- หน้าแรก
- โฉมงามกับเหล่าอสูร
- ตอนที่ 760 ใช้อำนาจในทางมิชอบ
ตอนที่ 760 ใช้อำนาจในทางมิชอบ
ตอนที่ 760 ใช้อำนาจในทางมิชอบ
ไอร่าไม่ได้ตั้งใจจะลดเสียงตอนคุยกับไป๋ลั่ว ทำให้ชวงจิ้งกับเชร์ได้ยินบทสนทนาทั้งหมด
ผู้พยากรณ์นั่งอยู่บนรถเข็น โดยมีชวงจิ้งเป็นคนเข็นให้
ระหว่างเดิน ชวงจิ้งก็ถามขึ้นว่า “ไม่ใช่ว่าเจ้าเตรียมจะส่งคนจากเมืองหินไปดูแลวิหารสุริยะเหรอ? แล้วทำไมถึงตกลงให้ไป๋ลั่วเสนอคนของเขามารับตำแหน่งมหาปุโรหิตล่ะ?”
ไอร่านั่งอยู่บนหลังเชร์ พอได้ยินคำถาม เธอก็ย้อนถามกลับว่า “ข้าตกลงกับเขาแล้วเหรอ? ข้าก็แค่บอกว่าจะพิจารณาเฉย ๆ”
ชวงจิ้งหัวเราะทันที “เจ้าเล่ห์นะเจ้า เขาเป็นน้องเขยเจ้านะ ไม่กลัวเชร์จะน้อยใจเหรอที่แกล้งแบบนี้?”
ไอร่าตอบว่า “นั่นมันคนละเรื่อง เชร์รู้ดีกว่าข้าอีก เขาไม่โทษข้าหรอก”
เชร์ได้ยินว่ากำลังพูดถึงเขา ก็พูดขึ้นว่า “ราชวงศ์ไม่ควรเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องในวิหารจริง ๆ ไอร่าพูดถูกแล้ว”
ชวงจิ้งจิ๊ปาก “แต่นั่นน่ะ น้องชายแท้ ๆ ของเจ้าเลยนะ เจ้าไม่อยากช่วยให้เขาได้ผลประโยชน์หน่อยเหรอ?”
เชร์ตอบอย่างใจเย็นว่า “ผลประโยชน์บางอย่างให้ได้ก็ให้ไป แต่บางอย่างเขาอาจรับไม่ไหว งั้นก็อย่าให้จะดีกว่า”
“พูดแบบนี้แสดงว่าเจ้าทำเพื่อเห็นแก่เขาสินะ?”
“ข้าเป็นพี่ชายเขา ไม่มีทางทำร้ายเขาหรอก”
“แต่เขาอาจจะไม่เข้าใจเจ้าก็ได้นะ”
เชร์ตอบว่า “ข้าไม่ได้ทำเพื่อให้เขาเข้าใจ ข้าแค่อยากให้เขาไม่เป็นอะไร”
พอชวงจิ้งถามอะไรไป เชร์ก็ตอบได้ทุกคำถาม แต่ถ้าลองคิดให้ดีจะพบว่าทุกคำพูดของเขาล้วนคลุมเครือ สุขุม รอบคอบ ไม่มีช่องโหว่ให้จับผิดได้เลย
เขาเป็นคนที่จัดการอะไรได้เฉียบคมกว่าที่ชวงจิ้งคิดไว้มาก เป็นคนที่ใช้ชีวิตอย่างเข้มงวดและพิถีพิถัน
ความคิดของเขายิ่งลึกซึ้งกว่าใคร
ชวงจิ้งยิ้ม เผยให้เห็นเขี้ยวขาว “จู่ ๆ ข้าก็รู้สึกว่าเจ้าเหมือนใครบางคนเลย”
เชร์เหลือบตามอง “หืม?”
“หัวหน้าของผู้พิทักษ์ทั้งสิบสองคน หลงเซียวไง”
เชร์ว่า “ข้าเคยได้ยินชื่อ และก็เคยเห็นเขาครั้งหนึ่ง”
“โอ้?”
เชร์มองออกไปไกลราวกับนึกย้อนความหลัง “ตอนนั้นข้ายังไม่บรรลุนิติภาวะ หลงเซียวผ่านเมืองสุริยะเพราะมีภารกิจพอดี วันนั้นตรงกับพิธีบรรลุนิติภาวะของพี่ชายข้า เขาก็เลยสอนท่าบู๊ให้พี่ชายสองสามท่า ข้ายืนดูอยู่ข้าง ๆ ยังคิดเลยว่าเขาเท่มาก”
ชวงจิ้งลูบคาง “ดูท่าทีเจ้าจะชื่นชมเขาสินะ?”
