เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 - โยนขี้ให้คนเก่า ส่วนคนใหม่ไม่ขอรับ

บทที่ 7 - โยนขี้ให้คนเก่า ส่วนคนใหม่ไม่ขอรับ

บทที่ 7 - โยนขี้ให้คนเก่า ส่วนคนใหม่ไม่ขอรับ


คืนนั้นโจวมู่เฉินนอนไม่หลับเลย

ไม่ใช่เพราะตื่นเต้น แต่เพราะต้องนั่งปั่นแผนธุรกิจจนถึงตีสาม

ในชาติก่อนเขาเป็นโปรแกรมเมอร์ ไม่ใช่นักธุรกิจ ไอ่แผนธุรกิจอะไรนี่ เขาเคยเห็นแต่เทมเพลตในเน็ตเท่านั้นแหละ แต่ในเมื่อหลิวอี้เฟยเอ่ยปากขอ เขาก็ต้องกัดฟันเขียนออกมาให้ได้

โชคดีที่โซฟอนช่วยชีวิตไว้

เขาให้โซฟอนช่วยรวบรวมโมเดลธุรกิจของบริษัท AI ที่มีอยู่ในตลาดมาสรุปให้ฟัง แล้วก็เอามาผสมกับข้อได้เปรียบทางเทคโนโลยีของ "โซฟอน รุ่นที่ 1" จนคลอดแผนธุรกิจความยาวกว่ายี่สิบหน้าออกมาได้สำเร็จ

ถึงจะเขียนแบบถูๆ ไถๆ ไปบ้าง แต่เนื้อหาสำคัญก็มีครบ—วิเคราะห์ตลาด ข้อได้เปรียบทางเทคโนโลยี โมเดลธุรกิจ แผนการระดมทุน โครงสร้างผู้ถือหุ้น...

แปดโมงเช้า โจวมู่เฉินหอบขอบตาดำคล้ำเดินลงบันไดมา

ป้าจางทำอาหารเช้าเสร็จพอดี เห็นสภาพเขาแล้วก็ตกใจ "คุณโจว นี่คือ... ไม่ได้นอนเหรอคะ?"

โจวมู่เฉินโบกมือปัด "ไม่เป็นไรครับ แค่นั่งเขียนงานจนดึกไปหน่อย ป้าจางครับ คุณหลิวตื่นหรือยังครับ?"

"ซีซีเหรอ" ป้าจางมองขึ้นไปชั้นบน "ยังเลยจ้ะ นานๆ จะได้พัก ปล่อยให้นอนต่ออีกหน่อยเถอะ"

โจวมู่เฉินพยักหน้า นั่งลงที่โต๊ะอาหาร กินโจ๊กไปพลาง ตรวจดูแผนธุรกิจในมือไปพลาง

เก้าโมง หลิวอี้เฟยก็ลงมา

วันนี้เธอแต่งตัวสบายๆ เสื้อยืดสีขาวตัวโคร่งกับกางเกงวอร์มสีอ่อน รวบผมหางม้าลวกๆ หน้าสด แต่ผิวกลับใสปิ๊งจนน่าอิจฉา

โจวมู่เฉินเงยหน้ามอง จู่ๆ ก็รู้สึกว่าภาพตรงหน้ามันดูเหนือจริงไปหน่อย—

นางฟ้าในชุดอยู่บ้าน ท่าทางงัวเงียเดินมานั่งลงตรงข้ามเขา ยกแก้วนมขึ้นจิบ

มันช่าง... ธรรมดาสามัญเหลือเกิน

ธรรมดาจนเขาเกือบจะลืมไปแล้วว่าเธอดังแค่ไหน

"อรุณสวัสดิ์" หลิวอี้เฟยวางแก้วนมลง มองหน้าเขา "ทำไมขอบตาคุณดำปื๊ดแบบนั้นล่ะ?"

โจวมู่เฉินชี้ไปที่แผนธุรกิจข้างมือ "ก็เขียนไอ้นี่ไงครับ"

สายตาหลิวอี้เฟยเลื่อนไปที่แฟ้มเอกสารนั้น คิ้วเลิกขึ้นนิดๆ

"เขียนเสร็จแล้วเหรอ?"

