- หน้าแรก
- เริ่มต้นจากรากวิญญาณขยะสู่ยอดเซียนวิถีมาร
- ฟรี บทที่ 735 ต้นไม้อู๋ถงศักดิ์สิทธิ์ ความขัดแย้งของข้อสมมติฐาน ศิลาจารึกหงส์มายา
ฟรี บทที่ 735 ต้นไม้อู๋ถงศักดิ์สิทธิ์ ความขัดแย้งของข้อสมมติฐาน ศิลาจารึกหงส์มายา
ฟรี บทที่ 735 ต้นไม้อู๋ถงศักดิ์สิทธิ์ ความขัดแย้งของข้อสมมติฐาน ศิลาจารึกหงส์มายา
บทที่ 735 ต้นไม้อู๋ถงศักดิ์สิทธิ์ ความขัดแย้งของข้อสมมติฐาน ศิลาจารึกหงส์มายา
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“เจ้า...”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀นักรบโบราณระดับเจ็ดขั้นสูงสุดผู้นี้สะกดข่มไฟโทสะที่พลุ่งพล่านขึ้นมาในใจอย่างต่อเนื่องเอาไว้ได้แล้ว มันยอมสละข้อได้เปรียบของร่างเนรมิตกายา และพยายามหดตัวให้เล็กที่สุด เพื่อลดพื้นที่ของร่างกายที่จะต้องรับการโจมตีจาก "แผนภาพเก้ากระบี่สังหาร"
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เช่นนี้ถึงจะสามารถยืนหยัดได้นานยิ่งขึ้น
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀กายเนื้อที่เทียบได้กับระดับบรรลุเต๋าขั้นสูงสุด ในการคาดเดาของหวังอี้ คือสามารถหลอมรวมเข้ากับฟ้าดิน จำแลงสี่ขั้วให้กลายเป็นเสาค้ำฟ้า ทุกท่วงท่าล้วนมีพลังเทวะที่สามารถสั่นสะเทือนโลกหล้าได้
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀กายาอมตะไม่ดับสูญที่ครอบครองอยู่แต่เดิม ยิ่งจะบรรลุถึงจุดวิกฤตของการวิวัฒนาการไปสู่ขั้นต่อไป หากต้องการสังหารตัวตนระดับนี้ จะต้องมีพลังที่บดขยี้ฝ่ายตรงข้ามได้อย่างสมบูรณ์แบบเท่านั้น!
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀แผนภาพเก้ากระบี่สังหารนั้นแข็งแกร่งมาก
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀มรรคผลดับชีพและมรรคผลประหารสิ้น ยิ่งสามารถตีความคำว่าสังหารออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทว่าแม้หัวหน้ารองของนักรบโบราณจะไม่อาจฝืนต้านทานได้ แต่มันก็ยังคงสามารถรักษากายเนื้อไม่ให้ดับสูญไว้ได้
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀หากยังคงเป็นไปตามแนวโน้มนี้ ต่อไปก็จะเป็นเพียงการต่อสู้ยืดเยื้อที่ไร้ประโยชน์ หากไม่ใช่เพราะหวังอี้ไม่อาจแบกรับการสูญเสียพลังงานของแผนภาพเก้ากระบี่สังหารได้ ก็ต้องเป็นฝ่ายนักรบโบราณที่พลังชีวิตหมดสิ้น
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ด้วยการมีอยู่ของโลกถ้ำสวรรค์ พลังเวทของหวังอี้เรียกได้ว่าไร้ที่สิ้นสุด สามารถยืนหยัดได้จนฟ้าถล่มดินทลาย
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ทว่านักรบโบราณนั้นต่างออกไป มันอาศัยความแข็งแกร่งของร่างกายเพื่อฝืนทนรับการโจมตี พลังชีวิตจึงสูญเสียไปเร็วกว่ามาก หากไม่มีวิธีพลิกสถานการณ์ อย่างมากที่สุดเพียงหนึ่งเดือน มันก็จะสิ้นใจตายเพราะพลังชีวิตเหือดแห้ง!
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เมื่อเห็นสภาพอันทุลักทุเลของอีกฝ่าย
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ในหัวของหวังอี้ก็มีความคิดมากมายแล่นผ่าน เขาคิดในใจอย่างเงียบๆ
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀‘การปรากฏขึ้นของแผนภาพเก้ากระบี่สังหาร หมายความว่าพลังโจมตีของข้าได้ก้าวเข้าสู่ระดับมหายานแล้ว เช่นนี้การต่อสู้ข้ามระดับก็กลายเป็นเรื่องธรรมดา เว้นเสียแต่ว่าจะต้องเผชิญหน้ากับอัจฉริยะยอดฝีมือที่แท้จริง...’