“คนเก่งย่อมได้รับความเคารพเสมอ”
ชวงจิ้งเห็นด้วยเต็มที่ “หลงเซียวเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาผู้พิทักษ์ทั้งสิบสองจริง ๆ แล้วก็เป็นวิญญาณอสูรที่เก่งที่สุดที่ข้าเคยเห็นตลอดหลายปีที่ผ่านมา ตอนนี้ข้ายังไม่เคยเห็นใครเก่งกว่าเขาเลย”
แม้มันจะฟัง เกินจริง แต่ชวงจิ้งก็พูดออกมาราวกับเป็นข้อเท็จจริง ไม่มีท่าทีโอ้อวดเลย
ไอร่าได้ยินเข้าก็อดถามไม่ได้ว่า “ถ้าเทียบกับบุหรง ใครเก่งกว่ากัน?”
ชวงจิ้งตอบโดยไม่ลังเล “ต้องเป็นหลงเซียวแน่นอน!”
แต่เชร์กลับพูดว่า “ก็ไม่แน่เสมอไป”
“อย่าปฏิเสธเลย บุหรงก็แค่มีลีลา ถ้าต้องสู้กันจริง ๆ ล่ะก็ บุหรงแพ้แน่”
แม้ไอร่าจะไม่ใช่คนชอบเอาชนะ แต่พอได้ยินชวงจิ้งพูดถึงบุหรงแบบนั้น เธอก็เริ่มไม่พอใจเล็กน้อย
“ถ้าบุหรงแค่มีลีลา แล้วเจ้าล่ะ? ยังสู้เขาไม่ได้เลย!”
“ข้าพูดความจริงต่างหาก ถ้าเจ้าไม่เชื่อ ไว้บุหรงเจอกับหลงเซียวเมื่อไหร่ เจ้าจะได้รู้เอง”
ไอร่าโมโหมาก แต่ยังไม่ถึงขั้นขาดสติ “จะสู้หรือไม่สู้ก็เถอะ บุหรงก็ยังเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในใจข้าอยู่ดี ถ้าเจ้ากล้าพูดจาว่าร้ายเขาอีก ข้าจะหักเงินเดือนเจ้า!”
“เถียงแพ้ข้าก็เลยใช้ตำแหน่งกดหัวข้าเหรอ เจ้านี่มัน… เดี๋ยวนะ! เงินเดือนอะไร? ตั้งแต่เมื่อไหร่ข้ามีเงินเดือน?”
ไอร่าเชิดหน้าขึ้น ดวงตาเป็นประกาย “เพื่อกระตุ้นให้พวกเจ้าทำงาน ข้าจะเริ่มให้เงินเดือนรายเดือนตั้งแต่ตอนนี้ จำนวนเท่าไหร่ขึ้นอยู่กับข้า ถ้าขยันก็ได้มาก”
แล้วเธอก็มองหน้าชวงจิ้ง “และจากความผิดที่เจ้าทำเมื่อกี้ เงินเดือนเดือนนี้ของเจ้า — งด!”
ชวงจิ้งโวยวาย “ไม่ได้นะ! แบบนี้มันใช้อำนาจในทางมิชอบ!”
ไอร่าแลบลิ้นใส่ ทำหน้าล้อเลียน “ใช่เลย! ข้าใช้อำนาจในทางมิชอบนั่นแหละ ถ้าแน่จริงก็ไปฟ้องเลยสิ!”
ชวงจิ้ง: “…”
เขาไม่เคยเห็นผู้สืบทอดตำแหน่งผู้พยากรณ์ที่หน้าด้านแบบนี้มาก่อนเลย!
