เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 440 - ทำขนมเค้กน้ำมันพืช

บทที่ 440 - ทำขนมเค้กน้ำมันพืช

บทที่ 440 - ทำขนมเค้กน้ำมันพืช


บทที่ 440 - ทำขนมเค้กน้ำมันพืช

หลังจากได้รับรู้ข่าวซุบซิบกันแล้ว ทุกคนก็กลับไปทำงานต่อ พอมีพวกหลี่ตงมาร่วมทีม หลี่ชุนก็เบาแรงไปได้เยอะ

เมื่อซุนซูถิงเดินทางมาถึง หลี่ชุนก็เริ่มสอนวิธีทำขนมเค้กน้ำมันพืชให้เธอ

ขนมเค้กน้ำมันพืชเป็นคำเรียกของคนในพื้นที่ บางแห่งก็เรียกว่าเค้กไข่ ส่วนในแถบตะวันออกเฉียงเหนือจะเรียกขนมชนิดนี้ว่าเค้กเฉากัว

ในยุค 80 การกินขนมเค้กน้ำมันพืชยังไม่ได้พิถีพิถันเหมือนในยุคหลัง ถ้าจะทำเค้กน้ำผึ้งแบบไม่ใช้น้ำ คนส่วนใหญ่ก็คงไม่มีปัญญาซื้อกิน ดังนั้นต้องพิจารณาถึงบริบทของยุคสมัยด้วย ขอแค่ทำออกมาให้อร่อยกว่าของโรงงานขนมอบก็พอแล้ว

นำไข่ไก่หนึ่งชั่งและน้ำตาลทรายขาวในปริมาณที่พอเหมาะใส่ลงในเครื่องผสมแล้วเริ่มตี เมื่อไข่ฟูได้ที่แล้ว ให้ใส่ผงฟูลงไปหนึ่งช้อนชา แป้งสาลีสองชั่ง น้ำมันถั่วลิสงเล็กน้อย และน้ำเปล่าในปริมาณที่พอเหมาะ จากนั้นตีให้เข้ากันอีกครั้งก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

ถ้าใช้แรงคนทำ ความยากที่สุดก็คือการตีไข่ แต่ตอนนี้มีเครื่องทุ่นแรงแล้ว ทุกอย่างก็ง่ายขึ้นเป็นกอง

ขั้นตอนการเทลงพิมพ์ก็มีรายละเอียดที่ต้องใส่ใจ ก่อนอื่นต้องทาน้ำมันบางๆ ในพิมพ์ แล้วนำไปอุ่นในเตาอบสักครู่ก่อนเทส่วนผสมลงไป เพื่อไม่ให้ขนมติดพิมพ์

อีกอย่างคือห้ามเทส่วนผสมจนเต็มพิมพ์ ไม่อย่างนั้นมันจะล้นออกมา เทแค่เจ็ดส่วนก็พอดีแล้ว

สำหรับคนที่มีทุนทรัพย์หน่อย อาจจะโรยงาหรือเมล็ดทานตะวันไว้ด้านบนด้วยก็ได้ ไม่ได้มีผลกับรสชาติหรอก แค่ทำให้ดูน่ากินและหรูหราขึ้นเท่านั้นเอง

"แค่นี้ก็เอาเข้าเตาอบได้แล้วเหรอ?" ซุนซูถิงถาม

"ใช่ครับ! ง่ายๆ แค่นี้แหละ เดี๋ยวเราลองอบสักเตาดูก่อนว่าออกมาเป็นยังไง"

หลังจากดันขนมเตาแรกเข้าเตาอบ หลี่ชุนก็เริ่มเตรียมเตาที่สอง ซึ่งเตานี้จะใช้วัตถุดิบเกรดพรีเมียมขึ้นมาหน่อย

สัดส่วนของไข่และแป้งสาลีใช้แบบ 1:1 ใช้นมวัวสดที่เหลือจากเมื่อเช้าแทนน้ำเปล่า และใช้เนยแทนน้ำมันถั่วลิสง ขนมเค้กที่ได้จะยกระดับขึ้นไปอีกหลายขั้น จึงทำไว้กินกันเองในครอบครัวเท่านั้น

สิบห้านาทีต่อมา ขนมเค้กน้ำมันพืชเตาแรกก็อบเสร็จ

ขนมเค้กฟูฟ่อง ผิวมันวาว สีน้ำตาลแดง กลิ่นหอมหวานยั่วน้ำลาย ชวนให้อยากหยิบมาชิมสักชิ้นทันที

ซุนซูถิงเองก็คิดไม่ถึงว่าขนมเค้กเตาแรกจะออกมาคุณภาพดีขนาดนี้ แค่สีสันก็สวยกว่าที่ขายตามร้านตั้งเยอะ

หลี่ชุนผลักขนมเค้กถาดที่สองเข้าเตาอบ จากนั้นก็เคาะขนมเค้กน้ำมันพืชถาดแรกทั้งยี่สิบสี่ชิ้นออกมา สีสันสม่ำเสมอทั้งด้านบนและด้านล่าง ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างงดงาม

