- หน้าแรก
- ย้อนเวลาทวงแค้นตำนานมหาเศรษฐียอดฝีมือ
- บทที่ 606 - บททดสอบความซื่อสัตย์
บทที่ 606 - บททดสอบความซื่อสัตย์
บทที่ 606 - บททดสอบความซื่อสัตย์
บทที่ 606 - บททดสอบความซื่อสัตย์
ณ คฤหาสน์ ภายใต้สายตาของจางเจี๋ย จางอิ๋ง จางรั่วเยวี่ย และจางรั่วซิง เฉาคุนก็นั่งรถพูลแมนกันกระสุนคันหรูของเขาแล่นออกจากคฤหาสน์ไป
เมื่อรถของเฉาคุนแล่นออกไปไกลจนลับสายตา สี่สาวถึงได้ถอนหายใจออกมาพร้อมกันอย่างโล่งอก
แม่ร่วง!
ในที่สุดก็ไปสักที!
จางอิ๋งเป็นคนแรกที่เอ่ยปากขึ้นมาด้วยน้ำเสียงปลงตก "ฉันเพิ่งจะเข้าใจก็วันนี้นี่แหละ ว่าทำไมพวกสวี่เจียวเจียว หลินซือฮาน ถึงชอบไปอยู่รวมกัน"
พอได้ยินจางอิ๋งพูดแบบนั้น จางเจี๋ย จางรั่วเยวี่ย และจางรั่วซิง ก็พยักหน้าหงึกหงักเห็นด้วยทันที
ตอนแรก พวกเธอคิดไปเองว่า การที่พวกสวี่เจียวเจียวไปอยู่รวมกัน เป็นเพราะชอบความครึกครื้น หรือไม่ก็เพื่อความสะดวกในการกระชับมิตร จะได้ไม่ผิดใจกัน
แต่หลังจากที่เฉาคุนมาขลุกอยู่ที่นี่ตั้งสามวัน พวกเธอถึงได้ตาสว่าง
ไม่ใช่เลย!
ที่พวกสวี่เจียวเจียวไปกระจุกรวมกัน ไม่ใช่เพราะชอบความครึกครื้นหรืออยากกระชับมิตรหรอก
แต่เหตุผลที่แท้จริงน่ะ... รู้ๆ กันอยู่ แต่พูดไม่ได้ต่างหาก
เอาเป็นว่า หลังจากเฉาคุนมาหมกตัวอยู่ที่นี่สามวัน พวกเธอสี่คนก็กระจ่างแจ้งแก่ใจแล้ว
พอเห็นจางเจี๋ยพยักหน้าหงึกหงักอยู่ข้างๆ จางรั่วซิงก็ถามด้วยความสงสัย "ทำไมเธอถึงพยักหน้าด้วยล่ะ ก่อนหน้านี้เธอไม่รู้เรื่องเหรอ?"
จางเจี๋ยชะงักไปนิดนึง ก่อนจะส่ายหน้า
เธอไม่รู้จริงๆ นั่นแหละ
เธอรู้แค่ว่าเฉาคุนเก่งกาจมาก แต่ไม่เคยคิดเลยว่า เขาจะเป็นสายพลิกแพลงตามสถานการณ์ เจอคนอ่อนก็เก่ง เจอคนเก่งยิ่งเก่งกว่า แถมยังปรับเปลี่ยนสไตล์ไปตามคู่ต่อสู้ได้อีกต่างหาก
เวลาบ่ายสองโมงครึ่ง!
ใต้ตึกจิงหัว เฉาคุนก้าวลงจากรถ สั่งให้ทูโก่วรออยู่ข้างล่างเหมือนเคย แล้วเดินเข้าไปในตึกเพียงลำพัง
ไม่นาน เขาก็เดินฉลุยไปถึงห้องทำงานของถาวปิงปิงอย่างคุ้นเคย
หลังจากไปขลุกอยู่กับสี่สาวตระกูลจางมาติดกันตั้งสามวัน ตอนแรกเฉาคุนกะว่ากินข้าวกลางวันเสร็จ จะงีบพักสายตาสักหน่อย แล้วค่อยกลับไปที่คฤหาสน์เมิ่งฮ่วน
แต่ยังไม่ทันได้พัก ถาวปิงปิง นักสืบเอกชนเพื่อนรัก ก็ส่งข้อความมาหาเขาซะก่อน
เวลาแค่สามวัน ถาวปิงปิงก็สืบจนเจอความผิดปกติบางอย่างจากรายชื่อพนักงานแผนกวิจัยบริษัทยาไห่ตง 49 คน ที่เฉาคุนให้ไปสืบจริงๆ
พอรู้ว่าในทีมวิจัยของบริษัทยาไห่ตงมีหนอนบ่อนไส้แฝงตัวอยู่จริงๆ เฉาคุนก็ทนไม่ไหว รีบบึ่งมาหาเธอทันที
"คุณผู้ชายคะ ตามหลักแล้ว คดีแบบของคุณเนี่ย ทางเราไม่รับทำนะคะ แต่ถ้าคุณยืนยันจะจ้างจริงๆ ก็พอได้ค่ะ แต่ราคาคงไม่ถูกแน่ๆ"
ตอนที่เฉาคุนผลักประตูเข้าไป ในห้องทำงานแคบๆ ถาวปิงปิงกำลังคุยงานอยู่กับผู้ชายสวมแว่นตา ท่าทางน่าจะอายุราวๆ 35 ปี
พอผู้ชายคนนั้นเห็นเฉาคุนเดินเข้ามา ก็หันไปมองด้วยท่าทางอึกอัก เหมือนมีอะไรจะพูดแต่ก็ไม่กล้า
ถาวปิงปิงเห็นดังนั้นจึงส่งยิ้มให้
"ไม่ต้องเกรงใจค่ะคุณผู้ชาย นี่พนักงานในบริษัทฉันเอง คุยต่อได้เลยค่ะ"
ที่แท้ก็คนของบริษัทนี่เอง!
