- หน้าแรก
- โฉมงามกับเหล่าอสูร
- ตอนที่ 589 ก็แค่มีลูกเท่านั้น!
ตอนที่ 589 ก็แค่มีลูกเท่านั้น!
ตอนที่ 589 ก็แค่มีลูกเท่านั้น!
ทันทีที่หยดเลือดสัมผัสกับเมล็ด รอยร้าวบาง ๆ ก็ปรากฏขึ้นบนเมล็ด ก่อนที่หน่ออ่อนสีเขียวจะงอกออกมา
ใบสีเขียวเติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ไอร่าลุกขึ้นและถอยหลังไปก้าวหนึ่ง เธอเบิกตากว้างมองดูต้นกล้าเติบโตขึ้นจนสูงเท่าคนภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที
ใบไม้สีทองอ่อนพลิ้วไหวไปตามสายลม กิ่งก้านยังอ่อนบาง ทำให้ต้นอ่อนดูน่ารักมาก
ไอร่าอดไม่ได้ที่จะยื่นมือออกไปแตะใบไม้อย่างแผ่วเบา
ต้นกล้าไหวเอนเล็กน้อยก่อนจะเปล่งเสียงออดอ้อนว่า “แม่~”
ไอร่า: “…”
เมื่อครู่เธอได้ยินผิดไปหรือเปล่า? ต้นกล้าต้นเล็ก ๆ ตรงหน้าจริง ๆ แล้วเรียกเธอว่าแม่งั้นเหรอ?!
เจ้าตัวน้อยหัวเราะเยาะอย่างสนุกสนาน “ยินดีด้วยนะที่มีลูกชายเพิ่มอีกคน”
เสียงของต้นไม้แห่งชีวิตสามารถได้ยินแค่ไอร่าเท่านั้น ดังนั้นบุหรงจึงไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ ส่วนดอกบัวที่อยู่บนศีรษะของไอร่ายังคงนิ่งเงียบ หากมันรู้ว่ามีต้นกล้าตัวน้อยกำลังจะแย่งแม่ไปจากมัน คงระเบิดกลีบดอกแล้วพุ่งเข้าไปสู้แน่
ไอร่ากระแอมเบา ๆ แล้วก้มลงไปพูดกับต้นกล้าว่า “ข้าไม่ใช่แม่ของเจ้านะ เจ้าคงเข้าใจผิดแล้ว”
ต้นกล้าส่ายใบไปมาอย่างสับสน “ท่านเป็นคนปลุกข้าขึ้นมา ถ้าท่านไม่ใช่แม่ข้า แล้วใครเป็นล่ะ?”
“ข้าก็ไม่รู้ว่าแม่เจ้าคือใคร แต่ที่แน่ ๆ ไม่ใช่ข้าแน่นอน มนุษย์อย่างข้าให้กำเนิดต้นไม้ไม่ได้หรอก”
บางทีต้นกล้าตัวน้อยอาจจะรู้สึกว่ามันดูแตกต่างจาก ‘แม่’ ตรงหน้ามากเกินไป มันครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยอมรับคำอธิบายอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็เปล่งเสียงอ่อนหวานว่า “ขอบคุณที่ปลุกข้าขึ้นมานะ”
ไอร่าเอื้อมมือไปแตะกิ่งก้านของมัน “ไม่เป็นไร”
หลังจากที่ต้นไม้แห่งชีวิตเติบโตขึ้นมาอีกครั้ง ภูเขาเทพเอลฟ์ก็กลับมามีชีวิตชีวาดังเดิม กลิ่นอายแห่งชีวิตอันบางเบาแผ่กระจายไปทั่วภูเขา เชร์ คอนริ บุหรง และมังกรดำไม่สามารถสัมผัสถึงความเปลี่ยนแปลงนี้ได้ แต่เหล่าเอลฟ์ที่อาศัยอยู่บนภูเขามาโดยตลอดกลับรับรู้ได้ในทันที
เอลฟ์พากันรีบขึ้นไปยังยอดเขาเพื่อส่งข่าวให้แก่กัน
เมื่อพวกเขาเห็นต้นกล้าของต้นไม้แห่งชีวิต ต่างก็ซาบซึ้งจนน้ำตาไหล
“ต้นไม้แห่งชีวิตกลับมาแล้ว! ท่านไม่ได้ทอดทิ้งพวกเรา!”
