เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ฟรี บทที่ 660 นามแห่งอสูรโลหิตอู๋โยว (จบ)

ฟรี บทที่ 660 นามแห่งอสูรโลหิตอู๋โยว (จบ)

ฟรี บทที่ 660 นามแห่งอสูรโลหิตอู๋โยว (จบ)


บทที่ 660 นามแห่งอสูรโลหิตอู๋โยว (จบ)

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀‘กระบวนท่าที่สอง·สวรรค์ชูกระบี่...’

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀หวังอี้แค่นเสียงคำรามต่ำในใจ กระบี่สังหารทัณฑ์สวรรค์ที่หลอมรวมเศษซากกระบี่เทียนจูไว้เป็นแก่นกลาง และดูดซับ "ปราณทัณฑ์สวรรค์" นับไม่ถ้วนเพื่อหลอมสร้างขึ้น ได้เผยให้เห็นถึงความคมกริบที่แท้จริงของมันออกมา

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ผลลัพธ์ของมันนั้น เรียบง่ายและไร้ซึ่งความหรูหราจอมปลอมเฉกเช่นเดียวกับชื่อของมัน

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เมื่อเผชิญหน้ากับมหาวิชาศักดิ์สิทธิ์แห่งการสังหารอย่างสวรรค์ชูกระบี่ ราชันย์อู๋ฉางก็กลายเป็นดั่งลูกแกะที่รอถูกเชือด พลังทั่วทั้งร่างของเขาถูกสะกดข่มเอาไว้จนถึงขีดสุด ท่ามกลางความมืดมิดสัมผัสได้ถึงการถูกตรึงเป้าหมาย

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀มันมอบความรู้สึกที่ไม่อาจหลบเลี่ยง ไม่อาจต้านทาน ราวกับได้รับประกาศิตจากสวรรค์ที่สั่งให้เขายืดคอตรง รอคอยวินาทีที่จะถูกบั่นเศียร ความรู้สึกไร้เรี่ยวแรงนี้แทบไม่ต่างอะไรกับมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งเลย

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าร่างกายของเขากำลังหลุดร่วงลงมาเป็นชิ้นๆ อยู่แล้ว

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เมื่อถูกสวรรค์ตรึงเป้า จิตสังหารก็ร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า ราวกับถูกอสนีบาตฟาดฟันจนชาหนึบ การโคจรของแก่นแท้ ปราณ และจิตวิญญาณล้วนเชื่องช้าลง ยากที่จะควบคุมดั่งเต่าคลาน

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀"ไม่!!!"

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เมื่อเผชิญหน้ากับมหาวิชาศักดิ์สิทธิ์แห่งการสังหารที่ผสานระหว่างคัมภีร์กระบี่สังหารและร่างต้นของสัตว์อสูรโลหิตเฟย เขาก็เป็นดั่งทารกที่อ่อนแอ ไร้ซึ่งพลังในการต่อต้านใดๆ เริ่มแรกคือกายเนื้อที่ถูกแล่เนื้อเถือหนัง

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀จนเหลือเพียงโครงกระดูกสีดำทมิฬ

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀พลังมารอาฆาตผสานเข้ากับจิตสังหาร แปรเปลี่ยนเป็นเข็มสีแดงฉานทีละเล่ม แทงลึกลงไปในกระดูกของราชันย์อู๋ฉาง ทิ้งรอยด่างสีแดงที่ไม่สามารถลบเลือนได้เอาไว้

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀วินาทีต่อมา กระบี่บินจากนอกฟ้าก็พุ่งทะยานเข้ามาอย่างฉับพลัน

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ทัณฑ์สวรรค์กลายร่างเป็นแสงกระบี่ ทุกดาบที่ฟาดฟันทำให้แก่นแท้ ปราณ และจิตวิญญาณของเขาถูกบั่นทอน หากบอกว่าการถูกดวงตะวันสีเขียวกลืนกินทำให้รากฐานของเขาพังทลายลงไปหนึ่งส่วน การถูกหวังอี้ฟันต่อเนื่องสองกระบี่ ก็เท่ากับเป็นการตัดขีดจำกัดสูงสุดของแก่นแท้ ปราณ และจิตวิญญาณของเขาไปถึงสามส่วนเต็มๆ

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀จิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัวแทรกซึมลึกลงไปในไขกระดูก นอกเสียจากวิชาลับสายฟื้นฟูที่หลอมรวมกฎเกณฑ์เต๋าเอาไว้ ก็ไม่อาจฟื้นฟูด้วยวิธีปกติได้เลย มันแทบไม่ต่างอะไรกับการถูกตัดสามบุปผาเหนือกระหม่อมไปอย่างถาวร

