- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาเป็นเทพบุตรวงการบันเทิง พร้อมระบบดาวน์โหลดทักษะขั้นเทพ
- บทที่ 195 ดาราสาวที่ถูกปรักปรำที่สุด
บทที่ 195 ดาราสาวที่ถูกปรักปรำที่สุด
บทที่ 195 ดาราสาวที่ถูกปรักปรำที่สุด
บทที่ 195 ดาราสาวที่ถูกปรักปรำที่สุด
ชาวเน็ตจะเชื่อหรือไม่เชื่อใคร เจียงเจ๋อก็ไม่สนใจหรอก
เป้าหมายของเจียงเจ๋อบรรลุผลแล้ว ทันทีที่โอวเสี่ยวย่ากับหลี่อีสุ่ยออกมาชี้แจงและสาดโคลนใส่กันเอง รากฐานของเรื่องราวที่ถูกกุขึ้นมาเพื่อใส่ร้ายจ้าวลี่อิ่งก็สั่นคลอนจนแทบพังทลาย
ยังไม่ต้องพูดถึงว่าชาวเน็ตจะโยงไปถึงเรื่องที่มีคนตั้งใจใส่ร้ายจ้าวลี่อิ่งหรือเปล่า แต่อย่างน้อยชาวเน็ตกลุ่มใหญ่ก็จะเริ่มตั้งสติ และวิเคราะห์ว่าข่าวแฉระดับบิ๊กบึ้มครั้งนี้มันเป็นเรื่องจริง หรือว่าจะเป็นแค่เรื่องโอละพ่ออีกแล้ว
ป่านนี้ชาวเน็ตคงแห่กันไปถล่มเวยป๋อของจ้าวลี่อิ่งกันใหญ่แล้ว เพราะถึงยังไงบัญชีเวยป๋อของเธอก็เป็นช่องทางแรกที่ออกมาชี้แจงและตอบโต้ข่าวฉาวพวกนี้
หลักฐานต่างๆ ก็เตรียมพร้อมมาอย่างแน่นหนา ทั้งที่มาและเวลาของรูปถ่ายก็ระบุไว้อย่างชัดเจน พอชาวเน็ตเริ่มตั้งสติได้ ก็จะวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือของหลักฐานเหล่านี้ได้ไม่ยาก และคำกล่าวหาที่ว่ามีหลักฐานมัดตัวแน่นหนาก็จะฟังไม่ขึ้นอีกต่อไป
ต่อให้มีชาวเน็ตอีกหลายคนที่ยังยืนยันหัวเด็ดตีนขาดว่าจะไม่เชื่อใครทั้งนั้น พวกเขาก็คงจะทำแค่รอดูสถานการณ์เงียบๆ ไม่ใช่เอาแต่ด่าทอจ้าวลี่อิ่งเหมือนเมื่อก่อน
นั่นหมายความว่า พายุลูกนี้ได้ผ่านพ้นไปแล้ว แม้จะยังไม่สามารถกอบกู้ชื่อเสียงของจ้าวลี่อิ่งกลับมาได้ทั้งหมด แต่เมื่อกระแสสังคมเปลี่ยนทิศทาง ข่าวลือพวกนี้ก็จะต้องถูกพิสูจน์ได้ว่าไม่เป็นความจริงในที่สุด
ส่วนเรื่องของโอวเสี่ยวย่ากับหลี่อีสุ่ย ก็ปล่อยให้พวกเขากัดกันเองไปเถอะ ยิ่งกัดกันแรงเท่าไหร่ จ้าวลี่อิ่งก็จะยิ่งพ้นมลทินเร็วขึ้นเท่านั้น
เจียงเจ๋อไม่ได้ตั้งใจจะปล่อยสองคนนี้ไปหรอกนะ เพียงแต่ตอนนี้พวกเขากำลังตกเป็นเป้าสายตาของทุกคน หากเจียงเจ๋อรีบร้อนลงมือจัดการพวกเขาตอนนี้ ก็อาจจะทำให้ชาวเน็ตตั้งข้อสงสัยเอาได้
ถ้าเป็นอย่างนั้น ความพยายามของเจียงเจ๋อก็คงสูญเปล่า
เป้าหมายสำคัญที่แท้จริงคือหลินลี่ตงและหลี่เหว่ย เจียงเจ๋อรู้ว่าหลี่เหว่ยได้รับเงินก้อนโตจากหลินลี่ตง เพื่อเป็นค่าจ้างในการป้ายสีจ้าวลี่อิ่ง
หากไม่ถอนรากถอนโคนสองคนนี้ให้สิ้นซาก ต่อให้เรื่องนี้จบลงไปแล้ว ก็คงมีธนูอาบยาพิษลอบยิงมาอีกเรื่อยๆ
แต่นั่นเป็นเรื่องของวันพรุ่งนี้ เจียงเจ๋อบิดขี้เกียจและลุกขึ้นยืน
เขาถ่ายละครมาทั้งวัน แถมตอนกลางคืนยังต้องมานั่งเฝ้าดูความเคลื่อนไหวในเวยป๋อของโอวเสี่ยวย่าและหลี่อีสุ่ยอีก ตอนนี้เขาเริ่มเหนื่อยแล้ว