ผู้ชายคนนั้นถอนหายใจอย่างโล่งอก หันกลับมาคุยกับถาวปิงปิงต่อ
"คุณถาวครับ ถ้างั้นผมขอถามหน่อยสิครับว่า ถ้าจะสืบเรื่องนี้ ต้องใช้เงินประมาณเท่าไหร่ครับ?"
ถาวปิงปิงทำท่าครุ่นคิด "ห้าหมื่นค่ะ!"
พอได้ยินราคาที่ถาวปิงปิงเสนอไป ผู้ชายคนนั้นคิดไม่ถึงสองวินาทีก็ตกลงทันที
"ตกลงครับ ห้าหมื่นก็ห้าหมื่น แล้ว... ผมต้องมัดจำก่อนเท่าไหร่ครับ?"
เห็นผู้ชายคนนั้นตอบตกลงง่ายๆ ถาวปิงปิงก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ "งั้นคุณจ่ายมาก่อนครึ่งหนึ่งก็พอค่ะ ส่วนที่เหลือค่อยจ่ายตอนสืบเสร็จ"
จากนั้น เฉาคุนก็ยืนดูถาวปิงปิงเซ็นสัญญาจ้างงานกับผู้ชายคนนั้น แล้วรับเงินโอนมา 25,000 หยวน พอเสร็จสรรพ ผู้ชายคนนั้นก็ขอตัวกลับไป
พอคล้อยหลังลูกค้า เฉาคุนก็เดินไปนั่งเก้าอี้ตัวที่ลูกค้าเพิ่งลุกไป แล้วถามขึ้น
"เกิดอะไรขึ้น คดีอะไร ทำไมเธอถึงไม่อยากรับล่ะ?"
ถาวปิงปิงยิ้มเจื่อนๆ ลุกไปรินน้ำให้เฉาคุนพลางตอบ
"เขามาจ้างให้ทดสอบความซื่อสัตย์ของคู่หมั้นน่ะสิคะ"
"เรื่องสะกดรอย ถ่ายรูปแบล็กเมล์ หรือตามสืบว่ามีชู้ไหมเนี่ย ฉันเจอบ่อยแล้ว แต่เรื่องจ้างไปทดสอบความซื่อสัตย์ของคู่หมั้นเนี่ย เพิ่งเคยเจอครั้งแรกเลย พูดตรงๆ นะ ถ้าไม่เห็นแก่เงิน ฉันไม่รับทำเด็ดขาด"
ได้ยินถาวปิงปิงพูดแบบนั้น เฉาคุนก็คิดตามและเข้าใจทันที
การสืบว่าเป้าหมายมีชู้หรือเปล่า ก็แค่ตามสะกดรอย ถ่ายรูปดูว่าเป้าหมายไปมีอะไรกับคนอื่นไหม
แต่การทดสอบความซื่อสัตย์นี่สิ ไม่ใช่งานง่ายๆ เลย แค่สะกดรอยตามถ่ายรูปน่ะทำไม่ได้หรอก
มันต้องหาผู้ชายไปอ่อยเป้าหมายด้วย!
ถ้าไม่ทำแบบนั้น จะรู้ได้ยังไงว่าเป้าหมายซื่อสัตย์หรือเปล่าล่ะ!
แต่ปัญหาคือ จะไปหาใครมาทำหน้าที่อ่อยดีล่ะ?
แถมการจ้างคนมาทำหน้าที่นี้ ก็ต้องเสียเงินจ้างอีกต่างหาก!