ตามที่เจ้าตัวน้อยบอก ยูนิคอร์นอาศัยอยู่ในป่าลึกลับทางทิศตะวันออก การเดินทางไปนั้นไกลมาก
เมื่อเจอถนนเรียบ ๆ ชวงจิ้งยังสามารถเข็นรถเข็นให้ผู้พยากรณ์ไปต่อได้ แต่ถ้าเจอถนนขรุขระที่เดินยาก เขาก็ทำได้แค่แปลงร่างเป็นร่างสัตว์แล้วแบกผู้พยากรณ์ไปแทน
ร่างสัตว์ของชวงจิ้งคือเสือดาว
มีผิวหนังสีทองลายดำ งดงามมาก ขนาดตัวเล็กกว่าเสือขาวอยู่ระดับหนึ่ง แต่กลับมีความเร็วและพลังระเบิดที่สูง วิ่งได้รวดเร็วราวสายฟ้า แลเห็นเพียงภาพพร่าเลือน
แม้เสือดาวกับเสือขาวจะเป็นสัตว์ตระกูลแมวเหมือนกัน แต่ทั้งคู่ไม่คิดจะสนิทกันเลย เวลานอนก็มักจะเว้นระยะห่างกันไว้เสมอ
ส่วนเรื่องกิน…
ชวงจิ้งต้านทานกลิ่นหอมของอาหารฝีมือเชร์ไม่ไหว สุดท้ายก็ยอมเสนอตัวขอร่วมวง
“ข้าจะจัดหาวัตถุดิบให้ นายแค่ทำอาหารก็พอ”
เชร์ครุ่นคิดเล็กน้อย “ก็ได้”
อย่างไรเสีย การทำอาหารเพิ่มอีกหน่อยก็ไม่ใช่เรื่องลำบากสำหรับเขา อีกทั้งยังถือโอกาสประหยัดแรงล่าหาอาหารไปได้ในตัว
ใคร ๆ ก็อยากขี้เกียจบ้าง และเชร์เองก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น
วันถัดมา พวกเขาก็ได้พบกับชวงอิน ชวงมู่ ชวงลิน และชวงฮวาโดยบังเอิญระหว่างทาง
ทั้งสี่มีทหารอสูรมากกว่า 40 นายร่วมเดินทางมาด้วย กำลังมุ่งหน้าไปยังเมืองสุริยะเพื่อตามหาเชร์ แต่ยังไม่ทันถึงจุดหมายก็มาเจอกับเชร์และไอร่าเสียก่อน
ทั้งสองฝ่ายต่างก็ประหลาดใจ
ชวงอินพูดขึ้นว่า “แม่ ไม่ใช่อยู่ที่บ้านเหรอ? ทำไมมาอยู่ที่นี่ได้?”
ตอนที่ทั้งสี่ออกจากเมืองหิน ไอร่ายังอยู่บ้าน พวกเขาจึงไม่รู้เรื่องราวอะไรเลยหลังจากนั้น
เชร์มองขึ้นฟ้าเล็กน้อย “ดวงอาทิตย์ใกล้ตกแล้ว เราแวะพักที่นี่กันก่อนเถอะ”
ข้อเสนอนี้ทุกคนเห็นด้วยโดยไม่ขัดข้อง
เชร์เริ่มลงมือทำอาหาร โดยมีไป๋อันช่วย ส่วนไป๋ห่าวกับชวงจิ้งออกไปล่า
ทหารอสูรถูกแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งจัดตั้งค่ายพัก อีกกลุ่มออกล่าและทำอาหาร
ชวงอินกับน้องชายทั้งสามช่วยกันปูฟางและหนังสัตว์บนพื้น ไอร่าวางคลีเมนต์ไว้บนที่นอน ปล่อยให้เล่นอยู่ตามลำพัง
“นี่คือลูกของแม่กับธยาน์ เขาเป็นน้องชายของพวกเจ้า ชื่อว่าคลีเมนต์”
ชวงมู่ ชวงลิน และชวงฮวาต่างก็สนใจน้องชายคนนี้มาก ต่างพากันยื่นมือออกไปหยิกแก้มเขา
เมื่อคลีเมนต์เห็นว่ามีคนเอานิ้วมาให้ถึงที่ ดวงตาก็ลุกวาวทันที รีบอ้าปากจะกัดใส่
โชคดีที่ไอร่ารีบคว้าตัวเขาขึ้นมาได้ทันก่อนจะเกิดโศกนาฏกรรมที่ลูกคนเล็กจะงับนิ้วพี่ ๆ ตัวเองขาด
เธอวางเขาไว้บนตัก แล้วตีก้นไปหนึ่งที
เสียงตบดังฉาดชัดเจน ไม่อ่อนมือเลย
“จำที่แม่บอกไว้ให้ดีนะ ห้ามกัดคน! โดยเฉพาะคนในครอบครัว!”
คลีเมนต์ร้องลั่นด้วยความโกรธ
ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยถูกตีมาก่อนเลย นี่เป็นครั้งแรก!
ถ้าคนที่ตีไม่ใช่แม่ของเขา เขาคงกระโจนเข้าไปกัดใส่แล้วแน่นอน!