- หน้าแรก
- เพลงกระบี่ยวายุหวนหิมะ
- บทที่ 250 - พบพาน 'ทองคำ' อีกครา
บทที่ 250 - พบพาน 'ทองคำ' อีกครา
บทที่ 250 - พบพาน 'ทองคำ' อีกครา
บทที่ 250 - พบพาน 'ทองคำ' อีกครา
บนถนนเต็มไปด้วยเสียงการต่อสู้เอาเป็นเอาตายของคนนับสิบ ลมพัดฝุ่นทรายคลุ้ง สยงฉู่ถูกล้อมกรอบอยู่ตรงกลาง ไม่ว่าจะหนีไปทางไหนก็ฝ่าออกไปไม่ได้ เห็นได้ชัดว่าเขากำลังตกเป็นรอง
ทว่าในเวลานั้นเอง เสียงประหลาดก็ดังขึ้นกลางถนนอันเงียบสงัด
เสียงที่สยงฉู่คุ้นเคย
"ทองคำ ทองคำของใคร?"
สยงฉู่เหลือบมองไปทางช่องว่างระหว่างตึกทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เห็นชายชราท่าทางปัญญาอ่อนคนหนึ่ง นั่งยองๆ ยิ้มแฉ่งอยู่ในมือประคองก้อนสีเหลืองๆ ส่งกลิ่นเหม็นโชยมา เดาว่าน่าจะเป็นอุจจาระ
แต่เขากลับพึมพำว่า "ทองคำ ทองคำของใคร?"
สยงฉู่ใจเต้นระรัว เขาจำได้รางๆ ว่าเซี่ยอวิ๋นเคยเล่าเรื่องชายสติฟั่นเฟือนในเมืองหลวงให้ฟัง
และที่เขาลืมไม่ลงคือ ชายชราที่เขาเคยพบเจอที่เชิงเขาของเซียวเหยาจื่อ ชายชราที่ถือใบไม้สีเหลืองทองและพูดจาแปลกประหลาดคล้ายคลึงกัน
แต่ชายชราคนนั้นชื่อเย่เซียวลิ่ว
เย่เซียวลิ่วคือนักฆ่า
แสดงว่าชายตรงหน้านี้ก็ต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ
อย่างน้อยๆ ท่ามกลางการต่อสู้อันดุเดือด เขากลับทำเป็นมองไม่เห็น และยังคงสนใจแต่เรื่องของตัวเอง
แค่นี้ก็บ่งบอกแล้วว่าคนผู้นี้ไม่ธรรมดา
แต่สิ่งที่สยงฉู่ควรให้ความสำคัญตอนนี้คือความปลอดภัยของตัวเองต่างหาก
การโจมตีผสานกันของสิบสามผู้พิทักษ์นั้นทั้งรุกและรับอย่างเป็นระบบ แม้สยงฉู่จะใช้วิชาตัวเบาและกำลังภายในกดดันพวกมันได้ แต่สถานการณ์ก็ยิ่งย่ำแย่ลงเรื่อยๆ
เพลงดาบของพวกมันรวดเร็วขึ้น เพลงหมัดของหานชิ่งจือก็เฉียบคมขึ้น ราวกับพวกมันยิ่งสู้ก็ยิ่งแข็งแกร่ง
สถานการณ์ของสยงฉู่เริ่มวิกฤต
"ทองคำ ฮี่ๆ ทองคำของใคร?" เสียงของชายปัญญาอ่อนดังขึ้นอีกครั้ง
หานชิ่งจือและพรรคพวกก็ได้ยินเช่นกัน ชายชุดดำหลายคนหันไปมองหานชิ่งจือ เขาจึงสั่งการ "ไม่รู้ว่าเจ้านั่นเป็นมิตรหรือศัตรู ช่างมันก่อน รีบจัดการไอ้หนุ่มนี่ให้เร็วที่สุด ใช้ค่ายกลตาข่ายแหวกนภามุดปฐพีเดี๋ยวนี้!"