อีกอย่าง ผลลัพธ์ที่ได้ก็อาจจะไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ด้วย
สมมติว่าเป้าหมายชอบผู้ชายสไตล์ลูกหมาน้อยขี้อ้อน แต่เราดันส่งหนุ่มล่ำบึ้กไปอ่อย เป้าหมายก็ต้องไม่เล่นด้วยอยู่แล้วสิ!
แต่แบบนี้ก็ไม่ได้แปลว่าเป้าหมายจะเป็นคนซื่อสัตย์เสมอไปหรอกนะ
ดังนั้น แค่ถาวปิงปิงพูดแค่นี้ เฉาคุนก็เข้าใจแล้วว่าทำไมเธอถึงไม่อยากรับงานนี้
มันทำยากจริงๆ นั่นแหละ!
แถมถ้าทำงานพลาด ก็ต้องมานั่งกังวลว่าลูกค้าจะกลับมาเอาเรื่องอีก
เฉาคุนรับแก้วน้ำจากถาวปิงปิงมาถือไว้พลางยิ้ม
"คู่หมั้นงั้นเหรอ ก็แปลว่าใกล้จะแต่งงานกันแล้วสิ แล้วทำไมถึงเพิ่งมาคิดทดสอบความซื่อสัตย์เอาป่านนี้ล่ะ?"
"ก็เพื่อป้องกันความเสี่ยงไงคะ" ถาวปิงปิงอธิบาย "ถึงฉันจะเจอเคสแบบนี้ไม่บ่อย แต่พักหลังๆ มานี้ก็เริ่มมีให้เห็นเยอะขึ้นแล้วนะคะ"
"โดยเฉพาะตลาดหาคู่ยุคนี้ มันไม่ค่อยแฟร์กับผู้ชายเท่าไหร่หรอก ต้นทุนการแต่งงานของผู้ชายแต่ละครั้งนี่สูงลิบลิ่วเลย"
"อย่างลูกค้าคนเมื่อกี้ไงคะ จะแต่งงานที ฝ่ายหญิงเรียกร้องให้ใส่ชื่อตัวเองในโฉนดบ้าน ขอรถราคาไม่ต่ำกว่าห้าแสน ค่าสินสอดอีกแปดแสนแปดหมื่น แล้วยังมีพวกเครื่องประดับทองคำ กระเป๋าหลุยส์ นาฬิกาแบรนด์เนมอีก แถมงานแต่งยังต้องจัดที่โรงแรมห้าดาว ค่าโต๊ะจีนก็ต้องไม่ต่ำกว่าโต๊ะละ 12,888 หยวน บลาๆๆ อีกเพียบ"
"ฉันลองคำนวณคร่าวๆ ดูแล้ว งานแต่งครั้งนี้ เขาต้องจ่ายอย่างต่ำๆ ก็ห้าหกล้านหยวนเข้าไปแล้ว"
พอได้ยินถาวปิงปิงร่ายยาวมาแบบนั้น เฉาคุนก็หลุดขำพรืดออกมาทันที
"เวรเอ๊ย นี่ผู้หญิงหรือแม่ค้าเหมาของมาขายวะเนี่ย มีเรียกของงของแบรนด์เนม นาฬิกาด้วย ถามจริง การแต่งงานครั้งนี้มันจำเป็นขนาดนั้นเลยเหรอ?"
"มีเงินขนาดนั้น เอาไปเป็นพระราชาที่คฤหาสน์แปดแคว้นของฉันยังได้เลย ไปเหมาพวกสาวๆ ฝรั่งเศสมาเล่นได้ตั้งหลายรอบ แบบนั้นไม่ฟินกว่าแต่งงานหรือไง?"
พอได้ยินเฉาคุนพูดแบบนั้น ถาวปิงปิงก็หลุดยิ้มออกมา เธอส่งค้อนให้เฉาคุนวงใหญ่แล้วพูดต่อ
"เพราะงั้นไงคะ ตอนที่ยังไม่ได้แต่งงาน ยังไม่ต้องทุ่มทุนสร้างขนาดนั้น เขาก็เลยต้องจ้างคนไปลองใจดูก่อน"
"ถ้าคู่หมั้นเป็นคนดีจริงๆ ถึงต้องเสียเงินเป็นกอบเป็นกำแต่งเข้ามา เขาก็คงยอมรับได้"
"แต่ถ้าคู่หมั้นร่านเป็นกะหรี่ ใครมันจะยอมทุ่มเงินเป็นล้านๆ แต่งผู้หญิงพรรค์นั้นเข้าบ้านล่ะ"
"แต่ฉันไม่อยากรับงานแบบนี้จริงๆ นะคะ เพราะมันทำยากมาก!"
พูดจบ ถาวปิงปิงก็หยิบเอกสารสองแผ่นจากลิ้นชักข้างๆ ส่งให้เฉาคุน
(จบแล้ว)