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀มิฉะนั้น ข้าก็ไร้เทียมทานแล้ว!
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀‘น่าเสียดาย ที่นี่เป็นเพียงภายในรอยแยกความว่างเปล่าเท่านั้น’
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เขาไม่ลืมว่าทั้งหมดนี้ล้วนเป็นภาพลวงตา หินจริงลวงสามารถช่วยเขานำมันออกไปได้เพียงหนึ่งในสิบส่วนเท่านั้น ทั้งกระบี่สังหารเล่มที่หก เจ็ด แปด และเก้า
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀อย่างละหนึ่งในสิบส่วน หลังจากนี้ก็ไม่จำเป็นต้องควบแน่นใหม่
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀แต่สามารถค่อยๆ ฟื้นฟูเก้าส่วนที่สูญเสียไปผ่านการสังหาร ตัวกระบี่จะค่อยๆ เติบโตผ่านการบำเพ็ญเพียรจนกลายเป็นรูปแบบที่สมบูรณ์ โดยเฉพาะกระบี่สังหารโบราณเล่มที่เก้า รูปลักษณ์ของมันราวกับกระดูกขาว แฝงไปด้วยกลิ่นอายอันเข้มข้นของเผ่าโบราณ
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เมื่อใช้รับมือกับตัวตนที่มีกายเนื้อแข็งแกร่ง ดูเหมือนจะมีคุณสมบัติในการข่มข่มอยู่บ้าง
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀กระบี่เล่มที่เก้าควบแน่นตัวกระบี่ได้ก่อนกำหนด แปรเปลี่ยนเจตจำนงให้กลายเป็นรูปธรรม
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀หากหินจริงลวงสามารถนำตัวกระบี่กระดูกโบราณออกไปได้หนึ่งในสิบส่วน มันก็อาจจะสามารถนำไปใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับมารฟ้าช่วงชิงเต๋าได้ด้วยซ้ำ
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เพียงแต่ มีโอกาสสูงมากที่ข้อมูลสายเลือดที่แฝงอยู่จะไม่ครอบคลุม แปดในสิบส่วนคงเป็นเพียงสายเลือดที่บกพร่อง และสำหรับหวังอี้แล้ว นอกเหนือจากสายเลือดระดับเซียนที่แท้จริงแล้ว
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀สายเลือดระดับวิญญาณแท้จริงทั่วไปนั้นไม่มีประโยชน์อะไรกับเขามากนัก
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เว้นเสียแต่ว่ามันจะสามารถชดเชยข้อบกพร่องและจุดอ่อนของเขาได้ ทว่าสายเลือดเผ่าโบราณไม่ได้อยู่ในรายชื่อนั้น
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀‘ค่อยออกไปคิดทีหลังก็แล้วกัน โลกภายนอกไม่มีโบราณสถานเผ่าโบราณ มีเพียงตำนานที่หายากยิ่งเท่านั้น ไม่ค่อยมีความหมายอะไร...’
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ขณะที่หวังอี้กำลังครุ่นคิด
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ความว่างเปล่าโดยรอบก็เงียบสงัดลงอย่างกะทันหัน ฟื้นฟูกลับคืนมาอย่างรวดเร็วราวกับเวลาไหลย้อนกลับ เศษซากมิติราวกับกระจกที่แตกสลาย ภายใต้พลังงานแห่งห้วงมิติเวลา มันได้แสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์อันน่ามหัศจรรย์ของกระจกแตกที่กลับมาผสานกันใหม่ได้
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ชั้นแล้วชั้นเล่าฟื้นฟูกลับสู่สภาพเดิมของความว่างเปล่า
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เพียงพริบตาเดียว
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀หวังอี้ก็มายืนอยู่บนท้องฟ้าเหนือที่ราบสูงแล้ว แม่นางหงส์ดำปรากฏตัวขึ้นไม่ไกลจากเขา ในมือนางหิ้วมหาเทียนอูที่มีสภาพราวกับสุนัขที่ตายแล้ว สัมผัสได้ว่ากลิ่นอายของมันอ่อนแรงลงจนถึงขีดสุด ราวกับสามารถตายได้ทุกเมื่อ
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀นางชนะแล้ว!