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀และในอาณาเขตสังหารของเฟย รอบนอกของสนามรบถูกห้อมล้อมไปด้วยหมอกสีแดงแห่งจิตสังหารคาวเลือดอย่างสมบูรณ์ คนภายนอกไม่อาจสอดส่องได้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นภายในนั้น

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ต่อให้มีวิชาลับสายเนตรวิญญาณที่สามารถมองทะลุทะลวงได้ ก็มองเห็นเพียงโครงร่างเลือนรางเท่านั้น

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀การระเบิดพลังระลอกหนึ่งสิ้นสุดลง

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀กระบี่สังหารมารทัณฑ์และกระบี่สังหารทัณฑ์สวรรค์ปรากฏขึ้นในมือของหวังอี้อีกครั้ง ร่างของเขาเคลื่อนไหว กระบี่คู่ในมือตวัดแกว่งจนเกิดเป็นภาพติดตา ท่าทางที่บ้าคลั่งดุดันไร้ที่เปรียบ ราวกับต้องการจะสับราชันย์อู๋ฉางให้กลายเป็นเศษเนื้อ!

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀"อ๊ากก!"

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀หลังจากโดนโจมตีไปอีกหนึ่งครั้ง ในที่สุดอู๋ฉางก็ดึงสติกลับมาได้

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เขาขบเขี้ยวเคี้ยวฟันตวาดลั่น

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀"ถ้ำสวรรค์ปรโลกยมโลก·ร่างเนรมิตเทวะผีอู๋ฉาง... สวรรค์ ปฐพี มนุษย์จงแปรเปลี่ยนเป็นอำนาจของข้า มหาอสูรคำสาปมรณะ… จงปรากฏ!"

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀มหาวิชาศักดิ์สิทธิ์ร่างเนรมิตที่ควบแน่นจนถึงขีดสุด เป็นเสมือนวิชาลับสายแปลงร่างชนิดหนึ่ง ยกระดับจากความเป็นมนุษย์สู่ความเป็นเทพ รูปแบบค่ายกลสามพรสวรรค์เปลี่ยนเป็นอักขระแต่ละตัวและถูกย้อมให้กลายเป็นสีดำ

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ร่วงหล่นลงเบื้องหลังของราชันย์อู๋ฉาง คล้ายกับแผ่นกลมที่ควบคุมกงล้อเป็นตาย ใบหน้าสีเขียวเขี้ยวโง้ง ไหล่พันด้วยแพรพรรณเซียน หัวเป็นเสือดาวดวงตาทองแดง มีงูหลากสีพันรอบคอและทะลุผ่านใบหู แนบชิดติดกับพวงแก้ม

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ปราณมรณะไร้ขอบเขตกลายร่างเป็นอักขระโบราณตัวหนึ่ง ราวกับพกพาทะเลแห่งความตายอันกว้างใหญ่ไพศาลมาด้วย ทำให้ผู้ที่มองเห็นต้องใจสั่นสะท้าน อักขระโบราณตัวนี้หลอมรวมเข้ากับลำคอของร่างมหาอสูรคำสาปมรณะของราชันย์อู๋ฉาง

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ราวกับมีวาจาสิทธิ์ปกาศิตอยู่ในปาก เขาเอ่ยคำสั่งออกมาคำหนึ่ง

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀"ตาย!"

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ชั่วพริบตา ความสิ้นหวัง ความหวาดกลัว ความตาย และอารมณ์ด้านลบอื่นๆ พัดโหมเข้ามา ปราณมรณะที่สรรพสิ่งในโลกล้วนหวาดกลัวถูกสร้างสรรค์ให้กลายเป็นคาถาวิชาศักดิ์สิทธิ์

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ราวกับสามารถสาปแช่งสังหารทุกชีวิตบนโลกใบนี้ได้

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ไม่ต้องสงสัยเลย

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀นี่คือไพ่ตายใบสุดท้ายของราชันย์อู๋ฉางแล้ว ร่างเนรมิตได้เลื่อนขั้นกลายเป็น "รูปลักษณ์แห่งเต๋า" อย่างสมบูรณ์ มันคือรูปลักษณ์ที่เป็นรูปธรรมของวิถีแห่งเต๋าที่อีกฝ่ายหลอมรวมและทำความเข้าใจได้อย่างใกล้เคียงที่สุด

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ปราณมรณะนั้นรับมือยาก คาถาเวทโดยธรรมชาติแล้วไม่อาจหลบหลีกได้ อีกทั้งยังประกอบกับการรู้แจ้งในกฎเกณฑ์เต๋าที่แข็งแกร่งกว่าเขา หากพูดอย่างไม่เกรงใจเลย เมื่อมุ่งเป้าไปที่ผู้บำเพ็ญเพียรระดับหลอมสุญญตาขั้นสี่คนใดก็ตาม อีกฝ่ายย่อมต้องตายอย่างแน่นอน

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ทว่า... คู่ต่อสู้ของเขาคือหวังอี้!

