เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 - น้องสาวหัวรั้น

บทที่ 7 - น้องสาวหัวรั้น

บทที่ 7 - น้องสาวหัวรั้น


บทที่ 7 - น้องสาวหัวรั้น

เสียงกริ่งเข้าเรียนดังขึ้น จู่ๆ ก็มีเสียงรองเท้าส้นสูงดังต๊อกแต๊กๆ ดังมาจากนอกห้องเรียน ตามมาด้วยจ้าวเยว่ ครูสอนภาษาอังกฤษผมลอนใหญ่ ถือกระบอกน้ำเก็บอุณหภูมิเดินเข้ามาในห้องเรียน

เธอชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นเหอฮวนนั่งอยู่ที่แถวหน้า

【ครูกัวเป็นอะไรไปเนี่ย ที่นั่งดีขนาดนี้ กลับเก็บไว้ให้เด็กที่สอบได้ที่สุดท้ายเนี่ยนะ?】

"คาบค่ำวันนี้ ทำแบบฝึกหัดหน้า 15 ถึง 18 กฎเดิมคือ ต้องทำการบ้านภาษาอังกฤษให้เสร็จก่อน ถึงจะทำวิชาอื่นได้"

เหอฮวนเปิดสมุดแบบฝึกหัดภาษาอังกฤษ ล้วนเป็นแบบฝึกหัดเกี่ยวกับไวยากรณ์และประโยคสั้นๆ

ในชาติก่อนเพราะทำธุรกิจขนาดใหญ่ เขามักจะได้ติดต่อกับชาวต่างชาติอยู่บ่อยๆ ดังนั้นระดับภาษาอังกฤษของเขาจึงอยู่ในเกณฑ์ดีมาตลอด เป็นประเภทที่สามารถสื่อสารภาษาพูดกับชาวต่างชาติได้ตามปกติโดยไม่มีปัญหาเลย

ดังนั้นโจทย์ในแบบฝึกหัดสำหรับเขาแล้ว จึงไม่มีความยากเลยแม้แต่น้อย เขาใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมงก็ทำโจทย์เสร็จทั้งหมด

เหอฮวนเก็บแบบฝึกหัด แล้วหยิบหนังสือฟิสิกส์ขึ้นมาอ่านต่อ

จ้าวเยว่เตรียมการสอนเสร็จ ก็ยืนขึ้นแล้วกวาดสายตามองไปรอบๆ ใต้หน้าชั้นเรียน มีทั้งคนที่ก้มหน้าก้มตาทำการบ้าน มีคนที่ฟุบหน้าเหม่อลอย มีคนที่กระซิบกระซาบกัน และก็มีคนที่เอาแต่มองเป้ากางเกงตัวเองแล้วหัวเราะคิกคัก พวกที่หัวเราะคิกคักนั่นก็คือพวกที่แอบอ่านนิยายออนไลน์ใต้โต๊ะเรียนนั่นแหละ

จ้าวเยว่เห็นจนชินตาแล้ว การเรียนในระดับมัธยมปลายเป็นเรื่องที่เหนื่อยและน่าเบื่อมาก การที่นักเรียนคนหนึ่งจะอดทนอยู่ได้หรือไม่ ล้วนขึ้นอยู่กับว่าเขามีใจรักในการเรียน หรือมีความกระหายในชัยชนะในการสอบเกาเข่าหรือเปล่า ถ้านักเรียนคนไหนไม่มีสองอย่างนี้ ก็ยากที่จะทนใช้ชีวิตที่น่าเบื่อนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าในทุกๆ วัน

การเรียนมัธยมปลายต้องพึ่งความมีวินัยในตนเองล้วนๆ

ทันใดนั้น ที่หางตาของจ้าวเยว่ก็ปรากฏเงาดำขึ้น เธอเงยหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง ปรากฏว่าเป็นครูประจำชั้นกัวจิ้งนั่นเอง เธอกำลังชะเง้อคอมองเข้ามาในห้องเรียน

นี่เป็นการกระทำที่พบเห็นได้ทั่วไปของครูประจำชั้นมัธยมปลาย มักจะมีผู้โชคดีถูกจับได้คาหนังคาเขาเสมอ

เพียงแต่สิ่งที่ทำให้จ้าวเยว่ไม่เข้าใจก็คือ สายตาของกัวจิ้งกลับจ้องมองไปที่แถวหน้าตลอดเวลา

แถวหน้าไม่ใช่มีแต่เด็กเรียนเก่งหรอกเหรอ มีอะไรให้น่าดูนักหนา?

