- หน้าแรก
- ให้คุณไปไลฟ์สดดูดวง แต่ดันไปแย่งวิญญาณจากพญายมเนี่ยนะ
- บทที่ 330 - เจ้าว่าข้าเหมือนคนหรือเหมือนเซียน?
บทที่ 330 - เจ้าว่าข้าเหมือนคนหรือเหมือนเซียน?
บทที่ 330 - เจ้าว่าข้าเหมือนคนหรือเหมือนเซียน?
บทที่ 330 - เจ้าว่าข้าเหมือนคนหรือเหมือนเซียน?
ตอนนั้นเขาตกใจตื่นขึ้นมากลางดึก พอตื่นมาก็ยังคงมีอาการอกสั่นขวัญแขวน
เขารีบเปิดไฟ แล้ววิ่งไปหาพ่อแม่ เล่าเรื่องนี้ให้พวกท่านฟัง
ด้วยความที่เขาฝันร้ายจนนอนไม่หลับมาตลอด แถมยังกลัวว่าจะไปรบกวนรูมเมต เขาเลยขอลาป่วยกลับมาพักที่บ้านก่อนกำหนด
พ่อแม่พอฟังจบ ตอนแรกก็ด่าเขาว่าทำไมไม่ยอมบอกให้เร็วกว่านี้ จากนั้นก็รีบดึงเขาออกจากบ้านกลางดึก
พาเขาไปหาคุณยายคนหนึ่งในหมู่บ้าน ได้ยินมาว่าคุณยายคนนี้เคยเรียนวิชาปราบผี ไล่สิ่งชั่วร้ายมา ชาวบ้านเรียกแกว่า ร่างทรงหญิง
แต่พอคุณยายคนนั้นเหลือบมองเขาแค่แวบเดียว ก็รีบดันตัวเขากับพ่อแม่ไล่ออกจากบ้านทันที บอกว่าเรื่องของเขาเกินกำลังที่จะช่วยได้ ให้ไปหาคนอื่นที่เก่งกว่านี้เถอะ
พ่อแม่เขาพอได้ยินแบบนั้น ก็ตกใจกลัวจนแทบยืนไม่อยู่ รีบอ้อนวอนขอร้องแกอยู่หน้าประตู แต่แกก็ไม่ยอมเปิดประตูให้ แถมยังบอกอีกว่าเป็นเรื่องที่เขาก่อขึ้นเอง ไม่มีใครช่วยได้หรอก
คำพูดนั้นทำเอาพ่อแม่เขาตกใจจนเข่าอ่อน สุดท้ายก็ต้องหิ้วปีกเขาพากลับบ้านกันคนละข้าง
พอกลับถึงบ้าน พ่อแม่ก็นอนไม่หลับเลย คิดแต่จะพาเขาออกไปหาอาจารย์เก่งๆ มาช่วยดูอาการให้
แต่หมู่บ้านของพวกเขาค่อนข้างห่างไกลความเจริญ บ้านเรือนในชนบทก็มีไม่มากอยู่แล้ว คนที่รับดูเรื่องพวกนี้ก็ยิ่งหาตัวจับยาก แทบจะไม่มีใครเป็นอีกเลย
คืนนั้นครอบครัวเขาสามคนไม่ได้นอนเลยทั้งคืน
จนกระทั่งรุ่งเช้า พ่อแม่ก็ลากเขาไปที่ตัวอำเภอ ตัวจังหวัด เพื่อหาคนมาช่วย แต่ผลก็เหมือนเดิม ไม่มีใครหน้าไหนกล้ายื่นมือเข้ามาช่วยหลังจากเห็นหน้าเขาเลย
พวกเขางมเข็มในมหาสมุทรตามหาทั่วทั้งเมืองจนแทบจะหมดหวังอยู่แล้ว ในตอนนั้นเอง เขาก็นึกถึงซูเฉินขึ้นมาได้
จากนั้น เขาก็เลยมาเฝ้าหน้าจอไลฟ์สดเพื่อรอแย่งถุงนำโชค
และก็โชคดีที่เขาแย่งมันมาได้จริงๆ!
หลังจากเล่าจบ เสี่ยวหลี่ก็ขมวดคิ้วแน่น มองซูเฉินด้วยความสับสนและเจ็บปวด "อาจารย์ครับ เขาก็ว่ากันว่ามีหนี้ก็ต้องชดใช้ มีแค้นก็ต้องสะสาง แต่ผมนึกไม่ออกจริงๆ ว่าผมไปทำอะไรให้เพียงพอนเหลืองตัวนั้นโกรธแค้นนักหนา"
"ผมมั่นใจเลยนะว่า ผมไม่เคยเจอมันเลย แล้วทำไมมันต้องมากัดไม่ปล่อยผมด้วย?"
"..." ซูเฉินมองเขาด้วยความเงียบ
ก่อนจะเอ่ยถามขึ้น "ก่อนที่คุณจะเริ่มฝันเห็นเพียงพอนเหลือง คุณไปทำอะไรมา?"
