- หน้าแรก
- ระบบโกงปั้นต้าฉิน ขอเปิดโปรให้ปฐมจักรพรรดิครองโลก
- บทที่ 120 - กระบวนทัพมาซิโดเนีย
บทที่ 120 - กระบวนทัพมาซิโดเนีย
บทที่ 120 - กระบวนทัพมาซิโดเนีย
บทที่ 120 - กระบวนทัพมาซิโดเนีย
อาณาจักรมาซิโดเนียเป็นอาณาจักรที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรีซ ในรัชสมัยของกษัตริย์ฟิลิปที่สอง อาณาจักรได้รวบรวมดินแดนกรีซไว้เป็นหนึ่งเดียว และในรัชสมัยของอเล็กซานเดอร์มหาราช อาณาจักรก็ขยายอาณาเขตออกไปอย่างต่อเนื่อง ยึดครองอียิปต์ทั้งหมด กลืนกินจักรวรรดิเปอร์เซีย และกองทัพก็บุกไปถึงลุ่มแม่น้ำสินธุ อาณาเขตของอาณาจักรกว้างใหญ่ไพศาลที่สุด
ในปี 168 ก่อนคริสตกาล หลังสิ้นสุดสงครามมาซิโดเนียครั้งที่สี่ ดินแดนของอาณาจักรก็ถูกสาธารณรัฐโรมันกลืนกิน จนกระทั่งปี 146 ก่อนคริสตกาล โรมยึดครองกรีซได้ทั้งหมด นับเป็นการล่มสลายอย่างสมบูรณ์ของอาณาจักรมาซิโดเนียและการสิ้นสุดของยุคเฮลเลนิสติก
อาณาจักรมาซิโดเนียในเวลานี้อยู่ในช่วงสงครามมาซิโดเนียครั้งที่หนึ่ง ภายใต้การนำของกษัตริย์ฟิลิปที่ห้า อาณาจักรเริ่มทำสงครามกับสาธารณรัฐโรมันในปี 214 ก่อนคริสตกาล
สิ่งที่โด่งดังที่สุดของอาณาจักรมาซิโดเนียคือกระบวนทัพมาซิโดเนีย การนำมาใช้โดยอเล็กซานเดอร์ทำให้ชื่อเสียงของกระบวนทัพมาซิโดเนียเลื่องลือไปทั่วภูมิภาคเมดิเตอร์เรเนียนโบราณ ทำให้กระบวนทัพมาซิโดเนียกลายเป็นกระบวนทัพที่ไม่มีใครทำลายได้ชั่วระยะเวลาหนึ่ง
โครงสร้างทางการทหารของกระบวนทัพมาซิโดเนียมีความคล้ายคลึงกับกองทัพสมัยใหม่เป็นอย่างมาก
โดยปกติแล้ว ทหารหุ้มเกราะ 64 นายจะรวมเป็นหนึ่งหมวด 128 นายรวมเป็นหนึ่งกองร้อย 256 นายรวมเป็นหนึ่งกองพัน 1024 นายรวมเป็นหนึ่งกรม และ 4096 นายรวมเป็นหนึ่งกองพลน้อย
กองพลน้อยเทียบเท่ากับกองพลในสมัยใหม่ เป็นหน่วยรบแบบผสมผสาน นอกเหนือจากทหารราบหนักแล้ว ยังประกอบด้วยทหารราบถือโล่เบา 2048 นาย (หากกำลังพลเต็ม) ทหารสนับสนุน 1024 นาย และกองทหารม้า 1024 นาย รวมทั้งสิ้น 8192 นาย
กระบวนทัพมาซิโดเนียที่เรามักจะเห็นกันนั้นเป็นเพียงกระบวนทัพหอกยาวที่อยู่ภายใน ไม่ใช่กระบวนทัพมาซิโดเนียแบบเต็มรูปแบบ แต่โดยทั่วไปแล้วมักจะหมายถึงกระบวนทัพหอกยาว
