- หน้าแรก
- ผมกำลังจะตายในอีก 1 เดือน... แต่ก่อนตาย ขอส่งพวกสวะไปลงนรกก่อนก็แล้วกัน
- บทที่ 20 - ให้ดูอะไรหน่อย
บทที่ 20 - ให้ดูอะไรหน่อย
บทที่ 20 - ให้ดูอะไรหน่อย
บทที่ 20 - ให้ดูอะไรหน่อย
"หลัวฉี อย่ามาจุ้นจ้านการทำงานของตำรวจ พวกเรารู้ว่าควรทำอะไร ไม่ต้องให้คุณมาสั่งสอน!"
ฟ่านเถียนไม่ได้รู้สึกชื่นชอบหลัวฉีเลยแม้แต่น้อย เมื่อได้ยินอีกฝ่ายทำตัวเป็นผู้มีอำนาจสั่งการ เขาก็หันขวับไปตวาดใส่ทันที ทำเอาหลัวฉีหน้าม้านไปเลย
"คุณผู้ชาย ถ้าคุณไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ก็กรุณาถอยออกไปเถอะครับ!"
ดูเหมือนฟ่านเถียนจะรู้ดีว่าชายวัยกลางคนแซ่เจียงผู้นี้ไม่ได้เป็นคนลงมือก่อเหตุ เขาไม่อยากให้เรื่องบานปลายไปมากกว่านี้ น้ำเสียงที่ใช้จึงดูสุภาพ แต่ก็แฝงไปด้วยการตักเตือนอย่างชัดเจน
"ฉันจะพาฉินหยางไป พวกคุณก็แค่ทำเป็นไม่เห็นพวกเราก็แล้วกัน"
ทว่าพี่เจียงที่เมื่อครู่ยังพูดคุยกับฉินหยางอย่างอารมณ์ดี จู่ๆ ก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นเคร่งขรึม แถมน้ำเสียงยังแข็งกร้าวสุดๆ
ประโยคนี้ไม่เพียงแต่จะทำให้ฟ่านเถียนและเจ้าหน้าที่ตำรวจคนอื่นๆ ยืนอึ้งเท่านั้น แต่ยังทำเอาทุกคนในร้านอาหารฝรั่งอ้าปากค้าง มองชายวัยกลางคนราวกับเป็นตัวประหลาดก็ไม่ปาน
ไอ้หมอนี่มันกร่างเกินไปแล้วมั้ง
นี่กะจะพาคนหนีไปดื้อๆ แถมยังกล้าพูดจาแบบนี้ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจอีก แกไม่กลัวลมจะตีกลับจนลิ้นขาดหรือไงฮะ
เจ้าหน้าที่ตำรวจคือตัวแทนผู้รักษากฎหมายที่ได้รับการยอมรับจากรัฐ ไม่ว่าวันนี้ใครจะเป็นฝ่ายผิดหรือถูก แต่ในเมื่อฟ่านเถียนและพรรคพวกมาถึงที่นี่แล้ว ก็ย่อมไม่มีทางปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นแน่ๆ
ฟังจากน้ำเสียงแล้ว ทำอย่างกับคุณเป็นเจ้านายของหมวดฟ่านอย่างนั้นแหละ
"คุณผู้ชาย ถ้าคุณยังไม่ยอมถอยไป พวกเราคงต้องเชิญตัวคุณไปที่สถานีตำรวจด้วยกันแล้วนะครับ!"
หลังจากยืนอึ้งไปครู่หนึ่ง ฟ่านเถียนก็ประเมินว่าชายคนนี้คงเป็นพวกสติไม่สมประกอบที่ชอบพูดจาเพ้อเจ้อ
สำหรับคนพวกนี้ แค่จับไปขังลืมในห้องขังเดี่ยวที่สถานีตำรวจสักพัก เดี๋ยวก็เงียบไปเองนั่นแหละ
ฉินหยางที่อยู่ด้านหลังแทบจะหลุดขำ ไอ้พี่เจียงนี่คิดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจพวกนี้เป็นแค่หุ่นกระบอกหรือไง แค่พูดประโยคเดียวก็คิดว่าจะสั่งพวกเขาได้แล้วเหรอ
ตอนแรกเขายังแอบคิดอยู่เลยว่าหมอนี่อาจจะมีทีเด็ดอะไรซ่อนอยู่ ที่แท้ก็มีดีแค่ปากนี่เอง สงสัยคงจะประเมินไอ้แก๊งต้มตุ๋นคนนี้สูงเกินไปเสียแล้ว
"ฉันบอกว่า ฉันจะพาเขาไป!"