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀"คาถาเวทกระจอกๆ ยากจะขึ้นสู้บนเวทีใหญ่ได้"

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀วิถีผีร้ายหวงเฉวียน! กำแพงหลิวหลีอวี้ซวี!

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ชั่วพริบตา

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀กะโหลกผีหวงเฉวียนนับไม่ถ้วนพุ่งออกมาจากถ้ำสวรรค์มารแท้จริงหมื่นจำแลง ปะปนอยู่ในหมอกแดงแห่งจิตสังหารคาวเลือด และกลืนกินปราณมรณะเหล่านั้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับสิ่งมีชีวิตที่ยังมีชีวิตอยู่ สิ่งนี้คือศัตรูตามธรรมชาติ

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀แต่สำหรับผีร้ายหวงเฉวียนแล้ว มันคือของบำรุงขนานใหญ่

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀มันบั่นทอนอานุภาพของวิชาคาถามรณะนี้จากต้นกำเนิด และเมื่อผลลัพธ์ของกำแพงหลิวหลีอวี้ซวีชั้นที่สอง·เปลี่ยนเคราะห์กรรมเป็นความว่างเปล่า เริ่มทำงาน

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ผลของการตรึงเป้าหมายด้วยคาถาเวท ก็ถูกเขาใช้วิชาลับแห่งเหตุและผลปิดกั้นโดยตรง ต่อให้อีกฝ่ายมีวิธีการที่ทรงพลังเพียงใด หากโจมตีไม่โดนก็ไร้ประโยชน์

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀หากพูดถึงความหลากหลายของวิธีการแล้ว ในขอบเขตระดับเดียวกัน อาจกล่าวได้ว่าไม่มีใครเทียบหวังอี้ได้เลย

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀วิชาคาถามรณะโจมตีพลาดเป้า

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ต่อให้มีประสบการณ์อย่างราชันย์อู๋ฉาง ในดวงตาก็ยังอดไม่ได้ที่จะเผยความสับสนออกมาวูบหนึ่ง

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เขาไม่เข้าใจ!

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เหตุใดสถานการณ์จึงกลายเป็นเช่นนี้ อีกฝ่ายเป็นเพียงแค่มดปลวกระดับหลอมสุญญตาขั้นสี่เท่านั้น ส่วนเขาคือราชันย์อู๋ฉางผู้สามารถสังหารระดับหลอมสุญญตาขั้นสมบูรณ์ได้อย่างง่ายดาย และแทบจะไร้เทียมทานในขอบเขตเดียวกัน!

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀"เป็น... ไป... ไม่... ได้!"

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀"เรื่องที่เป็นไปไม่ได้บนโลกนี้มีตั้งมากมาย จะมีเหตุผลอะไรที่ทุกอย่างต้องดั่งใจหวังเสมอไป อู๋ฉาง... ข้าจะให้เจ้าเป็นหินรองเท้าก้าวแรกสำหรับสร้างชื่อเสียงของข้าก็แล้วกัน"

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀กระบี่สังหารทั้งสองเล่มเปล่งแสงสีแดงขึ้นอีกครั้ง เบื้องหลังของหวังอี้ปรากฏสัตว์อสูรโลหิตยักษ์ขาเดียวตัวหนึ่ง หัวเหมือนสิงโตมีเขากระบี่ ร่างกายเหมือนมนุษย์สวมเกล็ดสวมเกราะ มีแผงคอหนาทึบงอกรอบศีรษะ บริเวณหน้าอกและหน้าท้องมีเพียงขนอ่อนสีเลือดปกคลุม ขาเดียวยืนหยัดอยู่กลางห้วงมิติ

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀นี่คือรูปลักษณ์ของบรรพบุรุษแห่งสัตว์อสูรเฟย และยังเป็นสัญลักษณ์ของมรรคผลแห่งเต๋าสายย่อยสาขาหนึ่งในมหาวิถีแห่งการสังหารที่มีสายเลือดบริสุทธิ์ที่สุด

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀หมอกเลือดสีแดงฉานรอบด้านทะลักกลับคืนมาราวกับกระแสน้ำ สัตว์อสูรโลหิตพุ่งทะยานออกจากเหนือศีรษะของหวังอี้อย่างรุนแรง เป้าหมายพุ่งตรงไปยังราชันย์อู๋ฉาง อีกฝ่ายรีบหลบหลีกด้วยความตื่นตระหนก