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ยิ่งไปกว่านั้นยังดูเหมือนจะชนะอย่างง่ายดายเสียด้วย
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀แม่นางหงส์ดำปรายตามองแผนภาพเก้ากระบี่สังหารแวบหนึ่ง ก่อนจะชี้นิ้วเรียวงาม นักรบโบราณที่เพิ่งจะแสดงความดื้อรั้นออกมาเมื่อครู่นี้ ก็ระเบิดออกเป็นอณูเลือดเนื้อนับไม่ถ้วน พลังชีวิตถูกทำลายล้างไปโดยตรง
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀รูม่านตาของหวังอี้หดเกร็ง ความหยิ่งทะนงที่เพิ่งจะผุดขึ้นมาเมื่อครู่ ถูกความเป็นจริงตอกหน้าหงายไปในทันที
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ในตอนนั้นเอง แม่นางหงส์ดำถึงได้เอ่ยปากขึ้น
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“เจ้าเป็นถึงหงส์น้ำแข็งแท้ๆ แต่กลับไม่บำเพ็ญเพียรมหาเต๋าน้ำค้างแข็งและมหาเต๋ามิติ ทว่ากลับไปฝึกฝนกฎเกณฑ์สังหารจนบรรลุถึงระดับหงส์สวรรค์ แถมยังเข้าสู่วิถีมารอีก ช่าง...”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀หวังอี้รีบก้มหน้าลง
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เขาเรียกเก้ากระบี่สังหารกลับมาอย่างเงียบๆ และเก็บมันกลับเข้าไปในร่างกาย เขาไม่ได้แสดงความเห็นใดๆ ต่อคำพูดของแม่นางหงส์ดำ แต่ไม่ว่าในใจจะคิดอย่างไร ฉากหน้าเขาจะแสดงอารมณ์ "น้อยเนื้อต่ำใจ" ออกมาเท่านั้น
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เรื่องฝีมือการแสดง หวังผู้นี้ก็นับว่ามีประสบการณ์โชกโชนอยู่แล้ว
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀แน่นอน
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ คำพูดก่อนหน้านี้ของเขาทำให้เขาได้รับความไว้วางใจในเบื้องต้นจากแม่นางหงส์ดำ อย่างน้อยก็สามารถกระตุ้นความหยิ่งทะนงในตัวนาง ทำให้ฝ่ายตรงข้ามเกิดความคิดที่จะลองดูอีกครั้ง
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀อีกอย่างสิ่งที่เขาพูดก็เป็นข้อมูลจริง
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ในโลกภายนอกรอยแยกความว่างเปล่า เผ่ามังกรและหงส์ยังคงมีอยู่ แต่เผ่าโบราณกลับสูญหายไปในสายธารแห่งประวัติศาสตร์เนิ่นนานแล้ว แม้แต่บันทึกที่เกี่ยวข้องก็ยังมีน้อยจนน่าใจหาย
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ความหมายในการต่อสู้ของแม่นางหงส์ดำไม่ได้อยู่ที่ตัวนางเอง แต่อยู่ที่เผ่าพันธุ์
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀หากอนุมานตามสถานการณ์ที่ดีที่สุดแล้วล่ะก็
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀หากนางสามารถคว้าชัยชนะสุดท้ายภายในลานสังหารได้สำเร็จ นางก็จะไม่ฟื้นคืนชีพ ยิ่งไม่สามารถเดินออกไปจากรอยแยกความว่างเปล่าได้ อย่างมากที่สุดก็คงจะส่งผลกระทบต่อเผ่าหงส์ในโลกแห่งความเป็นจริง ทำให้พวกมัน "จู่ๆ" ก็แข็งแกร่งขึ้นมาเท่านั้น
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀นี่คือสิ่งที่เรียกว่า "การปรับเปลี่ยนความเป็นจริง" หวังอี้จะตระหนักถึงมันได้หรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง คิดมากไปก็ไร้ประโยชน์
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ส่วนผลตอบแทนที่แท้จริงของแม่นางหงส์ดำ
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ก็คือการมีประวัติศาสตร์เป็นของตัวเอง หรือแม้กระทั่งได้จารึกชื่อลงในความทรงจำสืบทอดของหงส์น้ำแข็งของหวังอี้อย่างแท้จริง แทนที่จะเป็นเพียงความทรงจำสืบทอดทางสายเลือดที่คลุมเครือ
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ทันใดนั้น
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ไม่รู้เพราะเหตุใด หวังอี้กลับรู้สึกหมดอารมณ์ขึ้นมาอย่างกะทันหัน
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ประสาทสัมผัสของแม่นางหงส์ดำย่อมเฉียบคมหาใดเปรียบ
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀นางจึงกล่าวขึ้นทันที
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“เจ้ามองข้าด้วยสายตาแบบนั้นหมายความว่าอย่างไร? ข้าไม่จำเป็นต้องให้ลูกหลานอย่างเจ้ามาวิพากษ์วิจารณ์หรอกนะ?!!”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“ไม่ใช่...”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“ช่างเถอะ พูดไปก็ไร้ประโยชน์ ตามข้ากลับไปที่เผ่าหงส์ซะ”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀หวังอี้รีบหุบปากทันที