กระบวนทัพหอกยาวของมาซิโดเนียมักจะประกอบด้วยทหารที่ถือหอกขนาดยักษ์ยาว 2-7 เมตร จัดเรียงเป็นแถวหน้ากระดาน ลึกสิบหกคน กลายเป็นป่าเหล็กกล้า โดยทหารแต่ละนายจะมีระยะห่างกันพอสมควร
นักรบแต่ละนายจะมีหอกขนาดยักษ์หนึ่งเล่ม ดาบสั้นหนึ่งเล่ม โล่กลมขนาดเล็กหนึ่งใบ ซึ่งโล่มักจะแขวนไว้ที่คอ
เมื่อทำการโจมตี กระบวนทัพจะเคลื่อนที่ไปพร้อมกัน ชูหอกขนาดยักษ์ยาวเจ็ดเมตรโจมตีศัตรู เนื่องจากระยะโจมตีที่ไกล ศัตรูจึงมักจะถูกทหารในกระบวนทัพสังหารก่อนที่จะเข้าใกล้เสียอีก
ดังนั้นการปะทะกันระหว่างโรมและมาซิโดเนียในครั้งนี้ จึงเป็นการดวลกันครั้งแรกระหว่างทหารราบหนักและกระบวนทัพมาซิโดเนียเช่นกัน
บนพื้นราบ ทหารของทั้งสองฝ่ายต่างยืนนิ่งอย่างเงียบเชียบ แม้แต่ม้าก็ยังเล็มหญ้าบนพื้นอย่างเบื่อหน่าย
แม่ทัพของทั้งสองฝ่ายต่างมองเห็นรูปแบบกองทัพของฝ่ายตรงข้ามอย่างชัดเจน แต่ทั้งคู่ก็รู้สึกพูดไม่ออก ฝ่ายหนึ่งมีแต่หอกยาว อีกฝ่ายก็มีแต่โล่ยักษ์
ฝ่ายหนึ่งถนัดรับ อีกฝ่ายถนัดรุก ส่วนเรื่องพลซุ่มยิงระยะไกล ทั้งสองฝ่ายก็มีแค่พลขว้างหินกับพลขว้างหอกซัด
พวกเขาไม่ได้มีกองทัพธนูหน้าไม้ขนาดใหญ่แบบต้าฉิน อาศัยแต่การบุกเข้าไปต่อสู้ระยะประชิดเท่านั้น ในสนามรบที่เงียบสงัดราวกับมีฝูงอีกาบินผ่าน
ทั้งสองฝ่ายต่างไม่มีความปรารถนาที่จะเป็นฝ่ายเริ่มโจมตีก่อน พลธนูก็มีไม่กี่คน ส่วนทหารม้านั้น ทั้งสองฝ่ายรวมกันยังมีไม่ถึงห้าพันคนเลย
ยิ่งไปกว่านั้นยังมีแต่ทหารราบหนัก ทหารหอกยาว แล้วทหารม้าฝ่ายไหนจะกล้าบุกเข้าไปล่ะ ทำได้แค่คอยสนับสนุนอยู่รอบนอกและแอบเก็บแต้มเท่านั้น
โชคดีที่การทำสงครามไม่ใช่การเล่นขายของ ในเมื่อต่างฝ่ายต่างตั้งค่ายเตรียมรบกันแล้ว จะมาทักทายกันแล้วแยกย้ายกลับบ้านไปหาแม่ก็คงไม่ได้
มาซิโดเนียยกทัพมาในครั้งนี้ก็เพื่อยึดเมืองอพอลโลเนียคืน ในฐานะฝ่ายบุก มาซิโดเนียย่อมไม่อาจยื้อเวลาต่อไปได้ กษัตริย์ฟิลิปที่ห้าแห่งมาซิโดเนียไม่ใช่คนที่จะยอมปล่อยผ่านไปง่ายๆ
"เป่าแตร"
แม่ทัพของมาซิโดเนียที่ขี่ม้าตัวสูงใหญ่สั่งการ
พลแตรที่อยู่ด้านข้างหยิบแตรเล็กที่เอวขึ้นมาเป่าเป็นสัญญาณโจมตี
การโจมตีของมาซิโดเนียในครั้งนี้ใช้กองทหารถึงสามกอง มีทหารประมาณสองหมื่นกว่านาย สำหรับประเทศเล็กๆ เหล่านี้ การสามารถระดมพลได้สองถึงสามหมื่นนายก็ถือเป็นสงครามขนาดใหญ่แล้ว