โจวมู่เฉินเลื่อนแฟ้มส่งให้ "คุณลองดูสิครับ ตรงไหนไม่โอเคเดี๋ยวผมเอาไปแก้ใหม่"

หลิวอี้เฟยรับไป เปิดดูหน้าแรก

โจวมู่เฉินถือชามโจ๊กค้าง ลอบสังเกตสีหน้าเธอ

เธออ่านอย่างตั้งใจ พลิกดูทีละหน้า บางทีก็ขมวดคิ้วนิดๆ บางทีสายตาก็มีประกาย บางทีก็หยุดอ่านหน้านั้นนานเป็นพิเศษ

ใจของโจวมู่เฉินเต้นตุ๊มๆ ต่อมๆ

สิบนาทีผ่านไป หลิวอี้เฟยก็ปิดแฟ้ม เงยหน้ามองเขา

"คุณเขียนเองหมดเลยเหรอ?"

โจวมู่เฉินพยักหน้า

หลิวอี้เฟยเงียบไปสองวินาที จู่ๆ ก็ถามขึ้นว่า "เมื่อคืนคุณนอนกี่ทุ่ม?"

"...ตีสามครับ"

"เช้านี้ตื่นกี่โมง?"

"แปดโมงครับ"

หลิวอี้เฟยมองเขา ในแววตาฉายแววความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก

จากนั้นเธอก็ถอนหายใจเบาๆ วางแฟ้มเอกสารไว้ข้างๆ "กินข้าวให้เสร็จก่อนเถอะ กินเสร็จค่อยคุย"

โจวมู่เฉิน: "...แล้วเรื่องลงทุนล่ะครับ?"

หลิวอี้เฟยยกแก้วนมขึ้นดื่ม "ฉันยังอ่านไม่จบเลย กินข้าวเสร็จค่อยคุย"

โจวมู่เฉินเลยต้องก้มหน้าก้มตากินข้าวต่อไป

พอกินเสร็จ ป้าจางก็มาเก็บชาม หลิวอี้เฟยถือแฟ้มเอกสารเดินไปที่ห้องนั่งเล่น

โจวมู่เฉินเดินตามไป นั่งลงบนโซฟาเดี่ยวตัวข้างๆ รอฟังคำตัดสินจากเธอ

หลิวอี้เฟยพิงพนักโซฟา พลิกดูแผนธุรกิจอีกครั้ง แล้วเงยหน้ามองเขา

"โจวมู่เฉิน"

"ครับ?"

"ฉันขอถามอะไรหน่อยสิ"

"ถามมาเลยครับ"

หลิวอี้เฟยมองเขา แววตาสงบนิ่ง แต่คำถามที่พ่นออกมาทำเอาโจวมู่เฉินใจหายวาบ—

"คุณเคยทำธุรกิจมาสองรอบ แล้วก็เจ๊งทั้งสองรอบ ทำไมถึงคิดว่าครั้งนี้จะรอดล่ะ?"

โจวมู่เฉินเตรียมตัวมาดี ชี้ไปที่แผนธุรกิจในมือเธอ "เพราะเทคโนโลยีไงครับ ระบบ AI ที่ผมมีอยู่ตอนนี้ มันดีกว่าทุกเจ้าในตลาดเลยนะ ผมไม่ได้โม้นะ แต่มันคือความจริงล้วนๆ"

หลิวอี้เฟยไม่ได้แย้ง ถามต่อ "คุณต้องการเงินเท่าไหร่?"

"รอบแรก สิบล้านครับ"

"ถ้าให้สิบล้าน คุณจะเอาไปทำอะไรได้บ้าง?"

โจวมู่เฉินคิดอยู่ครู่หนึ่ง "ภายในหนึ่งปี ผมจะพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ออกมาใช้ในเชิงพาณิชย์ได้ ภายในสองปี จะระดมทุนรอบ Series A ให้ได้ ภายในห้าปี ต้องขึ้นเป็นท็อปทรีของวงการให้ได้"

หลิวอี้เฟยมองเขา จู่ๆ ก็ยิ้มออกมา

รอยยิ้มนั้นบางเบา แต่โจวมู่เฉินกลับรู้สึกเย็นวาบที่สันหลัง

"คุณนี่ก็ช่างกล้าพูดนะ"

โจวมู่เฉินฝืนใจตอบ "ผมมีดีพอให้กล้าพูดครับ"