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เห็นเพียงแม่นางหงส์ดำสะบัดมือเบาๆ เขาก็ถูกห่อหุ้มเข้าไปในลำแสงห้วงมิติเวลาอันแสนพิเศษ มิติรอบๆ ตัวถอยร่นไปด้านหลังด้วยความเร็วที่ตาเปล่ามองแทบไม่ทัน
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀วิธีการเดินทางแบบนี้คล้ายกับการกระโดดข้ามรูหนอนมิติ
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀แต่มันกลับมีพลังแห่งกฎเกณฑ์กาลเวลาผสมอยู่ด้วย ทำให้เขาถึงกับมองไม่ออกเลยทีเดียว ต้องรู้ไว้ว่าความสำเร็จในด้านห้วงมิติเวลาของเขาไม่ได้อยู่ในระดับคนที่ไม่รู้อะไรเลย อย่างน้อยเขาก็พอจะก้าวเข้าสู่วิถีนี้มาบ้างแล้ว
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀จากตรงนี้จะเห็นได้ว่า ความสำเร็จในมหาเต๋าทั้งสองสายของแม่นางหงส์ดำนั้น
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เกรงว่าคงจะใกล้บรรลุถึงจุดวิกฤตของการควบแน่นมรรคผลที่แท้จริงแล้ว ขาดอีกเพียงก้าวเดียว นางก็จะสามารถวิวัฒนาการกลายเป็นหงส์ดำที่ครอบครองมรรคผลห้วงมิติเวลา กฎเกณฑ์สูงสุดทั้งสองสายนี้ถูกบีบอัดรวมอยู่ในร่างเดียวกัน
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เมื่อถึงเวลานั้น นางจะมีพลังที่น่าสะพรึงกลัวเพียงใด แค่คิดก็ทำให้รู้สึกหวาดหวั่นแล้ว
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เพียงแต่ไม่รู้ว่าสิ่งที่นางเข้าใจอย่างถ่องแท้นั้นคือมรรคผลชนิดใด...
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ห้าลมหายใจต่อมา
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ภาพประหลาดตาที่มองเห็นมลายหายไปสิ้น สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ขนาดมหึมาที่ใหญ่โตเกินกว่าจะบรรยาย ใหญ่กว่าต้นเจี้ยนมู่ในถ้ำสวรรค์ของเขาหลายเท่านัก
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“ต้นไม้อู๋ถงศักดิ์สิทธิ์...”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“ถูกต้อง นี่คือของศักดิ์สิทธิ์ประจำเผ่าหงส์ของเรา มันอยู่เคียงข้างการเติบโตของเผ่าหงส์มาตั้งแต่ยุคเทพมาร ในฐานะคนในเผ่าที่มาจากโลกภายนอก เจ้าก็น่าจะเคยเห็นมันมาก่อนสินะ”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀หวังอี้ไม่ได้ตอบอะไร ท้ายที่สุดแล้วเขาก็ไม่เคยไปที่เขตแดนเซียนลิขิตสวรรค์มาก่อน
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ยิ่งไปกว่านั้น
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ต้นไม้อู๋ถงศักดิ์สิทธิ์ต้นนี้จะใช่ต้นเดียวกับที่อยู่ในเขตแดนเซียนลิขิตสวรรค์หรือไม่นั้น ก็ยังเป็นคำถามที่ต้องหาคำตอบ เท่าที่เขารู้ ต้นที่นั่นคือเซียนอู๋ถง ซึ่งหลุดพ้นจากขอบเขตของต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ธรรมดาไปนานแล้ว
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀หวังอี้ไม่ได้สนใจแม่นางหงส์ดำ เขาขยับเข้าไปใกล้ต้นไม้อู๋ถงศักดิ์สิทธิ์
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀แล้วใช้ฝ่ามือทาบลงไป รวบรวมสมาธิสัมผัสอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยความไม่อยากเชื่อ “เหตุใดต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์จึงไม่มีสติปัญญา?”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ในตอนนั้นเอง แม่นางหงส์ดำก็ตระหนักอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“ข้าจำได้ว่าเจ้าเคยบอกว่า เผ่าหงส์ในโลกแห่งความเป็นจริงมีเซียนอู๋ถงอยู่องค์หนึ่ง คือต้นนี้งั้นหรือ?”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“แปดเก้าส่วนไม่น่าจะผิดแน่” หวังอี้พยักหน้ารับ
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀จากความรู้สึกแล้วก็น่าจะใช่
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ท้ายที่สุดแล้วตามการคาดเดาของเขา ประวัติศาสตร์ช่วงที่แม่นางหงส์ดำอยู่น่าจะเป็นเรื่องราวใน [ยุคหมื่นวิญญาณ] ส่วนเซียนอู๋ถงนั้นอยู่ในช่วงต้น [ยุควิถีเซียน]
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀หลังจากที่เผ่ามนุษย์ผงาดขึ้นมาและได้เผยแพร่วิถีเซียนออกไป มันก็คือรากวิญญาณแต่กำเนิดต้นแรกที่ได้ลิ้มรสผลประโยชน์จากเรื่องนี้
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ดังนั้น
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่ขอบเขตการบำเพ็ญเพียร แต่อยู่ที่ว่าเหตุใดมันถึงไม่มีสติปัญญา?
