- หน้าแรก
- อะไรนะ ให้ผมมาเปิดรีสอร์ตสุดหรู กลางสมรภูมิหมื่นเผ่าพันธุ์เนี่ยนะ
- บทที่ 301 - ซีหลินชนะ
บทที่ 301 - ซีหลินชนะ
บทที่ 301 - ซีหลินชนะ
อาหลัวไม่สนใจเสียงเห่าหอนของซีหลินตรงหน้าอีกต่อไป
ดวงตาสีเลือดจ้องเขม็งไปยังลูกเต๋าแสงดาวสามลูกที่หมุนวนอย่างรวดเร็วตรงกลางโดมคุ้มกัน
"หยุด— ให้ข้าเดี๋ยวนี้!"
เขารีดเร้นพลังมารออกมาจนถึงขีดสุด
เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจน ว่าสิทธิ์ในการควบคุมลูกเต๋า ค่อยๆ ตกมาอยู่ในมือของเขาแล้ว!
ลูกเต๋าแสงดาวทั้งสามลูกหมุนช้าลงเรื่อยๆ
หลังจากที่ลูกเต๋ากลิ้งไปมาในโดมโปร่งใสอีกไม่กี่รอบ ในที่สุดมันก็ส่งเสียงกระทบกันดังกังวานเป็นครั้งสุดท้าย
หยุดนิ่งสนิท
แต้ม "6" สีแดงสดใสเตะตาสามตัว หงายขึ้นมาอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ประทับลงบนจอประสาทตาของอาหลัว
"ฟู่—"
พอมองเห็นตัวเลขสามตัวที่แสดงถึงแต้มสูงสุดนี้ เส้นประสาทที่ตึงเครียดของอาหลัวก็ผ่อนคลายลงในที่สุด เขาอ้าปาก พ่นลมหายใจขุ่นมัวที่อัดอั้นอยู่ในอกออกมาเฮือกใหญ่
บนใบหน้าที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ กล้ามเนื้อมุมปากค่อยๆ ขยับยกขึ้น จนในที่สุดก็เผยรอยยิ้มออกมาได้
รอดตายหวุดหวิด
ถึงแม้ระหว่างทางจะมีอุปสรรคอยู่บ้าง แต่ผู้ชนะคนสุดท้าย ก็ยังคงเป็นเขา จอมมารแห่งอเวจีผู้ยิ่งใหญ่อยู่ดี!
อาหลัวยืดตัวขึ้น ยกหลังมือขึ้นปาดเหงื่อบนหน้าผากลวกๆ จังหวะหัวใจที่เต้นระรัวก็ค่อยๆ สงบลง
ขอแค่ชนะตานี้ เขาก็จะไม่เพียงแต่ได้พลังกฎเกณฑ์ของตัวเองคืนมาแบบครบถ้วนสมบูรณ์ แต่ยังสามารถเอาตัวรอดกลับไปได้ด้วย
ส่วนเรื่องแผนการอันยิ่งใหญ่ที่จะบุกเบิกเผ่ามนุษย์อะไรนั่น...
แผนการล้ำเลิศที่จะเอาชนะเผ่ามนุษย์โดยไม่ต้องลงแรงอะไรนั่น...
ช่างแม่งเหอะ!
อาหลัวด่าทอในใจอย่างดุเดือด
เขตแกนกลาง A4 ในสมรภูมิทั่วทุกมิตินี่มันผีหลอกชัดๆ จู่ๆ ก็มีเถ้าแก่หนุ่มเปิดรีสอร์ตโผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ ดันสั่งการกฎเกณฑ์ฟ้าดินได้เหมือนสั่งสัตว์เลี้ยง ยกมือขึ้นนิดเดียวก็ดึงกฎเกณฑ์ระดับผสานวิถีออกมาได้
แบบนี้มันจะไปสู้หาพระแสงอะไร!
รอให้ได้พลังกฎเกณฑ์คืนมาก่อนเถอะ ข้าจะรีบฉีกมิติ กลิ้งกลับไปซุกหัวอยู่ในอเวจีทันที หลบอยู่เงียบๆ ไม่โผล่หัวออกมาอีกแล้ว!
เรื่องเน่าๆ ของเผ่ามนุษย์ ใครอยากยุ่งก็ยุ่งไป!
