- หน้าแรก
- พรสวรรค์ไร้ขีดจำกัด อัปเกรดเคล็ดวิชาทะลวงสวรรค์
- บทที่ 280 งานฉลองวันเกิดอายุ 91 ปี
บทที่ 280 งานฉลองวันเกิดอายุ 91 ปี
บทที่ 280 งานฉลองวันเกิดอายุ 91 ปี
บทที่ 280 งานฉลองวันเกิดอายุ 91 ปี
ในตอนนั้นมู่หรงชิงเยว่ก็เป็นเหมือนดั่งเช่นวันนี้ น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความอ่อนโยนราวกับนางฟ้าจำแลงลงมาเพื่อช่วยเยียวยาบาดแผลของเขา
"ชิงเยว่"
เจียงหยวนเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว
มู่หรงชิงเยว่ค้อนขวับใส่เจียงหยวน การถูกเขาจ้องมองตาไม่กะพริบเช่นนี้ แม้จะเป็นสามีภรรยากันมาเนิ่นนาน ทว่าเมื่อมีแขกมาเยือนเต็มบ้าน เธอก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกขัดเขินอยู่บ้าง
เจียงหยวนรู้สึกตัวในทันที ด้วยความหน้าหนาของเขา ชายหนุ่มจึงปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว ก่อนจะได้ยินมู่หรงชิงเยว่เอ่ยขึ้น
"วันนี้เจ้าสำนักหงเจินกับครอบครัวของฉี่หมิงก็มาด้วยนะ พวกเขาตั้งใจมาร่วมฉลองให้คุณ"
"ฉลองให้ผมเหรอ"
เจียงหยวนชะงักไปเล็กน้อยพร้อมกับถามด้วยความสงสัย
"ฉลองเรื่องอะไรกัน"
"คุณคิดว่าฉลองเรื่องอะไรล่ะ"
มู่หรงชิงเยว่แกล้งทำเป็นไม่พอใจ
"ก็ฉลองวันเกิดอายุครบเก้าสิบเอ็ดปีของคุณยังไงล่ะ"
"อ้อ"
เจียงหยวนนึกขึ้นมาได้ทันที เขาอดไม่ได้ที่จะอุทานออกมา
"นี่ผมอายุเก้าสิบเอ็ดปีแล้วเหรอเนี่ย"
"ฮ่าฮ่า พี่เจียง ท่านคิดว่ายังไงล่ะ"
ในตอนนั้นเองหงเจินในชุดลำลองก็เดินเข้ามา ทรงผมเสยไปด้านหลังของเขาถูกชโลมด้วยเจลจนมันปลาบ ดูคล้ายกับนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ใบหน้าของเขาอิ่มเอิบและดูเจ้าเนื้อขึ้นกว่าแต่ก่อนเล็กน้อย
น้ำเสียงของเขาดังกังวานและสดใส เบื้องหลังของเขามีเริ่นไห่เยี่ยนยืนส่งยิ้มหวานให้กับเจียงหยวน
เจียงหยวนแย้มยิ้ม ภายในใจเอ่อล้นไปด้วยความซาบซึ้ง เขาหัวเราะร่วนออกมาพร้อมกับเอ่ยแซว
"หงเจิน ไม่เจอกันพักเดียว นายดูมีน้ำมีนวลขึ้นนะ"
ระหว่างที่พูดคุย สายตาของเขาก็กวาดมองไปรอบๆ และได้เห็นขุนพลยุทธ์หยางเซิงรวมถึงขุนพลยุทธ์ซ่างกวานและคนอื่นๆ ทว่าตอนนี้ความแข็งแกร่งของพวกเขาเพิ่มขึ้นมาก พวกเขาไม่ใช่ขุนพลยุทธ์อีกต่อไป แต่ก้าวขึ้นเป็นราชันย์มนุษย์แล้ว
ในบรรดาคนเหล่านั้น ราชันย์มนุษย์ซ่างกวานสวมผ้ากันเปื้อนแบบเดียวกับมู่หรงชิงเยว่ บนมือทั้งสองข้างของเธอยังมีคราบแป้งติดอยู่
