- หน้าแรก
- ระบบรีเฟรชคนดัง เปลี่ยนผมเป็นเทพก่อนสอบเกาเข่า
- บทที่ 203 - พวกนายเป็นปีศาจชัดๆ!
บทที่ 203 - พวกนายเป็นปีศาจชัดๆ!
บทที่ 203 - พวกนายเป็นปีศาจชัดๆ!
ใช้เงิน 3,000 หยวนสร้างโดรน แถมยังบรรทุกหัวรบได้ถึง 300 กิโลกรัมเนี่ยนะ? พูดไปใครจะไปเชื่อ!
ศาสตราจารย์ทั้งสองอ้าปากค้าง ไม่รู้จะสรรหาคำพูดไหนมาต่อบทสนทนาดี แต่ซูเฉิงกลับอธิบายให้พวกเขาฟังอย่างจริงจัง
เขาอธิบายว่าเขาออกแบบรูปแบบการรับน้ำหนักใหม่โดยอิงจากแรงยกและสัดส่วนโครงสร้างยังไง เครื่องยนต์ของเขามีข้อจำกัดเรื่องอุณหภูมิและแรงดันน้อยแค่ไหน!
และชิ้นส่วนพวกนี้เมื่ออยู่ท่ามกลางขีดความสามารถทางอุตสาหกรรมอันแข็งแกร่งของประเทศมังกร มันจะกลายเป็นเรื่องง่ายดายแค่ไหน!
พูดง่ายๆ ก็คือ โครงสร้างง่ายๆ พวกนี้ แค่คุณส่งออเดอร์ไปที่เมืองอี้อู โรงงานยังต้องถามกลับมาเลยว่า "จะเอากี่หมื่นชิ้นล่ะ!"
ไหนจะห้องเผาไหม้อีก แรงดันกับอุณหภูมิมันต้องการสูงกว่าหม้อไอน้ำแค่นิดเดียวเอง ให้บริษัทเอกชนผลิตก็ไม่น่าจะใช่เรื่องยากอะไรเลย!
ส่วนเรื่องเชื้อเพลิง เอทานอลกิโลกรัมละไม่กี่บาทเองไม่ใช่เหรอ?
ที่แพงที่สุดก็น่าจะเป็นหัวฉีดเดอลอวาล (Laval nozzle) แบบพิเศษที่ผมเพิ่งวาดออกมานั่นแหละ ขั้นตอนการผลิตน่าจะยากพอสมควร แต่ถ้าเป็นในประเทศมังกรล่ะก็ ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไรเลย!
คำถามรัวเป็นชุดของซูเฉิงทำเอาศาสตราจารย์ทั้งสองถึงกับมึนตึ้บ นี่มัน... ฉีกตำราเรียนชัดๆ!
นี่มัน... เตรียมลงสนามรบของจริงแล้วนี่นา!
ต่อให้พวกเรามาจากมหาวิทยาลัยทหารก็ยังไม่เคยรบจริงขนาดนี้เลยนะ! แล้วทำไมเมื่อกี้เธอถึงบอกว่านี่แหละคือแก่นแท้ของสงครามล่ะ?
เสียงของโนเบลดังก้องอยู่ในหัวของซูเฉิง! ยุคนั้นมีคนผลิตระเบิดตั้งมากมาย ทำไมฉัน โนเบล ถึงถูกขนานนามว่าเป็นราชาแห่งระเบิดได้ล่ะ?
นั่นก็เพราะระเบิดไนโตรกลีเซอรีนของฉันมันเป็นระดับอุตสาหกรรม เป็นเชิงพาณิชย์ และสามารถผลิตในระบบสายพานได้ไงล่ะ!
ก่อนที่ไนโตรกลีเซอรีนของฉันจะถูกประดิษฐ์ขึ้น ราคาของมันในอังกฤษอยู่ที่ปอนด์ละ 3 ชิลลิง 3 เพนซ์ แต่เมื่อไนโตรกลีเซอรีนของฉันเข้าสู่ตลาด...