ในชั่วพริบตา เผ่าเอลฟ์ทั้งหมดเต็มไปด้วยความปลาบปลื้มยินดี ภูเขาเทพเอลฟ์กลับคืนสู่ความรุ่งเรืองดังเดิม… หรืออาจจะเจริญงอกงามยิ่งกว่าที่เคยเป็นเสียอีก
ขณะที่เอลฟ์กำลังเฉลิมฉลอง ไอร่าเอ่ยกับบุหรงว่า “กลับกันเถอะ”
บุหรงก้มลงจูบเธอ “ได้สิ”
เหล่าเอลฟ์กำลังจมอยู่ในความดีใจที่ต้นไม้แห่งชีวิตฟื้นคืนชีพ จึงไม่ได้สังเกตเห็นการจากไปของบุหรงและไอร่า อีกทั้งพวกเขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไมต้นไม้แห่งชีวิตถึงฟื้นคืนชีพได้
ไอร่าถูกอุ้มลงจากภูเขา แต่พวกเขาไม่ได้กลับไปที่ที่พักของเธอ บุหรงกลับพาเธอไปที่ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งแทน
ไอร่าถามด้วยความสงสัย “พาข้ามาที่นี่ทำไม?”
“ข้าพาเจ้ามาให้ดูบางอย่าง”
“อะไรเหรอ?”
บุหรงแหวกใบไม้ตรงหน้าออก เผยให้เห็นรังนกที่อยู่บนกิ่งไม้และไข่นกจำนวนมากภายในนั้น
ไอร่าโน้มตัวเข้าไปมองก่อนถามอย่างอยากรู้อยากเห็น “นกอะไรออกไข่พวกนี้เหรอ?”
“นกห้าสี”
ไอร่าไม่เคยได้ยินชื่อนกชนิดนี้มาก่อน
บุหรงอุ้มเธอขึ้นไปนั่งข้างรังนก เขาโอบรอบเอวเธอด้วยแขนข้างหนึ่ง อีกมือหนึ่งเกี่ยวเส้นผมเธอเล่นก่อนก้มลงจูบเธอ “นกห้าสีเป็นนกประจำดินแดนแห่งรุ่งอรุณ มันขยายพันธุ์เก่งมาก ออกไข่แทบทุกวัน แถมยังออกไข่เยอะในแต่ละครั้งด้วย”
ไอร่าตื่นเต้นมาก “งั้นพวกเรานำไข่พวกนี้กลับไปได้ไหม?”
“จะเอากลับไปทำไม? เจ้ารู้วิธีฟักไข่เหรอ?”
“ข้าไม่รู้หรอกว่าจะฟักยังไง แต่ข้าให้เชร์เอาไปทำพุดดิ้งไข่หรือไข่ม้วนได้นะ ถ้ามีเวลาเยอะหน่อย ก็ทำเบอร์เกอร์ไก่ได้ด้วย!” ไอร่ากลืนน้ำลาย
บุหรงบีบเอวเธอเบา ๆ แล้วกระซิบข้างหู “ข้าไม่ได้พาเจ้ามาที่นี่เพื่อหาอะไรกินนะ!”
ไอร่ารู้สึกจั๊กจี้จากการถูกเขาหยอกล้อ เธออดไม่ได้ที่จะบิดตัวไปมาแล้วพึมพำ “แล้วพาข้ามาทำไมล่ะ?”
บุหรงกัดฟันพูดด้วยน้ำเสียงแฝงความน้อยใจเล็กน้อย “ข้าพาเธอมาดูว่านกพวกนี้ออกไข่ทุกวันเลยนะ แต่ข้ายังไม่มีไข่สักฟองเลย!”
ไอร่าหยิบไข่จากรังนกขึ้นมาก่อนวางมันลงบนมือของบุหรง
“ก็แค่ไข่นกเอง เอาไปสิ นี่ไงไข่ของเจ้า”
บุหรง: “…”
ด้วยแรงเพียงเล็กน้อย เขาก็บีบไข่นกจนแตก
ของเหลวภายในไหลซึมผ่านปลายนิ้วของเขา
ไอร่ายกไหล่ขึ้นโดยไม่รู้ตัว เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นไข่ที่สามารถถูกบดขยี้ได้ทุกเมื่อ
บุหรงเลียของเหลวที่ปลายนิ้วของเขาอย่างสง่างามและใจเย็น
เขาก้มลงกัดต้นคอเธอ “อย่าคิดจะตบตาข้า” น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง “เจ้ารู้ดีว่าข้าไม่ได้ต้องการไข่ฟองนี้ ข้าต้องการให้เจ้าออกไข่ให้ข้าต่างหาก!”