หลิวอี้เฟยไม่พูดอะไร ก้มหน้าอ่านแผนธุรกิจต่อ

ห้องนั่งเล่นตกอยู่ในความเงียบ มีเพียงเสียงพลิกกระดาษดังขึ้นเป็นระยะ

โจวมู่เฉินนั่งอยู่บนโซฟา รอให้เธอเปิดปาก

ในตอนนั้นเอง หน้าจอมือถือของหลิวอี้เฟยที่วางอยู่บนโต๊ะกระจกก็สว่างวาบขึ้น

มีข่าวแจ้งเตือนเข้ามา

หลิวอี้เฟยชำเลืองมองตามสัญชาตญาณ แล้วจากนั้น—

สีหน้าเธอก็เปลี่ยนไป

โจวมู่เฉินเห็นสายตาเธอหยุดชะงัก คิ้วขมวดเข้าหากันเล็กน้อย

"มีอะไรหรือเปล่าครับ?" เขาถาม

หลิวอี้เฟยไม่ตอบ หยิบมือถือขึ้นมา กดเข้าไปดูข่าวนั้น

โจวมู่เฉินเห็นนิ้วของเธอเลื่อนหน้าจอไปเรื่อยๆ สีหน้าก็เริ่มมีร่องรอยแปลกประหลาดขึ้นเรื่อยๆ

ผ่านไปสิบกว่าวินาที เธอก็เงยหน้าขึ้น มองมาที่โจวมู่เฉิน

สายตานั้น—

จะว่ายังไงดีล่ะ

มันซับซ้อนมาก

ซับซ้อนจนโจวมู่เฉินชักจะเสียวสันหลัง

"โจวมู่เฉิน" เสียงของเธอแผ่วเบา "คุณติดเทรนด์ฮิตแล้วนะ"

โจวมู่เฉินสะดุ้ง "อะไรนะครับ?"

หลิวอี้เฟยยื่นมือถือให้

โจวมู่เฉินรับมาดู แล้วก็ต้องเบิกตากว้าง

บนหน้าจอคือข่าวซุบซิบดารา พาดหัวตัวเบ้อเริ่ม—

[เอ็กซ์คลูซีฟ! เปิดวาร์ปชายหนุ่มปริศนาของหลิวอี้เฟย: เด็กหัวกะทิชิงหวา ประวัติรักโชกโชน เคยทำธุรกิจเจ๊งมาแล้วสองรอบ]

ด้านล่างมีรูปถ่าย เป็นรูปด้านข้างของเขาตอนเดินอยู่ริมถนน ไม่รู้โดนแอบถ่ายไปตั้งแต่เมื่อไหร่

พอเลื่อนลงมาอีก—

[ชาวเน็ตขุดประวัติหมดเปลือก]

ชื่อ: โจวมู่เฉิน

อายุ: 25 ปี

ส่วนสูง: 185 ซม.

น้ำหนัก: 75 กก.

ภูมิลำเนา: อำเภอ... มณฑล...

ประวัติ: พ่อแม่เสียชีวิตตั้งแต่เด็ก โตมากับปู่ย่า ปัจจุบันปู่ย่าเสียชีวิตแล้ว สอบเข้ามหาวิทยาลัยชิงหวาได้ด้วยคะแนนอันดับหนึ่งของอำเภอตอนอายุ 18 ปริญญาตรีสาขาฟิสิกส์ ปริญญาโทสาขาคอมพิวเตอร์

ประวัติการทำธุรกิจ: เริ่มทำธุรกิจครั้งแรกปี 2012 ทำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ หนึ่งปีต่อมาเจ๊ง; ทำธุรกิจครั้งที่สองปี 2014 ทำโปรเจกต์แชร์เศรษฐกิจ ครึ่งปีต่อมาเจ๊ง ปัจจุบันมีหนี้สินราว 1.2 ล้านหยวน

ประวัติความรัก——

โจวมู่เฉินอ่านมาถึงตรงนี้ ก็เริ่มลางสังหรณ์ไม่ดีแล้ว

เขาเลื่อนลงไปอ่านต่อ

[จากการเปิดเผยของศิษย์เก่าชิงหวาหลายคน โจวมู่เฉินมีประวัติความรักโชกโชนมากสมัยเรียนมหาวิทยาลัย เคยมีข่าวพัวพันกับสาวระดับดาวมหา'ลัยถึงสี่คน แหล่งข่าวระบุว่า แฟนเก่าทุกคนล้วนเป็นที่ยอมรับกันดีว่าเป็นสาวสวยประจำคณะ หน้าตาดีระดับท็อป]

