- หน้าแรก
- ให้คุณไปไลฟ์สดดูดวง แต่ดันไปแย่งวิญญาณจากพญายมเนี่ยนะ
- บทที่ 240 - คุยโวไม่ต้องเสียภาษี!
บทที่ 240 - คุยโวไม่ต้องเสียภาษี!
บทที่ 240 - คุยโวไม่ต้องเสียภาษี!
บทที่ 240 - คุยโวไม่ต้องเสียภาษี!
"แล้วตำรวจว่ายังไงบ้างคะ จะตัดสินประหารชีวิตฆาตกรไหม?"
"คงไม่หรอกค่ะ ในเมื่อไม่มีคนตาย ศาลก็คงไม่ตัดสินลงโทษสถานหนัก"
"เลวทรามมาก! ปล่อยให้ไอ้คนบ้าแบบนี้ลอยนวลไปทำร้ายคนอื่นต่อได้ยังไง?"
ผู้อำนวยการถอนหายใจยาว แล้วอธิบายว่า "เขามีใบรับรองแพทย์ว่าเป็นโรคจิตเภทน่ะค่ะ ก่อนหน้านี้ก็เคยมีประวัติไปทำร้ายคนอื่นเหมือนกัน แต่โดนฝ่ายนั้นตอบโต้กลับ ครอบครัวเขาก็มีเงินแถมยังเข้าข้างลูกตัวเองแบบไม่ลืมหูลืมตา พอเถียงไม่ออกก็เรียกร้องค่าเสียหาย คนที่ตอบโต้ก็เลยโดนไล่ออกจากงาน สุดท้ายก็ต้องระเห็จออกจากเมืองนี้ไป"
บรรดาผู้ปกครองฟังแล้วก็เดือดดาลขึ้นมาทันที "ขนาดนี้แล้วทำไมไม่ส่งไปโรงพยาบาลบ้าล่ะคะ?"
ผู้อำนวยการตอบว่า "ก็เขาไม่ได้เป็นบ้าจริงๆ นี่คะ แค่ใช้ข้ออ้างนี้เพื่อหนีความผิด ครอบครัวเขาจะยอมส่งไปขังได้ยังไง เรื่องที่ไล่ฟันคนครั้งนี้ก็คงเป็นอารมณ์ชั่ววูบ มีดนั่นก็เพิ่งไปซื้อมาสดๆ ร้อนๆ เลย"
"อารมณ์ชั่ววูบก็เลยมาลงกับเด็กงั้นเหรอ?"
"คงเห็นว่าเด็กไม่มีทางสู้ล่ะมั้งคะ แถมคราวก่อนก็เพิ่งโดนคนอื่นอัดมา เลยไม่กล้าไปหาเรื่องผู้ใหญ่"
"นี่มันรังแกคนอ่อนแอ กลัวคนเข้มแข็งชัดๆ!"
คำพูดของผู้อำนวยการสร้างความสะเทือนใจให้ทุกคนอย่างบอกไม่ถูก รู้ทั้งรู้ว่าอีกฝ่ายทำผิดกฎหมาย แต่กลับเรียกร้องความยุติธรรมไม่ได้ ช่างน่าอึดอัดใจจริงๆ
ซูเฉินรู้สึกว่าสังคมสมัยนี้มันช่างประหลาดล้ำจริงๆ
ข้ออ้างอย่างโรคจิตเภทหรือความเป็นเยาวชน กลับกลายเป็นเกราะคุ้มกันชั้นดีให้พวกที่ทำผิดกฎหมายรอดตัวไปได้ ถ้าเป็นแบบนี้ คนที่หาช่องโหว่แบบนี้ก็มีอยู่เกลื่อนกลาด
คนที่มีปัญญาไปฆ่าคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยจิตเภทหรือเยาวชนก็ตาม วินาทีที่ลงมือฆ่า พวกเขาก็สมควรได้รับโทษประหารชีวิต ไม่อย่างนั้นดวงวิญญาณของผู้บริสุทธิ์ที่เคารพกฎหมายจะไปสู่สุคติได้อย่างไร
นี่มันก็เหมือนการป่าวประกาศให้ทุกคนรู้ว่า แค่ไปขอใบรับรองแพทย์ว่าเป็นโรคจิตเภทมาก็พอแล้ว แค่นี้คุณจะฆ่าคนเผาบ้านก็ยังได้รับการอภัย ไม่ต้องชดใช้อะไรเลย แถมยังรอดพ้นจากโทษทัณฑ์อีกต่างหาก
คนสมัยก่อนเขายังรู้เลยว่า ฆ่าคนต้องชดใช้ด้วยชีวิต มันเป็นเรื่องปกติที่สมควรจะเกิดขึ้น!
ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะหญิง ชาย แก่ หรือเด็ก จะป่วยหรือไม่ป่วยก็ตาม ตราบใดที่ทำผิดกฎหมาย ก็ต้องรับโทษตามนั้น มิฉะนั้นกฎหมายก็คงเป็นเพียงเศษกระดาษไร้ค่า แล้วประชาชนที่เคารพกฎหมายจะต้องยอมหลีกทางให้พวกฆาตกรทำไมกัน
ตอนนั้นเอง จู่ๆ ก็มีเสียงโวยวายดังมาจากโถงทางเดินของโรงพยาบาล
หญิงวัยกลางคนรูปร่างอ้วนเตี้ย ใส่เสื้อผ้าสีสันฉูดฉาด พุ่งพรวดเข้ามาพร้อมกับชายฉกรรจ์หน้าตาดุดันอีกหลายคน
"ใคร! ออกมาเดี๋ยวนี้นะ! วันนี้ใครบังอาจมาตีลูกชายฉันที่โรงเรียนอนุบาล ไสหัวออกมาเดี๋ยวนี้เลย ไม่งั้นถ้าฉันหาเจอ แกตายแน่!"
"ลูกชายคุณเป็นใครกัน!"
"แหมๆ นี่หมาบ้าจากไหนมาเห่าหอนเนี่ย"
เมื่อเจอคนเถียงกลับ หญิงคนนั้นถึงกับกระชากผมอีกฝ่ายแล้วลากออกมา ก่อนจะตบหน้าฉาดใหญ่สองทีซ้อน ผู้ปกครองพยายามจะสู้กลับ แต่ก็โดนผู้ชายที่ตามหลังหญิงคนนั้นถีบกระเด็นไปไกล
"นี่โรงพยาบาลนะคะ ไม่ใช่ตลาดสด จะทะเลาะกันก็ไปข้างนอกสิคะ"
พอพยาบาลเห็นคนยกพวกมาตีกัน ก็รีบเข้ามาห้าม
หญิงคนนั้นคว้าตัวพยาบาล ทำท่าจะง้างมือตบ แต่ซูเฉินปัดมือออกไปได้ทัน
"ไสหัวไป!" หญิงคนนั้นตวาดลั่น
ซูเฉินสวนกลับ "หึ แกนั่นแหละที่ต้องไสหัวไป!"
โดนตวาดใส่แบบนี้ หญิงคนนั้นก็หน้ามืดไปชั่วขณะ แต่ไม่นานก็ตั้งสติได้ "แหม อยากทำตัวเป็นฮีโร่ล่ะสิ"
ตอนนั้นเอง บอดี้การ์ดที่อยู่ข้างหลังก็จำซูเฉินได้ จึงกระซิบที่ข้างหูเจ้านาย
"ไอ้เด็กเมื่อวานซืน แกนี่เองที่บังอาจมาตีลูกชายฉันที่โรงเรียนอนุบาล!" พูดจบก็เงื้อมือเตรียมจะตบหน้าซูเฉิน
ซูเฉินปัดมือเธอออกอย่างแรงจนเกิดเสียงดังเพียะ "ลูกชายป้าน่าจะอายุยี่สิบกว่าแล้วมั้ง มีปัญญาไปไล่ฟันเด็กอนุบาล แต่ไม่กล้ามาเจอหน้าผม กลัวจะโดนผมอัดอีกล่ะสิ?"