เมื่อได้ยินเสียงแตร กระบวนทัพหอกยาวที่อยู่ตรงกลางกองทัพก็ชูหอกขนาดยักษ์ค่อยๆ เคลื่อนเข้าหากองทัพโรมัน ทหารม้าของมาซิโดเนียก็เริ่มเคลื่อนที่ไปพร้อมกับกระบวนทัพอย่างช้าๆ
เนื่องจากการป้องกันด้านหลังของทหารหอกยาวมาซิโดเนียนั้นอ่อนแอมาก หากถูกทหารม้าโรมันซุ่มโจมตี กระบวนทัพคงต้องสูญเสียอย่างหนักแน่
ด้วยความยาวถึงเจ็ดเมตร น้ำหนักของหอกขนาดยักษ์ย่อมไม่เบา การเปลี่ยนกระบวนทัพและทิศทางของกระบวนทัพทั้งหมดจึงทำได้ยากและเชื่องช้ามาก หากไม่มีกองทัพฝ่ายตนคอยป้องกันอยู่ด้านหลัง กระบวนทัพทั้งหมดก็จะถูกทำลาย
ส่วนกองทหารโรมันอีกด้านหนึ่งก็เริ่มเป่าแตรเช่นกัน ทหารราบหนักโรมันที่สวมเกราะก็เริ่มก้าวเดินไปข้างหน้า
ทหารราบหนักในยุโรปโบราณมักจะให้ความสำคัญกับการป้องกันที่ศีรษะและหน้าอก ประกอบกับโล่ขนาดใหญ่ ในขณะที่ทหารราบหนักในภูมิภาคจงหยวนนั้นสวมเกราะเต็มตัว แม้แต่ใบหน้าก็ยังถูกป้องกันไว้
กองทัพทั้งสองราวกับเต่าสองตัวที่ค่อยๆ คืบคลานเข้าหากันเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ระยะประชิด แต่เมื่อระยะห่างใกล้เข้ามา ทหารโจมตีระยะไกลของทั้งสองฝ่ายก็เริ่มแผลงฤทธิ์
"เตรียมหอกซัด" หัวหน้ากองร้อยของกองทหารโรมันร้องตะโกนขึ้น
ทหารสนับสนุนที่เดินตามหลังรูปแบบกระดองเต่าต่างปลดหอกซัดหนักที่สะพายอยู่บนหลังลงมา แล้วเดินไปที่ด้านหน้าของกระบวนทัพ เพื่อเตรียมวิ่งขว้างหอกซัด
"ขว้างหอก"
เมื่อเตรียมพร้อมแล้ว พลขว้างหอกก็จับหอกซัดหนักด้วยมือขวา ยกขึ้นเหนือไหล่ แล้วเริ่มออกวิ่ง
เมื่อเห็นพลขว้างหอกของกองทหารโรมันเริ่มวิ่ง แม่ทัพกองทหารมาซิโดเนียก็ร้องตะโกนลั่น
"ยกโล่ขึ้นรับศึก"
ทหารในกระบวนทัพรีบยกโล่กลมที่แขนซ้ายขึ้นมาบังตรงหน้าทันที
"ฟุ่บ" หอกซัดหลายร้อยเล่มพุ่งแหวกอากาศเป็นเส้นโค้งอันงดงาม และด้วยแรงโน้มถ่วง มันจึงพุ่งทะลวงลงมาด้วยพละกำลังที่ไม่อาจต้านทานได้
เสียงร้องโหยหวนดังระงมไปทั่วกระบวนทัพมาซิโดเนีย อานุภาพของหอกซัดหนักขนาดเท่าแขนเด็กนั้นไม่ใช่สิ่งที่ลูกธนูจะเทียบได้เลย มันคืออาวุธที่ดีที่สุดในการจัดการกับเกราะหนัก สามารถเจาะทะลุโล่ได้สบายๆ