ปล่อยให้จักรพรรดิมารปวดหัวไปคนเดียวเถอะ!
ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่ในหัวของอาหลัวกำลังวาดฝันถึงชีวิตติดบ้านที่แสนสุขสบายในอีกหลายพันปีข้างหน้า และกำลังจะลดการระวังตัวลงอย่างสิ้นเชิงนั้นเอง
เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็บังเกิดขึ้น!
ภายในโดมโปร่งใส ลูกเต๋าทั้งสามลูกที่หยุดนิ่งอยู่ที่แต้ม "6" และส่องแสงสีแดงจ้า จู่ๆ ก็เปลี่ยนสี
สีแดงและสีฟ้าสลับกัน การเปลี่ยนสีเสร็จสมบูรณ์ในพริบตา
รอยยิ้มบนใบหน้าของอาหลัวยังไม่ทันได้เบ่งบานเต็มที่ ก็มีอันต้องหุบลงกะทันหัน
ความรู้สึกนั้น มันเหมือนกับตอนที่กำลังถูไถอย่างเมามันมาตั้งนาน แล้วจู่ๆ ก็โดนเบรกหัวทิ่ม จนรู้สึกทรมานแทบจะอ้วกเป็นเลือด
???
ลูกตาของเขาเบิกโพลง จ้องเขม็งไปที่ลูกเต๋าทั้งสามลูกที่บัดนี้เปล่งแสงสีฟ้าออกมา สมองเกิดอาการขาวโพลนไปชั่วขณะ
เกิดอะไรขึ้น?!
"ไม่! เป็นไปไม่ได้! เปลี่ยนกลับไปเดี๋ยวนี้!"
อาหลัวกรีดร้องออกมาอย่างเสียสติ พุ่งตัวไปข้างหน้า สองมือกดลงบนโต๊ะสีทองหม่นแน่น พยายามรวบรวมพลังกลับมาเพื่อแย่งชิงการควบคุมลูกเต๋าอีกครั้ง
แต่ทว่า วินาทีที่พลังมารของเขาสัมผัสกับแท่นทอยเต๋าอีกครั้ง
เขาก็ต้องพบกับความสิ้นหวัง
พลังของเขา กลับจมหายไปเหมือนโคลนลงทะเล ไม่มีประโยชน์อะไรเลย!
โดมโปร่งใสที่ดูบางเฉียบนั้น ตอนนี้กลับกลายเป็นเหมือนกำแพงสูงตระหง่านที่ข้ามผ่านไปไม่ได้ มันสกัดกั้นพลังมารอันบ้าคลั่งของเขาไว้ภายนอกทั้งหมด ไม่เกิดแม้แต่ระลอกคลื่นเล็กๆ
[สีฟ้าชนะ!]
หน้าจอขนาดใหญ่เหนือแท่นทอยเต๋าสว่างวาบขึ้น เสียงแจ้งเตือนของเครื่องจักรที่เย็นชาและไร้ความรู้สึกดังขึ้นอย่างชัดเจนในห้องโถง ตัดสินผลลัพธ์สุดท้ายอย่างรวดเร็ว โดยไม่เปิดโอกาสให้อาหลัวได้ตั้งตัวหรือดิ้นรนใดๆ
"กริ๊ก—"
พร้อมกับเสียงกลไกดีดตัวเบาๆ
อาหลัวก็ทำได้แค่มองตาแดงก่ำ ดูบัตรชิปสีทองหม่นที่เสียบอยู่ในช่องเสียบข้างมือตัวเอง ดีดตัวออกมาต่อหน้าต่อตา
จากนั้น บัตรใบนั้นก็กลายสภาพเป็นกฎเกณฑ์แห่งวิถีที่เขาคุ้นเคย วาดเป็นเส้นโค้งสวยงามกลางอากาศ แล้วพุ่งเข้าไปในบัตรชิปของซีหลิน
แสงสว่างหลอมรวมเข้าด้วยกัน ฝุ่นตลบอบอวลเป็นอันจบสิ้น
อีกฝั่งของโต๊ะ
ซีหลินดึงกรงเล็บหมาที่กดอยู่บนโต๊ะกลับมาอย่างเนิบนาบ บนใบหน้าสีดำสนิท มุมปากทั้งสองข้างฉีกกว้างขึ้น ยิ้ม "หึๆๆ" เยาะเย้ยอาหลัวอย่างกวนโอ๊ย
จากนั้น ซีหลินก็กระโดดตัวลอย อ้าปากกว้าง งับบัตรชิปที่เพิ่งชนะมาไว้ในปากอย่างแม่นยำ
ขาทั้งสี่ออกแรงถีบ "ฟึ่บ" กลายเป็นสายควันสีดำ วิ่งแจ้นกลับไปหาสวีเทียนหลินทันที
"เถ้าแก่ เถ้าแก่"
"กฎเกณฑ์นี่เอามาถวายท่านครับ!"
