- หน้าแรก
- ยอดเชฟทะลุมิติ พลิกชีวิตด้วยระบบทำอาหาร
- บทที่ 390 - เจริญรุ่งเรือง ก้าวหน้า เฟื่องฟู
บทที่ 390 - เจริญรุ่งเรือง ก้าวหน้า เฟื่องฟู
บทที่ 390 - เจริญรุ่งเรือง ก้าวหน้า เฟื่องฟู
บทที่ 390 - เจริญรุ่งเรือง ก้าวหน้า เฟื่องฟู
จานลวดลายดอกไม้บานสะพรั่งร่ำรวยและขวดเหล้าเคลือบสีแดงถูกยกขึ้นโต๊ะ ก็ทำให้เกิดความฮือฮาในงานเลี้ยงทันที
เมื่อเห็นท่าทางตื่นเต้นดีใจของเพื่อนร่วมงาน ซูเป่าเจินก็พอใจสุดๆ อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจในใจ "โชคดีที่ฉันตัดสินใจเองมาเหมาจัดงานเลี้ยงที่หลี่ชุน ถ้าพลาดฉากที่ยิ่งใหญ่อลังการและคึกคักแบบนี้ไปล่ะก็ คงต้องเสียใจตายแน่ๆ!"
ที่หน้าประตูโรงเก็บของ กัวลี่อู่เห็นคนเดินอาหารยกขวดเหล้าสีแดงขึ้นโต๊ะก็ตกใจมากเช่นกัน ในความทรงจำของเขา ตามท้องตลาดเหมือนจะไม่มีเหล้าขวดสีนี้ขายเลยนะ?
"สหายหลี่ไห่ เหล้าบนโต๊ะจัดเลี้ยงนั่นเป็นเหล้ายี่ห้ออะไรเหรอครับ?" กัวลี่อู่อดไม่ได้ที่จะถาม
"อ๋อ คุณพูดถึงอันนั้นหรอกเหรอ! นั่นไม่ใช่เหล้าบรรจุขวดหรอกครับ เป็นเหล้าขาวตักแบ่งขายตัวใหม่ที่เพิ่งวางตลาดของโรงงานสุราเร่อเหอของพวกเราน่ะครับ"
"เหล้าขาวตักแบ่งขาย?"
กัวลี่อู่ตกใจจนลูกตาแทบถลน "นั่น มันเห็นๆ อยู่ว่า......"
"ฮ่าฮ่า คุณอยากจะบอกว่าเป็นขวดสินะครับ?"
"นั่นเป็นไอเดียที่น้องชายผมคิดขึ้นมาน่ะครับ โรงงานสุราของเราเพื่อโปรโมทสินค้า เลยสั่งทำขวดล็อตนี้ขึ้นมาตามความคิดของหลี่ชุน ตอนนี้ทั่วทั้งเมืองมีแค่ที่หลี่ชุนที่นี่ที่เดียวเท่านั้นที่เห็นครับ"
"นี่เป็นไอเดียที่หลี่ชุนคิดขึ้นมาเองเหรอครับ?"
"ใช่แล้วครับ!"