"รับทราบ!" ชายชุดดำตอบรับพร้อมกัน
สยงฉู่รู้ทันทีว่าสถานการณ์ไม่สู้ดี
ทันใดนั้น ชายชุดดำสิบสองคนก็เก็บดาบพร้อมกัน สามคนพุ่งตัวขึ้นกลางอากาศ ส่วนที่เหลือรับสิ่งของบางอย่างมา แล้วกางออกเป็นตาข่ายขนาดใหญ่สามผืน แต่ละผืนมีสี่คนจับที่มุม คลุมร่างสยงฉู่ไว้จนมิด
"ตาข่ายบ้าๆ นี่มันมีอะไรดีนักหนา?" สยงฉู่สงสัย แต่ในเมื่อค่ายกลเพิ่งจะก่อตัว อาจจะมีช่องโหว่ให้เขาฝ่าออกไปได้
คิดได้ดังนั้น สยงฉู่ก็ตวัดกระบี่ฟันเข้าใส่ตาข่ายผืนหนึ่งทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ทว่าเกิดเสียงดังกังวานแสบแก้วหู แม้กระบี่อี้หยางจะคมกริบตัดเหล็กดุจหั่นดินเหนียว แต่กลับสร้างรอยขีดข่วนให้ตาข่ายไม่ได้เลย
แถมทันทีที่กระบี่ปะทะตาข่าย ไอเย็นเยือกก็แผ่ซ่านมาตามใบกระบี่ ทำให้ลมปราณของสยงฉู่ติดขัดไปชั่วขณะ
"ฮ่าๆๆ" หานชิ่งจือหัวเราะลั่น "ค่ายกลตาข่ายแหวกนภามุดปฐพีของพวกข้า ทอขึ้นจากเหล็กเย็นยะเยือกใต้สระน้ำสวรรค์เขาฉางไป๋ ต่อให้เจ้ามีอาวุธวิเศษแค่ไหน ก็ไม่มีทางฟันขาดหรอก"
พูดจบ เขาก็สั่งการต่อ "แหวกนภามุดปฐพี รวบตัวมันซะ!"
ชายชุดดำทั้งสิบสองคนปรับขบวนค่ายกล ตาข่ายผืนแรกพุ่งลงมาจากด้านบน ส่วนอีกสองผืนปิดทางหนีทั้งหน้าและหลัง
ส่วนหานชิ่งจือยืนเอามือไพล่หลัง มองดูสยงฉู่ด้วยสายตาเย็นชา ราวกับราชสีห์มองดูเหยื่อ
สยงฉู่เริ่มตระหนักถึงความตึงเครียด แม้เขาจะสามารถมุดหนีออกทางช่องว่างระหว่างตาข่ายด้านหน้าและด้านหลังได้ แต่หานชิ่งจือที่ยืนคุมเชิงอยู่คงไม่ปล่อยให้เขาหนีไปได้ง่ายๆ แน่
หน้าที่ของเขาคือคอยสกัดไม่ให้เหยื่อหลุดรอดไปได้
"ต้องยอมรับว่าค่ายกลนี้ร้ายกาจจริงๆ สยงฉู่ขอคารวะ" สยงฉู่แสร้งทำเป็นผ่อนคลาย แม้จะรู้ว่าตัวเองกำลังจะถูกตาข่ายรวบตัวในอีกไม่ช้า
"หึ ได้รับคำชมจากคุณชายสยง ถือว่าไม่เสียเที่ยวที่มาจริงๆ" หานชิ่งจือเอ่ยด้วยความภาคภูมิใจ "ข้าขอแนะนำให้คุณชายยอมจำนนแต่โดยดีเถอะ อย่าคิดจะเล่นตุกติกหนีไปเลย ไม่มีทางรอดหรอก"
"ข้าจะไปมีปัญญาหนีรอดได้ยังไงล่ะ?" สยงฉู่ยิ้ม "แต่ถ้าข้ามีใบหลิวเซียวของผู้อาวุโสเย่เซียวลิ่วติดตัวมาด้วย ตาข่ายกระจอกๆ ของพวกเจ้า ข้าคงระเบิดทิ้งเป็นจุลไปแล้ว"
ขณะที่พูด สยงฉู่ก็เหลือบมองไปที่ชายสติฟั่นเฟือนที่นั่งอยู่ตรงมุมถนน
แม้เขาจะแสดงท่าทีสงบนิ่ง แต่ในใจกลับตึงเครียดสุดขีด ค่ายกลบ้าๆ นี่ ไม่สามารถทำลายจากข้างในได้ ต้องพึ่งพาการโจมตีจากภายนอกเท่านั้น ถึงจะมีโอกาสทำลายมันได้
ดังนั้น สยงฉู่จึงต้องฝากความหวังไว้ที่ชายแปลกหน้าคนนี้เพียงคนเดียว
สยงฉู่เชื่อว่า ชายคนนั้นจะต้องลงมือแน่ๆ