ซีหลินวิ่งมาหยุดตรงหน้าสวีเทียนหลิน นั่งยองๆ อย่างรู้งาน
จากนั้น มันก็ยกขาหน้าทั้งสองข้างที่ล่ำสันขึ้นสูงอย่างรู้หน้าที่ ชูบัตรชิปที่คาบไว้ในปากขึ้นเหนือหัว ส่งให้สวีเทียนหลินด้วยความเคารพ
ท่าทางพวกนี้ เรียกได้ว่าแสนจะรู้ความเอามากๆ
หลังจากส่งบัตรให้แล้ว ซีหลินก็ไม่ได้ลดขาลงทันที แต่ค่อยๆ ยื่นหัวใหญ่ๆ เข้าไปใกล้ๆ
"คือว่า ท่านเถ้าแก่ครับ..."
ซีหลินกะพริบตากลมโตขนาดเท่าโคมไฟ ฝืนทำหน้าตาน่าสงสารอ้อนวอนสุดๆ
"ท่านเห็นไหมครับ เห็นแก่ความเหนื่อยยากที่ลูกน้องอย่างข้าทุ่มเทสมองไปตั้งเยอะแยะบนโต๊ะพนันเมื่อกี้ พอจะ... แบ่งกฎเกณฑ์แห่งวิถีให้ลูกน้องลองลิ้มรสสักสายได้ไหมครับ?"
ซีหลินลองหยั่งเชิงถามดู
พูดไป ปากกว้างๆ ของมันก็เผลออ้าออก น้ำลายใสแจ๋วไหลย้อยเป็นทางยาว
อยากกินโว้ย!
อยากกินจริงๆ นะ!
นี่มันคือกฎเกณฑ์ระดับผสานวิถีของอาหลัวตั้งสามสายเลยนะเว้ย!
ถึงจะบอกว่า กฎเกณฑ์ที่ได้มาจากการบำเพ็ญเพียรอย่างยากลำบากพวกนี้ มันจะบริสุทธิ์และไร้ที่ติสู้กฎเกณฑ์ระดับผสานวิถีสมบูรณ์แบบที่ได้จากรูเล็ตแห่งวิถีในคาสิโนไม่ได้ก็เถอะ
แต่ยังไงซะ นั่นก็เป็นถึงกฎเกณฑ์ต้นกำเนิดที่จอมมารแห่งอเวจีผู้ยิ่งใหญ่ อุตส่าห์ใช้เวลาหลายพันปีขัดเกลามากับมือเชียวนะ!
พลังงานและความเข้าใจในวิถีที่อัดแน่นอยู่ข้างในน่ะ มันหอมหวนชวนชิมสุดๆ!
ขอแค่ได้กลืนลงไปสักสาย...
ฟินสุดๆ ไปเลย!
สวีเทียนหลินมองดูท่าทางไม่เอาไหนของซีหลิน แล้วก็ส่ายหัวอย่างขำๆ
เขาไม่ได้เอื้อมมือไปรับบัตรชิปใบนั้น แต่กลับยื่นนิ้วเรียวยาวออกไป แตะลงบนผิวของบัตรที่ซีหลินชูอยู่เบาๆ
"วูบ—"
เสียงครางต่ำดังก้องขึ้น
การทำลายล้าง การแผดเผา นรกภูมิ!
