เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ฟรี บทที่ 645 อัจฉริยะนักตกปลา เหวโลหิตไร้ก้นบึ้ง ระดับหลอมสุญญตาขั้นที่สาม!

ฟรี บทที่ 645 อัจฉริยะนักตกปลา เหวโลหิตไร้ก้นบึ้ง ระดับหลอมสุญญตาขั้นที่สาม!

ฟรี บทที่ 645 อัจฉริยะนักตกปลา เหวโลหิตไร้ก้นบึ้ง ระดับหลอมสุญญตาขั้นที่สาม!


บทที่ 645 อัจฉริยะนักตกปลา เหวโลหิตไร้ก้นบึ้ง ระดับหลอมสุญญตาขั้นที่สาม!

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เซียวผู้นี้ยังมีควาบลับซ่อนอยู่

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀อีกทั้งยังเกี่ยวข้องกับราชันย์หุนจี้ หวังอี้จึงยังไม่อยากฆ่ามันในตอนนี้ เผื่อว่าในอนาคตอาจนำมาใช้ประโยชน์ในยามคับขันเมื่อต้องรับมือกับราชันย์หุนจี้ได้

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀อายุขัยสามร้อยปีกับแต้มผลงานอันน้อยนิดจนน่าเวทนาบนตัวมัน

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ซื้อชีวิตงั้นรึ?

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ก็แค่ดอกเบี้ยเท่านั้น หวังอี้สามารถใจกว้างกับคนที่ไม่เกี่ยวข้องได้ นั่นเป็นเพราะพวกมันไม่ได้ล่วงเกินเขา แต่กับคนอย่างเซียวที่บังเกิดความคิดมุ่งร้ายต่อเขา

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ต่อให้มีหนึ่งหมื่นชีวิตก็ไม่พอชดใช้!

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ส่วนเรื่องการพูดปดหลอกลวง ไม่รักษาคำพูด นั่นไม่ใช่เรื่องปกติของผู้บำเพ็ญเพียรวิถีมารหรอกหรือ? เมื่อก่อนตอนที่ยังอ่อนแอ เขาจำเป็นต้องใช้ชื่อเสียงของบุรุษหนุ่มผู้ซื่อสัตย์พึ่งพาได้เพื่อดึงดูดการลงทุน

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀แต่ตอนนี้เขาอยู่ระดับหลอมสุญญตาแล้ว จะมัวเสแสร้งไปทำส้นตึกอะไร

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ก็รังแกที่เจ้าตบะต่ำต้อย ขอบเขตอ่อนด้อยไง แล้วจะทำไมล่ะ?

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀พอความคิดชั่วร้ายบังเกิด ข้อผูกมัดที่ตนเองสร้างขึ้นมาสวมทับไว้ก็มลายหายไป ความเข้าใจต่อคำว่าอิสระเสรีของเขาก็เพิ่มพูนขึ้นอีกหลายส่วน กลับกลายเป็นการทำให้สภาวะจิตใจเติบโตขึ้น

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เขาติดอยู่ในขอบเขตหลิวหลีมาหลายปีแล้ว

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ไม่เคยค้นพบวิธีเลื่อนขั้นเสียที แท้จริงแล้วมิติห้วงทะเลใจก็สามารถมองได้ว่าเป็นถ้ำสวรรค์แห่งหนึ่ง เพียงแต่มันเป็นสิ่งลวงตา และได้รับผลกระทบจากเจตจำนงของหวังอี้มากเกินไป เพียงแค่อารมณ์แปรปรวนเล็กน้อย ก็จะก่อให้เกิดคลื่นยักษ์โหมกระหน่ำในมิติห้วงทะเลใจ

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀บัดนี้ได้เบิกโลกถ้ำสวรรค์ที่แท้จริงแล้ว

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ที่จริงเขาสามารถพิจารณานำมิติห้วงทะเลใจผสานเข้ากับถ้ำสวรรค์ได้ เพื่อลักไก่ต่อไป ลองใช้ใจตนแทนใจสวรรค์ ทดลองใช้วิธีรู้แจ้งเต๋าของผู้บำเพ็ญเพียรระดับบรรลุเต๋าล่วงหน้าดู

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ไม่เพียงทำให้ถ้ำสวรรค์มีรากฐานของขอบเขตจิตใจซ้อนทับเพิ่มขึ้นมาอีกชั้น แต่ยังช่วยเร่งความเร็วในการทำความเข้าใจเจตจำนงและกฎเกณฑ์เต๋าของเขา กระทั่งมีโอกาสสูงมากที่จะช่วยให้เขาควบแน่น ‘บุปผาแห่งจิตวิญญาณ’ ออกมาได้

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เพียงแต่การจะทำเช่นนี้ยังขาดรากฐาน และ... สิ่งสำคัญที่สุดคือ เคล็ดวิชาในการสร้างขอบเขตจิตใจ!