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀แต่กลับพบว่าห้วงมิติถูกโซ่เงินปิดผนึกไปตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่ทราบ

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀อาณาเขตพลังป่าเถื่อนที่น่าสะพรึงกลัวและประหลาดพิกล บีบอัดอากาศรอบด้านจนกลายเป็นของแข็ง แข็งแกร่งยิ่งกว่าทองคำเทวะหรือเหล็กมาร ภายใต้การปิดกั้นสองชั้น แม้แต่จะขยับนิ้วยังยากลำบาก

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ที่หนักหนาสาหัสยิ่งกว่า คือเจดีย์ขนาดเล็กที่ไม่รู้ว่ามาปรากฏอยู่เหนือศีรษะของเขาตั้งแต่เมื่อใด ลวดลายของอาวุธวิเศษที่สามารถสะกดทุกสิ่งทุกอย่างนั้น ทำให้พลังมารคำสาปของเขาไม่สามารถโคจรได้ตามปกติ

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀มันคือเจดีย์ขังเซียน!

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ของสิ่งนี้คืออาวุธวิเศษที่หวังอี้หลอมขึ้นมาเพื่อใช้สะกดตนเอง ผลลัพธ์ของมันจะรุนแรงเพียงใดคงไม่ต้องอธิบายให้มากความ การสะกดผนึกสามชั้นไม่มีช่องโหว่ใดๆ เลย

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀วินาทีต่อมา

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เสียงคำรามของสัตว์อสูรโลหิตฉีกกระชากท้องฟ้า สั่นสะเทือนห้วงมิติทั้งหมดจนแหลกสลาย ทำให้พื้นที่เหนือเมืองเซิ่งหวนระยะทางไม่รู้กี่กิโลเมตรกลายเป็นความมืดมิด ท่ามกลางพายุห้วงมิติอันไร้ที่สิ้นสุด

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ราชันย์อู๋ฉางถูกสัตว์อสูรโลหิตแทงทะลุหน้าอก

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ร่างกายโครงกระดูกระเบิดเป็นเศษซาก จิตวิญญาณดั้งเดิมสีดำสนิทที่ถูกล้อมรอบด้วยปราณมรณะยิ่งเปลี่ยนเป็นสีเลือดอย่างรวดเร็ว ถูกจิตสังหารของสัตว์อสูรโลหิตปะทะจนสูญเสียสติสัมปชัญญะไปอย่างสิ้นเชิง

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀จิตวิญญาณดั้งเดิมเริ่มพังทลายลงจากรากฐาน

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀หวังอี้ที่กลับคืนสู่ร่างมนุษย์อีกครั้ง เส้นผมสีเลือดที่ยาวจรดข้อพับขาปลิวไสวไปตามสายลมอย่างบ้าคลั่ง ก่อนเริ่มต่อสู้เป็นเช่นไร หลังจบการต่อสู้ก็ยังคงเป็นเช่นนั้น

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀แม้แต่ชายเสื้อก็ยังไม่เปื้อนฝุ่นเลยด้วยซ้ำ

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ดวงตาสีเลือดอันชั่วร้ายทอประกายแสงพิกล เขาสะบัดมือทำลายจิตวิญญาณดั้งเดิมที่แหว่งวิ่นของอีกฝ่ายจนกลายเป็นผุยผง หากบอกว่าจิตวิญญาณดั้งเดิมของผู้บำเพ็ญเพียรระดับแปลงเทวะยังเป็นวัตถุดิบหลักในการหลอมโอสถ

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ทว่าจิตวิญญาณดั้งเดิมระดับหลอมสุญญตากลับไม่มีประโยชน์เช่นนั้นอีก

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ไม่ใช่เพราะขนาดที่ใหญ่โตเกินไป แต่เป็นเพราะมีกฎเกณฑ์แห่งมหาเต๋าปะปนอยู่ภายใน หากต้องการนำไปใช้ก็ต้องกำจัดมันทิ้งไปเสียก่อน ซึ่งในตอนนี้หวังอี้ไม่อาจทำได้

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀อีกทั้งเขายังต้องการถอนรากถอนโคน ดังนั้นการทำลายล้างจิตวิญญาณดั้งเดิมของอีกฝ่ายโดยตรงจึงเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ในทำนองเดียวกัน

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ราชันย์หุนจี้มีวิธีย้อนคืนชีพทิ้งไว้ ราชันย์อู๋ฉางย่อมมีเช่นกัน สิ่งแรกที่ต้องเผชิญก็คือตำหนักอู๋ฉางของคนผู้นี้ ท่ามกลางสายตาตกตะลึงอ้าปากค้างของคนภายนอก