ตอนที่เขากำลังจะไปนอน โทรศัพท์ก็มีเสียงดังติ๊ง มีคนส่งข้อความมาหาเขา
เจียงเจ๋อแปลกใจ นี่มันตีสองแล้ว ใครยังส่งข้อความมาหาเขาอีก
พอกดอ่านข้อความ เจียงเจ๋อก็ยิ้มออกมาทันที
"พี่เจ๋อ นอนหรือยังคะ"
ข้อความนี้มาจากจิ้นเหมิงเจีย วันนี้เธอมีคิวถ่ายทำตอนกลางคืน ก็เลยยังไม่ได้นอนแม้จะดึกป่านนี้แล้ว เธอส่งข้อความมาลองหยั่งเชิงดูว่าเจียงเจ๋อยังตื่นอยู่หรือเปล่า
เจียงเจ๋อตอบกลับไปสบายๆ
"เพิ่งจัดการธุระเสร็จ กำลังจะนอนแล้วล่ะ"
"เรื่องของพี่ลี่อิ่งจัดการไปถึงไหนแล้วคะ"
จิ้นเหมิงเจียตอบกลับมาเร็วมาก ดูเหมือนเธอจะจ้องโทรศัพท์อยู่ตลอดเวลา
"ก็เกือบเสร็จแล้วล่ะ ตอนนี้พายุน่าจะสงบลงแล้ว"
จิ้นเหมิงเจียยังขาดประสบการณ์ในวงการ เธอจึงมองไม่ออกว่าแก่นแท้ของปัญหานี้อยู่ที่ไหน และตอนนี้เจียงเจ๋อก็ไม่มีแรงจะอธิบายให้เธอฟังแล้ว เอาไว้กลับไปที่กองถ่ายอีกสองสามวันค่อยคุยกันเรื่องนี้ก็แล้วกัน
"ดีจังเลยค่ะ เมื่อบ่ายฉันก็เพิ่งโพสต์เวยป๋อสนับสนุนพี่ลี่อิ่งไปเหมือนกัน แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผลอะไรเลย"
จิ้นเหมิงเจียตอบกลับมา
จำนวนผู้ติดตามเวยป๋อของจิ้นเหมิงเจียไม่ได้มีมากนัก แม้ว่าก่อนหน้านี้เธอจะได้อานิสงส์จากการเกาะกระแสเจียงเจ๋อจนมีแฟนคลับเพิ่มขึ้นมาบ้าง และก็มีหลายคนที่ชื่นชอบเด็กสาวที่ดูใสซื่อน่ารักคนนี้ แต่หลังจากที่เธอยกเลิกสัญญากับไห่เฉินเอนเตอร์เทนเมนต์ เธอก็ไม่มีทีมพีอาร์คอยช่วยสร้างกระแสหรือเพิ่มยอดผู้ติดตามให้แล้ว
ด้วยความนิยมที่เธอมีอยู่ในตอนนี้ การเข้าไปยุ่งเกี่ยวในความขัดแย้งที่แม้แต่กลุ่มแฟนคลับกว่า 50 ล้านคนของจ้าวลี่อิ่งยังเอาไม่อยู่ เธอย่อมไม่สามารถสร้างแรงกระเพื่อมอะไรได้เลย การที่ไม่โดนพวกนักเลงคีย์บอร์ดรุมด่าจนเละก็ถือว่าโชคดีแค่ไหนแล้ว
แต่เจียงเจ๋อก็รับรู้ได้ถึงความปรารถนาดีของเธอ การที่เธอกล้าออกมาปกป้องจ้าวลี่อิ่งอย่างไม่กลัวตายในตอนที่ทุกคนพากันปิดปากเงียบ ถือเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมมาก
"ขอบใจมากนะเจียเจีย เอาไว้กลับไปกองถ่ายเมื่อไหร่ ฉันจะเลี้ยงข้าวเธอนะ ดึกมากแล้ว รีบนอนเถอะ การนอนดึกมันไม่ดีต่อสุขภาพนะ"
จิ้นเหมิงเจียรีบส่งอีโมจิหน้ายิ้มตอบกลับมาทันที
"สัญญากันแล้วนะพี่เจ๋อ ขอบอกไว้ก่อนเลยว่าฉันจะกินอาหารฝรั่งเศส ต้องมีไวน์แดง หอยทาก แล้วก็จุดเทียนด้วยนะ"
"ได้เลย สัญญา"
เจียงเจ๋อส่งอีโมจิหน้ายิ้มตอบกลับไปเช่นกัน
"ฝันดีนะคะพี่เจ๋อ"
"ฝันดี"
หลังจากได้คุยข้อความกับจิ้นเหมิงเจีย อารมณ์ของเจียงเจ๋อก็ดีขึ้นเยอะ
เขารู้สึกอบอุ่นในใจ ที่มีคนคอยเป็นห่วงเป็นใยเขาในยามค่ำคืนที่ดึกดื่นแบบนี้ ความรู้สึกนี้มันดีจริงๆ
ด้วยความโล่งใจที่ภารกิจลุล่วง เจียงเจ๋อก็ย่องเข้าไปในห้องของจ้าวลี่อิ่งอย่างคุ้นเคย