[นี่คือรายชื่อสาวๆ ที่ลือกันว่าเคยคบหาด้วย (ข้อมูลบางส่วนยังไม่ได้รับการยืนยัน):]

[1. จางอวี่เวย รหัส 53 คณะเศรษฐศาสตร์และการจัดการ เคยได้รับเลือกเป็น "ดาวมหาวิทยาลัยชิงหวา"]

[2. หลี่มู่ฉาน รหัส 54 คณะวารสารศาสตร์ พิธีกรชื่อดังของมหาวิทยาลัย]

[3. หวังอวิ๋นถิง รหัส 55 คณะวิจิตรศิลป์ นางฟ้าสายอาร์ต]

[4. จ้าวจือเซี่ย รหัส 56 คณะอักษรศาสตร์ พูดได้สี่ภาษา]

[ปัจจุบัน ประวัติการศึกษา ส่วนสูงน้ำหนัก และประวัติการทำธุรกิจของโจวมู่เฉิน ได้รับการยืนยันจากหลายฝ่ายแล้ว ส่วนเรื่องประวัติความรักยังไม่มีการชี้แจงจากเจ้าตัว]

โจวมู่เฉินมองประวัติแฉยับละเอียดถี่ยิบนี้แล้วถึงกับหน้าชา

พ่อแม่ตายตั้งแต่เด็ก อันนี้เรื่องจริง

สอบได้ที่หนึ่งเข้าชิงหวา ก็เรื่องจริง

ทำธุรกิจเจ๊งสองรอบ ก็เรื่องจริง

หนี้ท่วมหัวล้านกว่า ก็จริงอีก

แต่ทว่า—

ไอ้ประวัติความรักบ้าบอนี่มันอะไรกันวะ?

สี่คน?

ดาวมหา'ลัยล้วนๆ ด้วย?

เขาไม่เห็นจะรู้เลยว่าร่างเดิมมันจะเก่งเรื่องหม้อหญิงขนาดนี้?

โจวมู่เฉินพยายามขุดความทรงจำของเจ้าของร่างอย่างสุดฤทธิ์—

จางอวี่เวย... เหมือนจะเคยคบกันจริง แต่นั่นมันตอนปีสอง คบกันไม่ถึงครึ่งปีก็เลิก

หลี่มู่ฉาน... ยัยนี่ใครวะ เขาไม่เห็นจะจำได้เลย!

หวังอวิ๋นถิง... เดี๋ยวนะ คนนี้เจ้าของร่างรู้จักก็จริง แต่เป็นแค่เพื่อนธรรมดา ไปกิ๊กกันตอนไหนฟะ?

จ้าวจือเซี่ย... เด็กอักษรฯ? เจ้าของร่างไม่เคยรู้จักเด็กอักษรฯ ด้วยซ้ำ!

ใครมันเป็นคนมั่วข่าววะเนี่ย?

โจวมู่เฉินเลื่อนลงไปดูคอมเมนต์ของชาวเน็ต—

[User 7890]: เชี่ยเอ๊ย ไอ้หนุ่มนี่ก็ไม่เบาแฮะ พ่อแม่ตายหมดแต่สอบเข้าชิงหวาได้ โคตรสู้ชีวิต!

[User 4521]: เสียดายดวงกุดไปหน่อย ทำธุรกิจเจ๊งสองรอบ เป็นหนี้ล้านกว่า... ชาตินี้จะใช้หมดไหมเนี่ย?

[User 3367]: เรื่องอื่นช่างมันเหอะ ฉันอยากรู้แค่อย่างเดียว มันจีบดาวมหา'ลัยตั้งเยอะตั้งแยะได้ยังไง? ขอฮาวทูหน่อยดิ!

[User 8902]: กินหรูอยู่แพงจริงๆ... แฟนระดับดาวมหา'ลัยตั้งสี่คน แถมแต่ละคนก็สวยระดับท็อปทั้งนั้น ไอ้หนุ่มนี่ชาติที่แล้วกู้ชาติมาหรือไง?

