เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 689 ฆ่าพวกสารเลว

ตอนที่ 689 ฆ่าพวกสารเลว

ตอนที่ 689 ฆ่าพวกสารเลว


อย่างไรก็ตาม ซิวหุ้ยยังด้อยกว่าต่ออัลแทร์เล็กน้อยเมื่อต้องสู้กันตัวต่อตัว

ทั้งสองต่อสู้กันกลางอากาศ

สุดท้าย ซิวหุ้ยก็พ่ายแพ้

ทหารอสูรจับตัวเธอมัดไว้และพาไปขังในคุก

เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่า วันนี้เธอจะถูกทหารอสูรจับกุม ในขณะที่ตัวเธอเองเพิ่งจะลักพาตัวไอร่าไปเมื่อไม่นานมานี้

เวรกรรมมีจริง

คลอเดียมอบหมายให้อัลแทร์ช่วยดูแลเมืองหิน แล้วเธอก็นำทหารอสูรออกจากเมืองเพื่อตามล่าขบวนคาราวานของอากุ้ยด้วยตัวเอง

ขณะนั้น อากุ้ยพาขบวนคาราวานข้ามแม่น้ำดำไปแล้ว และกำลังเดินทางต่อไปบนทุ่งหญ้า

ฝนตกต่อเนื่องมาสองวันแล้ว บางครั้งตกหนัก บางครั้งตกปรอย ๆ

ถนนเต็มไปด้วยโคลน ทุกครั้งที่เหยียบลงไป โคลนก็กระเด็นขึ้นสูง

ทุกคนในคาราวานต่างมีโคลนเปรอะเปื้อนเต็มเท้า ร่างกายและใบหน้าก็เปียกโชก ดูสภาพย่ำแย่ไม่น้อย

ถึงอย่างนั้น อากุ้ยก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดพัก

เขากระตุ้นคนในคาราวาน “เร่งหน่อย เร่งฝีเท้าเข้าไว้! เราต้องไปถึงนครรัตติกาลก่อนสิ้นเดือนหน้า!”

ไอร่ายังคงนอนอยู่ในกล่องไม้

เธอหยิบมีดกระดูกออกมาจากมิติของตัวเอง แล้วตัดเชือกที่มัดข้อมือออก จากนั้นจึงฉีกผ้าที่อุดปากออกแล้วพูดกับเจ้าเด็กน้อยเบา ๆ

“กำไลศิลาเขียวกับเสี่ยวเหลียนไม่ได้อยู่กับข้า หน้าไม้ขนาดเล็กก็ถูกทำลายไปแล้ว ตอนนี้ข้ามีเลือดมังกรเหลือแค่ครึ่งโถ เจ้าคิดว่าข้าควรสู้กับพวกมันดีไหม?”

เจ้าเด็กน้อยเตือนเธอ “ถึงเลือดมังกรจะทำให้เจ้าแข็งแกร่งขึ้นในช่วงเวลาสั้น ๆ แต่หลังจากฤทธิ์ของมันหมดลง เจ้าจะกลายเป็นเด็กอีกครั้ง ถ้าเกิดอันตรายขึ้นมาอีก เจ้าจะทำอย่างไร?”

“ยังมีเสี่ยวเฮยอยู่! ข้าจะช่วยเขา แล้วให้เขาพาข้าบินกลับไปทีหลัง”

“แต่เสี่ยวเฮยได้รับบาดเจ็บนะ”

“ขอแค่ข้าป้อนเลือดให้เขาสักหยด เขาก็กลับมามีแรงในทันที!”

“ในเมื่อเจ้าตั้งใจจะเสียเลือดแล้ว ก็ลุยเลย”

เมื่อได้รับการสนับสนุนจากเจ้าเด็กน้อย ไอร่าก็ตัดสินใจได้ทันที เธอกำขวดโถไว้แน่นและกำชับกับเจ้าเด็กน้อย “ถ้าข้าเป็นอันตราย จำไว้ว่าต้องช่วยข้าด้วย!”

“เข้าใจแล้ว! รีบเปลี่ยนร่างซะ ฆ่าไอ้พวกสารเลวพวกนี้ให้หมด!”