"ซี๊ด~"
กัวลี่อู่สูดลมหายใจเข้าลึก "ตอนนี้ผมชักจะแทบอดใจรอเจอหลี่ชุนน้องชายคุณไม่ไหวแล้วล่ะครับ"
หลี่ไห่ยิ้ม "ต้องขอโทษจริงๆ นะครับ ตอนนี้เขายุ่งมากจริงๆ ไว้กับข้าวขึ้นโต๊ะครบแล้ว ผมจะไปเรียกเขามาให้คุณนะครับ"
"งั้นฝากรบกวนด้วยนะครับ"
รอบที่สอง พวกต้าไฉนำแตงกวาเส้นรสเปรี้ยวเผ็ดและข้าวเกรียบกุ้งทอดไปส่งที่โต๊ะ มีอาหารเย็นสี่อย่างวางลงเป็นออเดิร์ฟ แขกเหรื่อถึงได้เริ่มขยับตะเกียบ
ตั้งแต่หลี่ชุนเริ่มทำอาหารสุกขาย พนักงานโรงงานเพลาข้อเหวี่ยงก็มักจะมาซื้อที่ลานบ้านบ่อยๆ ช่วงที่ผ่านมาก็มีหลายคนเคยซื้อเนื้อวอลนัทเคลือบน้ำตาลและเมิ่นจึไป แต่ก็ยังมีคนส่วนใหญ่ที่ไม่เคยกิน
คนที่เคยกินแล้วก็ยังคงลิ้มรสได้อย่างไม่รู้เบื่อ ส่วนคนที่เพิ่งเคยชิมครั้งแรกก็รู้สึกประหลาดใจระคนยินดี
หลายคนไม่คาดคิดว่าเนื้อวอลนัทจะสามารถนำมาทำเป็นอาหารเย็นและนำขึ้นโต๊ะในงานจัดเลี้ยงอย่างเป็นทางการได้ แต่หลังจากได้ชิมแล้วทุกคนก็พบว่า เนื้อวอลนัทไม่เพียงแต่ทำเป็นอาหารเย็นได้เท่านั้น แต่รสสัมผัสและรสชาติยังดีเยี่ยมอย่างไม่น่าเชื่อ อร่อยกว่าถั่วลิสงทอดตั้งเยอะ
เมิ่นจึแม้จะไม่มีเนื้อสัตว์ผสมอยู่ แต่กลิ่นหอมกลับเข้มข้นมาก เหนือกว่าวุ้นหนังหมูที่เคี่ยวทำเองที่บ้านเสียอีก แถมยังมีรสชาติถึงสองแบบที่แตกต่างกัน พอลองชิมดูทีละอย่าง รสสัมผัสและรสชาตินั้นช่างยอดเยี่ยมจนบรรยายไม่ถูก
ส่วนข้าวเกรียบกุ้งทอดก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึง หลังจากงานเลี้ยงของครอบครัวผู้จัดการซุน ข้าวเกรียบกุ้งทอดก็เป็นที่เลื่องลือไปทั่วโรงงาน คนที่ไม่เคยกินพอลองชิมไปแผ่นหนึ่ง ก็พบว่าสมคำร่ำลือจริงๆ
สิ่งที่ทำให้ทุกคนคาดไม่ถึงมากที่สุดก็ยังคงเป็นแตงกวาเส้นรสเปรี้ยวเผ็ด ไม่ว่าจะมองมุมไหน ในจานก็มีแค่แตงกวาเส้นสีเขียวสด อย่าว่าแต่ซอสงาเลย แม้แต่กระเทียมสับก็ยังไม่เห็น ยำเย็นที่เรียบง่ายขนาดนี้มันจะ.....
"กร้วม!"
"อุ๊ยตาย~"
"พวกคุณลองชิมดูสิ แตงกวานี่อร่อยจริงๆ นะเนี่ย!"
"จริงด้วย เปรี้ยวอมหวานเผ็ดนิดๆ กรอบสดชื่น อร่อยกว่าแตงกวาทุบคลุกซอสงาที่ฉันทำกินเองที่บ้านเสียอีก!"
"จุ๊ๆ~ ฉันคิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าแตงกวาธรรมดาๆ จะทำรสชาติออกมาได้ขนาดนี้ ฝีมือหลี่ชุนนี่ร้ายกาจจริงๆ ฉันยอมรับอย่างหมดใจเลย"
"อะไรนะ? เธอเพิ่งจะยอมรับเหรอ? ฉันยอมรับมาตั้งนานแล้วย่ะ"
"ฮ่าฮ่าฮ่า......"
"มาๆๆ พวกเรามาดื่มกันสักแก้ว!"
"ชน!"
พอดื่มแก้วแรกไป ก็มีคนเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติทันที
"เอ๊ะ? อาหารเย็นสี่อย่างครบแล้วนี่ ทำไมถึงไม่มีเห็ดหูหนูขาวคลุกซานจาแคนนิ่งล่ะ?"
