เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 - สิบปีควบม้าสู้ศึก ไร้ผู้กล้าต่อกร

บทที่ 11 - สิบปีควบม้าสู้ศึก ไร้ผู้กล้าต่อกร

บทที่ 11 - สิบปีควบม้าสู้ศึก ไร้ผู้กล้าต่อกร


บทที่ 11 - สิบปีควบม้าสู้ศึก ไร้ผู้กล้าต่อกร

เมืองหลินโจว ตระกูลเฝิง

"โจวหลิน ลูกชายฉันตายแล้ว ถูกคนใช้ตะเกียบข้างเดียวฆ่าตาย เธอมาบอกไม่ให้ฉันรีบแก้แค้น เธอจะให้ฉันทนได้ยังไง พูดมาสิ"

เพล้ง

แก้วน้ำถูกเขวี้ยงลงกลางห้องโถง แตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

คนที่เขวี้ยงแก้วคือเฝิงกังในวัยห้าสิบกว่าปี สวมชุดไว้ทุกข์สีขาว ยืนเฝ้าอยู่ข้างโลงศพ เส้นเลือดบนใบหน้าปูดโปน รังสีอำนาจแผ่ซ่าน

ตอนนี้ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เขา

"เฝิงกัง จวินปู้ป้ายคนนี้พุ่งเป้ามาที่ห้าตระกูลของเรา มาด้วยความดุดัน ตอนนี้พวกเราคือตั๊กแตนที่ผูกติดอยู่บนเชือกเส้นเดียวกัน จะวู่วามไม่ได้เด็ดขาด"

โจวหลินขมวดคิ้วเอ่ย

"ห้ามวู่วาม หึ มันจวินปู้ป้ายนับเป็นตัวอะไร ฉันเฝิงกังสร้างเนื้อสร้างตัวจากสองมือเปล่า ก่อตั้งกลุ่มธุรกิจเฝิงอันยิ่งใหญ่จนผงาดขึ้นเป็นหนึ่งในห้าตระกูลยักษ์ใหญ่แห่งเมืองหลินโจว ฉันต้องกลัวมันด้วยเหรอ ไอ้เด็กเมื่อวานซืนที่ยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม ต่อให้ไปเป็นทหารมาสิบปี จะยิ่งใหญ่สักแค่ไหนกันเชียว โจวหลิน เธอคงไม่ได้กลัวมันหรอกนะ"

เฝิงกังมองโจวหลินด้วยสายตาเย้ยหยัน ในมือยังถือลูกประคำ แต่ลูกประคำกลับมีรอยร้าวราวกับจะระเบิดออก บ่งบอกถึงจิตสังหารในตัวเขา

เขาสร้างเนื้อสร้างตัวมาด้วยตัวเอง โหดเหี้ยมอำมหิต ทำทุกวิถีทาง หลายปีมานี้คนที่ถูกเขาฆ่าตายก็มีนับไม่ถ้วน จนได้รับฉายาว่าพยัคฆ์แห่งหลินโจว เขาไม่เคยหวาดกลัวอะไรทั้งนั้น

แต่เมื่อวานเขาได้รับข่าวว่า เฝิงหยวนข่ายลูกชายของเขาถูกคนที่ชื่อจวินปู้ป้ายฆ่าตาย ทำให้เขาโกรธจัด และตอนที่เขากำลังจะส่งคนไปฆ่าจวินปู้ป้าย โจวหลินก็มาหาถึงที่

บอกให้เขาห้ามวู่วาม

ลูกชายตายทั้งคน จะให้เขาห้ามวู่วาม พยัคฆ์ร้ายแห่งเมืองหลินโจวอย่างเขา คงเสียชาติเกิดแล้ว

"ตามที่ฉันสืบมา จวินปู้ป้ายคนนี้มีกองทหารส่วนตัวอยู่ใต้บังคับบัญชา และคนที่ลงมือฆ่าลูกน้องฉันเมื่อวาน ก็คือกองทหารส่วนตัวกลุ่มนี้นี่แหละ"

หว่างคิ้วของโจวหลินแฝงไปด้วยความกังวล

"หึๆ กองทหารส่วนตัว น่าสนใจดีนี่ กฎหมายแคว้นเซี่ยระบุไว้ว่า แม่ทัพห้ามมีกองทหารส่วนตัว แค่ส่งเรื่องไปฟ้องกองทัพ มันก็ตายศพไม่สวยแล้ว ไม่ต้องถึงมือฉันด้วยซ้ำ"

เฝิงกังหัวเราะลั่น ก่อนจะพูดต่อ

"ฮ่าๆๆ โจวหลิน ที่เธอไม่ให้ฉันลงมือ เป็นเพราะเธอฟ้องกองทัพไปแล้วใช่ไหมล่ะ"

"ใช่ ฟ้องไปแล้ว"

โจวหลินพยักหน้า แต่สีหน้ากลับเปลี่ยนไปเล็กน้อย

"แต่... คำตอบที่ฉันได้รับคือ จวินปู้ป้ายมีสิทธิ์ครอบครองกองทหารส่วนตัว"

ทันใดนั้น ทั้งห้องโถงก็เงียบสงัดลง สีหน้าของเฝิงกังแข็งค้างไปในพริบตา

แม่ทัพห้ามมีกองทหารส่วนตัว นี่คือข้อห้ามเด็ดขาด

แต่จวินปู้ป้ายกลับมีกองทหารส่วนตัว

นั่นก็หมายความว่า ตำแหน่งของเขาในกองทัพ คงจะ...

