาริงกัน คือจักระหยินที่มีคุณภาพสูงมากชนิดหนึ่ง
ปริมาณรวมของมันถูกกำหนดไว้ตั้งแต่ตอนเบิกมังเงเคียวชาริงกันแล้ว ยิ่งใช้ก็ยิ่งลดลง
ก่อนที่จะมีความสามารถในการแปลงจักระธรรมดาให้เป็นจักระหยินคุณภาพสูง การสูญเสียพลังเนตรของมังเงเคียวชาริงกันจะไม่สามารถเติมเต็มได้
"ครั้งนี้เปิดใช้ซูซาโนะโอ สิ้นเปลืองเกินไปแล้ว ถ้าทำแบบนี้อีกสัก 2-3 ครั้ง มังเงเคียวชาริงกันของฉันพังแน่!"
ช่วงความเป็นความตายก่อนหน้านี้ เขาไม่ได้คิดอะไรมากตอนเบิก 'ซูซาโนะโอ'
แต่อาการปวดตาอย่างรุนแรงเมื่อครู่ ทำให้เขาสัมผัสได้อย่างลึกซึ้งถึงความจริงที่ว่า 'มังเงเคียวชาริงกันคือของใช้แล้วทิ้ง'
ชินจิเอามือกุมหน้าผาก ทรุดตัวนั่งลงบนเตียง
การรุกรานโลกนินจาครั้งนี้คืออสูรในเรื่องดาบพิฆาตอสูร ถ้าอย่างนั้นครั้งต่อไป ความน่าจะเป็นที่จะยังคงเป็นอสูรก็สูงมาก
แต่เรื่องรับมือกับอสูร เขาไม่เชี่ยวชาญเอาซะเลย!
ตอนที่กำจัดอสูรมือเมื่อกี้ เขาใช้วิธีที่โง่ที่สุด
หลังจากใช้ 'ซูซาโนะโอ' ทุบอสูรมือจนแหลกในครั้งแรก เขาก็อาศัยการมองเห็นอันละเอียดอ่อนของมังเงเคียวชาริงกัน ยืนยันว่าอสูรมือที่ฟื้นฟูแล้วมีขนาดตัวเล็กลงกว่าเดิมเล็กน้อย
ดังนั้นเขาจึงแน่ใจว่าแม้อสูรจะสามารถฟื้นฟูได้เรื่อยๆ แต่ก็ยังคงต้องสูญเสียพลังเลือดเนื้อบางอย่างไป
ขอเพียงโจมตีอสูรอย่างหนักหน่วงทำลายล้างหลายๆ ครั้งในระยะเวลาอันสั้น และอสูรไม่ได้รับเลือดเนื้อมาเติมเต็ม อสูรก็จะสูญเสียความสามารถในการฟื้นฟูไปเนื่องจากการสูญเสียพลังงานมากเกินไป
แต่วิธีนี้ใช้ได้กับอสูรมือที่อ้วนฉุเท่านั้น กับอสูรตัวอื่นคงไม่แน่
หากครั้งหน้าเจออสูรที่ความคล่องตัวสูง มีความสามารถทางยุทธวิธีสูง ชินจิอยากจะทำซ้ำชัยชนะในครั้งนี้ก็คงยากแล้ว
"ต้องหาวิธีที่แก้ทางอสูรได้อย่างแท้จริง!"
การใช้ดาบนิจิรินบั่นคอคือวิธีที่ง่ายที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ชินจิไม่แน่ใจว่าโลกนินจามีแร่พิเศษที่ใช้ตีดาบนิจิรินหรือเปล่า
ของอย่างดอกฟูจินั่น เขาก็ไม่เคยเห็นในโคโนฮะ
ส่วนเรื่องแสงอาทิตย์ อสูรคงไม่บุกรุกโลกนินจาในตอนกลางวันแน่ๆ
"ถ้าอสูรกลัวแสงอาทิตย์ แล้ว 'เทวีสุริยา' ที่ได้ชื่อว่าเป็นเปลวเพลิงแห่งสุริยัน จะใช้ได้ผลกับอสูรหรือเปล่านะ?"