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀หวังอี้สะบัดมืออีกครั้ง ปราณโลหิตไร้ที่สิ้นสุดแปรเปลี่ยนเป็นแม่น้ำโลหิตที่เชี่ยวกราก

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เมื่อมองดูให้ดี จะพบว่านั่นคือแม่น้ำงดงามตระการตาที่เกิดจากกระบี่โลหิตทีละเล่ม ความกว้างเกินร้อยลี้ ความยาวยิ่งล่องลอยจนมองไม่เห็นจุดเริ่มต้น

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀แม่น้ำยาวกระบี่โลหิตชำระล้างตำหนักอู๋ฉางอย่างต่อเนื่อง ล้างแสงวิญญาณที่ปกคลุมอยู่ให้สะอาดหมดจดทีละน้อย ไพ่ตายคืนชีพที่ราชันย์อู๋ฉางทิ้งไว้ภายในนั้น ถูกกำหนดมาแล้วว่าจะต้องถูกเขาเก็บกวาดจนสิ้นซาก

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เพียงแต่เมื่อหวังอี้จีบนิ้วคำนวณ

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เมื่อใช้การแปรเปลี่ยนแห่งเหตุและผลในการตามรอยต้นกำเนิดของเหตุและผลสายนี้ เขาก็สัมผัสได้ถึงการคุ้มครองแห่งเหตุและผลของสายเวทลัทธิคำสาปมรณะอย่างเลือนราง สิ่งนี้ทำให้เขาอดขมวดคิ้วไม่ได้

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ตัดหญ้าไม่ถอนราก ภายในใจยากจะสงบ!

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ในเวลานั้น

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ผู้ดูแลทั้งสามที่ได้หลอมกฎเกณฑ์กลืนกินต่างมิติเข้าไปในศิลาจารึกเรียบร้อยแล้ว ต่างก็พากันมาปรากฏตัวที่บริเวณใกล้กับหวังอี้

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀"คลื่นลูกใหม่น่าเกรงขามจริงๆ!"

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀"เหลียนอวิ๋นหาผู้สืบทอดที่ดีได้ไม่เลวเลยจริงๆ"

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀มีเพียงผู้ดูแลจากลัทธิคำสาปมรณะ ที่ทั่วทั้งร่างถูกบดบังด้วยหมอกดำจนมองไม่ทะลุ เขาส่งเสียงผ่านปราณด้วยน้ำเสียงอู้อี้

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀"อู๋โยว ปล่อยวางได้ก็ควรปล่อยวาง ราชันย์ทั้งสิบของเขตแดนหลอมมารในแต่ละรุ่นล้วนเป็นอัจฉริยะที่พันปีจะมีสักคน ทุกคนล้วนเป็นเมล็ดพันธุ์มารที่สามารถก้าวไปถึงระดับมหายานได้ทั้งสิ้น มีความหมายลึกซึ้งเป็นอย่างยิ่ง"

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀"ครั้งนี้เขาถูกเจ้าเอาชนะไปได้ซึ่งหน้า ข้าจะเป็นตัวแทนของลัทธิคำสาปมรณะพามันไป ถอนตัวจากการแย่งชิงในเขตแดนหลอมมาร เจ้าไม่ต้องกังวลว่าหลังจากที่อู๋ฉางฟื้นฟูแล้ว จะกลับมาแก้แค้น"

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀หวังอี้หยุดการคำนวณการแปรเปลี่ยนแห่งเหตุและผล

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ท่านผู้อาวุโสไม่ได้มาจากสายผู้บำเพ็ญมารหรือขอรับ?"

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀สีหน้าของผู้ดูแลจากลัทธิคำสาปมรณะชะงักไป เขารู้ความหมายของหวังอี้ดี สิ่งที่ผู้บำเพ็ญมารทำบ่อยที่สุดก็คือการถอนรากถอนโคน ฆ่าล้างตระกูล การถูกตั้งข้อสงสัยเช่นนี้จึงเป็นเรื่องปกติธรรมดา

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เขาอธิบายว่า "เรื่องนี้ไม่ใช่ข้าที่เป็นคนเริ่มทำเป็นคนแรก แต่เป็นกฎแฝงของเขตแดนหลอมมาร ในเมื่อเจ้าสามารถเอาชนะเขาได้ในตอนนี้ หรือว่ายังกลัวอู๋ฉางจะตามทันอีกหรือ? เมื่อมีการสนับสนุนทรัพยากรจากเขตแดนหลอมมาร เมื่อเวลาผ่านไป เจ้าก็มีแต่จะแข็งแกร่งกว่าเขา"