เจ้าเด็กน้อยตื่นเต้นยิ่งกว่าเธอเสียอีก

หลังจากเดินทางมาได้สี่วัน คนในคาราวานเริ่มไม่ไหว อีกทั้งฝนที่ตกหนักยังทำให้เส้นทางยากลำบากขึ้น อากุ้ยจึงประกาศให้หยุดพัก

พวกเขาหาถ้ำแห่งหนึ่งที่สามารถกันลมกันฝนได้ และตั้งหลักพักที่นั่น

ในขบวนมีหีบไม้ขนาดต่าง ๆ มากกว่ายี่สิบกล่อง แต่มีเพียงกล่องที่บรรจุไอร่าเท่านั้นที่ถูกนำเข้าไปในถ้ำ ส่วนกล่องอื่น ๆ ถูกทิ้งไว้ที่ปากถ้ำ ตากลมตากฝนไปตามสภาพ

คนในคาราวานก่อกองไฟขึ้น แล้วกินเนื้อแห้งกับน้ำร้อน

พวกเขากินไปพลางคุยกันไปพลาง

“หัวหน้า คราวนี้เรามีของเยอะ ถ้าขายได้หมดที่นครรัตติกาล พวกเราต้องทำเงินได้มหาศาลแน่!”

อากุ้ยคิดจะป้อนเนื้อแห้งให้ไอร่ากิน แต่ก็จำได้ว่าเธอยังไม่ได้สติ คงกินอะไรไม่ได้ อีกทั้งยังมีลูกน้องอยู่เต็มไปหมด เขาไม่อยากให้ใครเห็นใบหน้าของเธอ

ความงามของไอร่าเป็นของเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น

อากุ้ยเคี้ยวเนื้อแห้งอย่างเหม่อลอยพลางพูดว่า “ถ้าทำเงินได้เยอะ พวกเจ้าก็ได้ส่วนแบ่งด้วยแน่นอน”

“ได้ยินแบบนี้ พวกข้าก็โล่งใจแล้ว!”

มีคนเหลือบมองสภาพอากาศด้านนอกแล้วพูดขึ้นอย่างเป็นกังวล “ตอนนี้เข้าฤดูฝนแล้ว ฝนตกทุกวันเลย ไม่รู้ว่าสินค้าในกล่องจะอยู่รอดจนถึงนครรัตติกาลหรือเปล่า”

คนข้าง ๆ ตอบแบบไม่ใส่ใจ “เดี๋ยวค่อยเปิดกล่องตรวจดู ถ้าเจอใครป่วย ก็ลากมันออกมา อย่าให้มันแพร่เชื้อไปติดคนอื่น”

“อืม”

ไอร่าที่ซุกตัวอยู่ในกล่อง เงี่ยหูฟังบทสนทนาของพวกเขาอย่างตั้งใจ

เธอพยายามเชื่อมโยงคำสำคัญเข้าด้วยกัน แล้วครุ่นคิดอย่างรอบคอบ

ของที่พวกเขาขนย้ายเป็นสิ่งมีชีวิต และมีจำนวนมาก

สิ่งมีชีวิตอาจล้มป่วยจากการตากฝน

พวกเขาเพิ่งพูดถึงคำว่า ‘คนอื่น’...

แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือคำว่า ‘ใครบางคน’...

ความคิดอันบ้าบิ่นผุดขึ้นมาในหัวของไอร่า สิ่งมีชีวิตที่ถูกส่งไปยังนครรัตติกาล อาจเป็น…คนงั้นหรือ?

พวกเขากำลังซื้อขายอสูร!

เมืองหินห้ามการค้าทาสอย่างเด็ดขาด แต่พวกอากุ้ยยังกล้าทำเรื่องแบบนี้ พวกเขาช่างเหิมเกริมเกินไปแล้ว!

เจ้าเด็กน้อยเตือนเธอ “ดูจากสถานการณ์ นี่ไม่น่าจะใช่ครั้งแรกที่พวกเขาซื้อขายอสูร”

ไอร่ากัดฟันแน่นด้วยความโกรธ “ไอ้พวกสารเลว ข้าจะทำให้พวกเขาได้รับผลกรรมที่สาสม!”