จู่ๆ ชินจิก็คิดถึง 'เทวีสุริยา' ซึ่งเป็นวิชาเนตรมังเงเคียวชาริงกันขึ้นมา
เพลิงดำ 'เทวีสุริยา' มีคุณสมบัติเผาผลาญทุกสรรพสิ่งและไม่มีวันดับ
ดังนั้นต่อให้มันจะไม่มีผลในการต้านทานอสูรอย่างเฉพาะเจาะจงเหมือนดาบนิจิริน ก็ยังสามารถใช้มันเกาะติดกับตัวอสูร ทำให้อสูรสลายกลายเป็นเถ้าถ่านท่ามกลางการเผาไหม้ที่ไม่มีวันสิ้นสุดได้
น่าเสียดาย...
มังเงเคียวชาริงกันของชินจิไม่มีวิชาเนตร 'เทวีสุริยา' นี้
พอนึกถึงวิชาเนตรมังเงเคียวของตัวเอง เขาก็เกาหัวแกรกๆ อย่างจนปัญญา
ตาซ้ายและขวาของเขาเป็นวิชาเนตรเดียวกัน ชื่อว่า 'โคมศักดิ์สิทธิ์ซูซาโนะโอ'
จากชื่อก็พอจะเดาออก นี่เป็นวิชาเนตรที่สร้างขึ้นบนพื้นฐานของ 'ซูซาโนะโอ' หากต้องการเบิก 'โคมศักดิ์สิทธิ์ซูซาโนะโอ' ก็ต้องเบิก 'ซูซาโนะโอ' ก่อน
และสิ่งที่แตกต่างจากวิชาเนตรประเภทนินจาและลวงตาที่พบเห็นได้ทั่วไปอย่าง 'เทวีสุริยา' หรือ 'สึคุโยมิ' คือ 'โคมศักดิ์สิทธิ์ซูซาโนะโอ' เป็นวิชาเนตรประเภทฟังก์ชันการใช้งานที่ค่อนข้างหาได้ยาก...
เมื่อเปิดใช้งาน 'ซูซาโนะโอ' และ 'โคมศักดิ์สิทธิ์ซูซาโนะโอ' พร้อมกัน บนใบหน้าของเงามายา 'ซูซาโนะโอ' ของชินจิก็จะปรากฏเบ้าตาคู่ที่ 2 ขึ้น เป็นเบ้าตาว่างเปล่าที่สามารถรองรับดวงตาอีก 1 คู่ได้!
ใช่แล้ว!
ความสามารถของ 'โคมศักดิ์สิทธิ์ซูซาโนะโอ' คือทำให้ 'ซูซาโนะโอ' ของเขาสามารถควบคุมดวงตาคู่ที่ 2 ได้!
มองในมุมหนึ่ง การก่อกำเนิดวิชาเนตรนี้ อาจเป็นการสะท้อนภาพรวมภายในจิตใจระหว่างร่างเดิมกับผู้ทะลุมิติอย่างเขาผ่านเนตรวงแหวนก็เป็นได้
ในสายตาชินจิ วิชาเนตรนี้แข็งแกร่งมากทีเดียว
เพียงแต่ตอนนี้ในมือเขาไม่มีดวงตาคู่ที่ 2 ให้ควบคุม ดังนั้นมังเงเคียวชาริงกันของเขาในตอนนี้จึงว่างเปล่า วิชาเนตรที่ใช้ได้มีเพียง 'ซูซาโนะโอ' อย่างเดียว
และเมื่อเทียบกับวิชาเนตรมังเงเคียวอย่าง 'เทวีสุริยา' และ 'สึคุโยมิ' ที่ใช้เพียงตาข้างเดียวได้ 'ซูซาโนะโอ' เป็นภาระต่อร่างกายมากกว่า และสิ้นเปลืองพลังเนตรมากกว่าเยอะ
หากต่อสู้ด้วย 'ซูซาโนะโอ' ทุกรอบ เขาทนได้ไม่กี่รอบหรอก
ชินจิจัดระเบียบความคิด ครุ่นคิดหาวิธีแก้ไข
วิธีแก้ไขก็พอมี
วิธีที่เรียบง่ายตรงไปตรงมาที่สุดคือ ตามหามังเงเคียวชาริงกันของสายเลือดใกล้ชิด 1 คู่ เพื่อพัฒนามังเงเคียวชาริงกันของตนเองให้กลายเป็นมังเงเคียวชาริงกันนิรันดร์
อย่างน้อยที่สุด ก็ต้องหามังเงเคียวชาริงกันคู่ที่ 2 มาให้ 'โคมศักดิ์สิทธิ์ซูซาโนะโอ' ควบคุม เพื่อให้มีวิชาเนตรไว้ใช้งานมากขึ้น
ตามแนวคิดนี้ เขาเริ่มประเมินมังเงเคียวชาริงกันหลายคู่ที่มีอยู่ในโลกนินจาตอนนี้ "ไม่นับของฉัน ตอนนี้มังเงเคียวในโลกนินจาน่าจะมี 4 คู่..."