เขาไม่ได้เปิดไฟ แต่ล้มตัวลงนอนในความมืด แล้วดึงจ้าวลี่อิ่งเข้ามากอดแน่น
จ้าวลี่อิ่งที่ตอนแรกสะดุ้งตื่น พอสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่คุ้นเคยของคนที่อยู่ข้างๆ ก็ผ่อนคลายลงทันที
แถมเธอยังขยับตัวซุกเข้าไปในอ้อมกอดของเจียงเจ๋อเหมือนลูกแมวขี้อ้อน เอาหัวถูไถไปมากับอกของเขาเพื่อหาท่าที่นอนสบายที่สุด
ทั้งสองคนกอดกันกลมและหลับสนิทไปในที่สุด
เจียงเจ๋อและจ้าวลี่อิ่งหลับไปแล้ว แต่ยังมีอีกหลายคนที่นอนไม่หลับ
สงครามน้ำลายระหว่างโอวเสี่ยวย่าและหลี่อีสุ่ยยังคงดำเนินต่อไป ทั้งคู่ต่างขู่ว่าจะส่งจดหมายเตือนจากทนายให้กันและกัน โดยมีชาวเน็ตจำนวนมากปูเสื่อรอดูละครฉากนี้อยู่ใต้โพสต์ของพวกเขาทั้งคู่
ทั้งคู่ก็ไม่ได้โง่ดักดานซะทีเดียว พวกเขารู้ดีว่าห้ามดึงตัวหลี่เหว่ยเข้ามาเกี่ยวข้องเด็ดขาด ประเด็นที่พวกเขาเถียงกันจึงวนเวียนอยู่แค่ว่าใครเป็นคนยุยงใครกันแน่
กระแสข่าวในอินเทอร์เน็ตที่เคยเทไปในทิศทางเดียวกันว่าจ้าวลี่อิ่งมีประวัติเสื่อมเสีย เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงแล้ว ในคืนนั้นเอง ทีมพีอาร์ของจ้าวลี่อิ่งก็แชร์โพสต์ของทั้งคู่เพื่อชี้แจงความจริงอย่างรวดเร็ว กลุ่มแฟนคลับของจ้าวลี่อิ่งที่ก่อนหน้านี้ไม่กล้าปริปากเพราะโดนหลักฐานแฉมัดตัวแน่นหนา ก็เริ่มออกมาเรียกร้องให้แฟนคลับทุกคนรวมพลังกันต่อสู้กับพวกที่จงใจใส่ร้ายไอดอลของพวกเขา
ในพริบตาเดียว เวยป๋อที่ถูกถล่มไม่ได้มีแค่ของจ้าวลี่อิ่งคนเดียวอีกต่อไป เวยป๋อของหลี่เหว่ยที่แฉข่าว โอวเสี่ยวย่า และหลี่อีสุ่ยที่กำลังสาดโคลนใส่กันก็โดนหางเลขไปด้วย
มีบล็อกเกอร์ชื่อดังหลายคนที่เคยแชร์ข่าวฉาวของจ้าวลี่อิ่ง หรือเคยแสดงความคิดเห็นในเชิงลบ ก็โดนกองทัพแฟนคลับของเธอเข้าไปรุมด่าจนหมดสภาพ
ถ้าหลี่เหว่ยสามารถงัดหลักฐานเด็ดๆ ออกมาแฉได้อีกในช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อแบบนี้ บางทีเขาอาจจะยังฉุดให้จ้าวลี่อิ่งจมอยู่ในโคลนตมต่อไปได้
แต่ด้วยนิสัยที่รอบคอบของเขา ตั้งแต่เขาเดาได้ว่าเจียงเจ๋อใช้ข้อมูลจากการดักฟังโทรศัพท์มาตอบโต้ เขาก็ปิดเครื่องโทรศัพท์ทันทีที่เลิกงาน
ผลก็คือ คืนนั้นทีมงานของหลี่เหว่ยตามหาตัวเขาไม่พบ ทำให้พลาดโอกาสทองในการโจมตีจ้าวลี่อิ่งไปอย่างน่าเสียดาย
เมื่อรุ่งสางมาเยือน กระแสข่าวก็พลิกกลับอย่างสิ้นเชิง
จ้าวลี่อิ่งยังคงครองอันดับหนึ่งในคำค้นหายอดฮิต แต่คีย์เวิร์ดที่ใช้ค้นหาได้เปลี่ยนจากคำว่า "นั่งดริงก์" หรือคำหยาบคายอื่นๆ กลายเป็นคำว่า "ถูกใส่ร้าย"
และเมื่อค้นหาข่าวเกี่ยวกับจ้าวลี่อิ่ง บทความที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือบทความที่เขียนโดยหลี่เข่อ นักข่าวสายบันเทิงชื่อดัง
บทความนั้นจั่วหัวว่า "จ้าวลี่อิ่ง ดาราสาวที่ถูกปรักปรำที่สุดในวงการบันเทิง"