เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 140: หัวขโมยจะไปกอบกู้โลกได้ยังไง? (ฟรี)

บทที่ 140: หัวขโมยจะไปกอบกู้โลกได้ยังไง? (ฟรี)

บทที่ 140: หัวขโมยจะไปกอบกู้โลกได้ยังไง? (ฟรี)


มีคนกระซิบ

“เขายอมสละชีวิตเพื่อกาโมร่าจริง ๆ......ฉันเคยคิดว่าความรู้สึกที่เขามีต่อเธอเป็นแค่การแสดงเสียอีก”

อีกคนถอนหายใจ

“ครั้งนี้สตาร์ลอร์ดเปลี่ยนไปจริง ๆ เขาไม่ได้ให้ผลประโยชน์ของตัวเองมาก่อนอีกแล้ว”

“หรืออย่างที่ผู้เขียนบอก ตอนที่โลกกำลังเผชิญวิกฤต เขาสามารถลุกขึ้นมาแบกรับทุกอย่างได้”

มีคนข้าง ๆ พูดเสริม

“ใช่แล้ว เขาอาจไม่เหมือนอย่างที่พวกเราคิด”

“แต่หัวขโมยจะไปกอบกู้โลกได้ยังไง เรื่องนี้ฉันยังคิดไม่ออก”

อีกคนแทรกขึ้นมา

“อย่าลืมนะ ผู้เขียนเคยบอกว่าเขาเป็นครึ่งมนุษย์ครึ่งเทพไม่ใช่เหรอ?”

“จริงด้วย! ถ้าไม่พูดฉันก็เกือบลืมแล้ว ทำไมถึงบอกว่าสตาร์ลอร์ดเป็นครึ่งเทพกัน?”

“คงอธิบายทีหลังมั้ง”

“แต่ตอนนี้ฉันสนใจอย่างเดียว ต่อจากนี้เขาจะรอดยังไง? เขาห้ามตายแบบนี้เด็ดขาด!”

ในช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้ ความประทับใจที่ผู้คนมีต่อสตาร์ลอร์ดได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

ครั้งหนึ่งเขาเคยถูกมองว่าเป็นหัวขโมยเห็นแก่ตัว

แต่ตอนนี้ เขายอมละทิ้งโอกาสรอดชีวิตของตัวเอง เพียงเพื่อแลกกับความปลอดภัยของกาโมร่า

การกระทำเช่นนี้ทำให้ผู้คนมองเขาในมุมใหม่

ขณะเดียวกัน ความกังวลก็ขยายตัวขึ้นอีก เมื่อไร้การปกป้องจากหน้ากากออกซิเจนแล้ว สตาร์ลอร์ดจะมีชีวิตรอดในอวกาศได้อย่างไร?

ขณะที่ทุกคนกำลังจมอยู่ในความวิตกกังวลและสิ้นหวัง หน้าจอที่กำลังกะพริบแสงก็เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นอีกครั้ง

ผู้คนต่างเงยหน้ามองพร้อมกัน จับจ้องภาพบนจออย่างไม่กะพริบตา

ลำแสงสว่างหลายสายพุ่งทะลุความมืดมิดของจักรวาล ก่อนที่ยานอวกาศขนาดมหึมาจะค่อย ๆ ปรากฏขึ้น

ภายในห้องควบคุม ร่างของยอนดูมองเห็นได้อย่างชัดเจน

“ยอนดู! พ่อบุญธรรมของสตาร์ลอร์ด! พวกเขารอดแล้ว!”

“ฉันรู้อยู่แล้วว่าสตาร์ลอร์ดไม่ตายง่าย ๆ หรอก”

“แต่ลูกแก้วจักรวาลถูกโรแนนชิงไปแล้ว วิกฤตที่ใหญ่กว่ากำลังจะมา......”