หญิงคนนั้นแค่นเสียงเย็นชา จ้องหน้าซูเฉิน "ไอ้เด็กเมื่อวานซืน คิดจะออกโรงปกป้องคนอื่นก็ดูเงาหัวตัวเองซะบ้าง ไปสืบดูให้ดีนะว่าตระกูลเจียงของฉันเป็นใครในเมือง S อย่าว่าแต่ลูกชายฉันจะทำให้เด็กพวกนี้เจ็บตัวเลย ต่อให้ฆ่าเด็กพวกนี้ทิ้งไปสักสองสามคน มันก็ถือเป็นบุญคุณของพวกแกแล้ว"
เธอพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและโหดเหี้ยม ไม่เกรงกลัวเลยว่าจะล่วงเกินคนที่อยู่ในเหตุการณ์
ลูกน้องที่ตามมาพอเห็นใครหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายคลิป ก็จะพุ่งเข้าไปแย่งมาปาทิ้งลงพื้นจนพังยับเยินทันที
ถ้าวันนี้ไม่มีเขาอยู่ เด็กพวกนี้คงไม่รอดแน่ๆ โดยเฉพาะเด็กที่โดนฟัน คงตายชัวร์ๆ
หญิงคนนี้ไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรกับเรื่องนี้เลย แสดงว่าเส้นสายข้างหลังต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ ท่าทางคงจะทำเรื่องเลวทรามต่ำช้าแบบนี้มาเยอะแล้วสิ
ซูเฉินแค่นเสียงเย็นชา "งั้นลูกชายป้ามาเจอผมก็ถือว่าซวยแล้วล่ะ ตอนถือมีดไล่ฟันคนล่ะทำเป็นเก่ง ที่ผมไม่ถีบให้ตายคาที่ก็เพราะกลัวมันจะตายสบายไปน่ะสิ มิน่าล่ะถึงได้กร่างขนาดนี้ ที่แท้ก็พ่อแม่ไม่สั่งสอนนี่เอง ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นจริงๆ"
หญิงคนนั้นโกรธจนไขมันบนหน้าสั่นระริก ตวาดลั่น "มัวยืนบื้ออะไรอยู่ เข้าไปอัดมันสิ อัดให้ตายก็ไม่ต้องกลัว"
แต่ซูเฉินไม่ยอมให้โอกาสเธอหรอก เขาเลียนแบบท่าทางตอนเธอตีคนเมื่อกี้ คว้าผมเธอไว้ แล้วตบหน้าฉาดใหญ่ๆ ไปหลายที
หญิงคนนั้นโดนตบจนร้องโหยหวน ดิ้นยังไงก็ไม่หลุด
พวกอันธพาลที่ตามมาก็ทำตัวไม่ถูก ไม่รู้จะเอายังไงดี
พอปากว่าง หญิงคนนั้นก็รีบด่าทอ "พวกแกตายไปแล้วหรือไง ไม่เห็นหรือไงว่าฉันโดนรังแกอยู่!"
พอเห็นพวกลูกน้องพุ่งเข้ามา เธอก็หันไปจ้องหน้าซูเฉินอย่างผู้ชนะ "กระทืบมันให้ตาย มีแต่ฉันเท่านั้นที่รังแกคนอื่นได้ วันนี้ฉันจะเอาให้แกปางตายเลยคอยดู!"
นานแล้วนะที่ซูเฉินไม่เจอคนกล้ามาขู่แบบนี้ เขาลงมือเพียงพริบตาเดียว พวกอันธพาลก็ลงไปนอนร้องโอดโอยกับพื้นโดยไม่ทันได้ตั้งตัวเลย
"แกกล้าทำร้ายคนเรอะ? แกตายแน่!"