"ทำอะไรน่ะเหรอครับ? ผมก็ใช้ชีวิตตามปกตินะ ผมสาบานได้เลยว่าผมไม่ได้ทำอะไรแปลกๆ เลย" เสี่ยวหลี่ยกมือขึ้นชูสามนิ้ว แทบจะสาบานให้ฟ้าผ่าตาย
เขารู้ดีว่าสตรีมเมอร์รู้ทุกอย่าง เขาจะกล้าปิดบังหรือโกหกได้ยังไง
"บ่ายวันนั้นเมื่อสองสัปดาห์ก่อน คุณไปที่ไหนมา?"
หืม?
สองสัปดาห์ก่อน?
นั่นมันก็เมื่อครึ่งเดือนก่อนน่ะสิ
เสี่ยวหลี่ส่ายหน้าด้วยความงุนงง
แต่เขาก็พยายามขมวดคิ้วเค้นสมองนึกย้อนกลับไป
"เดี๋ยวนะ ขอผมนึกก่อน..."
"อ้อ ผมนึกออกแล้ว ครึ่งเดือนก่อนโรงเรียนหยุด ผมกับเพื่อนก็นัดกันไปปีนเขาดูพระอาทิตย์ขึ้น เพราะต้องตื่นแต่เช้าก็เลยนอนไม่พอ พอขึ้นไปบนเขาก็ทั้งเหนื่อยทั้งง่วง ผมจำได้ว่ายังแอบงีบหลับไปพักหนึ่งด้วย"
"จากนั้นพวกเราก็ลงเขามา ไม่เห็นจะเจอเพียงพอนเหลืองอะไรเลย ตกลงมัน—"
พูดไปได้ครึ่งทาง เสี่ยวหลี่ก็หยุดชะงักไปกะทันหัน เขาเบิกตากว้าง มองซูเฉินด้วยความตกตะลึง ก่อนจะเอ่ยถามว่า "อาจารย์ครับ คงไม่ใช่ว่าผมไปทำอะไรตอนที่กำลังหลับหรอกนะครับ?"
"ตลอดทางตอนที่ผมตื่นอยู่ ผมไม่เห็นเพียงพอนเหลืองเลยจริงๆ นะ! พอปีนขึ้นไปถึงยอดเขา ผมก็ง่วงมาก เลยไปหาต้นไม้ใหญ่ตรงเนินดินเอนหลังงีบหลับไปพักหนึ่ง..."
แค่แป๊บเดียวเอง... เขาก็ไปเจอเพียงพอนเหลือง แล้วยังไปทำอะไรให้มันโกรธแค้นเข้ากระดูกดำอีกงั้นเหรอ?
นี่ มันจะเป็นไปได้ยังไง?
ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ทำไมเขาถึงจำอะไรไม่ได้เลยล่ะ?
เสี่ยวหลี่รู้สึกใจคอไม่ดีอย่างมาก
ชาวเน็ตก็ฟังด้วยความงุนงงเช่นกัน
【คงไม่ใช่ไปนอนทับรังของมันหรอกนะ คราวก่อนก็เพิ่งมีเรื่องไปฉี่รดหลุมศพคนอื่นมาหมาดๆ】
【เชี่ยเอ๊ย ดูทรงแล้วคงไปเจอตอนที่กำลังนอนหลับนั่นแหละ! บ้าเอ๊ย... เหลือเชื่อจริงๆ!】
【แค่เรื่องขี้ปะติ๋วแค่นี้ ถึงกับต้องเอาชีวิตกันเลยเหรอ ใจแคบไปหน่อยมั้ง!】
【เพียงพอนเหลืองถูกเรียกอีกชื่อว่า เซียนหวง มีข่าวลือว่าพวกมันอารมณ์ร้าย เอาแน่เอานอนไม่ได้ อย่าไปทำให้พวกมันโกรธเชียวนะ ทั้งขี้เหนียวแถมยังเจ้าคิดเจ้าแค้น ไม่งั้นอาจจะถูกมัน 'สาป' เอาก็ได้】
【อ้าว? ไปเจอเพียงพอนเหลืองตอนกำลังนอนหลับงั้นเหรอ? แต่ต่อให้วันนั้นเขาจะง่วงแค่ไหน ถ้าไม่ได้เป็นโรคนอนละเมอ เขาจะไปทำอะไรให้เพียงพอนเหลืองโกรธได้ยังไงล่ะ? แถมตื่นมายังจำอะไรไม่ได้อีก! นอกซะจากว่าจะโดนชายชุดดำลบความจำไป】
【เพื่อนข้างบน นายดูหนังคนละม้วนหรือเปล่าเนี่ย จากแนวลี้ลับตะวันออก เปลี่ยนเป็นไซไฟฝรั่งเฉยเลย กระโดดข้ามแนวไปไกลเลยนะ】
【...】
แม้ว่าชาวเน็ตจะยังคงพิมพ์คอมเมนต์ติดตลกกันอยู่
แต่ทุกคนก็มีข้อสงสัยเดียวกัน: ทำไมเสี่ยวหลี่ถึงจำเหตุการณ์ตอนนั้นไม่ได้เลย?
ละเมอเหรอ?