การปรากฏตัวของยอนดูทำให้ทุกคนโล่งใจ แต่ก็ทำให้ตระหนักเช่นกันว่า หลังจากโรแนนได้ลูกแก้วจักรวาลไปแล้ว แซนดาร์และทั้งกาแล็กซีกำลังเผชิญภัยคุกคามครั้งใหญ่

ภาพดำเนินต่อไป ยานอวกาศกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง

กาโมร่าพูดอย่างหนักแน่น

“พวกเราต้องหยุดโรแนน”

แต่ร็อคเก็ตกลับตั้งคำถามอย่างไม่ไว้หน้า

“จะหยุดยังไง? ตอนนี้เขาถือมณีอยู่ในมือแล้ว ทำลายดาวเคราะห์ทั้งดวงยังง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือ พวกเราไม่มีทางสู้เขาได้เลย”

สตาร์ลอร์ดพยายามอธิบายว่าเขามีแผนอยู่แล้ว แต่กลับถูกร็อคเก็ตปฏิเสธทันที

“ฉันไม่เชื่อหรอกว่านายจะมีแผนที่พึ่งพาได้!”

• ·········

แม้สตาร์ลอร์ดจะพยายามโน้มน้าวอย่างเต็มที่ แต่ทั้งกาโมร่าและร็อคเก็ตก็ยังเต็มไปด้วยความสงสัย จนถึงขั้นอดประชดประชันไม่ได้

บรรยากาศตึงเครียดภายในยานค่อย ๆ คลี่คลายลง

ผู้คนไม่ได้สนใจคำประชดของร็อคเก็ต แต่กลับจ้องมองใบหน้าของสตาร์ลอร์ด และมองเห็นความมุ่งมั่นบางอย่างในดวงตาของเขา

เห็นได้ชัดว่า สตาร์ลอร์ดต้องการหยุดยั้งโรแนนจากใจจริง

“ดูพวกเราสิ”

สตาร์ลอร์ดพูดด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง

“พวกเราทุกคนสูญเสียอะไรมามากเกินไป บ้าน คนที่รัก ชีวิตธรรมดา ๆ”

“ชีวิตมักพรากอะไรไปจากพวกเราเสมอ แต่วันนี้ไม่เหมือนกัน มันมอบโอกาสให้พวกเรา”

“โอกาสอะไร?”

มีคนถามเบา ๆ

“โอกาสที่จะเลือกความถูกต้อง”

“ครั้งนี้ พวกเราจะไม่หนีอีกแล้ว”

“ฉันจะไม่ยอมปล่อยให้โรแนนสังหารผู้บริสุทธิ์นับหมื่นนับล้านคนเด็ดขาด”

คำพูดเหล่านี้ราวกับเปลวไฟที่จุดประกายบรรยากาศขึ้นมา

ดนตรีประกอบค่อย ๆ ดังขึ้น ราวกับส่องให้เห็นเด็กหนุ่มผู้หลงทางคนหนึ่งกำลังพยายามเดินไปสู่แสงสว่าง

ผู้ชมต่างรู้สึกสะเทือนใจ สัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงจากภายในของสตาร์ลอร์ด

เขากำลังพยายามเป็นคนที่ดีกว่าเดิม และอาจกลายเป็นฮีโร่ได้จริง ๆ

แต่คำพูดต่อมาของร็อคเก็ตก็ดึงความหวังกลับสู่ความจริง

“ควิลล์ การหยุดโรแนนก็ไม่ต่างจากการไปตาย พวกเราไม่มีทางชนะหรอก”

นี่ไม่ใช่ความท้อแท้ แต่เป็นการประเมินตามความเป็นจริง

พวกเขาไม่มีทั้งอุปกรณ์และพลังมากพอ การเผชิญหน้ากับโรแนนที่ครอบครองมณีอยู่แทบเป็นไปไม่ได้

สตาร์ลอร์ดไม่ได้โต้ตอบ มีเพียงความเงียบ

ทั้งทีมจมอยู่ในความเงียบอันหนักอึ้ง แม้แต่ผู้ชมที่ดูวิดีโอก็ยังรู้สึกไร้พลัง

หรือว่ามันจะไม่มีทางออกจริง ๆ?