ทว่าพี่เจียงกลับไม่ได้มีทีท่าว่าจะถอยหนีเลยแม้แต่น้อย เขาย้ำประโยคเดิมอีกครั้ง พร้อมกับล้วงมือขวาเข้าไปในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตอย่างช้าๆ
"คุณคิดจะทำอะไร"
แค่การเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อย ก็ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนายต้องตั้งท่าเตรียมพร้อมอีกครั้ง
ฟ่านเถียนยกปืนในมือขึ้นเล็งอีกรอบ เพียงแต่ครั้งนี้เขาไม่ได้ปลดเซฟ
"จะตื่นเต้นไปทำไม ฉันก็แค่จะให้ดูอะไรหน่อยเท่านั้นเอง"
พี่เจียงไม่ได้มีท่าทีเกรงกลัวต่อปากกระบอกปืนที่จ่อมาเลยแม้แต่น้อย ขณะที่เอ่ยปาก มือขวาของเขาก็ล้วงออกมาจากกระเป๋าเสื้อ พร้อมกับมีสิ่งของบางอย่างติดมือมาด้วย
วินาทีต่อมา พี่เจียงก็สะบัดมือขวาผ่านหน้าฟ่านเถียนไปอย่างรวดเร็ว
นอกจากฟ่านเถียนแล้ว ไม่มีใครมองเห็นเลยว่าของที่อยู่ในมือของเขาคืออะไรกันแน่
มันดูเหมือนสมุดพกสีดำเล่มหนึ่ง ส่วนตัวหนังสือบนปกนั้น คงมีแค่ฟ่านเถียนคนเดียวที่เห็นได้ชัดเจน
"นะ...นี่มัน?!"
และเมื่อฟ่านเถียนได้เห็นตัวอักษร 'Z' สีดำทมิฬที่สลักอยู่บนปกสมุดพกสีดำเล่มนั้น หัวใจของเขาก็เต้นระรัวราวกับกลองรัว ร่างกายถึงกับสั่นสะท้านขึ้นมาเล็กน้อย
"คะ...คนจากที่นั่นงั้นหรือ?!"
แขนขวาของฟ่านเถียนค่อยๆ ลดระดับลง เขามองชายวัยกลางคนตรงหน้าสลับกับฉินหยางที่อยู่ด้านหลังด้วยสายตาสุดแสนจะซับซ้อน ไม่รู้จะพูดอะไรดี
ตำรวจ เป็นเพียงแค่หน่วยงานรักษาความสงบเรียบร้อยในที่แจ้งเท่านั้น
ฟ่านเถียนเคยบังเอิญรู้มาว่า ในเงามืดที่ผู้คนมองไม่เห็น ยังมีหน่วยงานพิเศษอีกหน่วยหนึ่ง ที่คอยปกป้องดินแดนต้าเซี่ยอย่างเงียบๆ
ไม่มีใครรู้ว่าภายในหน่วยงานพิเศษแห่งนั้นมีบุคลากรแบบไหนบ้าง และไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่าศูนย์บัญชาการของพวกเขาตั้งอยู่ที่ไหน
แม้แต่คนธรรมดาส่วนใหญ่ ก็ยังไม่เคยรู้เลยว่ามีหน่วยงานแบบนี้อยู่บนโลกด้วย
ชายวัยกลางคนตรงหน้า พร้อมกับตัวอักษร 'Z' ขนาดใหญ่บนสมุดพกสีดำ ราวกับเป็นการส่งสัญญาณบ่งบอกอะไรบางอย่างให้ฟ่านเถียนได้รับรู้
ดังนั้นต่อให้ฟ่านเถียนจะไม่ได้เห็นข้อความด้านในสมุดพก เขาก็ทึกทักเอาเองว่าวันนี้เขาคงได้เจอกับคนจากหน่วยงานลับนั่นเข้าให้แล้ว
ระดับตำแหน่งของฟ่านเถียนในสถานีตำรวจเมืองฉู่เจียงถือว่าไม่ธรรมดา ไม่อย่างนั้นพวกเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับล่าง ต่อให้เห็นสมุดพกเล่มนั้น ก็คงไม่มีปฏิกิริยารุนแรงขนาดนี้แน่
"หมวดฟ่าน ตอนนี้ฉันพาฉินหยางไปได้หรือยัง"
พี่เจียงเก็บสมุดพกกลับคืน แล้วเอ่ยถามย้ำอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าฟ่านเถียนเอาแต่เงียบ เขาก็ถามต่อว่า "หรือว่าหมวดฟ่านคิดว่าของของฉันเป็นของปลอมล่ะ"
"อ๊ะ...มะ...ไม่กล้าครับ!"
ในที่สุดฟ่านเถียนก็ดึงสติกลับมาได้ เขารีบเก็บปืนสั้นกลับเข้าซอง สายตาที่มองไปยังชายวัยกลางคนตรงหน้าเต็มไปด้วยความยำเกรง
ท่าทีของฟ่านเถียนแสดงออกชัดเจนว่าเขายอมถอย ทำเอาผู้คนที่ยืนดูเหตุการณ์ต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่กด้วยความมึนงง
"ไปกันเถอะ!"