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀รู้สึกว่าสามารถเริ่มจากทางฝั่งพุทธะได้ เพียงแต่เมื่ออยู่ในเขตแดนหลอมมาร หนทางนี้กลับตัน รอจนเขาออกไปได้ ต่อให้ทำขั้นตอนนี้สำเร็จ ก็เป็นเพียงการเติมดอกไม้บนผืนแพรเท่านั้น

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ท้ายที่สุดแล้ว การจะออกจากเขตแดนหลอมมารได้ ต้องทะลวงผ่านระดับบรรลุเต๋าเสียก่อน

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀จุดประสงค์ในการลักไก่ของเขา ก็เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ได้ง่ายดายยิ่งขึ้น และได้รับพลังต่อสู้ที่เหนือล้ำกว่าระดับเดียวกันอย่างมหาศาล

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀อย่างแย่ที่สุด

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀รอจนสิทธิ์ป้ายมารแท้จริงของเขาเลื่อนขึ้นไปถึงระดับสูงสุดอย่างวงแหวนดำ หอวิชาลับและหอวิชาศักดิ์สิทธิ์ก็จะเปิดรับเขาทั้งหมด ภายในนั้นอาจจะมีวิชาสืบทอดที่เขาต้องการอยู่ก็ได้

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀หลังจากวันนั้นผ่านไป

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เซียวจำยอมต่ออำนาจบาตรใหญ่ของหวังอี้ จึงทำได้เพียงเชื่อฟังการจัดเตรียมของเขาอย่างว่าง่าย เพียงแต่ในฐานะผู้บำเพ็ญมารที่เจ้าเล่ห์เพทุบาย มันย่อมไม่มีทางยอมให้หวังอี้บงการอยู่ฝ่ายเดียวอย่างสมบูรณ์

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀คนผู้นี้มีสถานะต่ำต้อย ไม่อาจติดต่อกับราชันย์หุนจี้ได้โดยตรง

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀แต่สามารถติดต่อกับลูกน้องของราชันย์หุนจี้ได้ นี่แหละคือเป้าหมายที่สองที่หวังอี้มาหาเซียว การเดินทางไปภูเขาจิตมารทำให้เขาเก็บเกี่ยวผลประโยชน์กลับมาได้อย่างล้นหลาม

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀อย่างเช่นป่าต้นผลไม้โลกมาร แหล่งทรัพยากรที่อาศัยความได้เปรียบทางภูมิประเทศในการเติบโตเช่นนี้ อีกฝ่ายน่าจะยังครอบครองอยู่อีกมาก

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ส่วนเหตุผลว่าทำไมถึงไม่เก็บเข้าไปเพาะเลี้ยงในถ้ำสวรรค์ภายในร่างทั้งหมดน่ะหรือ

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀นั่นก็ต้องพูดถึงปัญหาของถ้ำสวรรค์วิถีมารแล้ว

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀รากฐานที่ผู้บำเพ็ญมารสร้างขึ้นล้วนเป็นปราณมาร ของพรรค์นี้แต่เดิมก็ไม่เหมาะสำหรับการเติบโตของพืชพรรณวิญญาณส่วนใหญ่อยู่แล้ว หากเจ้าลองปลูกไผ่ชิงจิ้งเข้าไปสักต้น รับรองว่ามันจะตายให้ดูในไม่กี่นาที

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ดังนั้นถ้ำสวรรค์จึงไม่ใช่สิ่งสารพัดนึก เว้นแต่จะวิวัฒนาการกลายเป็นโลกสวรรค์ แล้วเลื่อนขั้นเป็นแดนเซียนมหาเต๋าเหมือนอย่างเซียนแท้จริง!

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ถึงจะมีความมหัศจรรย์ในการเนรมิตสรรพสิ่งและให้กำเนิดสรรพชีวิตได้

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ราชันย์หุนจี้บำเพ็ญวิถีมารวิญญาณเงียบงัน ถ้ำสวรรค์ภายในร่างของมันสามารถปลูกไม้หล่อเลี้ยงวิญญาณ ไม้หยิน ผี พลังอาฆาต... และของวิเศษสมุนไพรวิญญาณประเภทหยินและวิญญาณอื่นๆ ได้

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀แต่กลับปลูกทรัพยากรวิญญาณธาตุอื่นไม่ได้