หลี่ชุนโบกมือเรียกให้ทุกคนวางมือจากงานที่ทำอยู่ แล้วมาลองชิมตอนกำลังร้อนๆ

ขนมเค้กน้ำมันพืชที่เพิ่งออกจากเตาใหม่ๆ จะมีรสสัมผัสที่ดีที่สุด รสชาติอร่อยกว่าขนมเค้กน้ำมันพืชในตู้โชว์ห้างสรรพสินค้าอย่างเทียบไม่ติด

ทุกคนหยิบขึ้นมาชิมอย่างไม่รอช้า สัมผัสแรกคือความมันวาวของตัวขนม

"ฉันเพิ่งเคยได้กินขนมเค้กน้ำมันพืชที่เพิ่งออกจากเตาใหม่ๆ เป็นครั้งแรกเลย กลิ่นหอมยั่วใจสุดๆ"

"ขนมเค้กในห้างสรรพสินค้าบีบดูแข็งปั๋ง แต่อันนี้ฟูนุ่มนิ่มมากเลย"

"โอ๊ยตายแล้ว! อร่อยเกินไปแล้ว ทั้งหวานทั้งหอม อร่อยกว่าขนมเค้กที่ขายตามร้านข้างนอกเป็นไหนๆ เอ้อร์ชุนนี่เก่งจริงๆ!"

หลี่ชุน "ขนมเค้กน้ำมันพืชที่เราทำเองยังไงก็อร่อยกว่าของห้างสรรพสินค้าอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ได้ต่างกันขนาดนั้นหรอก ตอนนี้เพิ่งออกจากเตา รสชาติและเนื้อสัมผัสก็เลยดีที่สุด ถ้าทิ้งไว้สักสองวันมันก็จะแข็งขึ้นนิดหน่อย"

"เลิกถ่อมตัวได้แล้ว แค่สีสันของขนมเค้กน้ำมันพืชของเธอก็กินขาดของที่ขายข้างนอกแล้ว ว่าแต่ขนมเค้กน้ำมันพืชของเธอขายไหม?"

"ขายสิครับ!"

"เธอขายชั่งละเท่าไหร่ล่ะ?"

"ราคาเดียวกับห้างสรรพสินค้าเลยครับ ชั่งละแปดเหมา"

"เดี๋ยวเธอจะทำอีกไหม? ถ้าทำอีก เลิกงานฉันจะซื้อกลับไปให้เด็กๆ ที่บ้านชิมสักชั่งนึง"

"ฉันก็เอาชั่งนึง"

"เอ้อร์ชุน วันนี้ฉันไม่ได้พกเงินมา พรุ่งนี้ค่อยเอาเงินมาให้เธอได้ไหม..."

หลังจากได้ชิม พวกแม่บ้านต่างก็แย่งกันซื้อ ส่วนพวกลูกผู้ชายลังเลอยู่พักหนึ่งก็ตัดสินใจเอาด้วย

หลี่ชุนโบกมือให้ทุกคนเงียบเสียงลง "ผมจะบอกอะไรให้นะ ซื้อกินมันไม่คุ้มหรอก ถ้าพวกป้าอยากกิน พรุ่งนี้เอาแป้งสาลี ไข่ไก่ น้ำตาลทรายขาว แล้วก็น้ำมันมาให้แม่ยายผมทำให้ดีกว่า ค่าทำคิดแค่ชั่งละสองเหมา ถูกกว่าซื้อกินชั่งละแปดเหมาตั้งเยอะ"

"อยากกินหวานมากก็ใส่น้ำตาลทรายขาวหรือขัณฑสกรเยอะหน่อย อยากให้หอมก็ใส่ไข่เยอะหน่อย อยากได้แบบไหนก็เลือกได้ตามใจชอบ สะดวกจะตายไป!"

"แป้งหนึ่งชั่งทำขนมเค้กน้ำมันพืชได้เยอะไหม?"

"ก็ขนาดเท่าที่พวกป้าเพิ่งกินไปนั่นแหละ แป้งสาลีหนึ่งชั่ง ไข่ไก่ห้าฟอง น้ำมันหนึ่งตำลึง น้ำตาลทรายขาวหนึ่งตำลึง ทำได้หนึ่งถาดพอดี น้ำหนักขนมเค้กน้ำมันพืชที่ได้ก็น่าจะประมาณสองชั่ง"

"เอ้อร์ชุน ค่าทำเธอคิดตามน้ำหนักแป้งสาลี หรือน้ำหนักขนมเค้กน้ำมันพืชที่ทำเสร็จแล้วล่ะ?" ป้าจางถาม

"ก็ต้องคิดตามน้ำหนักแป้งสาลีดิครับ แป้งสาลีดิบหนึ่งชั่งคิดค่าทำสองเหมา ส่วนทำขนมเค้กน้ำมันพืชออกมาได้เท่าไหร่ก็เป็นของพวกป้าหมดเลย"

"งั้นก็ดีเลยสิ! ขอฉันคำนวณต้นทุนหน่อยนะ แป้งสาลีหนึ่งชั่งหนึ่งเหมาแปดเฟิน ไข่ไก่ห้าฟองตีซะหกเหมา น้ำตาลทรายขาวกับน้ำมันอีกหนึ่งเหมาห้าเฟิน บวกค่าทำอีกสองเหมาเป็น.......เชี่ยเอ๊ย! ถ้าคิดแบบนี้ ขนมเค้กน้ำมันพืชหนึ่งชั่งต้นทุนยังไม่ถึงหกเหมาเลยนะเนี่ย จริงดิ?"