กฎเกณฑ์แห่งวิถีสามสายที่ซีหลินเพิ่งชนะมา กลายเป็นกลุ่มแสงหลากสีสันสามกลุ่ม ถูกสกัดออกมาจากบัตรชิปในพริบตา แล้วถูกสวีเทียนหลินคว้าไว้ในมืออย่างง่ายดาย
สวีเทียนหลินกวาดสายตามองกลุ่มพลังกฎเกณฑ์ทั้งสามกลุ่มนี้ปราดหนึ่ง ก่อนจะยื่นมือไปหยิบกลุ่มแสงที่แผ่กลิ่นอายความมืดมิดรุนแรงออกมา
วิถีแห่งนรกภูมินี้ พออยู่ในมือของสวีเทียนหลิน มันก็เหมือนกับแป้งโดนวดนิ่มๆ ก้อนหนึ่ง
เห็นแค่สวีเทียนหลินเอามือบีบๆ นวดๆ ลวกๆ สองสามที พลังกฎเกณฑ์ที่ไร้รูปร่าง ก็ถูกเขาปั้นให้กลายเป็นรูปกระดูกหมามาตรฐานเป๊ะๆ
พอปั้นเสร็จ สวีเทียนหลินก็งอนิ้ว ดีดกระดูกกฎเกณฑ์สีดำขลับนั่นเบาๆ
"ฟึ่บ"
กระดูกลอยละลิ่วหมุนคว้างกลางอากาศ พุ่งตรงไปหาซีหลิน
"ขอบคุณเถ้าแก่ที่ประทานรางวัลครับ!!"
พอเห็นกระดูกกฎเกณฑ์ลอยมา ดวงตาหมาๆ ของซีหลินก็สว่างวาบยิ่งกว่าสปอตไลต์สองพันวัตต์ ดีใจจนเนื้อเต้น
มันกระโดดตัวลอย อ้าปากกว้างกลางอากาศ เสียง "งับ" ดังชัดเจน กัดกระดูกกฎเกณฑ์นั่นไว้ในปากอย่างแม่นยำ
พอลงพื้นอย่างมั่นคง ซีหลินก็ไม่ได้รีบกินทันที
แต่มันกลับยืนสองขา เอาขาหน้าสองข้างประสานกัน โค้งคำนับให้สวีเทียนหลินติดๆ กันสามครั้ง
พอคำนับเสร็จ ซีหลินถึงได้คาบกระดูกขวางไว้ในปากอย่างอดใจไม่ไหว
"กร้วม! กร้วม!"
เสียงเคี้ยวกร้วมๆ ดังก้องไปทั่วห้องโถง
เขี้ยวแหลมคมขบกัดขึ้นลง แค่ไม่กี่คำก็เคี้ยวกระดูกกฎเกณฑ์นั่นจนแหลกละเอียด แล้วก็กลืนลงท้องไปอย่างเบิกบานใจ
อะไรนะ?
ถามหาศักดิ์ศรีของจอมมารแห่งอเวจีเหรอ?
ขอโทษที เดิมทีข้ามันก็เป็นหมาอยู่แล้วโว้ย!
หมากินกระดูก มันผิดตรงไหน?
ไม่เห็นจะผิด!
อีกอย่างนะ ไอ้ศักดิ์ศรีจอมมารลอยลมอะไรนั่น มันจะไปหอมอร่อยสู้พลังกฎเกณฑ์ของจริงได้ไงวะ?
ดูสิ ไอ้ตัวที่ห่วงศักดิ์ศรีเมื่อกี้ ตอนนี้ยืนหน้าโง่เป็นไก่ตาแตกอยู่ตรงนู้นไง!
ณ เวลานี้ อาหลัวสติหลุดไปเรียบร้อยแล้ว
เขายืนแข็งทื่อเป็นท่อนไม้อยู่กับที่ เบิกตาดูพลังกฎเกณฑ์ต้นกำเนิดที่ตัวเองต้องทนลำบากลำบน ใช้เวลาตั้งหลายปีบำเพ็ญเพียรมา
กลายเป็นกระดูกหมาในมือของเถ้าแก่สุดสยองคนนั้นไปดื้อๆ
แล้วก็... เข้าไปอยู่ในท้องของไอ้หมาโง่ซีหลินนั่น
แถมไม่ใช่แค่กินนะ พอมันกินเสร็จ ไอ้หมาโง่นั่นยังเลียริมฝีปากอย่างเสียดาย แล้วก็เรอออกมาเสียงดังลั่นอีกต่างหาก
เดี๋ยวนะ แป๊บนะ
อาหลัวรู้สึกว่าสมองตัวเองมันรับเรื่องพวกนี้ไม่ไหวแล้ว
ทำไมพลังวิถีแห่งแก่นแท้ ถึงถูกคนเอามาปั้นเล่นเหมือนดินน้ำมัน ปั้นเป็นรูปกระดูกหมาได้วะ!!