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ไม่ใช่ทุกคนที่จะเหมือนกับหวังอี้ ที่บำเพ็ญมหาเต๋ามากมายหลายแขนงพร้อมกัน นำมาผสมผสานหลอมรวมเข้าด้วยกัน อีกทั้งยังเพิ่มธาตุไท่หยินและเบญจธาตุหยินเข้าไป ซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์แห่งหมื่นจำแลง แทบจะสามารถปลูกทรัพยากรวิญญาณวิถีมารได้ทุกชนิด

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ดังนั้น

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀มีหนึ่งก็ต้องมีสอง ประโยชน์ที่ได้จากการฆ่าราชันย์หุนจี้มีเพียงตำหนักราชันย์แห่งหนึ่งเท่านั้น ต้องค่อยๆ ตกไปทีละตัว ถึงจะสูบน้ำจากบ่อปลาขนาดใหญ่นี้จนแห้งเหือด และทำให้ได้รับผลประโยชน์สูงสุด

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀หลังจากปล่อยให้เซียวเข้าไปในหอลิขิตฟ้าเพื่อทำนายตำแหน่งของเทียนจู

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เพียงไม่นาน เขาก็สัมผัสได้ว่าในตรอกมืดบริเวณใกล้เคียงมีกลิ่นอายเร้นลับเพิ่มขึ้นมาไม่น้อย รวมถึงสายตาที่พวกมันคิดว่าซ่อนเร้นได้ดีแล้วด้วย

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀‘โดยทั่วไปแล้วอยู่ในระดับหลอมสุญญตาขั้นที่หก ก็ถือว่าสอดคล้องกับตบะอันอ่อนด้อยของเซียว แต่ก็ไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ที่อาจจะมีผู้บำเพ็ญเพียรยิ่งใหญ่ระดับหลอมสุญญตาขั้นปลายกำลังคิดจะลอบกัดข้าอยู่เช่นกัน’

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เช่นเดียวกัน

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ต่อให้มีความมั่นใจในความสำเร็จของแผนการถึงแปดส่วน เขาก็ยังต้องระวังความเป็นไปได้ที่ราชันย์หุนจี้จะจุติลงมา ดังนั้น... ตอนนี้เฒ่ามารชุดเขียวจึงกำลังแบกรับภาระหนักอึ้งแทนเขา คอยกวาดล้างกับดักและอันตรายต่างๆ

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀‘หึ่ย ไม่คิดเรื่องนี้แล้วดีกว่า~’

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀.……..

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ก่อนหน้านี้ไม่นาน

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เฒ่ามารชุดเขียวที่กำลังหลบอยู่ในสถานที่กบดานกลางป่า ยอมผลาญทรัพยากรมากมายอย่างไม่เสียดายต้นทุน ในที่สุดก็ฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บสาหัสที่ได้รับเมื่อสองปีก่อน

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ขณะนี้กำลังคิดหาวิธีนำต้นผลไม้โลกมารไปแลกเปลี่ยนเป็นทรัพยากรบำเพ็ญเพียรที่ตนสามารถใช้ได้ ทว่าเพิ่งจะติดต่อกับ "สหายเก่า" ได้ไม่กี่คน ก็ต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าใต้ฝ่าเท้าของตนถูกประทับตราวิญญาณขยายกลิ่นอายเอาไว้

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀หากตราวิญญาณนี้ไม่ถูกกระตุ้น มันก็คงไม่ทันสังเกตเห็นเลยด้วยซ้ำ

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀"ไอ้ลูกสุนัขบัดซบเอ๊ย!"

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เพิ่งจะสบถด่าออกไปประโยคเดียว ก็รู้สึกได้ว่าท้องฟ้าที่มืดครึ้มแปรเปลี่ยนเป็นสีเทามรณะโดยสมบูรณ์ ขนนกสีดำที่ทำให้คนอดตัวสั่นไม่ได้ร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้าทีละดอกๆ

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀แทบจะปกคลุมพื้นที่รัศมีพันลี้

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เจตจำนงแห่งความเงียบสงบและกระแสมรณะที่แฝงอยู่ภายในนั้น ทำให้ผู้คนอดไม่ได้ที่จะใจสั่นขวัญแขวน

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀วงแหวนแสงสีดำสนิทเปิดออกกลางผืนฟ้า

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ราชันย์หุนจี้ร่วงหล่นลงมาจากช่องว่างนั้น สายตาจับจ้องไปที่เฒ่ามารชุดเขียว ในเวลานี้ มันดูไม่มีท่าทีกราดเกรี้ยวและเดือดดาลเหมือนวันที่ขอยืมร่างร่ายอาคมเลยแม้แต่น้อย กลับดูสงบนิ่งเป็นอย่างยิ่ง

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀มีบงกชสีดำสามดอกบานสะพรั่ง กำลังแผ่แสงมรณะอันไร้ประมาณอยู่บนศีรษะของมัน ใบหน้าซีดเซียว รูปลักษณ์ธรรมดาสามัญ เป็นประเภทที่หากโยนเข้าไปในฝูงชนก็จะกลืนหายไปทันที

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀สำหรับเฒ่ามารชุดเขียว มันไม่มีอะไรจะพูดด้วย

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀มีเพียงประโยคเดียว

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀"อู๋โยวอยู่ที่ไหน?"