หลี่ชุนยิ้มและพยักหน้า "ราคาก็ประมาณนี้แหละครับ ถ้าไม่คุ้มจะมาจ้างผมทำทำไมล่ะ ไปซื้อกินที่ห้างสรรพสินค้าเลยไม่สะดวกกว่าเหรอ?"

ป้าจางตบหน้าขาฉาดใหญ่ พูดด้วยความตื่นเต้น "ถ้าเราจ้างเอ้อร์ชุนทำขนมเค้กน้ำมันพืช ที่บ้านมีไข่ไก่อยู่แล้วไม่ต้องเสียเงินซื้อ ก็ยิ่งถูกเข้าไปใหญ่ พรุ่งนี้ฉันจะเอาวัตถุดิบมาเลย ขอทำสักห้าชั่งกินให้จุใจไปเลย"

พวกแม่บ้านคนอื่นๆ ก็เห็นด้วย "คุ้มจริงๆ ด้วย ฉันก็จะเอามาทำห้าชั่งเหมือนกัน..."

ป้าจางเป็นคนนำร่อง คนอื่นๆ ก็เลยทำตาม ไม่ใช่การแห่ตามกระแสแบบไร้สติ แต่เป็นเพราะการจ้างทำมันคุ้มค่ากว่าจริงๆ

ถ้าไม่ต้องเสียเงินซื้อไข่ไก่ ราคาก็จะยิ่งถูกลงไปอีก โอกาสดีๆ แบบนี้จะพลาดได้ยังไง ต้องทำเยอะๆ ให้เด็กๆ ที่บ้านได้กินกันให้หนำใจไปเลย

ในขณะเดียวกัน ขนมเค้กเตาที่สองก็อบเสร็จ พอมีส่วนผสมของนมสดและเนย กลิ่นหอมก็โชยมาเตะจมูกจนแทบอดใจไม่ไหว สองแม่ลูกพอได้ชิมก็ชมไม่ขาดปาก

แต่หลี่ชุนกลับสงสัยว่า กลิ่นหอมฟุ้งขนาดนี้ ทำไมหลี่จื่อฮุ่ยถึงไม่โผล่มาล่ะเนี่ย ไม่ปกติเลยแฮะ

"พี่สะใภ้ใหญ่ เสี่ยวฮุ่ยไปไหนล่ะครับ?" หลี่ชุนถาม

ปกติพี่สะใภ้ใหญ่จะต้องยุ่งอยู่ในครัว ส่วนหลี่จื่อฮุ่ยก็เหมือนนกที่ถูกปล่อยออกจากกรง พอถึงเวลากินข้าวหรือมีของอร่อย ไม่ต้องไปตามหาหรอก ยัยหนูนั่นรับรองว่าต้องโผล่มาเป็นคนแรกแน่นอน

ตอนนี้กลับไม่เห็นหลานสาวคนโต พี่สะใภ้ใหญ่ก็อึ้งไปเหมือนกัน จากนั้นก็รีบออกตามหาทันที

ไม่นาน จากฝั่งคอกหมาก็มีเสียงด่าทออย่างเกรี้ยวกราดของพี่สะใภ้ใหญ่ดังขึ้น "หลี่จื่อฮุ่ย แกจะทำให้ฉันโมโหตายหรือไง ยัยเด็กเวรนี่ทำไมถึงได้ซนขนาดนี้นะ! หยุดเดี๋ยวนี้นะ คอยดูเถอะ ฉันจะตีแกให้ก้นลายเลย......"

หลี่ชุนมองตามเสียงไป ก็เห็นหลานสาวตัวน้อยถือไม้ท่อนเล็กวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน ส่วนพี่สะใภ้ใหญ่ก็วิ่งไล่ตามมาติดๆ ด้วยความโมโห

พอตามไปทัน ก็คว้าคอเสื้อไว้ได้ ตีไปที่ก้นหลี่จื่อฮุ่ยหลายที ยัยหนูก็ไม่ร้องไม่โวยวาย หาจังหวะดิ้นหลุดแล้วก็วิ่งหนีต่อ

พอวิ่งใกล้จะถึงตัวหลี่ชุน หลี่ชุนเห็นสภาพปลายไม้ท่อนเล็กนั้นชัดเจน ก็ถึงกับขนลุกซู่ วางขนมเค้กน้ำมันพืชในมือลงแล้วใส่เกียร์หมาวิ่งหนีทันที

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 440 - ทำขนมเค้กน้ำมันพืช

คัดลอกลิงก์แล้ว