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ต้องรู้ไว้ว่าต่อให้เป็นเพียงหินก้อนหนึ่ง หากได้ดูดซับแก่นแท้ของสุริยันจันทรา และมีร่างกายที่ใหญ่โตมโหฬารพร้อมกับความมหัศจรรย์นานัปการเช่นนี้ ก็คงจะเปิดสติปัญญาไปตั้งนานแล้ว
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀‘ไม่สิ ต้นเจี้ยนมู่ที่ถูกเปลี่ยนเป็นมารในถ้ำสวรรค์ก็ไม่มีสติปัญญาเช่นกัน แต่นั่นเป็นเพราะแก่นแท้ของมันคือกิ่งก้านสาขา จึงถูกต้นหลักกดทับเอาไว้ หลังจากที่กลายพันธุ์เป็นมาร มันได้ตัดขาดความสัมพันธ์ทางเหตุและผลกับต้นหลักอย่างสมบูรณ์ ถึงได้เกิดจิตวิญญาณขั้นพื้นฐานที่สุดขึ้นมา แต่การจะได้รับสติปัญญาที่มากพอจะบำเพ็ญเพียรได้นั้น ก็ยังคงเป็นเรื่องยากลำบากอยู่ดี’
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀หวังอี้นึกถึงต้นเจี้ยนมู่ในถ้ำสวรรค์ของเขา ซึ่งจัดเป็นหนึ่งในห้าต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่ยิ่งใหญ่เช่นเดียวกับต้นไม้อู๋ถงศักดิ์สิทธิ์ ในทางทฤษฎีแล้วภูมิหลังก็น่าจะพอๆ กัน อย่างมากก็อาจจะด้อยกว่าในเรื่องพรสวรรค์แต่กำเนิดเพียงเล็กน้อย
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀แม่นางหงส์ดำก็ตอบสนองกลับมา
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀นางตั้งคำถามกลับอย่างมีความหมายลึกซึ้ง
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“เจ้ารู้หรือไม่ว่า รากวิญญาณแต่กำเนิดคืออะไร?”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“ถือกำเนิดขึ้นมาแต่แรกเริ่ม มีมหาเต๋าเคียงคู่ ย่อมเป็นรากวิญญาณแต่กำเนิด สรรพคุณของมันมักจะช่วยให้ผู้คนบรรลุเต๋าได้ เล่าลือกันว่าลูกท้อเซียนที่ออกมาจาก [ต้นท้อสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์] สามารถทำให้ผู้ที่กินมันเข้าไปได้รับแก่นแท้ของเซียนแท้จริงได้โดยตรง มีอายุขัยเทียบเท่าฟ้าดิน เป็นอมตะเกือบจะชั่วนิรันดร์!”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“ถูกต้อง” แม่นางหงส์ดำก้าวไปยืนอยู่เบื้องหน้าต้นไม้อู๋ถงศักดิ์สิทธิ์
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“หากตัวตนเช่นนี้ได้รับสติปัญญาและล่วงรู้วิธีการบำเพ็ญเพียร มันจะกลายเป็นตัวตนแบบไหนกันล่ะ?”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀รูม่านตาของหวังอี้หดเกร็ง เขานึกถึงคำพูดที่จ้าวมารเคยกล่าวไว้
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀นั่นคือการคาดเดาและอนุมานถึงขอบเขตที่อยู่เหนือระดับเซียนแท้จริงขึ้นไป
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀นั่นก็คือ…
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀การครอบครองมหาเต๋าสายใดสายหนึ่งอย่างสมบูรณ์แบบ รวมถึงมรรคผลทั้งหมดภายใต้สังกัดของมัน ผลลัพธ์ที่ต้นท้อสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์แสดงออกมา ก็เปรียบเสมือนการประทานมรรคผลอายุวัฒนะให้กับสิ่งมีชีวิต
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀แล้วตัวมันเองล่ะ? ครอบครองมหาเต๋าอายุวัฒนะอย่างสมบูรณ์แบบแล้วงั้นหรือ?