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เฒ่ามารชุดเขียวหน้ามุ่ย ถอนหายใจเฮือกใหญ่

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀"ซวยแล้ว"

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀…………

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀หนึ่งในเก้าสายเวทแห่งโลกผู้บำเพ็ญมาร ที่ตั้งของตำหนักโอสถศักดิ์สิทธิ์

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เมื่อเทียบกับสายเวทอื่นที่ "ทำตัวว่านอนสอนง่าย" รับสมัครศิษย์ใหม่ให้สายเวทของตนอยู่ในเมืองเซิ่งหวน สายโอสถศักดิ์สิทธิ์กลับให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของตนเองมากกว่า จึงได้สร้างเหวโลหิตไร้ก้นบึ้งขึ้นมาในเขตแดนหลอมมารแห่งนี้

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀สระลึกจนมองไม่เห็นก้น กลายสภาพเป็นหุบเหว!

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เหวโลหิตไร้ก้นบึ้งมีขนาดไม่ใหญ่นัก เส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกินยี่สิบลี้ อย่าว่าแต่ผู้บำเพ็ญเพียรระดับหลอมสุญญตาเลย แม้แต่ผู้บำเพ็ญเพียรตัวเล็กๆระดับสร้างรากฐานก็ยังสามารถมองเห็นขอบสระได้ในปราดเดียว

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀สิ่งที่น่าหวาดกลัวอย่างแท้จริงคือความลึกของสถานที่แห่งนี้

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀วิชาหลอมโอสถวิถีมาร ส่วนใหญ่มักใช้ โลหิต อายุขัย โชคชะตา กระดูก เนื้อ วิญญาณ... ทุกสิ่งที่สรรพชีวิตมี มาเป็นวัตถุดิบเพื่อแสวงหาโอสถศักดิ์สิทธิ์

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ตำหนักโอสถศักดิ์สิทธิ์ยิ่งเป็นยอดเยี่ยมในหมู่พวกมัน อีกทั้งยังเป็นสายเวทที่มีจำนวนคนมากที่สุดในเก้าสายเวทของโลกผู้บำเพ็ญมาร มีจำนวนเกือบห้าร้อยคน แต่ละคนล้วนเป็นยอดฝีมือในด้านนี้

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ภารกิจสำนักของพวกเขาส่วนใหญ่คือการหลอมโอสถให้กับสายเวทมารอื่นๆ

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀"เหวโลหิตไร้ก้นบึ้ง" ในเขตแดนหลอมมารแห่งนี้ ก็คือสระสมุนไพรแห่งหนึ่ง ซึ่งได้เปลี่ยนวิชาหลอมโอสถด้วยน้ำให้กลายเป็นวิชามารจนถึงขีดสุด นั่นคือ มหาเวทโอสถศักดิ์สิทธิ์ทะเลโลหิต!

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀การหลอมโอสถหนึ่งครั้ง ต้องใช้เวลาหลายสิบถึงร้อยปี

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀แต่ปริมาณโอสถที่ได้กลับมากมายมหาศาลจนแทบไม่น่าเชื่อ ปรมาจารย์โอสถศักดิ์สิทธิ์ระดับหลอมสุญญตาลงมือ สามารถได้โอสถเป็นล้านเม็ด ระดับบรรลุเต๋าได้สิบล้าน ระดับมหายานยิ่งนับร้อยล้านเม็ด

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เซียนพเนจรระดับข้ามเคราะห์กรรมของตำหนักโอสถศักดิ์สิทธิ์ ยิ่งสามารถรวบรวมปราณโอสถนับร้อยล้าน ใช้มหาเวทโอสถศักดิ์สิทธิ์ทะเลโลหิตหลอม "แก่นปราณ" ออกมา โดยใช้ฟ้าดินเป็นเตาหลอม สิ่งที่ได้คือโอสถเซียนระดับศักดิ์สิทธิ์ขั้นสูงสุด

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀หนึ่งเม็ดสามารถทำให้ปุถุชนที่มีรากวิญญาณแตกสลายทะลวงเข้าสู่ระดับแปลงเทวะได้ในพริบตา ทำให้ระดับบรรลุเต๋าทะลวงผ่านสู่ระดับมหายาน ทำให้เซียนพเนจรข้ามผ่านทัณฑ์สวรรค์ได้อีกครั้ง เรียกได้ว่าเป็นของวิเศษเซียนระดับสูงสุดที่โลกผู้บำเพ็ญมารผลิตขึ้นมา