[User 1234]: เดี๋ยวนะ พวกแกไม่สังเกตจุดสำคัญกันเหรอ? ตอนนี้มันอยู่กับหลิวอี้เฟยนะเว้ย!!! ดาวมหา'ลัยสี่คนจะไปมีความหมายอะไร มันสอยนางฟ้ามาครองแล้ว!!!

[User 5678]: ปิดคดีเลยพี่น้อง ไอ้หมอนี่ไม่ได้ดวงกุดหรอก มันเอาดวงไปใช้กับผู้หญิงหมดต่างหากล่ะ

[User 9012]: ฐานะแฟนคลับหลิวอี้เฟยขอประกาศ: ไม่ยอมรับโว้ยยยยย!!! ผู้ชายคนนี้ประวัติความรักเละเทะเกินไป ไม่คู่ควรกับซีซีของฉัน!!!

[User 4456]: คนนอกขอพูดหน่อยนะ: เอาจริงๆ โปรไฟล์ดีจริง แต่ประวัติรักโชกโชนไปหน่อย... ถ้าหลิวอี้เฟยคบกับหมอนี่จริง แฟนคลับคงอกแตกตาย

โจวมู่เฉินอ่านคอมเมนต์พวกนี้แล้วเหงื่อเริ่มซึมหน้าผาก

เขาไม่ได้แคร์ว่าชาวเน็ตจะมองเขายังไงหรอก

ที่เขาแคร์คือ—

หลิวอี้เฟยจะมองเขายังไง?

เขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้น มองไปที่หลิวอี้เฟยที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

หลิวอี้เฟยพิงโซฟา มองเขาอยู่

สายตานั้น...

จะว่ายังไงดีล่ะ

ไม่ได้โกรธ ไม่ได้รังเกียจ หรือขยะแขยง

แต่มันเป็นความรู้สึกแบบ—

ยิ้มเหมือนไม่ยิ้ม

แฝงแววหยอกเย้าอยู่หน่อยๆ

แล้วก็มี...

บางอย่างที่โจวมู่เฉินอ่านไม่ออก

ใจเขากระตุกวาบ

"เอ่อ..." เขาอ้าปากจะอธิบาย "ข่าวลือนั่น..."

"ดาวมหา'ลัยสี่คนเชียวนะ?" หลิวอี้เฟยพูดขัดขึ้นมา น้ำเสียงเบาหวิว แต่ละคำเหมือนค้อนเล็กๆ ทุบลงกลางใจเขา "โจวมู่เฉิน ร้ายไม่เบาเลยนี่นา"

โจวมู่เฉินหนังหัวชาดิ๊ก "ไม่ใช่นะครับ นั่นไม่ใช่ความจริง—"

"จางอวี่เวย, หลี่มู่ฉาน, หวังอวิ๋นถิง, จ้าวจือเซี่ย" หลิวอี้เฟยไล่เรียงทีละชื่อ "คณะเศรษฐศาสตร์ คณะวารสารศาสตร์ คณะวิจิตรศิลป์ คณะอักษรศาสตร์ สี่คณะ สี่ดาวเด่น คุณนี่กวาดเรียบทุกวงการเลยนะ"

โจวมู่เฉิน: "...นั่นชาวเน็ตมั่วต่างหาก!"

หลิวอี้เฟยเลิกคิ้ว "มั่วเหรอ?"

โจวมู่เฉินพยักหน้ารัวๆ "จริงๆ นะครับ ผมไม่รู้จักเด็กอักษรฯ คนนั้นด้วยซ้ำ เด็กศิลปกรรมนั่นก็แค่เพื่อนธรรมดา ส่วนเด็กวารสารศาสตร์ผมยิ่งไม่รู้เลยว่าใคร—"

"แล้วจางอวี่เวยล่ะ?" หลิวอี้เฟยถาม

โจวมู่เฉินถึงกับชะงัก

จางอวี่เวย...