ไอร่าถูกโอบกอดแน่นหนา ไม่สามารถหลบหนีได้แม้แต่น้อย เธอจึงทำได้แค่พูดเสียงแผ่ว “ข้าไม่ใช่นกนะ ข้าออกไข่ไม่ได้”
“แล้วลูกของเราล่ะ? เจ้าสัญญาแล้วว่าจะให้กำเนิดลูกของข้า”
ร่างกายของพวกเขาแนบชิดกันจนไอร่าสัมผัสถึงการเปลี่ยนแปลงของเขาได้ทันที เขาพร้อมจะโจมตีแล้ว และมันก็น่ากลัวไม่น้อย
เธอเอ่ยด้วยความเขินอาย “ถึงเราจะอยากมีลูก แต่ก็ต้องรอกลับบ้านก่อน ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่เหมาะสม”
“กว่าจะเดินทางจากที่นี่ไปถึงทวีปอสูรต้องใช้เวลาสามเดือนเป็นอย่างน้อย ข้ารอไม่ไหว”
“แต่…”
ไม่ทันที่ไอร่าจะพูดจบ บุหรงก็ก้มลงประกบจูบเธออย่างหนักหน่วง ขณะที่มือของเขาก็ปลดกระดุมเสื้อเธออย่างรวดเร็ว
ไอร่าหายใจไม่ทันเพราะจูบของเขา ใบหน้าแดงก่ำ
บุหรงจงใจลูบไล้ดอกไม้สีขาวเล็ก ๆ บนหน้าท้องของเธออีกครั้ง
ไอร่ารู้สึกเหมือนจะเป็นบ้าเพราะผู้ชายคนนี้
เธอจึงตัดสินใจยอมแพ้ “ถ้าเจ้าต้องการ ก็เอาสิ!”
แค่มีลูกเพิ่มอีกคนก็เท่านั้นเอง! เธอเคยคลอดลูกมาแล้วครั้งหนึ่ง จะกลัวไปทำไม?!
บุหรงก้มลงเข้าหาเธอ เส้นผมสีทองยาวสยายลูบไล้แก้มของเธอ ริมฝีปากบางโค้งเป็นรอยยิ้มชวนหลงใหล “เจ้าอยากได้ลูกชายหรือลูกสาว?”
ระหว่างที่พูด เขาก็บีบดอกไม้สีขาวเล็ก ๆ และใช้นิ้วไล้ไปตามเกสรของมัน
ไอร่าหอบหายใจหนัก เธอคิดว่าบุหรงกำลังจะฆ่าเธอด้วยการหยอกเย้าแบบนี้!
เมื่อเห็นว่าดวงตาของเธอเริ่มแดงเพราะความกระวนกระวาย บุหรงก็โน้มตัวลงจูบเธออย่างอ่อนโยน “อย่าใจร้อน พระอาทิตย์ยังไม่ตกดิน เรามีเวลาเล่นกันอีกนาน”
ไอร่าแทบจะร้องไห้
เธอไม่อยากเล่นกับปีศาจตนนี้เลย!
บุหรงมองดูเธอที่สั่นสะท้านอยู่ในอ้อมแขนของเขาด้วยความพึงพอใจ เขาก้มลงเลียหยาดน้ำตาที่หางตาของเธอ เสียงของเขาต่ำและเย้ายวน “เมื่อวานเชร์แตะต้องดอกไม้ของเจ้าหรือเปล่า?”
ไอร่าคว้าคอเสื้อของเขาแน่นและส่ายหัวรัว ๆ “ไม่! รีบทำให้เสร็จสักที เลิกทรมานข้าได้แล้ว”
ยิ่งเธอร้อนรน บุหรงก็ยิ่งเคลื่อนไหวช้าลง
เขาทิ้งร่องรอยไว้บนร่างกายของเธออย่างใจเย็น บังคับให้เธอสูญเสียการควบคุม
เขาต้องการให้เธอมองเห็นแค่เขา คิดถึงแค่เขา
และพึ่งพาเขาเพียงคนเดียว