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เขตแดนหลอมมารเข่นฆ่ากันมาจนถึงบัดนี้ ผู้บำเพ็ญเพียรระดับแปลงเทวะและหลอมสุญญตาที่ถูกฝังร่างไว้ที่นี่ตลอดหลายปีที่ผ่านมานั้นมีจำนวนนับไม่ถ้วน มหาแดนมารฟ้าย่อมไม่ยอมปล่อยให้สูญเปล่า ดังนั้นจอมเวทโอสถศักดิ์สิทธิ์ที่รับผิดชอบการรับสมัครศิษย์ในเขตแดนหลอมมารจึงต้องแบกรับหน้าที่ในการหลอมโอสถด้วย

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ยิ่งเป็นเซียนพเนจรระดับข้ามเคราะห์กรรมเพียงคนเดียวในเขตแดนหลอมมาร

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ทว่า

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀โดยปกติแล้วมักจะไม่ปรากฏตัว หน้าที่รับสมัครคนก็เป็นเพียงภารกิจเสริมในนามเท่านั้น จะทำหรือไม่ทำก็ไม่เป็นไร สิ่งสำคัญคือต้องรับประกันว่าเขตแดนหลอมมารจะสามารถผลิตโอสถเซียนทะเลโลหิตออกมาได้ 1 เม็ดในทุกๆ พันปี

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀หลังจากนั้นจะถูกมหาแดนมารฟ้าเรียกเก็บคืน ส่วนจะจัดสรรอย่างไรนั้น เทพมารผู้นั้นจะเป็นคนตัดสินใจ ไม่มีใครมีสิทธิ์สอดปาก

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ในเวลานั้น

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ข้างเหวโลหิตไร้ก้นบึ้ง มีตำหนักสีขาวบริสุทธิ์ที่เต็มไปด้วยเมฆโอสถแผ่ซ่านอยู่ ขัดแย้งกับสภาพแวดล้อมของที่นี่อย่างสิ้นเชิง ทุกหนทุกแห่งล้วนเผยให้เห็นถึงกลิ่นอายแห่งความศักดิ์สิทธิ์และงดงาม

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀หน้าตำหนัก

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀จอมเวทโอสถศักดิ์สิทธิ์ผู้มีใบหน้าเมตตาอารี กล่าวกับชายหนุ่มที่อยู่ข้างกายว่า "เทียนจู เคราะห์กรรมของเจ้า... มาถึงแล้ว"

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ชายหนุ่มที่มีรอยประทับกระบี่อยู่ระหว่างคิ้วชะงักไป

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀"เคราะห์กรรม? ท่านอาจารย์ ท่านหมายความว่า... ทางฝั่งสำนักกระบี่มารโลหิตส่งคนมาแล้วหรือขอรับ?"

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀"สั้นสุดก็หลายเดือน ยาวสุดก็สามปี หากเจ้าไม่ตาย ข้ากับเจ้าก็จะมีวาสนาศิษย์อาจารย์ต่อกัน หากเจ้าตาย ผู้ที่ฆ่าเจ้าถึงจะได้เป็นศิษย์ของข้า"

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀"ข้าเข้าใจแล้วขอรับ"

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀…………

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀มุ่งหน้าไปทางทิศใต้ของเมืองเซิ่งหวน เหาะเหินเป็นเวลาหลายวันจะพบกับสถานที่แห่งหนึ่ง

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀มีชื่อว่า หุบเขาวิญญาณร่วงหล่น

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ตั้งแต่เซียวออกมาจากหอลิขิตฟ้า มันก็บอกพิกัดหนึ่งให้กับเขาด้วยสีหน้าซีดเซียว แต่ก็ไม่รู้แน่ชัดว่าเป็นที่ใด เพียงแต่บอกว่าลิขิตฟ้าถูกบดบัง อายุขัยสามร้อยปีของผู้บำเพ็ญเพียรระดับแปลงเทวะไม่อาจคำนวณออกมาได้

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀หวังอี้เพียงแต่คิดว่าเทียนจูผู้นั้นมีความสามารถ

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ท้ายที่สุดแล้ว การที่ไม่ถูกสำนักกระบี่มารโลหิตลงทัณฑ์ และสามารถลอยนวลอยู่ในเขตแดนหลอมมารแห่งนี้ได้เป็นเวลานาน ย่อมแสดงให้เห็นว่าเป็นคนมีความสามารถ ส่วนผู้บำเพ็ญเพียรระดับหลอมสุญญตาก็ล้วนเข้าถึงการแปรเปลี่ยนแห่งเหตุและผล