แม้กระทั่งเฉาฉี่เปียว จางม่านถิง เฉิงหยวนหยวน และคนอื่นๆ ก็มาด้วย เมื่อกวาดสายตามองไป ทั้งหมดล้วนเป็นใบหน้าที่คุ้นเคย คนรู้จักในเมืองฮ่าวหรานแทบทุกคนมารวมตัวกันอยู่ที่นี่อย่างพร้อมหน้า
ความซาบซึ้งในใจของเจียงหยวนพุ่งสูงขึ้นจนแทบจะล้นทะลัก แม้ว่าจิตใจของเขาจะแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า ทว่าในวินาทีนี้มันกลับสั่นคลอน ทุกครั้งที่ได้เห็นคนรู้จัก หัวใจของเขาก็จะสั่นไหวไปชั่วขณะ
ใบหน้าของเขาเผยให้เห็นถึงเสียงหัวเราะอย่างเบิกบานใจเป็นครั้งแรก
"ฮ่าฮ่า ดี ดีมาก วันนี้เราจะดื่มกันให้เมามาย ใครที่เดินเข้ามาในนี้ อย่าหวังว่าจะได้เดินกลับออกไปง่ายๆ ฮ่าฮ่า"
"ฮ่าฮ่า พี่เจียง ท่านยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลย มาๆ เรามาเล่นไพ่จับหมูกันดีกว่า ใช้ไพ่สามสำรับ เล่นพร้อมกันสิบคนไปเลย ไปๆ"
หงเจินเดินเข้ามาดึงแขนเจียงหยวนให้เดินไปที่โต๊ะอาหารในห้องนั่งเล่นโดยไม่ได้สนใจสถานะของเจียงหยวนเลยแม้แต่น้อย
เจียงหยวนหัวเราะร่วน สายตาของเขาหันไปมองจ้าวปฐพีจิงหลงทันที
เมื่อสบตาเข้ากับเจียงหยวน สีหน้าของจ้าวปฐพีจิงหลงก็แข็งค้าง เขารู้ความหมายของเจียงหยวนในทันทีจึงรีบโบกมือปฏิเสธ
"ไม่เอาๆ ข้าเล่นไพ่จับหมูไม่เป็น"
"จ้าวปฐพีจิงหลง ท่านจะไม่ไว้หน้ากันเกินไปแล้วนะ"
เฉาฉี่เปียวและคนอื่นๆ พุ่งตัวออกมาทันที พวกเขาช่วยกันดันหลังจ้าวปฐพีจิงหลงให้เดินไปที่โต๊ะอาหาร
ณ ที่แห่งนี้ไม่มีการแบ่งแยกสถานะ วันนี้ทุกคนล้วนเท่าเทียมกัน ต่อให้เป็นถึงบรรพชนแห่งมนุษยชาติก็ยังต้องยอมโอนอ่อนตามใจทุกคนอย่างว่าง่าย
"ข้าเล่นไม่เป็นจริงๆ ข้าไม่ได้หลอกพวกเจ้าหรอกนะ ถ้าให้ไปต่อสู้ข้ายังพอทำได้ แต่ให้มาเล่นไพ่ ข้าทำไม่เป็นจริงๆ"
จ้าวปฐพีจิงหลงส่ายหน้าและโบกมือปฏิเสธเป็นพัลวัน
ทว่าพูดยังไม่ทันจบ เขาก็รู้สึกได้ว่ามีคนล้วงกระเป๋าของตนเอง เมื่อเงยหน้าขึ้นมองก็พบว่าเป็นจ้าวปฐพีชางหยวนที่ฉกแบล็คการ์ดในกระเป๋าของเขาไป
อีกฝ่ายชูมันขึ้นมาด้วยท่าทางภาคภูมิใจและเอ่ยอย่างได้ใจ
"ในเมื่อท่านไม่เล่น งั้นข้าขอเล่นแทนก็แล้วกัน ถ้าชนะเราแบ่งกันคนละครึ่ง แต่ถ้าแพ้ท่านต้องเป็นคนจ่ายนะ"
"ชางหยวน ข้าว่าเจ้าคงคันหนังสินะ"
จ้าวปฐพีจิงหลงกัดฟันกรอดด้วยความโมโห เขาเตรียมจะพุ่งเข้าไปแย่งคืน ทว่ากลับถูกเฉาฉี่เปียวและคนอื่นๆ ยืนขวางทางเอาไว้แน่นหนา