นี่มันยังใช่กฎเกณฑ์ที่เขารู้จักอยู่อีกเหรอ?
นี่มันเอาวิถีแห่งฟ้าดินมากระทืบซ้ำแล้วซ้ำเล่า หยามเกียรติกันชัดๆ!
ไม่สิ นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ
ประเด็นสำคัญคือ ข้าแพ้ได้ยังไง?!
ลมหายใจของอาหลัวเริ่มถี่กระชั้น
เขากัดฟันกรอด บังคับตัวเองให้ตั้งสติ แล้วเริ่มฉายภาพเหตุการณ์ตอนปะทะพลังกันที่แท่นทอยเต๋าซ้ำไปซ้ำมาในหัวอย่างบ้าคลั่ง
เขาค้นพบความจริงที่ทำให้เขารู้สึกสยองขวัญสั่นประสาทที่สุด
แม้ว่าปริมาณพลังมารของซีหลินจะสูสีกับเขา แต่ความสามารถในการควบคุมพลังมารอย่างละเอียดลออของซีหลิน กลับเหนือกว่าเขามาก!
นี่มันเป็นไปได้ยังไง?
มันไม่น่าจะใช่สิ!
ต้องรู้ไว้เลยนะว่า อาหลัวผู้นี้ ในบรรดาจอมมารเจ็ดสิบสองตนแห่งอเวจี เขาขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าเล่ห์เพทุบายและรอบคอบมาตลอด
ถึงแม้ปกติเขาจะเกลียดการใช้กำลังแบบพวกบ้าพลังเพื่อแก้ปัญหา แต่ถ้าพูดถึงการควบคุมพลังมารอย่างละเอียด และการประยุกต์ใช้กฎเกณฑ์ในระดับจุลภาค พละกำลังของเขาเหนือกว่าไอ้หมาบ้าที่รู้แต่จะพุ่งชนอย่างซีหลินแบบขาดลอยแน่นอน
นี่คือความจริงที่ทุกคนในอเวจียอมรับ!
แต่ทำไม...
ทำไมเมื่อกี้ตอนที่พลังปะทะและบดขยี้กันในแท่นทอยเต๋า พลังมารของซีหลินถึงทำให้เขารู้สึกว่ามันแข็งแกร่งขนาดนั้น!!
ความรู้สึกนั้น มันเหมือนกับว่าพลังมารของซีหลินผ่านการหล่อหลอม บีบอัด และสกัดความบริสุทธิ์มานับครั้งไม่ถ้วน ไม่มีการสูญเปล่าแม้แต่นิดเดียว ทุกหยาดหยดของพลังถูกใช้ไปอย่างตรงจุด
การควบคุมแบบนั้น ความหนาแน่นแบบนั้น ทำเอาเขาถึงกับหลอนคิดว่าตัวเองกำลังเผชิญหน้ากับจอมมารระดับสูงอยู่ซะอีก
ไอ้หมาโง่นี่ มันไปเจออะไรมาในรีสอร์ตบ้าๆ นี่กันแน่?
พลังของมันถึงได้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินขนาดนี้?
ความรู้สึกไร้เรี่ยวแรงอันลึกล้ำ ถาโถมเข้าท่วมท้นอาหลัวอย่างสมบูรณ์แบบราวกับคลื่นยักษ์
พลังถูกสูบจนแห้ง กฎเกณฑ์ถูกแย่งชิงไป พลังการควบคุมที่เคยภูมิใจก็ถูกหมาตัวหนึ่งบดขยี้อย่างย่อยยับ
อาหลัวยืนโดดเดี่ยวอยู่กับที่ ประกายแสงสุดท้ายในดวงตาสีแดงคล้ำดับวูบลงอย่างสิ้นเชิง
งั้นคำถามก็คือ...
แล้วข้า จะเอาไงต่อล่ะทีนี้?!