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀หวังอี้ส่ายหน้า

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เขาสามารถยอมรับกฎแฝงนี้ได้ และก็เข้าใจด้วยว่าเบื้องหลังน่าจะเป็นความประสงค์ของมหาแดนมารฟ้า ไม่เช่นนั้นผู้ดูแลจากลัทธิคำสาปมรณะผู้นี้คงไม่พูดจาฉะฉานถึงเพียงนี้

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เห็นแก่ที่อีกฝ่ายไม่ได้ออกหน้ามาขัดขวางในตอนที่พวกเขาทั้งสองกำลังต่อสู้กัน

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀แต่รอจนกว่าเขาจะสังหารราชันย์อู๋ฉาง และเตรียมจะพึ่งพาการแปรเปลี่ยนแห่งเหตุและผลในการค้นหาสถานที่คืนชีพของอีกฝ่าย ถึงค่อยออกมาเจรจา ตัวเขาผู้แซ่หวังก็ไม่ใช่คนที่ไม่สามารถพูดจาด้วยเหตุผลได้ซักหน่อย

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀แต่... ถ้าไม่รีดไถสักหน่อย ในใจก็คงไม่เบิกบาน

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀"ผู้อาวุโส ไม่ใช่ว่าข้าไม่ยินยอม แต่ตัวข้าเป็นเพียงแค่ระดับหลอมสุญญตาขั้นสี่ หากอู๋ฉางออกจากเขตแดนหลอมมาร อีกไม่นานก็คงทะลวงผ่านระดับบรรลุเต๋าได้ พันปีให้หลังยิ่งไม่รู้ว่าจะก้าวไปถึงระดับใด"

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀"ถึงตอนนั้นข้าเพิ่งจะออกมาจากเขตแดนหลอมมาร เป็นแค่ระดับที่เพิ่งจะทะลวงผ่านบรรลุเต๋าขั้นต้น ท่านผู้อาวุโสรับรองได้หรือไม่ว่าอู๋ฉางจะไม่มาหาข้าเพื่อล้างแค้น? การสังหารศัตรูข้ามขอบเขตในระดับหลอมสุญญตากับการสังหารศัตรูข้ามขอบเขตในระดับบรรลุเต๋า มันเป็นคนละเรื่องกันเลยนะขอรับ"

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เมื่อผู้ดูแลจากลัทธิคำสาปมรณะได้ยิน ก็เข้าใจถึงความกังวลของหวังอี้

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เขาอธิบายอีกครั้ง

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀"เรื่องนี้เจ้าไม่ต้องกังวล เมื่อไม่มีทรัพยากรจากเขตแดนหลอมมารคอยสนับสนุน อย่างมากอู๋ฉางก็บำเพ็ญเพียรไปถึงระดับบรรลุเต๋าขั้นกลาง และจะมีความแตกต่างทางสถานะอย่างมหาศาลกับราชันย์ทั้งสิบที่ออกจากเขตแดนหลอมมารตามปกติอย่างเจ้า"

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀"สถานการณ์ที่แน่ชัดเกี่ยวข้องกับการจัดเตรียมของฝั่งมหาแดนมารฟ้า ข้าก็ไม่อาจสอดปากได้ สรุปก็คือ หากเจ้ารับปากว่าจะไม่เอาความเรื่องของอู๋ฉางอีก ข้าสามารถตัดสินใจรับปากเงื่อนไขของเจ้าได้หนึ่งข้อ"

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀อย่างไรเสียก็เป็นเมล็ดพันธุ์มารที่รับเข้าสายเวทไปแล้ว การที่สามารถก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งราชันย์ทั้งสิบได้ อย่างน้อยก็มีศักยภาพของท่านผู้อาวุโสระดับมหายาน ลัทธิคำสาปมรณะตัดใจทิ้งไม่ลง ก็เป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เรื่องนี้ อันที่จริงไม่ได้ตัดสินด้วยเจตนารมณ์ของหวังอี้

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เขาปฏิเสธแล้วจะทำอะไรได้? อย่างไรเสียการพึ่งพาการแปรเปลี่ยนแห่งเหตุและผลก็ไม่สามารถตรึงตำแหน่งคืนชีพของอีกฝ่ายได้อยู่ดี สู้รับปากไป แล้วรับผลประโยชน์สักก้อนจะดีกว่า

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เมื่อคิดได้เช่นนี้ หวังอี้จึงเอ่ยขึ้น