จู่ๆ จ้าวเยว่ก็นึกอะไรขึ้นมาได้ รีบหันไปมองเหอฮวนที่อยู่ใต้จมูกเธอ เห็นเพียงว่าเขากำลังก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสืออย่างตั้งใจ มือขวายังจับปากกาจดบันทึกไม่หยุด

พระเจ้าช่วย นี่ใช่เด็กที่สอบได้ที่สุดท้ายที่เข็นไม่ขึ้นคนนั้นจริงหรือเปล่า?

จ้าวเยว่มองออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง กัวจิ้งก็เดินจากไปเงียบๆ แล้ว เธอค่อยๆ เดินลงมา ยืนอยู่ข้างเหอฮวน เอียงคอชะโงกดู ที่แท้เขากำลังอ่านฟิสิกส์อยู่นี่เอง

เหอฮวนรู้สึกถึงความผิดปกติ พอเงยหน้าขึ้นก็สบตากับจ้าวเยว่พอดี รีบพูดว่า "ครูจ้าวครับ ผมทำแบบฝึกหัดเสร็จแล้วครับ"

จ้าวเยว่ตอบรับเสียง "อืม" เบาๆ ภาษาอังกฤษของเหอฮวนแย่มาก เขาอาจจะทำเสร็จแล้วจริงๆ แต่ทำถูกหรือเปล่านั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

แต่ก็ช่างเถอะ นักเรียนที่เรียนอ่อนอย่างเขาสามารถตั้งใจทบทวนบทเรียนได้ขนาดนี้ก็ถือว่าดีมากแล้ว แค่ไม่รู้ว่าสภาพแบบนี้ของเขาจะทนไปได้สักกี่วัน

สามทุ่มครึ่ง ในที่สุดการเรียนคาบค่ำก็จบลง

หลี่หลานยืนขึ้นบิดขี้เกียจ แต่กลับเห็นว่าเหอฮวนเก็บของเตรียมตัวจะกลับแล้ว ในมือยังคงถือหนังสือฟิสิกส์อยู่เล่มหนึ่ง

ไม่รู้ทำไม จู่ๆ ในใจของเธอก็รู้สึกไม่สบายใจเอาเสียเลย ตลอดคาบเรียนค่ำ เหอฮวนไม่เพียงแต่ไม่พูดคุยกับเธอเลย แม้แต่จะหันมามองเธอสักแวบก็ไม่มี

เธอมั่นใจในรูปร่างหน้าตาของตัวเองว่าอยู่ในระดับที่ดี ผลการเรียนก็ดี นักเรียนชายในห้องมักจะคอยเอาใจหรือแอบมองเธออยู่เสมอ ถึงแม้เธอจะยังไม่มีความคิดเรื่องความรัก แต่ทุกครั้งที่เจอเหตุการณ์แบบนี้ ในใจก็ยังรู้สึกแอบดีใจอยู่ลึกๆ

แต่เหอฮวนกลับไม่เหมือนคนอื่นเลย ในสายตาของเขา เธอเหมือนเป็นคนไร้ตัวตน ความรู้สึกของการถูกเมินเฉยแบบนี้ทำให้เธอรู้สึกอึดอัดใจมาก

เหอฮวนไม่มีทางรู้หรอกว่าเพื่อนร่วมโต๊ะดาวเด่นของห้องจะมีความคิดในใจมากมายขนาดนี้ เขาเดินมาที่ห้องพักครูของกัวจิ้ง เห็นครูกัวยังคงก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่ จึงหยิบเงินสี่ร้อยออกมาจากกระเป๋าสตางค์แล้วพูดว่า "ครูกัวครับ นี่ค่าเทอมของผมครับ"

กัวจิ้งไม่ได้ถามว่าเงินนี้มาจากไหน แต่รับไปตรงๆ

เธอสังเกตเห็นหนังสือฟิสิกส์ในมือของเหอฮวน จึงถามว่า "นี่เธอตั้งใจจะกลับไปอ่านหนังสือต่อที่บ้านเหรอ?"