โล่ของทหารมาซิโดเนียนั้นเล็กกว่าร่มของเด็กเสียอีก บังได้แค่หัวและหน้าอก ชั่วขณะนั้นทั่วทั้งสนามรบก็เต็มไปด้วยผู้บาดเจ็บและล้มตาย ทหารหลายคนถูกหอกซัดแทงทะลุหัวปักคาพื้น บางคนโชคร้ายถูกหอกซัดแทงทะลุร่างเรียงกันเป็นลูกชิ้นปิ้งเลยทีเดียว
ทหารสนับสนุนของกองทัพมาซิโดเนียก็เริ่มขว้างหอกซัดใส่กองทัพโรมันเช่นกัน ทหารโรมันหลายคนก็ถูกหอกซัดสังหารไปไม่น้อย
เมื่อกองทัพทั้งสองเคลื่อนเข้าใกล้กัน พลขว้างหอกก็หยุดขว้าง แล้วหยิบดาบสั้นและขวานออกมาเตรียมต่อสู้ระยะประชิด
รูปแบบกระดองเต่าของโรมันยังไม่ทันเข้าใกล้กระบวนทัพของมาซิโดเนีย ก็ถูกหอกขนาดยักษ์ของกระบวนทัพมาซิโดเนียโจมตี ภายใต้การแทงเข้าออกอย่างรวดเร็ว ทหารราบหนักโรมันที่จัดกระบวนทัพแบบหนาแน่นก็เริ่มล้มตาย ทำไงได้ ก็ทหารโรมันมันแขนสั้นนี่นา
"โล่ทะลวง"
หัวหน้ากองทหารโรมันตะโกนลั่น ชูโล่ขนาดใหญ่พุ่งเข้าใส่ทหารมาซิโดเนีย ด้วยแรงปะทะจากโล่ ทหารมาซิโดเนียแถวหน้าต่างก็กระเด็นไปตามๆ กัน
ทหารโรมันที่พุ่งเข้าไปในกระบวนทัพก็ชักดาบสั้นและขวานที่เอวออกมาฟันอย่างบ้าคลั่ง เลือดสดๆ สาดกระเซ็นไปทั่ว เศษเนื้อปลิวว่อน
"ตั้งหลักไว้"
แม่ทัพมาซิโดเนียขี่ม้าร้องตะโกนอยู่ด้านหลังกระบวนทัพ เพื่อจัดระเบียบให้ทหารตั้งรับ เมื่อกระบวนทัพค่อยๆ กลับเข้าที่เข้าทาง จำนวนทหารที่บุกเข้ามาในกระบวนทัพก็ลดลงอย่างรวดเร็ว ทหารแต่ละนายจะถูกหอกยาวเจ็ดแปดเล่มแทงไปทั่วตัว ลองจินตนาการดูสิว่ามันจะรู้สึกอย่างไร
"รุกคืบ" คำสั่งรุกคืบดังขึ้นอีกครั้งในกระบวนทัพมาซิโดเนีย
กองทหารทั้งสามกอง ทหารมาซิโดเนียหลายหมื่นนายเรียงแถวหน้ากระดานหลายสิบแถว ชูหอกยาวก้าวเดินไปข้างหน้าทีละก้าวราวกับป่าเหล็กกล้าเคลื่อนที่
ด้วยหอกยาวเจ็ดเมตร ทหารมาซิโดเนียแทงทหารโรมันตายไปไม่รู้เท่าไหร่ ในขณะที่ทหารโรมันยังอยู่ห่างจากกระบวนทัพตั้งหลายเมตร ช่างเป็นการต่อสู้ที่อึดอัดเสียจริง
"ท่านแม่ทัพ ทำอย่างไรดี" หัวหน้ากองทหารโรมันมองแม่ทัพฝ่ายตนแล้วเอ่ยถาม
บ้าเอ๊ย จะให้สู้ยังไงเนี่ย ดาบของชาติตะวันตกมันสั้นอยู่แล้ว จะให้ไปสู้กับหอกยาวเป็นเมตรๆ ของคนอื่นเนี่ยนะ นี่มันเป้านิ่งชัดๆ แทงโดนทุกครั้งที่ขยับตัว แถมยังมีคนตั้งเจ็ดแปดคน หรือบางทีก็เป็นสิบคนรุมแทงด้วยหอกยาวอีก จะหนีก็หนีไม่พ้น
"ตั้งรับแล้วรอดูท่าที"
【จบแล้ว】