พี่เจียงพยักหน้ารับ ไม่สนใจฟ่านเถียนที่ยืนทำตัวไม่ถูกอีกต่อไป เขาหันกลับไปเรียกฉินหยาง ทำเอาชายหนุ่มสะดุ้งหลุดจากภวังค์
"เป็นไปได้ยังไง"
เดิมทีฉินหยางไม่ได้คาดหวังอะไรอยู่แล้ว เขามั่นใจว่าหมอนี่เป็นแก๊งต้มตุ๋น จะมีปัญญาไปช่วยเขาจากเงื้อมมือตำรวจได้ยังไง
แต่ชายที่อ้างตัวว่าแซ่เจียงผู้นี้ เพียงแค่โชว์ของบางอย่างให้หมวดฟ่านเถียนดูแวบเดียว ท่าทีของอีกฝ่ายก็เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ ไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยปากปฏิเสธ
"เขาเอาอะไรให้ดูเนี่ย"
ฉินหยางลอบเดาอยู่ในใจ แต่ตอนนี้พี่เจียงเก็บของชิ้นนั้นกลับเข้ากระเป๋าไปแล้ว จะให้เขาไปล้วงออกมาดูก็คงใช่ที่
"มัวยืนบื้ออะไรอยู่ รีบไปสิ!"
เมื่อเห็นว่าฉินหยางยังคงยืนเหม่อ พี่เจียงก็อดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปตบไหล่เขาเบาๆ เรียกสติให้ฉินหยางกลับคืนมาในที่สุด
"อ้อ ได้สิ!"
ไม่ว่ายังไง การที่เรื่องจบลงแบบนี้ ฉินหยางก็ถือว่ารับได้
ขืนปล่อยให้เขาไปมีเรื่องกับหลัวฉีต่อหน้าตำรวจ ผลลัพธ์สุดท้ายก็คงโดนหมวดฟ่านยิงทิ้งแน่ๆ ถ้าสามารถยื้อชีวิตไปได้อีกหลายวัน เขาก็ไม่อยากมาตายที่นี่หรอก
"หมวดฟ่าน ปล่อยพวกมันไปไม่ได้นะ!"
เมื่อเห็นว่าชายวัยกลางคนกำลังจะพาฉินหยางเดินออกไปที่ประตู หลัวฉีก็ราวกับเพิ่งได้สติ เขารีบตะโกนห้ามเสียงหลง
"ใช่แล้ว หมวดฟ่าน คุณดูสิว่ามันทำร้ายพวกเราเจ็บปางตายขนาดนี้ จะปล่อยมันไปง่ายๆ ได้ยังไง"
"หมวดฟ่าน พวกตำรวจทำงานกันแบบนี้หรือ ผมจะร้องเรียนคุณ!"
"ทีมทนายความของครอบครัวฉันไม่ใช่พวกกินเจหรอกนะ หมวดฟ่าน คุณก็ลองคิดดูดีๆ ถึงผลที่จะตามมาละกัน"
"..."
พวกลูกคุณหนูเศรษฐีต่างผลัดกันสาดคำขู่ ท่าทีของพวกเขาก้าวร้าวสุดๆ บางคนถึงขั้นขู่จะใช้เส้นสายครอบครัวมากดดันเจ้าหน้าที่ตำรวจเลยทีเดียว
วันนี้พวกเขาถูกรังแกจนสะบักสะบอม แต่ละคนล้วนมีแผลตามตัว แถมยังเจ็บหนักอีกต่างหาก
ถ้าขืนปล่อยให้อาชญากรหน้าด้านๆ ลอยนวลไปได้ แล้วพวกเขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนในเมืองฉู่เจียงแห่งนี้
"หมวดฟ่าน..."
แม้แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจคนอื่นๆ ก็ยังหันมองฟ่านเถียนด้วยความไม่เข้าใจ
พวกเขาคิดในใจว่าหมวดฟ่านที่ปกติเป็นคนเคร่งครัดเรื่องกฎเกณฑ์ ทำไมวันนี้ถึงได้เปลี่ยนไปเป็นคนละคนแบบนี้ล่ะ
ไม่ว่ายังไง การควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยกลับไปสอบปากคำที่สถานีตำรวจ ก็เป็นสิ่งที่พวกเขาควรทำไม่ใช่หรือ
ถึงตอนนั้นใครผิดใครถูก ก็ค่อยว่ากันไปตามกฎหมายสิ
การปล่อยให้ผู้ต้องสงสัยลอยนวลไปดื้อๆ แบบนี้ ถ้าพ่อแม่ของพวกลูกคุณหนูพวกนี้เกิดเอาเรื่องขึ้นมา ต่อให้เป็นผู้กำกับการสถานีตำรวจเมืองฉู่เจียง ก็คงรับหน้าไม่ไหวหรอกมั้ง
[จบแล้ว]