"ครับ ตอนนี้ยังหัวค่ำอยู่เลย นอนไม่หลับหรอกครับ"

"โอเค งั้นก็เอาของกลับไปได้ พยายามเข้านะ"

เหอฮวนหิ้วถังน้ำกับกระติกน้ำร้อน พร้อมกับกล่าวขอบคุณ

พอมาถึงห้องเรียนของเหอเชี่ยน น้องสาวของเขา ปรากฏว่าเธอไม่ได้รอเขา แต่กลับบ้านไปก่อนแล้ว

เหอฮวนรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย ยัยเด็กนี่ก็ยังคงทำตัวห่างเหินกับเขาเหมือนเดิม

บ้านเช่าที่เหอฮวนอยู่ตอนนี้ อยู่ในหมู่บ้านใจกลางเมือง ห่างจากโรงเรียนไม่ถึงสองกิโลเมตร เดินกลับก็ใช้เวลาแค่สิบกว่านาที

พอเปิดประตูเข้าไป เหอฮวนก็ได้ยินเสียงพัดลมดังเอี๊ยดอ๊าด ราวกับคนแก่ที่ใกล้ลงโลง ส่งเสียงครางอย่างหมดเรี่ยวแรง

หลิวเหมยเดินออกมาจากห้อง เห็นมีแค่เหอฮวนคนเดียว ก็ถามอย่างแปลกใจว่า "เชี่ยนเชี่ยนไม่ได้กลับมาพร้อมลูกเหรอ?"

เหอฮวนชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วตอบว่า "ตอนเลิกเรียนผมไปหาแกที่ห้องเรียน ก็เห็นว่าแกกลับมาแล้วนี่นา หรือว่าแกจะเดินอยู่ข้างหลังผม?"

"ผู้หญิงอาจจะเดินช้ากว่ามั้ง" หลิวเหมยรับถังน้ำและกระติกน้ำร้อนมาจากมือเหอฮวน แล้วพูดต่อว่า "ฮวนฮวน ในกระติกน้ำร้อนมีน้ำร้อนต้มสุกอยู่ เสื้อผ้าเปลี่ยนแม่ก็เตรียมไว้ให้บนเตียงแล้ว ลูกไปอาบน้ำก่อนเถอะ"

เหอฮวนรับคำ แล้วหยิบเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนเดินเข้าไปในห้องน้ำ

ที่เรียกว่าห้องน้ำ ความจริงก็มีแค่ส้วมซึมอันเดียว ข้างๆ ส้วมซึมมีถังน้ำสองใบ ใบหนึ่งเอาไว้ตักราดส้วม อีกใบเอาไว้อาบน้ำ

ใช่แล้ว ในบ้านเช่าหลังนี้ ไม่มีแม้กระทั่งฝักบัว ยังดีที่ตอนนี้อากาศร้อน ใช้น้ำเย็นในถังก็พอแล้ว ขืนเป็นฤดูหนาว ไม่เพียงแต่ต้องเตรียมกะละมังใบใหญ่เท่านั้น ยังต้องเตรียมน้ำร้อนในกระติกน้ำร้อนไว้ล่วงหน้าอีกหลายใบด้วย อย่าให้พูดเลยว่ายุ่งยากแค่ไหน

【สภาพมันแย่เกินไปแล้ว เดี๋ยววันหยุดสุดสัปดาห์นี้ ต้องไปหาซื้อบ้านมือสองดีๆ แถวโรงเรียนสักหลัง พอถึงเวลาจัดการซื้อให้เรียบร้อยก่อนค่อยบอก แม่ก็คงทำอะไรไม่ได้แล้วล่ะ】

หลังจากเหอฮวนอาบน้ำเย็นเสร็จ ก็รู้สึกว่าสดชื่นขึ้นมาก

หลิวเหมยเดินมาด้อมๆ มองๆ อยู่ที่หน้าประตูห้องหนังสือ ขมวดคิ้วแล้วพูดว่า "ฮวนฮวน ลูกว่าเราควรซื้อคอมพิวเตอร์แบบไหนดี? ราคาน่าจะประมาณเท่าไหร่?"

"ซื้อเครื่องละสามสี่พันก็พอแล้วครับ เอาไว้เล่นหุ้น ไม่ได้เล่นเกม สเปคไม่ต้องแรงมากหรอก"

หลิวเหมยฟังแล้วก็เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง เธอจำแค่ราคาประมาณสามสี่พันก็พอ

เหอฮวนหยิบเงินออกมาอีก 5 พัน เป็นเงินที่เขาแวะกดจากตู้เอทีเอ็มตอนขากลับ

"แม่ นี่เงินซื้อคอมพิวเตอร์ครับ"

หลิวเหมยยิ้มกว้างอย่างมีความสุข วันนี้แค่วันเดียว เหอฮวนก็ให้เงินเธอตั้งแปดพัน ตอนนี้เธอเชื่อแล้วจริงๆ ว่าลูกชายหาเงินมาได้

"เดี๋ยวพรุ่งนี้แม่จะไปซื้อคอมพิวเตอร์ให้นะ"

เหอฮวนเห็นว่าเหอเชี่ยนยังไม่กลับมา ในใจก็เริ่มเป็นห่วง ตอนนี้คือปี 2007 ความปลอดภัยในสังคมยังเทียบไม่ได้กับเมื่อสิบกว่าปีให้หลัง ทั้งการทะเลาะวิวาท ชกต่อย ข่มขืน คดีอาชญากรรมต่างๆ มีให้เห็นอยู่เกลื่อนกลาด

"แม่ ปกติเชี่ยนเชี่ยนก็กลับดึกขนาดนี้เลยเหรอครับ?"