เธอต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการระงับความโกรธของตัวเอง

ตอนนี้เธอยังลงมือไม่ได้

เธอห้ามใจร้อน

ไอร่าสูดลมหายใจลึก ๆ เพื่อทำให้ตัวเองสงบลง

คนงานสองสามคนเดินออกจากถ้ำ แล้วเริ่มเปิดกล่องไม้เพื่อตรวจสอบทีละกล่อง

อย่างที่ไอร่าคาดไว้ ข้างในกล่องพวกนั้นมี ‘อสูร’ ถูกขังอยู่จริง ๆ

เหล่าอสูรที่ถูกขังในกล่องต่างมีสภาพซูบผอมเหลืองซีดจากการอดอาหารและความหนาวเย็น พวกเขาขดตัวอยู่ในกล่องด้วยร่างกายที่สั่นสะท้าน แต่พวกเขาไม่มีเสียงร้องเลย เพราะลิ้นของพวกเขาถูกตัดไปแล้ว

เมื่อพวกเขาเห็นคนงาน สีหน้าของพวกเขาก็เต็มไปด้วยความหวาดกลัวราวกับเห็นปีศาจ

มีอสูรบางตัวที่อ่อนแอมากจนหมดสติไปเพราะความตกใจ

พวกมันถูกลากออกมาแล้วโยนใส่กรงขัง

กรงนั่นไม่มีที่กำบังใด ๆ สายฝนที่หนาวเหน็บสาดกระหน่ำใส่พวกเขาโดยตรง ทำให้อุณหภูมิร่างกายของพวกเขาต่ำลงเรื่อย ๆ

คนงานกลับเข้าไปในถ้ำและพูดคุยกันไปพลาง

“ถ้าไอ้พวกนั้นจะตายอยู่แล้ว ก็จับมันโยนให้สัตว์ป่ากินไปเลย อย่าให้มันแพร่โรคไปติดใครอีก”

ในสายตาของพวกมัน อสูรเหล่านี้ไม่ใช่พวกเดียวกัน แต่เป็นเพียงฝูงแกะที่รอวันถูกเชือดเท่านั้น

ดึกมากแล้ว คนงานทุกคนหลับพิงผนังถ้ำ เหลือเพียงคนเดียวที่ทำหน้าที่เฝ้าปากถ้ำ

ไอร่าเงี่ยหูฟังอยู่นาน และมั่นใจว่าไม่มีเสียงใดนอกจากเสียงกรนและเสียงฝน

เธอหยิบโถขึ้นมาแล้วกระดกเลือดมังกรเข้าปากหนึ่งอึก

พลังมหาศาลพลันระเบิดออกจากร่างเธอ!

เธอรู้สึกได้ถึงเลือดในร่างที่เดือดพล่าน!

ไอร่ากำหมัดแน่น ในความมืด เธอเห็นเกล็ดเล็กละเอียดปรากฏขึ้นบนหลังมือของเธอ

ในยุคนี้ไม่มีแม่กุญแจ เธอจึงใช้มือผลักฝาออกได้อย่างง่ายดาย

เธอปีนออกมาด้วยท่วงท่าปราดเปรียวและลงยืนอย่างมั่นคง

ชายที่เฝ้าปากถ้ำรู้สึกถึงบางสิ่งผิดปกติ เขาหันกลับไปมองเข้าไปในถ้ำ และเห็นเงาร่างหนึ่งพุ่งผ่านไปเร็วราวภูตผี

ยังไม่ทันที่เขาจะเห็นอีกฝ่ายได้ชัดเจน คอของเขาก็ถูกบิดหักอย่างไร้ความปรานี!

ไอร่าปล่อยร่างชายคนนั้นลง แล้วหันตัวพุ่งไปยังผู้นำกลุ่มนี้—อากุ้ย!

อากุ้ยที่กำลังหลับสนิทพลันรู้สึกถึงอันตรายที่คืบคลานเข้ามา

เขาลืมตาขึ้นอย่างรวดเร็ว และในเสี้ยววินาทีเดียวกัน สัญชาตญาณบังคับให้เขากลิ้งตัวหลบออกไปด้านข้าง รอดพ้นจากการโจมตีของไอร่าไปได้หวุดหวิด!

จบบทที่ ตอนที่ 689 ฆ่าพวกสารเลว

คัดลอกลิงก์แล้ว