"จริงด้วยแฮะ! ได้ยินมาว่าเวลาหลี่ชุนทำอาหารงานแต่ง ต่อให้ไม่ใช้เห็ดหูหนูขาวคลุกซานจาแคนนิ่งก็ต้องใช้สลัดหัวหอมพริกมะเขือเทศแทน ตามธรรมเนียมเก่า มันต้องมีเมนูที่สื่อความหมายถึงความเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้าสักอย่างสิ ถึงจะถูก!"
"เป็นไปได้ไหมว่าอาหารเย็นยังมาไม่ครบน่ะ?"
"เป็นไปไม่ได้ ไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด งานแต่งงานของโรงงานพวกเรา ปกติก็เป็นอาหารเย็นสี่อย่าง ร้อนหกอย่าง รวมเป็นสิบเมนู ต่อให้ทำสิบสองเมนู ก็จะเป็นเย็นสี่ร้อนแปด นับยังไงก็เป็นอาหารเย็นสี่อย่าง หนึ่งสองสามสี่ นี่ก็อยู่ตรงนี้ครบแล้วนี่นา?"
"ซี๊ด~"
"เป็นไปได้ไหมว่าหลี่ชุนจะทำพลาดไป?"
"ช่างเถอะๆ ไม่ว่าจะพลาดหรือไม่พลาด พวกเราก็อย่าไปรื้อฟื้นเรื่องนี้เลย หลี่ชุนเป็นคนดี พวกเราอย่าไปสร้างความวุ่นวายให้เขาเลยนะ!"
"พี่จางพูดถูก ไม่พูดแล้วๆ ดื่มเหล้าดีกว่า"
"ของมาแล้วจ้า...... แขกผู้มีเกียรติค่อยๆ หันตัวกลับมานะฮะ!"
ตอนนั้นเองคนเดินอาหารก็มาเสิร์ฟอาหารอีก ทุกคนหลีกทางให้ คนเดินอาหารยกชามใบใหญ่ที่สั่นดุ๊กดิ๊ก เป็นมันเงาวับ สีแดงเข้ม กลิ่นหอมฟุ้งเตะจมูก ซึ่งก็คือเลือดหมูตุ๋นขึ้นมาวางบนโต๊ะอาหาร
วางอาหารเสร็จ คนเดินอาหารก็ขานชื่อเมนูเสียงดัง "เต้าหู้เลือดหมูตุ๋นสูตรหนึ่งมาแล้วจ้า~~ ขอให้ทุกคนการงานเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้า ชีวิตครอบครัวเฟื่องฟูนะฮะ!"
แขกในงานมองดูเลือดหมูตุ๋นชามนี้แล้วชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็ร้องเชียร์และปรบมือเสียงดัง
"เยี่ยม!"
"พูดได้ดี ขอบใจมากไอ้น้อง!!"
คนเดินอาหารพยักหน้าแล้วเดินจากไป ในงานเลี้ยงก็เดือดพล่านขึ้นมาทันที
"เต้าหู้เลือดหมูตุ๋นสูตรหนึ่ง ชื่อนี้ตั้งได้ดีมาก ความหมายยิ่งดีเข้าไปใหญ่!"
"เวรเอ๊ย! เชฟหลี่ของเราช่างมีพรสวรรค์จริงๆ!"
"เมื่อกี้ใครบอกว่าไม่มีเมนูเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้าเฟื่องฟูนะ? เมนูนี้ไม่ได้ดีกว่าเห็ดหูหนูขาวคลุกซานจาแคนนิ่งกับสลัดหัวหอมพริกมะเขือเทศตั้งเยอะเหรอ?"
"ใช่แล้วๆ ขอให้เจริญรุ่งเรืองก้าวหน้าเฟื่องฟู ฉันต้องกินเยอะๆ หน่อยแล้วล่ะ......."