ร่างเดิมเคยคบด้วยจริงๆ

เขาอ้าปากค้าง พูดอะไรไม่ออก

หลิวอี้เฟยเห็นเขาสตั๊นไปแบบนั้น จู่ๆ ก็หลุดหัวเราะออกมาเบาๆ

เสียงหัวเราะนั้นสั้นมาก จนฟังไม่ออกว่าอารมณ์ไหนกันแน่

โจวมู่เฉินยิ่งใจคอไม่ดีเข้าไปใหญ่

เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ตัดสินใจพูดความจริง "จางอวี่เวยเคยคบกันจริงครับ แต่นั่นมันตอนปีสอง คบกันไม่ถึงครึ่งปีก็เลิกแล้ว ส่วนคนอื่นๆ... ผมไม่รู้จักจริงๆ ชาวเน็ตมั่วข่าวเองทั้งนั้น"

หลิวอี้เฟยไม่พูดอะไร เพียงแต่มองเขา

สายตานั้นราวกับจะมองทะลุเข้าไปให้ถึงเนื้อใน

โจวมู่เฉินโดนมองจนรู้สึกอึดอัดไปหมด ต้องฝืนใจพูดต่อ "แถมพวกนั้นก็เป็นเรื่องอดีตไปหมดแล้ว ตอนนี้ผม..."

เขาหยุดไปนิดหนึ่ง

"ตอนนี้ผมตกอยู่ในสภาพไหน คุณก็รู้ เป็นหนี้ท่วมหัว ที่ซุกหัวนอนก็ยังไม่มี ผมจะเอาเวลาที่ไหนไปคิดเรื่องพวกนั้น"

หลิวอี้เฟยก็ยังคงเงียบอยู่ดี

ใจโจวมู่เฉินเริ่มร่วงหล่นลงไปทีละนิด

จบกัน

เรื่องลงทุนพังไม่เป็นท่าแหงๆ

ดาราระดับนางฟ้าอย่างเธอ มีหรือจะยอมมาลงทุนให้กับผู้ชายที่ 'ประวัติรักโชกโชน' แบบนี้?

ถึงจะแค่ข่าวลือในเน็ตก็เถอะ แต่เรื่องแบบนี้กันไว้ดีกว่าแก้

ใครจะอยากมาแปดเปื้อนกับ 'ผู้ชายเฮงซวย' กันล่ะ?

ขณะที่เขากำลังคิดหาวิธีแก้สถานการณ์ จู่ๆ หลิวอี้เฟยก็เปิดปากพูดขึ้นมา

"โจวมู่เฉิน"

เขาเงยหน้าขึ้น

หลิวอี้เฟยมองเขา แววตาหยอกเย้ายังไม่จางหาย แต่น้ำเสียงกลับจริงจังขึ้นมาก

"ที่คุณพูดมา เป็นความจริงทั้งหมดเลยใช่ไหม?"

โจวมู่เฉินอึ้งไปนิด ก่อนจะพยักหน้ารัวๆ "เรื่องจริงครับ! ผมสาบานได้เลย! เด็กอักษรฯ คนนั้น ผมยังไม่เคยเห็นหน้าเลยด้วยซ้ำ!"

หลิวอี้เฟยมองท่าทางร้อนรนอธิบายของเขาแล้ว มุมปากก็ยกขึ้นน้อยๆ

รอยยิ้มนั้นบางเบามาก แต่โจวมู่เฉินเห็นชัดเจน

เขาชะงักไปเลย

นี่คือ... ยิ้มแล้ว?

หลิวอี้เฟยละสายตา ยกแก้วน้ำบนโต๊ะขึ้นจิบ น้ำเสียงราบเรียบ "เอาล่ะๆ ไม่ต้องอธิบายแล้ว"

โจวมู่เฉินใจหายวาบ "คุณ... ไม่เชื่อผมเหรอ?"

หลิวอี้เฟยวางแก้วลง ช้อนตาขึ้นมองเขา

"ฉันจะเชื่อหรือไม่เชื่อคุณ มันสำคัญตรงไหนล่ะ?"

โจวมู่เฉินโดนถามจนไปไม่เป็น

สำคัญตรงไหนน่ะเหรอ?

ก็สำคัญสิ

แต่คำตอบนี้เขาพูดออกไปไม่ได้

หลิวอี้เฟยมองท่าทางอึกอักของเขา จู่ๆ ก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ

"โจวมู่เฉิน" เธอพูด "ฉันขอถามอะไรคุณข้อหนึ่งสิ"

โจวมู่เฉินพยักหน้า "ถามมาเลยครับ"

หลิวอี้เฟยมองเขาด้วยแววตาจริงจัง

"ตอนนี้ สิ่งที่คุณต้องการมากที่สุดคืออะไร?"