"หยุดเดี๋ยวนี้นะ ใครกล้ามาก่อเรื่องในโรงพยาบาล!"
"ผู้กองฟาง รีบจับไอ้เด็กนรกนี่ไปเลยค่ะ" พอเห็นตำรวจมา หญิงคนนั้นก็ดีใจเนื้อเต้น
"คุณนายเจียง เป็นอะไรไปครับเนี่ย?" ตำรวจที่นำทีมมาดูเหมือนจะรู้จักหญิงคนนี้ดี พอเห็นหน้าเธอบวมแดงก็รีบถาม
"ก็ไอ้เด็กเมื่อวานซืนนี่แหละค่ะ มันกล้ามาตบฉัน"
"ได้ไงกัน กล้าทำร้ายร่างกายคนในโรงพยาบาลเลยเหรอ จับตัวไปเลย"
ตำรวจที่หมอโทรแจ้งความเพิ่งจะมาถึง พวกเขาก็ลากตัวซูเฉินขึ้นรถตำรวจไปแล้ว
หญิงคนนั้นนั่งอยู่บนรถตำรวจ หัวเราะร่าอย่างบ้าคลั่ง พูดท้าทายซูเฉินอย่างได้ใจว่า "ไอ้เด็กเปรต ถ้าแกยอมคุกเข่าขอโทษฉัน ไม่แน่ฉันอาจจะปรานีแกก็ได้นะ"
"ฉันบอกแล้วไงว่าในเมือง S ตระกูลเจียงของพวกเราใหญ่สุด"
ซูเฉินทำหน้าเบื่อโลก "อ้อ ป้าเป็นใครล่ะ สถานีตำรวจเป็นของบ้านป้าหรือไง ตำรวจถึงต้องฟังคำสั่งป้าน่ะ?"
หญิงคนนั้นเหยียดยิ้มเยาะเย้ย "บอกแกเอาบุญก็ได้ พี่ชายฉันเป็นนายกเทศมนตรีเมือง S คราวนี้รู้หรือยังว่าไปกระตุกหนวดใครเข้า"
ซูเฉินกอดอก "ท่าทางกร่างซะจริงนะคุณป้า นี่มันสังคมที่ปกครองด้วยกฎหมายนะ ไม่ใช่ยุคทาส พูดเพราะๆ หน่อย พี่ชายป้าเป็นนายกเทศมนตรี พูดหยาบๆ หน่อย ตำแหน่งนั้นประชาชนเป็นคนมอบให้ เขาต้องรับใช้ประชาชน ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับป้าเลยสักนิด"
พอได้ยินดังนั้น หญิงคนนั้นก็เหมือนได้ยินเรื่องตลกที่ขำที่สุดในโลก หัวเราะจนไขมันทั่วตัวสั่นกระเพื่อม
"ไอ้เด็กเปรต ไม่ต้องมาทำปากดีเลย ยังไงแกก็ไม่มีวันได้ออกมาหรอก"
ซูเฉินแคะหู ทำหน้าหงุดหงิด "ฉันกลัวจังเลย ป้ารู้ไหมว่าฉันมีเส้นสายใหญ่แค่ไหน?"
หญิงคนนั้นกลอกตา "ทำไม แกจะบอกว่าบ้านแกเป็นญาติผู้ใหญ่ระดับบิ๊กเบิ้มหรือไง?"
"คุยโวก็ช่วยดูหนังหน้าตัวเองด้วย โอ๊ย ขำจะตายอยู่แล้ว... ซี้ดดด" พอหัวเราะแรงไปหน่อยก็ไปสะเทือนแผลที่มุมปาก หญิงคนนั้นเลยต้องหยุดหัวเราะ
"อืม คุยโวไม่ต้องเสียภาษีนี่เนอะ!"
(จบแล้ว)