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀หากจะอาศัยสิ่งนี้ศึกษาค้นคว้าวิถีแห่งเหตุและผลจนเชี่ยวชาญ และสามารถก้าวเข้าสู่ประตูแห่งวิถีนี้ได้ ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะเข้าใจ

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀สู้บอกว่า มีระดับฝีมือเช่นนี้สิถึงจะปกติ

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀หากถูกเขาฆ่าตายอย่างง่ายดาย นั่นสิถึงจะดูผิดปกติ~

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ในเวลานี้ เขาไม่รีบร้อนที่จะไปฆ่าคน

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ทะลวงขอบเขตก่อนค่อยว่ากัน ส่วนเรื่องทรัพยากรใครจะเป็นคนจัดหามาให้ ปลาที่ตกได้นอกหอลิขิตฟ้าก่อนหน้านี้... นี่ไง มาแล้วไม่ใช่หรือ?

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀"โอ้ สหายเต๋ากลับไม่หวาดกลัวเลยรึ?"

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀"เหตุใดต้องหวาดกลัวด้วยล่ะ"

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀หวังอี้ในรูปแบบอสูรโลหิตอู๋โยว ยืนหยัดอย่างเย่อหยิ่งกลางอากาศ อาวุธแท้จริงหมื่นจำแลงที่ไม่ได้ใช้งานมานานและได้เลื่อนขั้นเป็นระดับหกแล้ว ไหลเข้าสู่มือของเขาราวกับของเหลว กลายสภาพเป็นทวนวงเดือนคู่ที่แผ่กลิ่นอายโลหิตพุ่งทะลุฟ้า

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀รอบด้านมีผู้บำเพ็ญเพียรระดับหลอมสุญญตาขั้นที่ห้าถึงหกซึ่งเป็นระดับกลางรวมแปดคน

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ยืนล้อมเขาไว้ตรงกลางในรูปแบบเก้าตำหนัก บนศีรษะยังมีอีกหนึ่งคน ตบะใกล้เคียงกับนักพรตเชียนชิว เป็นผู้บำเพ็ญเพียรระดับหลอมสุญญตาขั้นที่แปด ถ้ำสวรรค์ใกล้จะบรรลุขั้นสมบูรณ์

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀สวมใส่เสื้อคลุมหนังมังกรเจียว ในมือถือขวานยักษ์เซวียนฮวา

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เห็นได้ชัดว่าเป็นผู้ฝึกกายาที่ประสบความสำเร็จเช่นกัน แต่เดินในวิถีฝึกกายาของเผ่าอสูร หลอมรวมแก่นแท้สายเลือดของมังกรอสูรร้อยตาจำนวนไม่น้อยเข้าสู่ร่างกาย น่าจะมีความสามารถในการแปลงกายเป็น "ร่างแท้เผ่าอสูร"

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ผู้บำเพ็ญมารเดิมทีก็เชี่ยวชาญการเข่นฆ่าอยู่แล้ว วิถีฝึกกายาแปลงเป็นเทพอสูรนี้ แท้จริงแล้วก็เป็นทางลัดเส้นหนึ่ง แต่กลับสามารถทำให้พัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดดได้ในเวลาอันสั้น สอดคล้องกับวิถีมารอย่างแท้จริง

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀คนผู้นี้ก็ไม่โง่ เมื่อเห็นหวังอี้สงบนิ่งเช่นนี้

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀จึงขมวดคิ้วแล้วกล่าวว่า

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀"เจ้าจงใจยืมมือเซียว ล่อพวกข้ามางั้นรึ? แต่เจ้าก็แค่ระดับหลอมสุญญตาขั้นที่สอง เอาความกล้ามาจากไหน..."

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀"จริงสิ เซียวรับผิดชอบทางฝั่งภูเขาจิตมาร ครั้งก่อนในบรรดาสองคนที่ทำลายภูเขาจิตมารก็มีคนที่เชี่ยวชาญวิถีสังหารอยู่คนหนึ่ง เจ้าคงไม่ใช่ว่าจะเป็นอู๋โยวหรอกนะ?"

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀"อู๋โยว?"

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀"ใต้เท้าหลงฝู่แน่ใจหรือ ฝ่าบาทตรัสไว้ว่า หากผู้ใดสังหารเดรัจฉานผู้นี้ได้ จะได้รับรางวัลเป็นแต้มผลงานหนึ่งล้านแต้ม และโอสถศักดิ์สิทธิ์บรรลุเต๋าหนึ่งเม็ด"

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀"เฮ้ย เจ้าใช่อู๋โยวหรือเปล่า?"