กลุ่มผู้ชายหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน ภายในห้องครัว มู่หรงชิงเยว่และซ่างกวานอวิ๋นหลิ่วก็หัวเราะออกมาเช่นกัน
หลังจากนั้นเจียงหยวนก็ทิ้งตัวลงนั่ง หงเจินเริ่มแจกไพ่พลางพูดจาเสียงดังอย่างไม่เกรงใจ
"พวกเราต้องช่วยกันจับตาดูนะ ห้ามใครใช้พลังปราณและเลือดเด็ดขาด ต้องเล่นแบบคนธรรมดาทั่วไป ไม่อย่างนั้นพวกเราไม่มีทางเอาชนะเจียงหยวนได้แน่"
เจียงหยวนรับไพ่มาแล้วก็ยิ้มออกมา เขาพูดด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม
"คิดจะล้มเจ้ามืออย่างผมงั้นเหรอ ผมไม่ได้ใช้ชีวิตมาเก้าสิบกว่าปีแบบสูญเปล่านะ คิดจะเอาชนะผมมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้นหรอก"
พูดจบเขาก็หันไปตะโกนบอกมู่หรงชิงเยว่ที่อยู่ในครัว
"ที่รัก เอาหินปฐมภูมิมาให้ผมหน่อย วันนี้ผมจะสั่งสอนให้พวกเขารู้จักหลาบจำเอง"
ทุกคนต่างหัวเราะกันลั่น หงเจินเอ่ยแซวโดยไม่ไว้หน้าแม้แต่น้อย
"พี่เจียง ที่แท้ท่านก็เป็นพวกกลัวเมียนี่เอง เงินทองทั้งหมดอยู่ในกำมือภรรยาหมดเลยสินะ"
ทุกคนหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน หลังจากนั้นพวกเขาก็เริ่มเล่นไพ่กันอย่างเพลิดเพลิน เสียงตะโกนโหวกเหวกโวยวายดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักและอบอวลไปด้วยความสุข
หลังจากหยอกล้อและกินดื่มกันอย่างสนุกสนาน ไม่นานนักทุกคนก็เริ่มลงมือทานอาหารและร่ำสุรา ไม่มีใครใช้พลังปราณและเลือดเพื่อขับฤทธิ์แอลกอฮอล์ออกไปเลย เจียงหยวนนั้นดื่มอย่างไม่ปฏิเสธ ใครรินให้เท่าไหร่เขาก็ดื่มหมด คอแข็งจนน่าตกใจ
เริ่นไห่เยี่ยนที่เป็นหญิงสาวคือคนแรกที่ดื่มจนอาเจียนออกมา ตามมาด้วยเหล่าคนรุ่นหลังอย่างเฉาฉี่เปียวและพรรคพวก
คนที่เชียร์ให้คนอื่นดื่มเก่งที่สุดบนโต๊ะอาหาร กลับกลายเป็นคนที่เมาพับไปก่อนใครเพื่อน จากนั้นก็ถึงคิวของจ้าวปฐพีจิงหลง ตามด้วยราชันย์มนุษย์หยางเซิงและคนอื่นๆ แต่ละคนทยอยเมาฟุบไปทีละคนสองคน
ในเวลานี้เจียงหยวนเองก็ดื่มจนมึนงงเดินโซเซไปมา ท้ายที่สุดดวงตาของเขาก็มืดมิดลง ภายในใจอดไม่ได้ที่จะขำขัน ตัวเขาที่เป็นถึงบรรพชนแห่งมนุษยชาติกลับถูกมอมเหล้าจนเมาพับไปเสียได้
คราวนี้ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบสงบ ทุกคนนอนระเกะระกะเกลื่อนกลาดไปทั่วพื้น มีเพียงหญิงสาวไม่กี่คนเท่านั้นที่ยังมีสติอยู่บ้าง