ในตอนนั้นเอง เสียงบรรยายของหลินเฟิงก็ดังขึ้น จุดประกายความหวังขึ้นมาอีกครั้ง

“ในที่สุดสตาร์ลอร์ดก็เลิกหนี และตัดสินใจคว้าโอกาสนี้ไว้เพื่อทำสิ่งดี ๆ อย่างแท้จริง”

“แต่เขาจะยอมแพ้ง่าย ๆ เหรอ?”

“ไม่มีทาง!”

ทันทีที่เสียงนั้นจบลง เสียงดนตรีทุ้มต่ำก็ดังขึ้น

ผู้ชมทั่วทั้งจักรวาลราวกับมองเห็นลำแสงหนึ่งในความมืด หายใจถี่ขึ้น รูขุมขนลุกซู่ และหัวใจพลุ่งพล่านดั่งคลื่นทะเล

ความคาดหวังของทุกคนพุ่งขึ้นถึงขีดสุด ต่างอยากรู้ว่าสตาร์ลอร์ดจะรับมือกับโรแนนอย่างไร

“ฉันใช้ชีวิตต่อสู้มาตลอด หากได้ตายเคียงข้างเพื่อน ๆ ฉันก็ไม่เสียใจแล้ว”

กาโมร่าลุกขึ้นยืนท่ามกลางความเงียบ แดร็กซ์กับกรูทก็เดินตามมาทันที

ดนตรีประกอบยิ่งดังขึ้น จังหวะเร้าใจ ผู้ชมเลือดสูบฉีด ความเคารพนับถือก่อเกิดขึ้นอีกครั้ง

พวกเขารู้ดีว่าเบื้องหน้าคือหนทางไร้ทางรอด แต่ไม่มีใครถอย และไม่มีใครยอมดูผู้บริสุทธิ์นับล้านถูกโรแนนสังหาร

พวกเขาเลือกเผชิญหน้าร่วมกัน แม้จุดจบอาจเป็นความตายก็ตาม

“ไม่ใช่แค่สตาร์ลอร์ด พวกเขาทุกคนต่างก็เป็นฮีโร่!”

“ถูกต้อง! เพื่อชีวิตของชาวแซนดาร์ พวกเขาไม่กลัวความตายเลยสักนิด สมควรได้รับความเคารพสูงสุด!”

“เสียสละตัวเองเพื่อปกป้องผู้อื่น นี่คือแสงสว่างที่ฮีโร่ทุกคนมีร่วมกัน”

ขณะที่ผู้คนต่างแสดงความเคารพ ภายในภาพ สตาร์ลอร์ดก้าวเดินไปข้างหน้า ส่วนกาโมร่าและคนอื่น ๆ ก็เดินตามมาติด ๆ

ภาพนี้ทำให้หลายคนนึกถึงช่วงเวลาอันยิ่งใหญ่ของอเวนเจอร์สในศึกข้ามกาลเวลา

ดนตรีประกอบเปลี่ยนเป็นหนักแน่นและมั่นคง ราวกับกองทัพมดกำลังเคลื่อนพล แม้จะเล็กจ้อยดุจเม็ดทราย แต่กลับกล้าเผชิญหน้าสิ่งยิ่งใหญ่โดยไม่ถอย

ภาพตัดสลับอีกครั้ง เรือธงขนาดมหึมาของโรแนนปรากฏราวกับภูเขากดทับอยู่เหนือท้องฟ้าของแซนดาร์

เพียงมองแวบเดียวก็ทำให้รู้สึกอึดอัดจนหายใจไม่ออก

สตาร์ลอร์ดและกองเรือของยอนดูพุ่งเข้าสู่สนามรบกะทันหัน ทำให้ผู้ชมทุกคนฮึกเหิมขึ้นทันที

ยานรบของพวกเขาระดมยิงกระสุนแสงใส่เรือธงของโรแนน การระเบิดก่อเป็นม่านแสงสีส้มขนาดใหญ่ ปิดบังทัศนวิสัยของอีกฝ่ายในชั่วพริบตา