"ไม่นะ ปกติเวลานี้ แกกลับมาตั้งนานแล้ว ยัยเด็กคนนี้วันนี้เป็นอะไรของเขานะ?"

เหอฮวนสวมรองเท้าแตะ แล้วพูดว่า "แม่ แม่ไปพักผ่อนก่อนเถอะ เดี๋ยวผมออกไปตามหาเชี่ยนเชี่ยนข้างนอกเอง"

"เดี๋ยวก่อน แม่ไปตามหาด้วย"

เหอฮวนกำลังจะปฏิเสธ แต่ก็ได้ยินเสียงไขกุญแจประตูดังขึ้น

เมื่อประตูเปิดออก ก็เห็นเหอเชี่ยนก้มหน้าก้มตาเดินเข้ามาเงียบๆ

เหอฮวนหน้าตึงขึ้นมาทันที แล้วถามเสียงแข็งว่า "ไปไหนมา ทำไมถึงเพิ่งกลับเอาป่านนี้?"

"ยุ่งน่า!"

หลิวเหมยเห็นท่าทางแบบนี้ของเหอเชี่ยน ก็ของขึ้นทันที

"เหอเชี่ยน พูดกับพี่เขาแบบนั้นได้ยังไง? เลิกเรียนแล้วไม่ยอมกลับบ้าน พวกเราถามไม่ได้เลยใช่ไหม?"

ในใจของเหอเชี่ยน หลิวเหมยมีน้ำหนักมาก เธออาจจะไม่ฟังคำพูดของเหอฮวน แต่ไม่กล้าขัดคำสั่งของหลิวเหมยแน่ๆ

เธอเบ้ปาก ทำท่าทางน่าสงสารแล้วพูดว่า "หนูเหลือการบ้านอีกนิดหน่อย ยังทำไม่เสร็จ ก็เลยอยู่ทำที่ห้องเรียนต่ออีกพักนึง"

"พอเลิกเรียนคาบค่ำ พี่ก็ไปหาเธอที่ห้องเรียนเป็นที่แรก ในห้องไม่มีเงาเธอเลยสักนิด"

"ตอนนั้นหนูไปเข้าห้องน้ำต่างหาก"

"แล้วทำไมไม่กลับมาทำที่บ้านล่ะ?"

"ตอนนี้ห้องหนังสือเป็นของพี่ไปแล้ว จะให้หนูกลับมาทำที่ไหนล่ะ?"

เหอฮวนรู้สึกตะหงิดๆ ว่าเหอเชี่ยนไม่ได้พูดความจริง แต่ก็ไม่มีหลักฐาน

ในชาติก่อน หลังจากที่แม่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ นิสัยของเขากับน้องสาวก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เพียงแต่เขาเปลี่ยนจากคนเหลวแหลกมาเป็นคนดี ส่วนเหอเชี่ยนกลับปล่อยเนื้อปล่อยตัวเต็มที่ ทั้งมีความรักก่อนวัยอันควร สักลาย และลาออกจากโรงเรียนทั้งที่ยังเรียนไม่จบมัธยมปลายด้วยซ้ำ

ไม่ว่ายังไง เหอฮวนก็ไม่อยากให้เหอเชี่ยนเดินซ้ำรอยเดิมในชาติก่อนอีก

"เหอเชี่ยน ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป เธอต้องไปโรงเรียนและกลับบ้านพร้อมพี่ เข้าใจไหม"

เหอเชี่ยนในใจไม่ค่อยเต็มใจนัก แต่พอเห็นหลิวเหมยทำหน้าขึงขัง ก็ได้แต่พยักหน้ารับปากไป

เมื่อคืนเหอฮวนอดหลับอดนอนอยู่ที่ร้านอินเทอร์เน็ต พอถึงห้าทุ่มครึ่ง เขาก็รู้สึกว่าตัวเองทนไม่ไหวแล้ว ปิดไฟล้มตัวลงนอนบนเตียงทันที

เสียงพัดลมดังเอี๊ยดอ๊าดๆ ราวกับเพลงกล่อมเด็ก ไม่นานนัก ภายในห้องก็มีเสียงกรนดังขึ้น

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 7 - น้องสาวหัวรั้น

คัดลอกลิงก์แล้ว