มู่หรงชิงเยว่และซ่างกวานอวิ๋นหลิ่วต่างก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหน้าออกมา
"จะให้พยุงพวกเขาไปนอนในห้องทั้งหมดเลยไหมคะ"
ซ่างกวานอวิ๋นหลิ่วหันไปถามมู่หรงชิงเยว่ด้วยความสงสัย
"บ้านเราไม่มีห้องเยอะขนาดนั้นหรอก ไม่เป็นไร ปล่อยให้พวกเขานอนกันตรงนี้แหละ พวกเขาล้วนเป็นยอดฝีมือของเผ่าพันธุ์มนุษย์ เมื่อก่อนต้องแบกรับความกดดันเอาไว้มากมาย ตอนนี้ไม่มีความกดดันเหล่านั้นแล้ว ปล่อยให้พวกเขาปลดปล่อยกันสักครั้งเถอะ พวกเรากลับห้องกันดีกว่า"
มู่หรงชิงเยว่ยิ้มพลางส่ายหน้า เธอมองดูเจียงหยวนที่นอนฟุบอยู่บนโต๊ะ พลันสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของการใช้ชีวิตแบบคนธรรมดาสามัญ
เมื่อก่อนตอนที่ความแข็งแกร่งของเจียงหยวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าเขาจะต้องออกไปรับผิดชอบภารกิจสำคัญมากมายของเผ่าพันธุ์มนุษย์ แต่เมื่อเวลาผ่านไป เวลาที่เขาได้อยู่เคียงข้างเธอกลับน้อยลงทุกที แถมทุกครั้งที่กลับมา เขามักจะขมวดคิ้วแน่นอยู่เสมอ มันทำให้เธอค่อยๆ รู้สึกราวกับกำลังเผชิญหน้ากับเทพเจ้าหรือปีศาจ มากกว่าจะเป็นสามีของเธอ
แต่ตอนนี้เมื่อได้เห็นสามีของตนเองในสภาพเช่นนี้ เธอกลับรู้สึกคุ้นเคยและอบอุ่นใจมากขึ้น ราวกับได้ความรู้สึกในวันวานกลับคืนมา
เจียงหยวนและคนอื่นๆ นอนหลับกันอย่างสบายใจ ในค่ำคืนนี้ไม่รู้ว่ามีมนุษย์กี่คนที่ดื่มจนเมามาย และมีกี่คนที่ล้มตัวลงนอนเมาอยู่ริมถนนระหว่างทางกลับบ้าน
ในขณะเดียวกัน ภายในห้วงจักรวาลอันกว้างใหญ่ ลำแสงสีดำสนิทสายหนึ่งกำลังพุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
นั่นคือยอดฝีมือระดับทำลายล้างดวงดาวอันทรงพลัง กลิ่นอายของเขายิ่งใหญ่เกรียงไกร เขากำลังพุ่งทะยานผ่านมิติความเร็วแสงด้วยความเร็วที่เหนือกว่าแสงถึงสิบเท่า และในมือซ้ายขวาของเขากำลังหิ้วร่างของคนสองคนเอาไว้
สองคนนี้ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นเจียงเฮ่าและเฉิงฉี่หมิงที่กำลังมีสีหน้าร้อนรนอย่างหนัก
"ดาวเคราะห์ที่อยู่ข้างหน้าคือดาวไห่หลานซึ่งเป็นดาวแม่ของพวกเจ้าใช่หรือไม่"
ในตอนนั้นเองเสียงของปาจินก็ดังก้องขึ้นและทะลวงเข้าสู่โสตประสาทของทั้งสองคน ความเร็วของเขาลดลงอย่างฉับพลัน ก่อนจะพุ่งทะลุออกมาจากมิติความเร็วแสงในพริบตา
[จบแล้ว]