มังเงเคียวของโอบิโตะ ข้างหนึ่งอยู่ที่โอบิโตะเอง อีกข้างอยู่ที่คาคาชิ
มังเงเคียวของชิซุย ข้างหนึ่งถูกดันโซแย่งไป อีกข้างถูกอิทาจิเก็บไว้
มังเงเคียวของอิทาจิอยู่กับตัวเขาเอง
มังเงเคียวทั้ง 3 คู่นี้ล้วนถูกครอบครองโดยผู้แข็งแกร่ง ด้วยความแข็งแกร่งของชินจิตอนนี้ อย่าแม้แต่จะคิด
คู่เดียวที่พอจะมีความหวัง ก็มีแค่มังเงเคียวชาริงกันของอุจิวะ ฟุกาคุ ผู้นำตระกูลอุจิวะผู้ล่วงลับคู่เดียวเท่านั้น
เหตุผลที่บอกว่าพอจะมีความหวัง หลักๆ เป็นเพราะฟุกาคุไม่เคยเปิดเผยความลับที่ว่าตัวเองมีมังเงเคียวชาริงกันจนกระทั่งตัวตาย
ดังนั้นแม้หมู่บ้านจะริบเนตรวงแหวนของฟุกาคุไป แต่ก็คงยังไม่รู้ว่านั่นคือมังเงเคียวคู่หนึ่ง
หากเป็นเช่นนี้ ระดับการคุ้มกันดวงตาคู่นั้นก็คงไม่สูงมาก
ท้ายที่สุดในคืนนั้นที่ห้องเก็บศพ ชินจิเห็นกับตาว่าหน่วยแพทย์ควักเนตรวงแหวนจากศพคนตระกูลอุจิวะทีละร่างใส่ในขวดน้ำยา
ได้เนตรวงแหวนไปมากมายในคราวเดียว ความล้ำค่าของเนตรวงแหวนย่อมถูกลดทอนลง
ดังนั้นในบรรดามังเงเคียว 4 คู่ในโลกนินจา คู่นี้ของฟุกาคุน่าจะได้มาง่ายที่สุด และเป็นคู่ที่ชินจิมีโอกาสได้มาครอบครองมากที่สุด
"แต่ก่อนอื่นต้องรู้ก่อนว่าหมู่บ้านผนึกเนตรวงแหวนไว้ที่ไหน..."
แม้จะร้อนใจ แต่ชินจิก็รู้ว่าเรื่องนี้เร่งรีบไม่ได้ ต้องคิดให้รอบคอบ เพราะหากพลาดพลั้งไปนิดเดียว มังเงเคียวนอกจากจะไม่ได้มาแล้ว ตัวเขาเองอาจจะซวยไปด้วย
นอกจากนี้ การยกระดับกระบวนท่าและวิชานินจาของตัวเองให้เร็วที่สุด ก็เป็นเรื่องเร่งด่วนของเขาเช่นกัน
คิดไปคิดมา เขาก็เริ่มง่วงนอน หลังจากความตื่นเต้นจากการต่อสู้จางหายไป ความเหนื่อยล้าก็จู่โจมเข้ามา...
༺༻