โจวมู่เฉินอึ้งไป

สิ่งที่เขาต้องการมากที่สุดตอนนี้?

ก็ต้องทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ มีหน้ามีตา ใช้หนี้ให้หมด แล้วก็ใช้ชีวิตให้สมกับที่เกิดมาเป็นคนไงล่ะ

เขาอ้าปากเตรียมจะพูดออกไป

แต่คำพูดกลับติดอยู่ที่ริมฝีปาก เขาหยุดชะงัก

เพราะเขามองเห็นดวงตาของหลิวอี้เฟย

ดวงตาคู่นั้นทั้งสว่างไสว ทั้งบริสุทธิ์ กำลังจับจ้องเขาอย่างตั้งใจ

ไม่ได้ลองใจ ไม่ได้ล้อเล่น แต่ถามออกมาจริงๆ

โจวมู่เฉินเงียบไปสองวินาที แล้วตอบออกไปตามความจริง:

"ผมอยากจะทำให้มันสำเร็จครับ"

หลิวอี้เฟยไม่พูดอะไร เพียงแต่มองเขา

โจวมู่เฉินพูดต่อ "ผมเคยล้มเหลวมาแล้วสองครั้ง แต่ครั้งนี้มันต่างออกไป ผมมีเทคโนโลยี มีทิศทาง ขาดก็แค่โอกาส ถ้าคุณให้โอกาสผม ผมรับรองว่าจะไม่ทำให้คุณผิดหวังแน่นอน"

เขาพูดอย่างจริงจัง หนักแน่นทุกถ้อยคำ

หลิวอี้เฟยฟังจบ ก็เงียบไปพักใหญ่

แล้วจู่ๆ เธอก็ยิ้มออกมา

คราวนี้ไม่ใช่รอยยิ้มแบบขำๆ เหมือนตอนแรก แต่เป็นรอยยิ้มจริงๆ ยิ้มจนตาหยีเป็นรูปสระอิ ออร่ารอบตัวเธอดูอ่อนโยนลงทันตาเห็น

"ตกลง" เธอลุกขึ้นยืน "แผนธุรกิจฉันรับไว้พิจารณาแล้วกัน เรื่องลงทุนฉันขอคิดดูอีกทีแล้วจะให้คำตอบ"

โจวมู่เฉินอึ้งไป "แล้ว... ข่าวแฉนั่นล่ะครับ..."

หลิวอี้เฟยเดินขึ้นบันไดไป ไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง

"ดาวมหา'ลัยสี่คน?"

เสียงของเธอดังลงมาจากบันได แฝงรอยยิ้มบางๆ

"โจวมู่เฉิน รสนิยมคุณเนี่ย ก็งั้นๆ แหละ"

โจวมู่เฉินยืนเค้งอยู่กับที่ มองแผ่นหลังของเธอหายลับไปตรงมุมบันได สมองว่างเปล่าไปหมด

ผ่านไปหลายวินาที กว่าเขาจะตั้งสติได้

ประโยคนั้นหมายความว่าไงวะ?

เชื่อ?

หรือไม่เชื่อ?

ตกลงว่าจะลงทุนให้?

หรือไม่ตกลง?

เขายืนงงเป็นไก่ตาแตกอยู่กลางห้องนั่งเล่น จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงระบบดังขึ้นในหัว—

[ค่าความนิยม +234,567]

[ค่าความนิยมปัจจุบัน: 1,789,432]

โจวมู่เฉิน: "..."

ชาวเน็ตยุคนี้มันเอาการเอางานจริงๆ

มีเรื่องอะไรปุ๊บก็พร้อมใจกันปั่นเทรนด์ปั๊บ

เขาก้มมองมือถือในมือ หน้าจอยังค้างอยู่ที่ข่าวแฉนั่น

ดาวมหา'ลัยสี่คน

เขาจ้องชื่อสี่คนนั้นอยู่สามวินาที จู่ๆ ก็ถอนหายใจออกมา

ร่างเดิมเอ๊ยร่างเดิม แกทิ้งขี้ไว้ให้ฉันเช็ดก้อนเบ้อเร่อเลยนะเว้ย

จบบทที่ บทที่ 7 - โยนขี้ให้คนเก่า ส่วนคนใหม่ไม่ขอรับ

คัดลอกลิงก์แล้ว