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀มิฉะนั้นจะให้กำเนิดลูกท้อเซียนออกมาได้อย่างไร!
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เมื่อเห็นดังนั้น แม่นางหงส์ดำจึงอธิบายว่า “รากวิญญาณแต่กำเนิดล้วนถูกสวรรค์ริษยา จึงไม่อาจก่อกำเนิดจิตวิญญาณขึ้นมาได้หรอก”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀แล้วเซียนอู๋ถงในโลกแห่งความเป็นจริงถือกำเนิดขึ้นมาได้อย่างไรกัน?
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ปฏิกิริยาแรกของหวังอี้ก็คือความสงสัย
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀แต่เมื่อคิดกลับกัน
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ต้นเจี้ยนมู่ทะลวงสวรรค์ที่สายเวทคุนหลุนของเผ่ามนุษย์ครอบครองอยู่ ก็ไม่มีการเรียกขานว่า "เซียนเจี้ยนมู่" มันเป็นเพียงรากวิญญาณธรรมดาๆ ต้นหนึ่งเท่านั้น
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ยิ่งไปกว่านั้น
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เซียนเฒ่าอายุยืนหรือชิงตี้ พฤกษาวิญญาณประจำตัวของเขาก็เป็นรากวิญญาณระดับเซียนเช่นกัน ก็ไม่เคยได้ยินว่ามันมีสติปัญญามาก่อน อย่างมากก็แค่มีจิตวิญญาณ ไม่เพียงพอที่จะรองรับการบำเพ็ญเพียรได้
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“เป็นเช่นนี้เองหรือ...”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀หวังอี้พึมพำกับตัวเอง เขาตระหนักได้ว่าการมีอยู่ของเซียนอู๋ถงนั้นขัดต่อความสงบเรียบร้อยของการขับเคลื่อนวิถีสวรรค์
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀จุดพิเศษของมัน อาจจะเป็นเผ่าหงส์ที่อยู่ในรอยแยกความว่างเปล่ากลุ่มนี้ก็เป็นได้ ถ้าเช่นนั้น... มันจะเป็นผลผลิตจากการปรับเปลี่ยนความเป็นจริงงั้นหรือ?
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀นอกจากการเกาหัวแกรกๆ แล้ว ดูเหมือนจะไม่มีวิธีอื่นที่จะยืนยันเรื่องนี้ได้เลย
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ทว่าแม่นางหงส์ดำกลับสามารถคาดเดาผ่านปฏิกิริยาของเขาได้
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀นางเดาอะไรบางอย่างได้อย่างเลือนราง ในใจพลันเกิดแผนการบางอย่างขึ้น “คิดอะไรให้มากมาย เจ้าไม่ได้มาเพื่อดูศิลาจารึกหงส์หรอกหรือ? ข้าจะพาเจ้าไปเอง”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“...ตกลง”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ก็มีเหตุผล แทนที่จะมานั่งคิดมากเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับตัวเอง สู้ไปดูศิลาจารึกหงส์ด้วยตาตัวเองดีกว่า
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เผ่าหงส์สร้างรังอยู่บนต้นไม้อู๋ถงศักดิ์สิทธิ์ กิ่งก้านแต่ละกิ่งล้วนมีวิธีการขยายมิติที่พิเศษ และด้วยการนำทางของแม่นางหงส์ดำ เผ่าหงส์ที่พบเจอตลอดทางต่างพากันเรียกขานนางว่าองค์หญิง ทำให้เขาผ่านไปได้อย่างไร้อุปสรรค
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ในระหว่างนั้น หวังอี้ก็เพิ่งจะเคยเห็นความหมายที่กว้างขวางของคำว่าเผ่าหงส์เป็นครั้งแรกเช่นกัน
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀อันที่จริงเผ่าหงส์ไม่ได้มีความหมายเท่ากับวิหคอมตะ
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ชิงหลวน นกยูง หงส์ดำ หงส์เพลิง... ไปจนถึงนกเผิงสวรรค์ปีกทอง ล้วนเป็นสมาชิกของเผ่าหงส์ พวกมันล้วนถือกำเนิดขึ้นจากเลือดหยดหนึ่งของหงส์บรรพชน
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ทว่าเผ่าหงส์ในเขตแดนเซียนลิขิตสวรรค์ในโลกแห่งความเป็นจริงนั้น หมายถึงเผ่าหงส์ฟ้าเพียงเผ่าเดียวเท่านั้น ซึ่งมันแตกต่างกันมาก!