เมื่อมองดูอาหารเย็นสี่อย่างตอนแรก ซูเป่าเจินก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยเช่นกัน เขาก็คิดว่าหลี่ชุนจัดเมนูอาหารผิดพลาด โชคดีที่เพื่อนร่วมงานทุกคนค่อนข้างจริงใจ ไม่มีใครลุกขึ้นมาชี้หน้าจับผิด
ตามมาด้วยเลือดหมูตุ๋นที่ยกขึ้นมา ซูเป่าเจินยังชะงักไปนิดนึง แต่พอคนเดินอาหารที่เสิร์ฟอาหารตะโกนว่า "เจริญรุ่งเรือง ก้าวหน้า เฟื่องฟู" มุมปากของซูเป่าเจินก็ยกขึ้นทันที
พอมองดูปฏิกิริยาของเพื่อนร่วมงานในงานเลี้ยงอีกครั้ง ซูเป่าเจินก็ดีใจสุดๆ จนหัวเราะออกมา
ในวินาทีนี้เขาเห็นด้วยกับเสียงหนึ่งในงานเลี้ยงอย่างยิ่ง หลี่ชุนไอ้หนุ่มนี่มันมีพรสวรรค์จริงๆ
หากจะบอกว่าคำพูดเมื่อครู่นี้ทำให้ทุกคนตื่นเต้นดีใจแล้วล่ะก็ หลังจากที่ทุกคนหยิบช้อนขึ้นมาชิมก็ต้องตกตะลึงราวกับได้พบเจอเทพเจ้าเลยทีเดียว
"พระเจ้าช่วย!"
"เต้าหู้เลือดหมูตุ๋นสูตรหนึ่งนี่มันอร่อยเกินไปแล้ว เนื้อสัมผัสเหมือนเต้าหู้อ่อน เนียนนุ่มลื่นคอ รสชาติหอมมากๆ ที่สำคัญคือไม่มีกลิ่นคาวเลยแม้แต่นิดเดียว เมนูนี้มันสุดยอดจริงๆ"
"เมนูนี้ใส่อะไรลงไปบ้างเนี่ย? ฉันถึงกับกินแล้วได้รสชาติเนื้อเลยนะ รสสัมผัสนี้ รสชาตินี้...... เฮ้ๆ พวกนายอย่าแย่งสิ! เหลือให้ฉันบ้าง......"
เลือดหมูตุ๋นที่เพิ่งออกจากหม้อนั้นร้อนมาก แต่ก็หยุดยั้งความกระตือรือร้นของแขกที่มากินเลี้ยงที่มีต่อเมนูนี้ไม่ได้ เห็นแค่เงาช้อนตักกันให้ว่อน แทบจะในพริบตา เลือดหมูตุ๋นบนทุกโต๊ะก็ถูกแบ่งกันกินจนเกลี้ยง
เมนูนี้ไม่เพียงแต่รสสัมผัสดีรสชาติอร่อย ผู้คนยังอยากจะกินให้เยอะขึ้นอีกนิด เพื่อให้ชีวิตของตัวเองเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้าเฟื่องฟูยิ่งขึ้น
ในขณะที่เมนูนี้ถูกแย่งกันจนหมด อาหารร้อนจานที่สองก็ถูกนำมาเสิร์ฟบนโต๊ะอย่างต่อเนื่องไร้รอยต่อ
"ของมาแล้วจ้า~~ แขกผู้มีเกียรติค่อยๆ หันตัวกลับมานะฮะ!"
"อาหารร้อนจานที่สอง ขนมงาทอดมาแล้วจ้า! ขอให้ทุกคนกลมเกลียวพร้อมหน้า ชีวิตก้าวหน้าดั่งต้นงาออกดอก แล้วก็ขอให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวมีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมืองโดยเร็ว เหมือนกับเม็ดงาบนขนมงาทอดที่มีลูกหลานมากมายเป็นสิริมงคลนะฮะ!"
วิ้ง——
หลังจากพูดคำอวยพรชุดนี้จบ แขกเหรื่อทุกคนรวมถึงครอบครัวเจ้าภาพต่างก็ลุกขึ้นปรบมือร้องเชียร์ งานเลี้ยงเดือดพล่านขึ้นมาในพริบตา
(จบแล้ว)