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀"ข้าต้องการวิธีการบำเพ็ญเพียรทั้งหมดของวิชาลับวิชาศักดิ์สิทธิ์สายวิชาคาถามรณะ ในฐานะผู้ดูแลของสายเวทที่ประจำการอยู่ในเขตแดนหลอมมาร ท่านผู้อาวุโสก็มีหน้าที่ในการถ่ายทอดวิชาอยู่แล้วใช่หรือไม่ขอรับ"

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀"นี่... ไม่ถูกกฎ" ผู้ดูแลจากลัทธิคำสาปมรณะมีท่าทีลำบากใจเล็กน้อย "เจ้าเป็นศิษย์ของสำนักกระบี่มารโลหิตแล้ว หากพวกเขารู้เข้า จะต้องมาหาเรื่องลัทธิคำสาปมรณะแน่"

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀"ไม่ขาดแค่อันนี้อันเดียวหรอกขอรับ"

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เมื่อหวังอี้กล่าวจบ เขาก็ผูกมุทราของวิชาหลอมโอสถทะเลโลหิตสองสามท่า ในฐานะผู้ดูแลสายเวท อีกฝ่ายย่อมคุ้นเคยเป็นอย่างดี หลังจากประหลาดใจอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ตอบตกลงแทบจะในทันทีโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀"ตกลง ดูเหมือนปณิธานของเจ้าจะยิ่งใหญ่กว่าคนอื่นๆ เสียอีก รับไป"

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀หลังจากได้รับการสืบทอดเงื่อนไขเบื้องต้นทั้งหมดในการบำเพ็ญเพียรวิชาคาถามรณะ รวมถึงวิชาลับที่เกี่ยวข้องแล้ว ในที่สุดหวังอี้ก็เผยรอยยิ้มพึงพอใจ อันที่จริงตั้งแต่ตอนที่ราชันย์อู๋ฉางเปลี่ยนร่างเป็นมหาอสูรคำสาปมรณะ

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เขาก็สัมผัสได้ว่าการสืบทอดสายนี้กับวิถีผีร้ายหวงเฉวียนนั้น เข้ากันได้ดีเป็นอย่างยิ่ง ตอนนี้ในบรรดาเจตจำนงทั้งสี่ประเภทที่เขายึดกุมอยู่ มีสามประเภทที่เป็นเจตจำนงระดับสูงสุด

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ทันทีที่บรรลุขั้นสมบูรณ์ก็จะสามารถเข้าสู่กฎเกณฑ์เต๋าที่สอดคล้องกันได้ มีเพียงวิถีผีร้ายหวงเฉวียนเท่านั้นที่ยังขาดไปเล็กน้อย หากสามารถเติมเต็มจากการสืบทอดคำสาปมรณะจนยกระดับขึ้นไปได้ ก็ถือเป็นเรื่องดีไม่ใช่น้อย

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀หลังจากที่ทั้งสองตกลงกันได้ ผู้ดูแลทั้งสามก็หายตัวไปอีกครั้ง

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀นอกเสียจากกรณีพิเศษ โดยพื้นฐานแล้วก็จะไม่ปรากฏตัวออกมา

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ส่วนหวังอี้ได้รับเศษทองคำเม็ดหนึ่งมาจากโครงกระดูกที่สูญสลายในร่างของอู๋ฉาง มันคือจุดอ้างอิงที่อีกฝ่ายใช้ยึดโยง "ถ้ำสวรรค์ปรโลกยมโลก" นั่นเอง

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เนื่องจากอู๋ฉางอยู่ในสภาวะก้ำกึ่งระหว่างเป็นและตาย ถ้ำสวรรค์แห่งนี้จึงไม่เกิดสภาวะพังทลาย ซ้ำยังผลักไสสัมผัสเทวะของเขาไม่ให้เข้าไปข้างในอย่างรุนแรง

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀หวังอี้แค่นหัวเราะในใจ

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀‘เจ้านายของแกถูกข้าฆ่าตายไปแล้ว ยังจะรับมือถ้ำสวรรค์เล็กๆ อย่างแกไม่ได้อีกหรือ?’