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ทั้งสองเดินเลียบไปตามลำต้นมุ่งตรงเข้าสู่เรือนยอดไม้
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ตำหนักโบราณที่ลุกโชนไปด้วยเพลิงนิพพานปรากฏขึ้นในสายตา สิ่งที่แปลกประหลาดก็คือในบริเวณนี้ไม่มีเผ่าหงส์อาศัยอยู่เลยแม้แต่ตัวเดียว
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀หวังอี้ย่อมต้องเอ่ยถามเป็นธรรมดา
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ทว่าแม่นางหงส์ดำกลับตอบว่า “ที่นี่คือสถานที่พำนักของเหล่าผู้อาวุโสหงส์โบราณในเผ่า ผู้อาวุโส...”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀พูดมาถึงตรงนี้ นางกลับหยุดชะงักไปอย่างกะทันหัน
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀หวังอี้เข้าใจได้ในทันที หากอ้างอิงจากความทรงจำสืบทอด ผู้อาวุโสหงส์โบราณย่อมเป็นสิ่งมีชีวิตระดับเซียนแท้จริง ทว่าที่นี่กลับว่างเปล่าไร้ผู้คน
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ทั้งสองสบตากันด้วยความสับสน
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ความเงียบปกคลุมอยู่เนิ่นนาน
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀อีกฝ่ายจึงเดินนำทางต่อไป ในที่สุดหวังอี้ก็ได้เห็นศิลาจารึกหงส์ในตำนานภายในตำหนักโบราณนิพพาน ซึ่งภายในนั้นแฝงไปด้วยมหาเต๋านิพพานและมหาเต๋ามิติอันสมบูรณ์แบบ
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ครอบคลุมถึงมรรคผลทั้งหมดที่แตกแขนงออกมาตั้งแต่วันที่มหาเต๋าทั้งสองสายถือกำเนิดขึ้น!
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เพียงแต่... ไม่ผิดไปจากที่คาดไว้ มันไม่สมบูรณ์!
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ความครอบคลุมยังคงมีอยู่ แต่มันกลับติดอยู่ที่ระดับ 99% ส่วนอีก 1% ที่ขาดหายไป แม้จะดูเหมือนขาดไปเพียงก้าวเดียว แต่ในความเป็นจริงแล้วกลับแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀แม่นางหงส์ดำในอดีตอาจจะยังไม่เคยตระหนักถึงเรื่องนี้
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀แต่หลังจากตื่นรู้ตัวตนที่แท้จริงแล้ว ไม่ต้องให้หวังอี้เตือน นางก็รับรู้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นได้ ภาพลวงตาท้ายที่สุดก็คือภาพลวงตา มันยังคงมีความแตกต่างจากความเป็นจริงอยู่ดี
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ปัญหาใหญ่ที่สุดของรอยแยกความว่างเปล่า ก็คือการไม่สามารถจำลองพลังระดับเซียนออกมาได้ เมื่อพิจารณาจากขนาดของสถานที่แห่งนี้แล้ว ก็ไม่น่าจะเป็นเช่นนั้น
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ท้ายที่สุดแล้ว นี่คือสิ่งมหัศจรรย์แห่งจักรวาลที่มีมาตั้งแต่โบราณกาล
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ตำนานเล่าว่ามันมีพลังในการปรับเปลี่ยนความเป็นจริง นี่ไม่ยิ่งไปกว่าเซียนแท้จริงอีกหรือ? แต่การที่มันยังคงไม่สามารถจำลองออกมาได้ ทำให้หวังอี้มีเหตุผลที่น่าสงสัยว่า มันเป็นข้อจำกัดที่ "กฎเกณฑ์จริงลวง" มีอยู่แต่เดิม
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀อย่างเช่น... ไม่สามารถสร้างตัวตนที่อยู่เหนือขีดจำกัดของตัวเองออกมาได้
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ศิลาจารึกหงส์ก็คือตัวอย่างที่ชัดเจน!