"เรื่องอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่พวกเราคิด จวินปู้ป้ายอาจจะกำลังปฏิบัติภารกิจอยู่ก็ได้ แต่ยังไงซะ ตอนนี้นายก็ยังรับมือเขาไม่ได้ พูดตามตรงนะ ที่วันนี้ฉันมาหานาย ก็เพราะไม่อยากให้นายต้องไปตายเปล่า ถึงตอนนั้นถ้าตระกูลนายถูกฆ่าล้างโคตร พันธมิตรธุรกิจเฟิงเย่ของเราก็จะเสียกำลังสำคัญไป"

"อ้อ อย่าลืมนะว่า นายยังมีลูกชายอยู่อีกคน"

ความหมายในคำพูดของโจวหลินชัดเจนมาก ต้องการให้เฝิงกังอดทนไว้ก่อน

ปัง

ลูกประคำในมือเฝิงกังแตกกระจายทีละเม็ด สีหน้าของเฝิงกังยิ่งดูย่ำแย่ลงไปอีก ใบหน้าเขียวคล้ำ ผ่านไปพักใหญ่ ถึงได้เอ่ยปากสั่งคนสนิทข้างกาย

"พ่อบ้าน สั่งระงับแผนการรับมือจวินปู้ป้ายทั้งหมด"

"นายท่าน แต่ไอ้หมอนั่นมันฆ่านายน้อยนะครับ"

พ่อบ้านอุทานด้วยความตกใจ

ปกติเฝิงกังเป็นคนอารมณ์ร้อน ขัดหูขัดตาใคร ก็มักจะลงมือจัดการทันที ในเมืองหลินโจวแทบไม่มีใครกล้าแหยมกับเขาเลย

"ฉันสั่งให้แกไป... ระงับแผน"

เฝิงกังกวาดสายตามองพ่อบ้าน ด้วยสายตาที่ราวกับจะฆ่าคน

ทำเอาพ่อบ้านสะดุ้งโหยง รีบค้อมตัวรับคำ

"ครับๆๆ"

พูดจบ ก็รีบวิ่งออกไปจัดการระงับแผนการทั้งหมดทันที

"ลูกชายฉันจะฝังในอีกเจ็ดวันข้างหน้า หากถึงวันนั้น เธอยังไม่มีคำตอบที่น่าพอใจมาให้ฉัน ก็อย่าหาว่าฉันไม่เห็นแก่ส่วนรวมก็แล้วกัน"

"ได้"

ตกลงกันเสร็จ โจวหลินก็เดินออกจากคฤหาสน์ตระกูลเฝิง

แต่พอเดินออกมาข้างนอก โจวหลินเงยหน้าขึ้น ท้องฟ้ามืดมิดสนิท ในใจของเธอราวกับมีหินก้อนใหญ่ทับเอาไว้ รู้สึกหนักอึ้งอย่างบอกไม่ถูก

แรงกดดันที่จวินปู้ป้ายมอบให้มันมากเกินไป ราวกับจักรพรรดิ

ทำให้เธอรู้สึกอยู่เสมอว่า ต่อให้เธอจะทุ่มเทกำลังทั้งหมด ก็ไม่อาจต่อต้านเขาได้

"จวินปู้ป้าย ฉันไม่มีทางยอมแพ้หรอก"

โจวหลินกัดฟันกรอด ขึ้นไปนั่งบนรถพอร์ชของตัวเอง จากนั้นเธอก็เตรียมตัวไปหาตระกูลเซี่ยงแห่งพันธมิตรธุรกิจเฟิงเย่ นั่นคือตระกูลอันดับหนึ่งของเมืองหลินโจวในตอนนี้ และยังเป็นประธานของพันธมิตรธุรกิจเฟิงเย่อีกด้วย

……

จัดการเรื่องของจางเทาเสร็จ จวินปู้ป้ายก็กลับมาที่คฤหาสน์ของตัวเอง

หกโมงครึ่งของเช้าวันต่อมา

จวินปู้ป้ายตื่นนอน นี่คือเวลาตื่นนอนในกองทัพ ในฐานะผู้บัญชาการทหารสูงสุด ย่อมต้องรักษาเวลาอย่างเคร่งครัด

ต่อให้ตอนนี้จะอยู่ในช่วงพักร้อน แต่ความเคยชินที่ฝังลึกอยู่ในสายเลือด ก็ทำให้เขาไม่เคยปล่อยปละละเลย

ฉินอี๋กับอาฮวายังไม่ตื่น จวินปู้ป้ายเปลี่ยนมาใส่ชุดกีฬา เผยให้เห็นรูปร่างที่ดูผอมเพรียว แต่กลับเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ

เปิดประตูห้องออกมา เซียวซานก็ยืนรออยู่ที่หน้าประตูแล้ว

"เซียวซาน ตระกูลลั่วกับตระกูลหลี่ติดต่อมาหาเราหรือยัง"

จวินปู้ป้ายถาม

"ยังครับ"

เซียวซานส่ายหน้า

"เวลาหนึ่งวันที่ฉันให้ไป หมดลงแล้ว ในเมื่อไม่ยอมติดต่อมา ก็อย่าหาว่าฉันโหดร้ายก็แล้วกัน"

จวินปู้ป้ายพูดจบ ก็เริ่มต้นการวิ่งจ็อกกิ้งยามเช้า

ตอนเด็กๆ จวินปู้ป้ายก็มีนิสัยชอบวิ่งตอนเช้าอยู่แล้ว ตอนนั้นเขาจะวิ่งวนรอบทางแยกในหมู่บ้าน ต่อมาพอเข้ากองทัพ เขาก็มักจะตื่นเช้ากว่าปกติครึ่งชั่วโมงเพื่อมาวิ่ง

ไม่ว่าจะเป็นวันหยุดหรือไม่ ก็ทำแบบนี้เสมอ

แต่ตอนนี้ เขาเปลี่ยนมาวิ่งวนรอบเขตคฤหาสน์แห่งนี้แทน การตกแต่งสไตล์ยุโรปล้วนๆ มีเครื่องออกกำลังกายที่จัดวางอย่างเหมาะสม และคฤหาสน์หลากหลายแบบภายในโครงการ

วิ่งไปได้สองรอบ แสงอรุณก็เริ่มสาดส่อง อาบไล้ไปทั่วเขตคฤหาสน์ราวกับแสงสีทอง

จวินปู้ป้ายหยุดยืนอยู่บนถนนหน้าคฤหาสน์ของตัวเอง มองดูพระอาทิตย์ที่กำลังค่อยๆ โผล่พ้นขอบฟ้า

แกร๊ก

ที่คฤหาสน์ฝั่งตรงข้าม ซึ่งอยู่ตรงหน้าจวินปู้ป้ายพอดี ประตูเปิดออก

ผู้หญิงคนหนึ่งสวมชุดนอนกระโปรงสีขาวเดินออกมา เธอเดินออกมารับแสงแดด ชุดกระโปรงราวกับถูกย้อมด้วยสีทอง บิดขี้เกียจเล็กน้อย ก่อนจะสังเกตเห็นจวินปู้ป้ายที่อยู่ตรงหน้า และส่งยิ้มให้

"คุณคือเพื่อนบ้านใหม่ของฉันเหรอคะ"

น้ำเสียงของเธอไพเราะ นุ่มนวล ชวนฟังราวกับนกขมิ้น

"ใช่ ผมเพิ่งย้ายเข้ามาเมื่อวาน"

จวินปู้ป้ายพยักหน้า

"สวัสดีค่ะ ฉันคือเพื่อนบ้านของคุณ ฉันชื่อเจียงเยี่ยนหลิงค่ะ"

"สวัสดี ผมชื่อจวินปู้ป้าย"

ทั้งสองทำความรู้จักกันภายใต้แสงแรกของวัน เป็นภาพที่งดงามและบริสุทธิ์

จนกระทั่งจวินปู้ป้ายกลับเข้ามาในคฤหาสน์ เซียวซานก็ขยิบตาให้เขา แล้วพูดว่า

"นายท่าน ผู้หญิงคนเมื่อกี้คือเทพธิดามหาชน เจียงเยี่ยนหลิง เลยนะครับ มีแฟนคลับตั้งห้าสิบล้านคน ผมเองก็เป็นแฟนคลับเธอเหมือนกัน ที่ซื้อบ้านหลังนี้ก็เพราะอยากอยู่ใกล้ๆ เธอนี่แหละ"

"อ้าว แล้วทำไมนายไม่ไปจีบเธอล่ะ"

จวินปู้ป้ายมองลูกน้อง แล้วเอ่ยแซว

"ไม่คู่ควรครับ อีกอย่าง นายท่านก็รู้ว่าผมมีคู่หมั้นอยู่แล้ว ถึงแม้เธอจะดุไปหน่อย อารมณ์ร้อนไปนิด แต่งานแต่งงานก็ถูกกำหนดไว้ตั้งแต่เด็กแล้ว"

"ฉันจำได้ว่านายเคยเล่าให้ฟัง ตอนอายุสิบสี่ นายแอบดูเขาอาบน้ำ แล้วโดนจับได้ หลังจากนั้นเพราะสองครอบครัวสนิทกัน ก็เลยจับหมั้นหมายกันไปเลย"

เซียวซานลูบจมูก รู้สึกเขินอายเล็กน้อยที่ถูกรื้อฟื้นเรื่องในอดีต แต่ก็รีบเปลี่ยนเรื่องพูด

"พี่น้องทางแดนบูรพาส่งข่าวมา ถามว่าเมื่อไหร่จะได้ดื่มเหล้ามงคลของนายท่านครับ"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 11 - สิบปีควบม้าสู้ศึก ไร้ผู้กล้าต่อกร

คัดลอกลิงก์แล้ว