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ค่อยๆ ขัดเกลามันสักสิบวันครึ่งเดือน ของสิ่งนี้ก็ย่อมกลายมาเป็นรากฐานของเขาได้ตามธรรมชาติ เพียงแต่ไม่รู้ว่าร่างกายของเขาจะสามารถรับภาระการเติบโตระดับนี้ไหวหรือไม่

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ทรัพยากรที่ราชันย์อู๋ฉางสั่งสมมาหลายร้อยปี

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เขายังคงคาดหวังเป็นอย่างยิ่ง

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀หลังจากจัดการเรื่องราวในมือเสร็จสิ้น หวังอี้ก็เตรียมตัวจะไปที่ตำหนักอู๋ฉางเพื่อควบคุมการชำระล้างของแม่น้ำกระบี่โลหิต เพื่อให้ตนเองได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งจ้าวตำหนักราชันย์คนใหม่

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀แต่กลับเห็นเม่ยกู่ กุ่ยเซวี่ย ราชันย์มารแท้จริงจอมพลัง และราชันย์น้ำพุดำทั้งสี่คน เดินทางมาด้วยกัน โดยเฉพาะสีหน้าของเม่ยกู่นั้นดูซับซ้อนเป็นอย่างยิ่ง

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀นางรู้ว่าหวังอี้เหาะเหินเข้ามาในเขตแดนหลอมมารยังไม่ถึงหกสิบปีดี เวลาอีกกว่าเก้าร้อยปีหลังจากนี้ เกรงว่าคงสามารถรวบรวมทรัพยากรสำหรับการบำเพ็ญเพียรในระดับบรรลุเต๋าได้จนครบถ้วน

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀หลังจากออกไปแล้วก็แค่เก็บตัวบำเพ็ญเพียร ใช้เวลาไม่ถึงกี่ร้อยปีก็สามารถก้าวไปถึงระดับบรรลุเต๋าขั้นสมบูรณ์ และสัมผัสถึงขอบเขตของระดับมหายานได้ ช่างน่าอิจฉาเสียเหลือเกิน

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ส่วนเรื่องความไม่กลมกลืนของตัวตนที่อีกฝ่ายแสดงออกมานั้น

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ขนาดมหาแดนมารฟ้ายังไม่มีข้อกังขาใดๆ นางก็ยิ่งไม่มีความคิดเห็นอะไรแล้ว

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀"ขอแสดงความยินดีกับสหายเต๋าอู๋โยวที่ก้าวขึ้นสู่บัลลังก์ราชันย์ ด้วยขอบเขตระดับหลอมสุญญตาขั้นสี่ของสหายเต๋าก็สามารถปีนขึ้นมาถึงตำแหน่งนี้ได้ ซ้ำยังสังหารอู๋ฉางไปได้หนึ่งครั้ง อนาคตช่างไร้ขีดจำกัดจริงๆ"

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀"ยินดีเช่นกัน ยินดีเช่นกัน"

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀หวังอี้ตอบกลับด้วยท่าทีไม่ร้อนไม่เย็น ทำให้เม่ยกู่แทบจะสำลักตาย กลับกันเป็นราชันย์มารแท้จริงจอมพลังเยว่เจิ้นเซียวต่างหาก ที่เขามีความสนใจในตัวคนผู้นี้เป็นอย่างมาก

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ทั้งห้าคนพูดคุยแลกเปลี่ยนกันครู่หนึ่ง และหลังจากทิ้งช่องทางการติดต่อเอาไว้ ก็รีบจากไปอย่างเร่งรีบ อย่างไรเสียพวกเขาก็บาดเจ็บไม่เบา จำเป็นต้องใช้เวลาในการบำเพ็ญเพียรเพื่อฟื้นฟูแก่นแท้ ปราณ และจิตวิญญาณส่วนที่ถูกกลืนกินไปให้กลับคืนมา

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เวลาที่ต้องใช้คงไม่สั้นเลย

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เมื่อเหตุการณ์ยุติลง เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ก็ยิ่งถูกเล่าลือออกไปในวงกว้าง นามของอสูรโลหิตอู๋โยวก็ยิ่งโด่งดังเกรียงไกร จนกระทั่งผ่านไปหลายวัน

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ตำหนักอู๋ฉางถูกย้อมไปด้วยสีเลือด และถูกชำระล้างจนกลายเป็น "ตำหนักสยบมาร"

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เรื่องราวทั้งหมดถึงได้จบลงชั่วคราว

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ภายในมุมมืดแห่งหนึ่ง ไม่รู้ว่าเฒ่ามารอู๋เยี่ยนและเฒ่ามารชุดเขียวมาจับกลุ่มกันตั้งแต่เมื่อใด นอกเหนือจากการแสดงความสนใจในตัวหวังอี้อย่างมากแล้ว พวกมันยังเกิดความทะเยอทะยานอันไร้ที่สิ้นสุดต่อตำหนักราชันย์ที่ว่างเปล่าทั้งสามแห่งด้วย

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀"ร่วมมือกันไหมล่ะ?"

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀"ร่วมมือสิ!"

จบบทที่ ฟรี บทที่ 660 นามแห่งอสูรโลหิตอู๋โยว (จบ)

คัดลอกลิงก์แล้ว