ราคาก็ถูกกดลงเหลือแค่หนึ่งในสี่เท่านั้น!
ไม่ว่าจะเป็นสงครามยุคไหน ราคาของอาวุธและกำลังการผลิตต่างหากล่ะคือปัจจัยชี้ขาด!
"ผมรู้ว่าตอนนี้โดรนทหารขนาดใหญ่ของพวกคุณมันหาอะไรมาแทนไม่ได้ แต่ถ้าเป็นการข่มขู่หรือโจมตีจริงๆ คุณต้องใช้โดรนแบบนี้นะครับ!"
ซูเฉิงเข้าใจขีดความสามารถในการผลิตเชิงอุตสาหกรรมของประเทศมังกรเป็นอย่างดี
เขามั่นใจว่าของพวกนี้ต่อให้ไม่ต้องพึ่งรัฐวิสาหกิจเฉพาะทาง แม้แต่บริษัทเอกชนก็ทำได้สบายๆ!
ถ้าสถานการณ์ตึงเครียดมากพอ แค่รวมพลังคนทั้งประเทศ สร้างขึ้นมาแสนลำภายในสิบวันก็ยังมีความหวังเลย!
ศาสตราจารย์หลิวกับศาสตราจารย์กัวมองหน้ากัน พวกเขารู้สึกว่าตอนนี้ชักจะออกทะเลไปกันใหญ่แล้ว ถึงแม้ซูเฉิงจะออกแบบโดรนที่โคตรเจ๋งขึ้นมาได้ก็เถอะ
แต่ทำไมตอนนี้ถึงลากยาวไปถึงขั้นการทำสงครามได้ล่ะเนี่ย!
สงครามสมัยใหม่มันไม่ใช่แบบเมื่อก่อนแล้วนะ เรียกได้ว่าสงครามคือสนามทดสอบที่ดีที่สุดในการแสดงพัฒนาการทางเทคโนโลยีของยุคสมัยเลยต่างหาก
แต่ดูเหมือนการออกแบบและจินตนาการของซูเฉิงตอนนี้จะสวนทางกันไปหน่อยแล้วนะ!
"ใช่ครับ ผมเห็นในเน็ตว่าเรดาร์สมัยใหม่ตรวจจับโดรนได้!"
"แต่ถ้าโดรนที่คุณเจอ... มีจำนวนเป็นหมื่นลำล่ะ?"
"คุณจะใช้วิธีไหนสอยโดรนพวกนี้ให้ร่วงล่ะครับ?"
"อ้อ ลืมบอกไปเลย โดรนที่ผมออกแบบไว้เนี่ย ถ้าผลิตตามขั้นตอนเป๊ะๆ น่าจะทำความเร็วทะลุกำแพงเสียงได้เลยนะครับ!"
ทันใดนั้น ภาพจำลองก็ฉายวาบขึ้นมาในหัวของศาสตราจารย์หลิวและศาสตราจารย์กัวทันที!
โดรนหมื่นลำแถมยังเร็วเหนือเสียงเนี่ยนะ? ตัวเลขกับประสิทธิภาพระดับนี้ ต่อให้เป็นระบบป้องกันภัยทางอากาศของประเทศไหนในโลกก็รับมือไม่ไหวหรอก!
ความเร็วเหนือเสียงหมายความว่าคุณต้องใช้ขีปนาวุธต่อต้านอากาศยานยิงสกัด แล้วประเทศไหนมันจะมีขีปนาวุธพวกนี้เป็นหมื่นๆ ลูกกันล่ะ!
แถมขีปนาวุธต่อต้านอากาศยานลูกนึงก็ปาเข้าไปเป็นล้านดอลลาร์แล้ว เอาเงินเป็นล้านดอลลาร์ไปยิงของราคา 3,000 หยวนเนี่ยนะ?
ต่อให้คุณมีกำลังผลิตได้เรื่อยๆ แต่ความคุ้มค่าแบบนี้ใครจะไปสู้ไหวล่ะ?
ถ้าใช้ขีปนาวุธต่อต้านอากาศยานยิงก็คงเสียดายแย่ แต่ถ้าไม่ยิงสกัด ก็ต้องยอมรับสภาพโดนระเบิดอัดหน้าเข้าเต็มๆ!
ยังไงซะโดรนของผมก็บรรทุกหัวรบหนักตั้ง 300 กิโลกรัมเชียวนะ ส่วนข้างในจะยัดอะไรลงไปก็ให้กองทัพมังกรเป็นคนตัดสินใจเอาเองเถอะ!
ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ พอโดรนพวกนี้โผล่มา ความรู้สึกมืดฟ้ามัวดินบวกกับแรงกดดันทางจิตใจ มันจะทำให้ศัตรูสติแตกได้ง่ายๆ เลยนะ!
"ใช้เวลาแค่ครึ่งวัน ระบบป้องกันภัยทางอากาศของแดนอาทิตย์อุทัยก็พังพินาศแล้วครับ!"
"ไม่ต้องห่วงหรอกนะ วิธีนี้ใช้รับมือกับเรือบรรทุกเครื่องบินก็ได้ผลเหมือนกัน!"
ตอนนี้ศาสตราจารย์ทั้งสองรู้สึกว่าคนที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่เด็กมัธยมปลายแล้ว นี่มันปรมาจารย์ด้านยุทธศาสตร์ระดับท็อปชัดๆ
เขาถึงขนาดคิดเผื่อไว้แล้วด้วยซ้ำว่าถ้าอเมริกาเข้าแทรกแซงจะต้องรับมือยังไง!
วิธีรับมือกับเรือบรรทุกเครื่องบินนี่มันแสบจริงๆ กองเรือรบของคุณจะบรรทุกขีปนาวุธไปได้สักกี่ลูกกัน? คุณจะส่งเครื่องบินขับไล่ขึ้นฟ้าได้กี่ลำในเวลาสั้นๆ?
ตาแรกผมก็ปล่อยโดรนไปเลยห้าพันลำ จำนวนแค่นี้สำหรับผมไม่ถือว่าทุ่มหมดหน้าตักด้วยซ้ำ แต่สำหรับเรือบรรทุกเครื่องบินน่ะ... มันคือวันสิ้นโลกชัดๆ!
ต่อให้ระบบป้องกันภัยทางอากาศของคุณจะล้ำยุคสุดๆ ยิงโดรนร่วงไปได้ถึงเก้าในสิบส่วน แต่ก็ยังเหลืออีกห้าร้อยลำนะโว้ย!
ถ้าทั้งหมดนั้นพุ่งชนเป้าหมาย กองเรือบรรทุกเครื่องบินของคุณก็จบเห่แล้ว!
ยิ่งไปกว่านั้น โดรนพวกนี้ยังทำความเร็วได้ถึงหนึ่งมัคอีกต่างหาก!
ตอนนี้ศาสตราจารย์ทั้งสองรู้สึกว่าซูเฉิงน่ากลัวเกินไปแล้ว ตามหลักแล้วเนื้อหาที่คุยกันมันคือการก่อสงครามชัดๆ แต่ทำไมน้ำเสียงของซูเฉิงถึงยังดูราบเรียบขนาดนั้นล่ะ
แถมสีหน้ายังดูนิ่งสงบสุดๆ! ราวกับว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาวางแผนอะไรแบบนี้เลย!
[อัลเฟรด โนเบล: ใช่! เธอเสริมได้ดีมาก! กำลังการผลิตของประเทศมังกรคือรากฐานความสำเร็จของวิธีนี้!]
[อัลเฟรด โนเบล: นี่แหละคือเจตนารมณ์ดั้งเดิมตอนที่ผมคิดค้นระเบิดขึ้นมา ผมอยากใช้อาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงเพื่อสร้างสันติภาพให้กับโลกใบนี้!]
[อัลเฟรด โนเบล: พวกคุณควรทำแบบนั้นนะ! ทดลองในดินแดนอันกว้างใหญ่ของพวกคุณสักครั้ง!]
[อัลเฟรด โนเบล: ให้พวกแดนอาทิตย์อุทัยที่ไม่ยอมตัดใจได้เห็นซะบ้าง ให้พวกมันชั่งน้ำหนักผลที่จะตามมาหากก่อสงครามขึ้นจริงๆ!]
[อัลเฟรด โนเบล: สงครามที่แท้จริงไม่ได้ดูแค่การต่อสู้ในสมรภูมิ แต่ต้องดูว่าชนชาตินั้นมีความมั่นใจที่จะสู้ต่อไปหรือเปล่า สิ่งที่เราต้องทำลายก็คือความมั่นใจของพวกเขานี่แหละ!]
ซูเฉิงถ่ายทอดคำพูดเหล่านี้ให้ศาสตราจารย์ทั้งสองฟังทุกตัวอักษร ทำเอาทั้งคู่อึ้งจนพูดไม่ออก ในบ้านของซูเฉิงเปิดฮีตเตอร์เอาไว้แท้ๆ แต่พวกเขากลับรู้สึกหนาวสั่นไปทั้งตัว!
ก่อนหน้านี้ในเน็ตชอบบอกว่าประชาชนชาวมังกรต่างหากคือสายเหยี่ยว (กลุ่มที่สนับสนุนการใช้กำลังทหาร) ตัวจริง เรื่องนี้พวกเขาสองคนก็รู้อยู่หรอก
แต่ใครจะไปคิดล่ะว่าตอนนี้พวกสายเหยี่ยวมันจะอายุน้อยลงเรื่อยๆ ขนาดนี้!
แน่นอนว่าสิ่งที่ทำให้พวกเขาปรับตัวไม่ทันยิ่งกว่าก็คือ เด็กมัธยมปลายคนนี้ไม่ได้มีแค่ทฤษฎีในหัว หรือแค่ทักษะการลงมือปฏิบัติจริง แต่ตอนนี้สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือเขามีวิธีคิดเชิงยุทธศาสตร์ที่โคตรจะแปลกประหลาดด้วย!
ถึงศาสตราจารย์ทั้งสองจะไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน แต่พวกเขาก็ตระหนักได้ว่า... สิ่งที่ซูเฉิงพูดมาทั้งหมดนั้น มันดูมีเหตุผลสุดๆ
"แน่นอนครับ ถ้าแดนอาทิตย์อุทัยเห็นการแสดงแสนยานุภาพนี้ พวกเขาอาจจะเตรียมการป้องกันล่วงหน้า แต่ผมยังมีของที่ดีกว่านั้นอีก!"
ซูเฉิงใช้ปลายนิ้วเคาะเบาๆ ไปที่ภาพวาดของหัวฉีดเดอลอวาล (Laval nozzle) บนกระดาษ!
"นี่ต่างหากล่ะครับ คือการค้นพบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของผมในวันนี้!"
ศาสตราจารย์หลิวถึงกับนั่งหลังตรงแด่ว!
อัตราส่วนเชื้อเพลิงก่อนหน้านี้ พวกเขายังพอจะเอาไปวิจัยต่อยอดเองได้ แต่หัวฉีดเดอลอวาลธรรมดาๆ ที่ไม่มีวงจรไฟฟ้าเข้ามาแทรกแซงเลยเนี่ย มันจะกลายเป็นเครื่องยนต์ปรับทิศทางแรงขับ (Thrust-vectoring engine) ไปได้ยังไงกัน?
"ใช้การปรับอุณหภูมิครับ!"