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ยังไม่ทันที่หวังอี้จะตอบกลับ ผู้บำเพ็ญเพียรระดับหลอมสุญญตาขั้นกลางเหล่านั้นก็อดรนทนไม่ไหวขึ้นมา ในสายตาของพวกมัน หวังอี้ราวกับกลายเป็นของในกระเป๋าไปแล้ว

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀แม้แต่ลูกน้องของราชันย์หุนจี้ผู้โด่งดัง

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀พวกผู้บำเพ็ญมารก็ยังคงมีสภาพพรรค์นี้ รวมกันเป็นกองขี้ กระจายกันไปเป็นดาวเต็มฟ้า

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ผู้ที่มีความแข็งแกร่งที่สุดและถูกเรียกว่าหลงฝู่กลับระมัดระวังตัว

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀อดไม่ได้ที่จะตวาดว่า

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀"พวกโง่เง่า คนที่สามารถทำลายภูเขาจิตมารจนทำให้ฝ่าบาทต้องเสียหน้า จะเป็นตัวตนธรรมดาได้งั้นรึ? บุกเข้าไปให้หมด ข้าจะติดต่อขอความช่วยเหลือจากฝ่าบาทก่อน"

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ความดูถูกเหยียดหยามนั้นมีไม่ขาด แต่จะให้พวกมันดวลเดี่ยวงั้นรึ?

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ไม่มีทางเสียหรอก

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀รุมโจมตีต่างหากคือแผนการอันยอดเยี่ยม กระทั่งยังร้องขอความช่วยเหลือจากเจ้านายโดยตรงอีก หวังอี้ทอดถอนใจ โชคดีที่เขายอมให้เฒ่ามารชุดเขียวต้องทนทุกข์ทรมานไปก่อน ไม่เช่นนั้นก็คงไม่แน่ว่าจะสามารถเก็บเกี่ยวได้อย่างราบรื่น

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀"เข้ามา!"

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀หวังอี้กางแขนควงทวน กำลังคิดจะเปิดศึกปะทะด้วยดาบจริงหอกจริง เพื่อปรับตัวและขัดเกลาร่างกายหลังจากที่ความแข็งแกร่งพุ่งทะยานขึ้น ท้ายที่สุดตั้งแต่ทะลวงระดับมา เขาก็ยังไม่ได้ลองทดสอบพลังเทวะอันไร้เทียมทานของกายเนื้อเลย

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เพียงแต่...

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ปากจะพูดจาโอหังเพียงใดก็ตาม แต่เมื่อผู้บำเพ็ญมารกลุ่มนี้ลงมือ กลับพุ่งเป้าไปที่จุดยุทธศาสตร์ด้านล่างทั้งสิ้น บางคนตะโกน "กระบี่สังหารฟ้า" ทว่ากลับแอบซัดเข็มไร้รูปลักษณ์ แทงทะลวงน้องชายของเขา

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ด้านหลังมีคนท่อง "คาถาประทับฟ้า" อย่างดุดัน พอเขาหันกลับไปอย่างรวดเร็ว กลับกลายเป็นตราประทับมิติที่เกิดจากภาพเงาของถ้ำสวรรค์ร่วงหล่นลงมาอย่างกะทันหัน

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀"ดี ดี ดี ช่างเป็นกระบี่สังหารฟ้า คาถาประทับฟ้าที่ยอดเยี่ยมจริงๆ!"

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀พลังมารซัดสาด กลายเป็นปราณทวนสีเลือด ขั้นแรกปัดเป่าเข็มไร้รูปลักษณ์ให้กระเด็นออกไป จากนั้นก็หดอาวุธแท้จริงหมื่นจำแลงรูปแบบทวนกลับมา ใช้ด้ามกระแทกเข้ากับตราประทับมิตินั้น

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀มังกรปรโลกเก้าตัวเสริมพลัง แปรเปลี่ยนเป็นพลังอมตะ

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ห้วงมิติเกิดรอยร้าว ตราประทับมิติแตกละเอียดกลายเป็นผุยผงปลิวว่อนไปทั่วฟ้า คนผู้นั้นกระอักเลือดออกมาคำโต ใบหน้าซีดเผือด

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เมื่อตระหนักได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติและต้องการจะถอยกลับก็สายไปเสียแล้ว

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀แม้แต่คิดจะดึงคนอื่นมาเป็นเบาะรองรับ ก็กลับพบว่าพอต่อสู้กันสหายก็หูตาว่องไวเกินคาด ส่วนใหญ่หายเข้าไปในรอยแยกของมิติแล้ว

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀‘เดี๋ยว... พวกเจ้า...’

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀"ยังอ่อนหัดเกินไปนะ สหายเต๋า!"

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀หวังอี้ปรากฏตัวตรงหน้ามันในพริบตา มือเดียวคว้าศีรษะของมันไว้ แววตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งร้าย พลังเทวะอันไร้เทียมทานบดขยี้มันจนกลายเป็นแอ่งเลือดในชั่วอึดใจ

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ตำแหน่งสามชุ่นใต้สะดือ ราวกับกลายสภาพเป็นปากของเทาเที่ย

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀แก่นแท้ ปราณ จิตวิญญาณ แก่นพลังชีวิต โลกถ้ำสวรรค์ กระดูกมาร และจิตวิญญาณแรกกำเนิด ล้วนเข้าสู่ถ้ำสวรรค์มารแท้จริงหมื่นจำแลงจนหมดสิ้น กลายเป็นสารอาหารคอยบำรุงรากฐานวิถีมารแท้จริงของเขา

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ดั้งเดิมในถ้ำสวรรค์ภายในร่างราวกับได้อาบสายฝนชุ่มฉ่ำ

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ระหว่างที่กลืนกินอย่างบ้าคลั่ง มันก็ปล่อยปราณมารแท้จริงอันบริสุทธิ์ออกมามากขึ้น มิติถ้ำสวรรค์ส่งเสียงดังครืนครั่น เป็นสัญญาณว่าเริ่มขยายตัวอีกครั้งแล้ว

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ตบะของหวังอี้ที่บรรลุถึงระดับหลอมสุญญตาขั้นที่สองขั้นสูงสุด มีลางบอกเหตุว่าจะเพิ่มพูนขึ้น

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀"ยังไม่พอ เอามาอีกคน"

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀"เจ้าชื่อหลงฝู่ใช่ไหม มาช่วยขัดเกลาข้าหน่อยสิ!"

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀การบำเพ็ญเพียรวิถีมาร ช่างเรียบง่ายและไร้การปรุงแต่งเช่นนี้แหละ

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าความแข็งแกร่งของหวังอี้ก้าวล้ำขอบเขตปัจจุบันไปตั้งนานแล้ว ใบหน้าของหลงฝู่ซีดเผือด เหงื่อเย็นเยียบหยดลงมาจากหน้าผากอย่างห้ามไม่อยู่ แต่ไม่ว่ามันจะเร่งเร้าหยกสื่อสารในมืออย่างไร กลับไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ตอบสนองเลย

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀"บัดซบ คิดว่าข้ากลัวเจ้าจริงๆ รึ!"

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀"ร่างเนรมิตมังกรอสูรร้อยตา… ปรากฏ!"

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ทว่า

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀หวังอี้กลับแสร้งทำเป็นโจมตี ทวนยักษ์ทะลวงผ่านห้วงมิติตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่ทราบ แล้วแทงทะลุร่างคนผู้หนึ่งออกมา เมื่อตกอยู่ในมือของเขา ก็ถูกหลอมละลายไปในชั่วพริบตา

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ทรัพยากรปริมาณมหาศาลภายในถ้ำสวรรค์ของอีกฝ่ายถูกถ่ายโอนมาอย่างรวดเร็ว

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀กลิ่นอายของหวังอี้พุ่งทะยานขึ้นชั่วขณะ อดไม่ได้ที่จะส่งเสียงหัวเราะแปลกประหลาด

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀รูม่านตาของหลงฝู่หดเกร็งอย่างรุนแรง

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀"ระดับหลอมสุญญตาขั้นที่สาม... ระดับขั้นแค่นี้เองรึ? ข้าไม่เชื่อ!"

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀"กบในกะลา จะไปรู้ความยิ่งใหญ่ของโลกได้อย่างไร เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือคนยังมีคน วันนี้ข้าจะหลอมเจ้า แล้วเพิ่มตบะให้หนำใจไปเลย!"

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀บำเพ็ญเพียรจะไปเร็วเท่าฆ่าคนได้อย่างไร

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀หลังจากฝึกฝนกายามารโบราณซือหมิงสำเร็จ เขาต้องการพลังชีวิตปริมาณมหาศาลเพื่อนำมาหลอมเป็นมาร และทิ้งวิถีทางสำหรับการฟื้นคืนชีพเอาไว้

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀การบำเพ็ญเพียรเป็นเพียงของแถม พลังชีวิตต่างหากคือสิ่งที่เขาปรารถนา

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀บัดนี้ตราบใดที่เป็นศัตรู หวังอี้ย่อมไร้ข้อห้ามใดๆ ไม่ว่าวิธีการใดก็ล้วนงัดออกมาใช้ได้ทั้งสิ้น

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀"มาสู้กัน!"

จบบทที่ ฟรี บทที่ 645 อัจฉริยะนักตกปลา เหวโลหิตไร้ก้นบึ้ง ระดับหลอมสุญญตาขั้นที่สาม!

คัดลอกลิงก์แล้ว