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀แต่บรรดาผู้อาวุโสหงส์โบราณเหล่านั้นก็กลายเป็นปริศนาไปอีก หรือว่าตำนานที่รอยแยกความว่างเปล่าสามารถปรับเปลี่ยนความเป็นจริงได้นั้น จะเป็นเรื่องโกหก?
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ขณะที่ในใจของหวังอี้มีความคิดแล่นพล่านและเกิดการคาดเดาไปต่างๆ นานา แม่นางหงส์ดำก็พูดขึ้น
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“เจ้าสามารถอยู่ที่นี่เพื่อทำความเข้าใจได้อย่างอิสระ ข้ายังมีธุระอื่น คงไม่ได้อยู่ดูแลเจ้าแล้ว”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“เดี๋ยวก่อน!”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀น่าเสียดาย
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ฝ่ายตรงข้ามดูเหมือนจะไม่อยากฟังข้อสันนิษฐานของเขาอีกต่อไป นางไม่ได้สนใจเขาเลยแม้แต่น้อย ร่างของนางอันตรธานหายไปจากตำหนักโบราณนิพพานโดยตรง
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀หวังอี้ถอนหายใจออกมาอย่างจนปัญญา เขาหันกลับมาจดจ่ออยู่กับศิลาจารึกหงส์อีกครั้ง ไม่ว่ามันจะเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องหลอกลวง ลำพังแค่มรรคผลมิติกว่าร้อยชนิดที่แฝงอยู่ในความลึกล้ำแห่งมิติ ก็เพียงพอที่จะทำให้เขาก้าวขาไม่ออกแล้ว
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ต่อให้มีเพียง 99% มันก็ยังคงสูงกว่าระดับที่เขาทำความเข้าใจได้อยู่ดี
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ซวีเซี่ยง เบิกมิติ ทะลวงผ่าน... ล้วนมีทั้งหมด!!!
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀อย่างไรก็ตาม
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀หวังอี้ยังคงต้องระวังความเป็นไปได้ที่ความรู้แจ้งจะหายไป ท้ายที่สุดแล้วเขาก็ไม่เคยได้ยินว่ามีใครสามารถพึ่งพาวาสนาในรอยแยกความว่างเปล่า เพื่อทำความเข้าใจมหาเต๋าและกฎเกณฑ์ที่ลึกล้ำยิ่งกว่าได้
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀หากศิลาจารึกหงส์ที่นี่มีประโยชน์ มันก็ต้องเป็นจุดเช็คอินยอดนิยมอย่างแน่นอน ไม่มีเหตุผลอะไรที่เขาจะมีวิธีเข้าถึงมันได้เพียงคนเดียว
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เมื่อพิจารณาว่าภาพมายาก็เป็นดั่งฟองสบู่ การออกไปก็หมายความว่าฟองสบู่ได้แตกสลายไปแล้ว จึงไม่อาจตัดความเป็นไปได้ที่เขาจะสูญเสียความรู้แจ้งในส่วนนี้ไป
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ดังนั้น ต้องเปิดใช้ส่วนเสริมสักหน่อยแล้ว
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀[ช่องจัดวาง] รู้แจ้ง!
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ต่อให้ความทรงจำจะสูญหายไป แต่ผลลัพธ์จากช่องจัดวางย่อมไม่เกิดปัญหาอย่างแน่นอน จนถึงตอนนี้เขายังไม่พบว่ามีพลังใดสามารถส่งผลกระทบต่อช่องจัดวางได้เลย
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀[ช่องจัดวาง] รู้แจ้งทั้งสองช่อง ถูกเขาเปลี่ยนเป็นกฎเกณฑ์เต๋ามิติ จากนั้นก็รวบรวมสมาธิให้เป็นหนึ่งเดียว ดำดิ่งลงไปในลวดลายหงส์อันซับซ้อนและไร้ที่สิ้นสุดบนศิลาจารึกหงส์
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ราวกับสามารถมองทะลุไปถึงแก่นแท้ของกฎเกณฑ์เต๋ามิติได้อย่างไรอย่างนั้น
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ทุกๆ ครึ่งก้านธูปโดยประมาณ จะมีการยกระดับอย่างเห็นได้ชัด ราวกับความลึกล้ำแห่งมิติทั้งหมดได้เปิดประตูต้อนรับเขา หวังอี้จดจ่ออยู่กับมรรคผลทั้งสามชนิดที่เขาเคยทำความเข้าใจมาแล้ว
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ชั่วขณะหนึ่ง เขาไม่รับรู้ถึงสรรพสิ่งบนโลกหล้าอีกต่อไป!