ฉวยโอกาสนี้ สตาร์ลอร์ดนำทีมฝ่าแนวป้องกัน มุ่งตรงเข้าสู่ใจกลางกองทัพดาร์กแอสเตอร์

ขณะเดียวกัน เรือธงของโรแนนยังคงเคลื่อนตัวลงสู่พื้นผิวของแซนดาร์อย่างต่อเนื่อง แม้โนวาคอร์ปจะพยายามสร้างแนวป้องกันอย่างเต็มกำลัง แต่ก็ยากจะต้านทานได้นาน

จังหวะดนตรีที่ตึงเครียดทำให้ทุกคนกลั้นหายใจ ราวกับได้ยินเสียงนาฬิกานับถอยหลัง

ทีมของสตาร์ลอร์ดถูกกลุ่มดาวเคราะห์น้อยขวางทางอยู่ภายในอุโมงค์ ความเร็วในการบุกจึงช้าลง

ส่วนโรแนนก็ออกคำสั่งอย่างไม่รีรอ

“เริ่มโจมตีดาวเคราะห์ได้!”

ฝูงยานรบไร้วิญญาณนับไม่ถ้วนพุ่งเข้าหาเมืองดุจอุกกาบาต เปลวไฟจากการระเบิดพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าราวกับพลุไม่หยุดสาย ทำให้ผู้คนจำนวนมากรู้สึกสิ้นหวัง

ดนตรีประกอบค่อย ๆ ไต่ระดับสู่จุดสูงสุด ทุกวินาทีดึงหัวใจของผู้ชมให้เต้นแรงขึ้น

ภายในยานอวกาศ สตาร์ลอร์ดและพรรคพวกสามารถบุกเข้าไปถึงห้องควบคุมได้สำเร็จ

และในเวลานั้นเอง โรแนนผู้เป็นจอมทำลายล้างก็ปรากฏตัวต่อหน้าพวกเขา

เขาหันหลังให้ทุกคน จ้องมองแซนดาร์ที่อยู่นอกหน้าต่างอย่างแน่วแน่ เชื่อมั่นว่าดาวเคราะห์ดวงนี้กำลังจะถูกเขาทำลายจนสิ้นซาก

โรแนนค่อย ๆ หันกลับมา มือกำค้อนศึกเอาไว้แน่น ดวงตาเต็มไปด้วยแสงอำมหิตเย็นเยียบ

สตาร์ลอร์ดไม่ลังเลแม้แต่น้อย รีบยิงกระสุนพลังงานใส่เขาทันที

กระสุนพุ่งเข้าจุดเป้าหมายอย่างแม่นยำ เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว ควันหนาและคลื่นกระแทกผลักสตาร์ลอร์ดกับพวกถอยไปหลายก้าว

แต่เมื่อควันจางหาย โรแนนกลับยืนขึ้นอีกครั้ง สายตาเย็นชาราวน้ำแข็ง

เขาไม่พูดอะไรสักคำ เพียงยกมือขึ้นปล่อยคลื่นพลังงานออกมา ซัดทุกคนกระเด็นปลิว

จากนั้น เรือธงของโรแนนก็พุ่งชนพื้นผิวดาวเคราะห์อย่างรุนแรง

ร็อคเก็ตพยายามเข้าไปช่วย แต่ไม่อาจทำอะไรได้ ทำได้เพียงปล่อยให้ตัวยานตกลงสู่พื้นพร้อมกัน

ขณะที่ทุกคนกำลังสิ้นหวัง กรูทก็เริ่มยืดกิ่งก้านนับไม่ถ้วนออกมา ท่ามกลางแสงเรืองรอง กิ่งไม้เหล่านั้นขยายตัวอย่างรวดเร็ว ก่อตัวเป็นเกราะทรงกลมแข็งแกร่ง ห่อหุ้มพรรคพวกทั้งหมดเอาไว้ภายใน

FB Page: Rubybibi นิยายแปล [ฝากติดตามเพจด้วยนะคะ]

……………

จบบทที่ บทที่ 140: หัวขโมยจะไปกอบกู้โลกได้ยังไง? (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว