- หน้าแรก
- ระบบเปิดสวนสัตว์ดึกดำบรรพ์ของผม ไม่ได้มีแค่ไดโนเสาร์
- บทที่ 105 การเกี้ยวพาราสี?
บทที่ 105 การเกี้ยวพาราสี?
บทที่ 105 การเกี้ยวพาราสี?
บทที่ 105 การเกี้ยวพาราสี?
“โฮก...”
เมื่อต้องเผชิญกับสไมโลดอนตัวเมียซึ่งแสดงท่าทีเป็นศัตรูอยู่ฝั่งตรงข้าม บลัดเบลดกลับไม่ถอยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันยังจ้องมองอีกฝ่ายอย่างหลงใหล
ดูรูปร่างนั่นสิ กล้ามเนื้ออันแข็งแรง แล้วก็เขี้ยวแหลมคมคู่นั้น!
สมบูรณ์แบบเหลือเกิน!
บนโลกนี้มีสไมโลดอนตัวเมียที่สมบูรณ์แบบถึงเพียงนี้อยู่ได้อย่างไร?
เพียงได้เห็นกับตา หัวใจของบลัดเบลดก็เต้นรัว จนแทบอยากพุ่งเข้าไปหาเสียเดี๋ยวนั้น...
เอาล่ะ พอแค่นี้ก่อน ชักจะเลยเถิดไปกันใหญ่แล้ว!
“โฮก!”
บลัดเบลดเชิดศีรษะขึ้น ก่อนส่งเสียงคำรามอย่างสง่างามไปทางอีกฝ่าย
เสียงคำรามเกี้ยวพาราสีซึ่งใช้แสดงความเป็นเพศผู้ของมัน ย่อมไม่มีความเป็นศัตรูเหมือนเสียงคำรามของอีกฝ่าย
ขณะเดียวกัน บลัดเบลดยังจัดท่าทางที่ตัวมันคิดว่าดูสง่างามและองอาจที่สุดออกมาอีกด้วย
ทว่าสไมโลดอนตัวเมียฝั่งตรงข้ามกลับไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย
ส่วนลูกสไมโลดอนตัวเล็กก็ถอยไปหลบอยู่ด้านหลังแม่ของมันเรียบร้อยแล้ว
เมื่อเห็นว่าสถานการณ์ยังคงชะงักงัน บลัดเบลดจึงลองก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวอย่างระมัดระวัง
“โฮก...”
สไมโลดอนตัวเมียยังคงจ้องบลัดเบลดอย่างระแวดระวัง ลำตัวส่วนหน้ากดต่ำลงเล็กน้อย ราวกับพร้อมจะพุ่งเข้าโจมตีอย่างรุนแรงได้ทุกเมื่อ
แต่เนื่องจากมีกระจกกั้นอยู่ตรงกลาง จึงไม่มีทางเกิดอันตรายขึ้นจริง
บลัดเบลดก้าวเข้าไปหาอีกฝ่ายเป็นก้าวที่สอง ตามด้วยก้าวที่สามและก้าวที่สี่
ทว่าในขณะที่มันกำลังจะก้าวเป็นครั้งที่ห้า ระยะห่างระหว่างทั้งสองก็เห็นได้ชัดว่าล้ำเส้นความอดทนของอีกฝ่ายแล้ว
“โฮก!”
สไมโลดอนตัวเมียส่งเสียงคำราม ก่อนพุ่งเข้าใส่บลัดเบลดอย่างฉับพลัน
บลัดเบลดตกใจจนต้องรีบชักอุ้งเท้าหน้าซึ่งกำลังยื่นออกไปกลับมา พร้อมถอยหลังติดกันสองก้าว
ใบหูทั้งสองข้างของมันลู่ลงโดยไม่รู้ตัว
โชคดีที่สไมโลดอนตัวเมียหยุดลงเมื่อพุ่งมาถึงกระจก
มันหันลำตัวกลับ ก่อนเดินลึกเข้าไปด้านในคอก โดยทิ้งสายตาเย็นชาไว้ให้บลัดเบลดซึ่งยืนอยู่อีกฟากหนึ่งของกระจก
เมื่ออยู่ใกล้กันมากขึ้น บลัดเบลดก็มองเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ภายในดวงตาของอีกฝ่ายยังคงเต็มไปด้วยความเป็นศัตรูซึ่งไม่จางหาย
หากมีผู้เกี้ยวพาราสีที่ไม่รู้จักรักษาระยะห่างอย่างบลัดเบลดปรากฏตัวในธรรมชาติ เกรงว่าคงถูกสไมโลดอนตัวเมียซึ่งกำลังปกป้องลูกตบจนกะโหลกแตกไปแล้ว
เมื่อถึงเวลานั้น สิ่งที่อยู่ในแววตาของมันคงไม่ใช่เพียงความเป็นศัตรู แต่เป็นจิตสังหารอย่างแท้จริง
“ข้าจะยอมแพ้ไม่ได้...”
แต่หลังถอยไปเพียงชั่วครู่ บลัดเบลดกลับยิ่งแน่วแน่ที่จะตามจีบอีกฝ่ายมากขึ้น แม้แต่ตัวมันเองก็ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด
แต่การตกหลุมรักเสือเขี้ยวดาบสักตัว จำเป็นต้องมีเหตุผลด้วยหรือ?
อย่างไรก็ตาม พักเรื่องรักหรือไม่รักเอาไว้ก่อน
เมื่อมองท่าทีของอีกฝ่ายซึ่งแทบจะเขียนไว้ชัดเจนว่า “หากเจ้ากล้าเข้ามาอีก ข้าจะฟาดเจ้าให้หมอบ!” บลัดเบลดก็รู้ว่าตอนนี้ไม่อาจใช้กำลังบังคับได้ และทำได้เพียงอาศัยสติปัญญาเท่านั้น
หรือควรไปขอคำแนะนำจากผู้อำนวยการผู้มากความสามารถดี?
“เข้าใจแล้ว พรุ่งนี้ข้าจะไปถามผู้อำนวยการ เขาต้องช่วยข้าได้แน่นอน”
บลัดเบลดพึมพำกับตัวเอง
แต่ในเวลาเดียวกันนั้น ภายในบริเวณนี้กลับมีใครบางตัวได้ยินสิ่งที่มันพูดทั้งหมด
“พรูด...”
“ใครอยู่ตรงนั้น?!”
บลัดเบลดหันขวับไปตามเสียง ก่อนเงยหน้าขึ้นมอง
จากนั้นมันก็พบแมลงปอยักษ์ตัวหนึ่งเกาะอยู่บนเสาไฟถนนไม่ไกลนัก
ผู้ที่บังเอิญบินเตร็ดเตร่มาถึงบริเวณนี้ก็คือสายฟ้านั่นเอง
“ก่อนหน้านี้ข้าเคยได้ยินผู้อำนวยการพูดถึงเจ้า เจ้าคือบลัดเบลดสินะ?”
“ส่วนข้าคือสายฟ้า เจ้าแห่งท้องนภาของสวนสัตว์แห่งนี้”
สายฟ้ายังคงพูดด้วยท่าทางหยิ่งผยองและไม่เห็นใครอยู่ในสายตาเช่นเคย
“เจ้าเองก็คือสายฟ้าสินะ ข้าเคยได้ยินเรื่องของเจ้าจากผู้อำนวยการเหมือนกัน”
“แล้วเมื่อครู่เจ้าหัวเราะอะไร?”
บลัดเบลดจ้องอีกฝ่ายเขม็งพลางถาม
“ไม่มีอะไรหรอก ข้าเพียงรู้สึกว่าพฤติกรรมของเจ้า ทำให้ข้านึกถึงพฤติกรรมเกี้ยวพาราสีอันไร้เหตุผลของมนุษย์แบบหนึ่ง ซึ่งผู้อำนวยการเคยเล่าให้ข้าฟัง”
“พวกมนุษย์เรียกมันว่า ‘หมาเลีย’~”
“หมาเลีย?”
บลัดเบลดชะงักไปเล็กน้อย และยังคงพยายามทำความเข้าใจว่าคำนี้หมายถึงอะไร
“ใช่ เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายไม่สนใจเจ้าเลย เมื่อครู่ยังทำให้เจ้าตกใจจนถอยกรูด แล้วเหตุใดเจ้าถึงยังคิดจะตามเลียนางอยู่อีก?”
“เจ้านี่หาเรื่องใส่ตัวแท้ ๆ”
สายฟ้ากล่าวด้วยน้ำเสียงเสียดสี
“ชิ แล้วเจ้ามีปัญหาอะไร?”
“ข้าไม่มีปัญหาหรอก เพียงรู้สึกว่าเมื่อครู่เจ้าดูเป็นหมาเลียเกินไปหน่อยเท่านั้น”
สายฟ้าตอบ
แต่สิ่งที่มันคาดไม่ถึงก็คือ อีกฝ่ายจะโมโหและเริ่มด่ากลับทันที
“ชิ เจ้าแมลงแก่ กล้ามาเหน็บข้างั้นหรือ?!”
“ข้าจะเลียใครแล้วมันผิดตรงไหน? เฮ้! ข้าถามว่ามันผิดตรงไหน?!”
“คิดว่าข้าไม่เคยได้ยินเรื่องของเจ้าหรืออย่างไร?”
“เมื่อก่อนเจ้าเคยปล่อยออกซิเจนความเข้มข้นสูงเพื่อปกป้องผู้อำนวยการไม่ใช่หรือ?”
“เจ้านั่นแหละที่เลียผู้อำนวยการ!”
“อย่างน้อยข้าก็ยังเลียตัวเมียเผ่าพันธุ์เดียวกัน ส่วนเจ้าน่ะเลียมนุษย์ข้ามสายพันธุ์ แล้วยังมีหน้ามาว่าข้าอีกหรือ?”
“อย่างไรเสีย อายุขัยของแมลงอย่างเจ้าก็ไม่มีทางยืนยาวเท่าข้าอยู่แล้ว”
“พอเจ้าตายเมื่อไร ข้าจะไปเต้นเยาะอยู่หน้าตู้สตัฟฟ์ของเจ้าให้หนำใจ ได้ยินหรือยัง สายฟ้า!”
เนื่องจากทั้งสองอยู่ห่างกันพอสมควร บลัดเบลดจึงยกอุ้งเท้าข้างหนึ่งขึ้นชี้หน้าอีกฝ่าย พลางด่าออกมาอย่างไม่ไว้หน้า
สมแล้วที่มันได้รับฉายาว่าเป็นราชาปั่นประสาทแห่งชิงหยวน
ก่อนหน้านี้มันยังเคยอาศัยเพียงฝีปากของตนเอง ต่อกรกับซื่อจวินและพรรคพวกจนหัวร้อนมาแล้ว
“เจ้า! อ๊าก! ข้า...เอ่อ...เจ้าแค่รอก่อนเถอะ!”
สายฟ้าโกรธจนพูดอะไรไม่ออก
สุดท้ายมันทำได้เพียงทิ้งคำขู่เอาไว้ ก่อนกระพือปีกบินจากไป
เสียงปีกกระพือดังหึ่ง ๆ ก้องไปทั่วสวนสัตว์
อาปิน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยซึ่งกำลังออกตรวจ อดเงยหน้าขึ้นมองไม่ได้ ก่อนเห็นแมลงปอยักษ์บินผ่านเหนือศีรษะ
แต่ไม่นานเขาก็ตั้งสติได้ รีบก้มหน้าลงอีกครั้ง พร้อมพึมพำกับตัวเอง
“ไม่ ๆ ฉันไม่เห็นอะไรทั้งนั้น ฉันไม่เห็นอะไรเลย”
เกราะค้อนมีประสาทการได้ยินดีกว่าสัตว์ตัวอื่นเล็กน้อย จึงถูกปลุกให้ตื่นจากการหลับตื้น ๆ
แต่มันได้ยินเพียงเสียงร้องด้วยความหัวเสียซึ่งดังมาจากที่ไกล ๆ ตามด้วยเสียงคำรามต่ำเจือความไม่พอใจอีกหลายคำ
สุดท้ายมันก็เลือกไม่สนใจ ก่อนกลับไปนอนต่อ
ส่วนเฟยซิงน่ะหรือ...
มันหลับสนิทจนไม่รับรู้เรื่องราวใด ๆ ทั้งสิ้น
ครอบครัวซิ่วเหอเพียงเงยหน้าขึ้นอย่างระแวดระวัง
เมื่อแน่ใจว่าไม่มีอันตราย พวกมันก็กลับไปกกไข่ต่อ
คอมป์ซอกนาทัสตัวน้อยทั้งสามดูเหมือนจะไม่รับรู้อะไรเลย พวกมันยังคงนอนหลับอย่างสงบอยู่ท่ามกลางอ้อมกอดของพ่อแม่
“ข้าก็จริง ๆ เลย ดูเหมือนนิสัยหวาดระแวงที่ติดมาจากตอนอยู่ในธรรมชาติจะต้องแก้เสียบ้างแล้ว”
ซิ่วเหอกล่าวเยาะเย้ยตัวเอง ก่อนหลับต่ออีกครั้ง
บลัดเบลดซึ่งยังยืนอยู่หน้าคอกหันกลับไปมองสไมโลดอนตัวเมียอีกครั้ง
บังเอิญว่าสายตาของทั้งสองประสานกันพอดี
จากนั้นบลัดเบลดจึงหันหลังเดินจากไป มุ่งหน้ากลับคอกของตน
เมื่อสไมโลดอนตัวเมียเห็นว่าเจ้าตัวน่ารำคาญจากไปแล้ว ในที่สุดมันก็ผ่อนคลายลง
มันเอนตัวนอนตะแคงกับพื้นอีกครั้ง ปล่อยให้ลูกสไมโลดอนตัวเล็กเข้ามานอนแนบอยู่ข้างลำตัว
อย่างไรก็ตาม ใบหูทั้งสองข้างของผู้เป็นแม่ยังคงตั้งชัน เห็นได้ชัดว่ามันยังไม่คลายความระแวดระวังโดยสมบูรณ์
สำหรับสวนสัตว์แล้ว คืนนี้เป็นค่ำคืนธรรมดาที่ทั้งสงบและเงียบงัน
แม้ว่าทุกคนและสัตว์ทุกตัวภายในสถานที่แห่งนี้ ต่างก็มีเรื่องราวเป็นของตนเอง
ตัวอย่างเช่น พนักงานบางคนกำลังนำรูปถ่ายคู่กับไนเจลไปอวดเพื่อนที่ไม่ได้มาทำงานในวันนี้ จนเรียกความอิจฉาจากคนเหล่านั้นได้ไม่น้อย
แต่ตอนนี้ก็ถึงเวลากล่าวราตรีสวัสดิ์ และเตรียมตัวต้อนรับวันพรุ่งนี้แล้ว
อืม...
เดี๋ยวก่อนนะ พวกเรากำลังลืมอะไรบางอย่างอยู่หรือเปล่า?
“เฮ้! มีมังกรอยู่แถวนี้ไหม?!”
“ไม่มีมังกรเลยหรือ?!”
“อสูรก็ได้! มนุษย์ก็ได้! มีใครอยู่บ้างไหม?!”
ซื่อจวินเดินเตร็ดเตร่อยู่เพียงลำพังภายในสภาพแวดล้อมอันซ้ำซากจำเจ พลางตะโกนเรียกหาความช่วยเหลือจากโลกภายนอก
อ้อ จริงด้วย ยังมีซื่อจวินอยู่อีกตัว
รอก่อนนะ เดี๋ยวค่อยไปช่วย!