และแล้ว สยงฉู่ก็สังเกตเห็นว่า ไหล่ของชายคนนั้นขยับเล็กน้อย
การเคลื่อนไหวเพียงน้อยนิด ย่อมไม่อาจรอดพ้นสายตาของอดีตนักฆ่าอย่างสยงฉู่ไปได้
"ฮ่าๆๆ เย่เซียวลิ่วมันแน่สักแค่ไหนเชียว? ถึงมันจะเป็นนักฆ่าของอ้านเหอ แต่ตอนนี้อ้านเหอก็ไม่เหลือใครแล้ว ยอดฝีมืออย่างเซียวเหยาจื่อก็ตายไปแล้ว อีกาโลหิตก็แขนด้วน ส่วนคนฉลาดอย่างเยี่ยนชีก็หนีไปแล้ว ตอนนี้องค์กรอ้านเหอก็แค่ชื่อเท่านั้นแหละ" หานชิ่งจือเยาะเย้ย
แต่สยงฉู่กลับยิ้มตาม
หานชิ่งจือช่างเป็นผู้ช่วยที่ยอดเยี่ยมจริงๆ
อย่างน้อย ในเรื่องนี้ เขาก็ช่วยสยงฉู่ได้มากทีเดียว
เพราะชายปัญญาอ่อนผู้นั้น เริ่มลงมือแล้ว
ก้อนสีเหลืองทองในมือของเขา พุ่งแหวกอากาศ "ฟุ่บ!" พุ่งตรงไปที่หานชิ่งจือ
หานชิ่งจือหน้าตึง ไหวตัวทัน รีบเบี่ยงตัวหลบไปด้านข้าง
ก้อนปริศนานั้นลอยข้ามหัวเขาไป ปะทะเข้ากับตาข่ายตรงหน้าสยงฉู่อย่างจัง
ตูม! เสียงระเบิดดังกึกก้อง ประกายไฟสว่างวาบ แรงระเบิดมหาศาลทำให้ชายชุดดำทั้งสี่คนที่จับตาข่ายผืนนั้นอยู่ถึงกับง่ามมือชาจนแทบจะปล่อยตาข่ายหลุดมือ
"โอกาสนี้แหละ!" สยงฉู่พุ่งตัวดุจสายฟ้าฟาด ตวัดกระบี่อี้หยางแทงทะลุมือชายชุดดำคนหนึ่ง ชายคนนั้นร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด เปิดช่องโหว่ของค่ายกลทันที
สยงฉู่พุ่งพรวดเดียว ทะลวงผ่านช่องว่างระหว่างตาข่ายทั้งสองผืนออกมาได้อย่างฉิวเฉียด
"ขอบคุณผู้อาวุโสที่ช่วยเหลือ ไม่ทราบว่าผู้อาวุโสมีนามกะรัยหรือ?" สยงฉู่รีบเข้าไปหาชายผู้นั้นแล้วเอ่ยถาม
"ข้าชื่อเย่ปู้จือ ไอ้หนู ข้าถามเจ้าหน่อย เมื่อกี้เจ้าพูดถึงเย่เซียวลิ่ว เจ้าเคยเจอเขาเหรอ?" เย่ปู้จือถามกลับ
"คนผู้นี้ก็แซ่เย่เหมือนกัน ดูท่าคงเป็นญาติกับเย่เซียวลิ่วแน่ๆ วันนั้นข้าพลั้งมือฆ่าเย่เซียวลิ่วไป ถ้าขืนบอกความจริงตอนนี้ แล้วเจอกับหานชิ่งจืออีก ข้าคงหนีไม่รอดแน่ เอาเป็นว่าตอนนี้ปิดบังไว้ก่อน พอจัดการพวกนี้เสร็จค่อยบอกความจริงทีหลังก็แล้วกัน" สยงฉู่คิดในใจ ก่อนจะตอบเย่ปู้จือไปว่า "ผู้อาวุโสอยากรู้เบาะแสของผู้อาวุโสเย่ก็ไม่ยากหรอก แต่คนพวกนี้มารังควานข้าอย่างไร้เหตุผล ถ้าผู้อาวุโสช่วยจัดการพวกมันให้ ข้าจะเล่าให้ฟังอย่างละเอียดเลย"
เย่ปู้จือตอบตกลงอย่างง่ายดาย "ได้ ไอ้พวกนี้มันกล้าด่าองค์กรอ้านเหอ ช่างไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ แค่เด็กเมื่อวานซืนรวมหัวกันได้สิบสามคน ก็กล้าเรียกตัวเองว่าสิบสามผู้พิทักษ์แล้วรึ เดี๋ยวข้าจะสั่งสอนพวกมันเอง"
หานชิ่งจือหัวเราะร่วน "ปากดีนักนะ นึกว่ามีประทัดไม่กี่นัดในมือแล้วจะขู่ใครได้งั้นรึ?"