"...ผมไม่ได้เป็นโรคนอนละเมอนะ! ผมไม่เคยเป็นจริงๆ ตั้งแต่เด็กจนโตก็ไม่เคยได้ยินพ่อแม่พูดถึงเรื่องนี้เลย!" เสี่ยวหลี่เหลือบไปเห็นคอมเมนต์พอดี ก็รีบปฏิเสธเป็นพัลวัน
"อีกอย่าง ถ้าบ่ายวันนั้นผมเกิดละเมอเดินไปไหนมาไหน ตอนตื่นมาผมก็ไม่น่าจะนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่นั่นสิ ผมจำได้แม่นเลยว่าตอนตื่นมา ผมยังอยู่ที่เดิมไม่ได้ขยับไปไหนเลย!"
"เพราะงั้น เป็นไปไม่ได้เด็ดขาดที่ผมจะละเมอ!"
"อาจารย์ครับ ตกลงเรื่องมันเป็นมายังไงกันแน่ครับ? นี่ผมกำลังจะตายจริงๆ เหรอครับ? ผมยังหนุ่มยังแน่น ยังไม่ได้ใช้ชีวิตให้คุ้มเลย ยังไม่ได้ทดแทนบุญคุณพ่อแม่เลย..."
ยิ่งพูด เสี่ยวหลี่ก็ยิ่งเศร้า ร้องไห้โฮออกมา
ซูเฉินมองโหงวเฮ้งของเขา
พูดได้คำเดียวว่า ซวยสุดๆ
จากนั้นก็ยกมือขึ้นโบกเบาๆ
วินาทีต่อมา หน้าจอโฮโลแกรมใสขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเสี่ยวหลี่
เสี่ยวหลี่ถึงกับอึ้งไปเลย
ชาวเน็ตก็รีบเพ่งตามองไปที่หน้าจอนั้นอย่างใจจดใจจ่อ!
ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอ คือเหตุการณ์จำลองในวันนั้นของเสี่ยวหลี่:
ตอนแรกภาพก็ดูปกติดี
เหมือนที่เขาเล่ามา กลุ่มวัยรุ่นพากันไปปีนเขา พอถึงยอดเขาก็ยังจับกลุ่มอยู่ด้วยกัน แต่หลังจากนั้นต่างคนต่างก็แยกย้ายกันไปเดินเล่นถ่ายรูปชมวิว
เสี่ยวหลี่ก็เหมือนกัน
แต่เขาเริ่มหาวหวอดๆ อย่างเห็นได้ชัด ดูง่วงนอนสุดๆ
แต่เขาก็ยังฝืนเดินต่อไป
เดินไปได้สักพัก เขาก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป หนังตาเริ่มปิดเข้าหากัน จนในที่สุดเขาก็ต้องหาที่หลบหนาว แล้วทรุดตัวลงนั่งใต้ต้นไม้ใหญ่
นั่งลงได้ไม่ทันไร เขาก็หลับปุ๋ยไป
แต่แล้วเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น
หลังจากที่เขาหลับไปได้ไม่ถึงหนึ่งนาที ก็มีเพียงพอนเหลืองตัวหนึ่งเดินสองขาตรงเข้ามาหาเขา
พอเพียงพอนเหลืองตัวนั้นเดินมาถึงหน้าเขา เห็นเขาหลับอยู่ มันก็ยื่นกรงเล็บออกไปสะกิดเสี่ยวหลี่เบาๆ แต่เสี่ยวหลี่ง่วงจัด เลยไม่ตื่น
เพียงพอนเหลืองเริ่มร้อนใจ เพราะกว่าจะเจอคนอยู่คนเดียวบนเขาได้มันไม่ง่ายเลย
มันเลยยื่นกรงเล็บออกไปสะกิดเสี่ยวหลี่อีกครั้ง คราวนี้มันออกแรงมากกว่าเดิมนิดหน่อย
คราวนี้ เสี่ยวหลี่รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา
แต่เพราะตื่นเช้าเกินไป... เขาเลยง่วงจนลืมตาแทบไม่ขึ้น ถึงจะตื่นแล้ว เขาก็ไม่ได้ลืมตาเต็มตา แต่หรี่ตาขึ้นมานิดเดียว เปลือกตาบดบังทัศนวิสัย มองอะไรแทบไม่เห็นเลย
แต่เพียงพอนเหลืองไม่สน พอเห็นเขาลืมตาขึ้นมา มันก็รีบยกอุ้งเท้าขึ้นประสานกันราวกับกำลังคารวะ แล้วถามด้วยความหวังเปี่ยมล้นว่า "เจ้าว่าข้าเหมือนคนหรือเหมือนเซียน?"
เสี่ยวหลี่ที่กำลังง่วงจัดและอยากนอนต่อ พอได้ยินแบบนั้น ก็ขมวดคิ้ว แล้วสวนกลับไปอย่างหงุดหงิดว่า "เหมือนแม่มึงน่ะสิ!"
แทบจะทันทีที่เขาสบถคำนั้นออกไป
สีหน้าของเพียงพอนเหลืองก็เปลี่ยนไป ดูน่ากลัวสุดๆ!
(จบแล้ว)