"อะไรนะ? เจ้าหาว่าของในมือข้าเป็นประทัดงั้นรึ? ดีล่ะ วันนี้บิดาจะระเบิดพวกแกให้กระจุย จนกว่าพวกแกจะรู้จักความน่ากลัวของระเบิดดินประสิวของบิดา!" เย่ปู้จือโกรธจัด พุ่งตัวเข้าไปในวงล้อมของตาข่ายแหวกนภามุดปฐพีอย่างไม่เกรงกลัว
หานชิ่งจือเข้าไปแทนที่ชายชุดดำที่บาดเจ็บเมื่อครู่ แล้วจัดค่ายกลตาข่ายทั้งสามผืนขึ้นมาใหม่
แม้สยงฉู่จะอยากหนีไปใจแทบขาด แต่เย่ปู้จืออุตส่าห์ช่วยชีวิตเขาไว้ แถมเขายังได้ประจักษ์ถึงความร้ายกาจของค่ายกลนี้แล้ว หากทิ้งเย่ปู้จือไว้แล้วหนีไป คงดูไม่ดีนัก
เขาคิดว่าถ้าเย่ปู้จือเพลี่ยงพล้ำ เขาอาจจะพอช่วยโจมตีจากวงนอกได้บ้าง
ในเวลานี้ เย่ปู้จือหนีบระเบิดดินประสิวไว้ในมือข้างละสามลูก แววตาวาวโรจน์ ขว้างระเบิดออกไปพร้อมกันทั้งหน้าและหลัง
ทันใดนั้น บนถนนก็เต็มไปด้วยเสียงระเบิดดังกึกก้อง ควันไฟคละคลุ้ง ฝุ่นตลบอบอวล ราวกับมีกองทัพนับพันนับหมื่นบุกเข้าโจมตี
แม้แต่สยงฉู่ยังต้องถอยห่างออกมา เพื่อหลบหลีกรัศมีทำลายล้างของระเบิดดินประสิว
เมื่อควันจางลง สยงฉู่ก็พบว่าความกังวลของเขาช่างไร้สาระสิ้นดี
ตาข่ายยังคงสภาพสมบูรณ์ แต่ชายชุดดำพวกนั้นกลับล้มตายและบาดเจ็บระเนระนาด แม้แต่หานชิ่งจือก็ยังมีเลือดไหลซึมที่มุมปาก ใบหน้ามอมแมมไปด้วยฝุ่น ดูสภาพทุลักทุเลสุดๆ
ดูเหมือนว่า แม้ระเบิดดินประสิวของเย่ปู้จือจะทำลายตาข่ายนั่นไม่ได้ แต่การจะระเบิดคนให้ตายสักไม่กี่คน ก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย
หานชิ่งจือถลึงตาใส่สยงฉู่และเย่ปู้จือด้วยความเคียดแค้น "ระเบิดดินประสิวของผู้อาวุโส... ข้า... ข้าได้ประจักษ์แล้ว ข้าขอยอมรับความพ่ายแพ้"
เย่ปู้จือเอ่ย "ดี งั้นเจ้าก็คุกเข่าลง โขกหัวให้ข้าสามที แล้วเรียกข้าว่าปู่สามครั้ง ไม่งั้นพวกเจ้าอย่าหวังว่าจะได้รอดชีวิตกลับไป"
หานชิ่งจือหน้าเปลี่ยนสี "ผู้อาวุโสทำแบบนี้ ไม่รังแกกันเกินไปหน่อยหรือ"
ขณะที่พูด หานชิ่งจือก็ลอบส่งสายตาให้ลูกน้องที่เหลือ
เย่ปู้จือหัวเราะร่า "ฮ่าๆๆ ใครใช้ให้พวกเจ้าปากดีด่าองค์กรอ้านเหอก่อนล่ะ..."
ยังไม่ทันพูดจบ สัญชาตญาณอันฉับไวของเขาก็สั่งให้กระโดดหลบวัตถุบางอย่างที่หานชิ่งจือขว้างลงพื้น
ควันหนาทึบฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ
เมื่อควันจางหาย หานชิ่งจือและพรรคพวกก็อันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอยเสียแล้ว
"ปัดโธ่เว้ย! กล้ามาเล่นทริคตบตาบิดางั้นรึ อยากตายนักใช่ไหม?" เย่ปู้จือหัวเราะลั่นอย่างไม่ใส่ใจ
สยงฉู่เดินเข้าไปหา "ผู้อาวุโสฝีมือล้ำเลิศจริงๆ ข้าน้อยนับถือยิ่งนัก"
เย่ปู้จือพยักหน้าพอใจ "อืม เจ้าหนุ่มนี่พูดจาเข้าหูดีแฮะ ว่าแต่... เมื่อกี้เจ้าบอกว่ารู้เบาะแสของเย่เซียวลิ่ว ตอนนี้บอกข้าได้หรือยัง?"
สยงฉู่นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ย "ไม่ปิดบังผู้อาวุโส เย่เซียวลิ่ว... เขาตายแล้ว"
"อะไรนะ? เขา... เขาตายแล้วงั้นรึ?" เย่ปู้จือตกใจ "งั้นเจ้าบอกข้ามาสิว่า เขา... เขาตายยังไง?"
สยงฉู่เริ่มลังเล
จะพูด หรือ ไม่พูดดีนะ?
(จบแล้ว)