- หน้าแรก
- มาร์เวล: จัดอันดับ 10 ซูเปอร์ฮีโร่
- บทที่ 140: หัวขโมยจะไปกอบกู้โลกได้ยังไง? (ฟรี)
บทที่ 140: หัวขโมยจะไปกอบกู้โลกได้ยังไง? (ฟรี)
บทที่ 140: หัวขโมยจะไปกอบกู้โลกได้ยังไง? (ฟรี)
มีคนกระซิบ
“เขายอมสละชีวิตเพื่อกาโมร่าจริง ๆ......ฉันเคยคิดว่าความรู้สึกที่เขามีต่อเธอเป็นแค่การแสดงเสียอีก”
อีกคนถอนหายใจ
“ครั้งนี้สตาร์ลอร์ดเปลี่ยนไปจริง ๆ เขาไม่ได้ให้ผลประโยชน์ของตัวเองมาก่อนอีกแล้ว”
“หรืออย่างที่ผู้เขียนบอก ตอนที่โลกกำลังเผชิญวิกฤต เขาสามารถลุกขึ้นมาแบกรับทุกอย่างได้”
มีคนข้าง ๆ พูดเสริม
“ใช่แล้ว เขาอาจไม่เหมือนอย่างที่พวกเราคิด”
“แต่หัวขโมยจะไปกอบกู้โลกได้ยังไง เรื่องนี้ฉันยังคิดไม่ออก”
อีกคนแทรกขึ้นมา
“อย่าลืมนะ ผู้เขียนเคยบอกว่าเขาเป็นครึ่งมนุษย์ครึ่งเทพไม่ใช่เหรอ?”
“จริงด้วย! ถ้าไม่พูดฉันก็เกือบลืมแล้ว ทำไมถึงบอกว่าสตาร์ลอร์ดเป็นครึ่งเทพกัน?”
“คงอธิบายทีหลังมั้ง”
“แต่ตอนนี้ฉันสนใจอย่างเดียว ต่อจากนี้เขาจะรอดยังไง? เขาห้ามตายแบบนี้เด็ดขาด!”
ในช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้ ความประทับใจที่ผู้คนมีต่อสตาร์ลอร์ดได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ครั้งหนึ่งเขาเคยถูกมองว่าเป็นหัวขโมยเห็นแก่ตัว
แต่ตอนนี้ เขายอมละทิ้งโอกาสรอดชีวิตของตัวเอง เพียงเพื่อแลกกับความปลอดภัยของกาโมร่า
การกระทำเช่นนี้ทำให้ผู้คนมองเขาในมุมใหม่
ขณะเดียวกัน ความกังวลก็ขยายตัวขึ้นอีก เมื่อไร้การปกป้องจากหน้ากากออกซิเจนแล้ว สตาร์ลอร์ดจะมีชีวิตรอดในอวกาศได้อย่างไร?
ขณะที่ทุกคนกำลังจมอยู่ในความวิตกกังวลและสิ้นหวัง หน้าจอที่กำลังกะพริบแสงก็เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นอีกครั้ง
ผู้คนต่างเงยหน้ามองพร้อมกัน จับจ้องภาพบนจออย่างไม่กะพริบตา
ลำแสงสว่างหลายสายพุ่งทะลุความมืดมิดของจักรวาล ก่อนที่ยานอวกาศขนาดมหึมาจะค่อย ๆ ปรากฏขึ้น
ภายในห้องควบคุม ร่างของยอนดูมองเห็นได้อย่างชัดเจน
“ยอนดู! พ่อบุญธรรมของสตาร์ลอร์ด! พวกเขารอดแล้ว!”
“ฉันรู้อยู่แล้วว่าสตาร์ลอร์ดไม่ตายง่าย ๆ หรอก”
“แต่ลูกแก้วจักรวาลถูกโรแนนชิงไปแล้ว วิกฤตที่ใหญ่กว่ากำลังจะมา......”
การปรากฏตัวของยอนดูทำให้ทุกคนโล่งใจ แต่ก็ทำให้ตระหนักเช่นกันว่า หลังจากโรแนนได้ลูกแก้วจักรวาลไปแล้ว แซนดาร์และทั้งกาแล็กซีกำลังเผชิญภัยคุกคามครั้งใหญ่
ภาพดำเนินต่อไป ยานอวกาศกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง
กาโมร่าพูดอย่างหนักแน่น
“พวกเราต้องหยุดโรแนน”
แต่ร็อคเก็ตกลับตั้งคำถามอย่างไม่ไว้หน้า
“จะหยุดยังไง? ตอนนี้เขาถือมณีอยู่ในมือแล้ว ทำลายดาวเคราะห์ทั้งดวงยังง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือ พวกเราไม่มีทางสู้เขาได้เลย”
สตาร์ลอร์ดพยายามอธิบายว่าเขามีแผนอยู่แล้ว แต่กลับถูกร็อคเก็ตปฏิเสธทันที
“ฉันไม่เชื่อหรอกว่านายจะมีแผนที่พึ่งพาได้!”
• ·········
แม้สตาร์ลอร์ดจะพยายามโน้มน้าวอย่างเต็มที่ แต่ทั้งกาโมร่าและร็อคเก็ตก็ยังเต็มไปด้วยความสงสัย จนถึงขั้นอดประชดประชันไม่ได้
บรรยากาศตึงเครียดภายในยานค่อย ๆ คลี่คลายลง
ผู้คนไม่ได้สนใจคำประชดของร็อคเก็ต แต่กลับจ้องมองใบหน้าของสตาร์ลอร์ด และมองเห็นความมุ่งมั่นบางอย่างในดวงตาของเขา
เห็นได้ชัดว่า สตาร์ลอร์ดต้องการหยุดยั้งโรแนนจากใจจริง
“ดูพวกเราสิ”
สตาร์ลอร์ดพูดด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง
“พวกเราทุกคนสูญเสียอะไรมามากเกินไป บ้าน คนที่รัก ชีวิตธรรมดา ๆ”
“ชีวิตมักพรากอะไรไปจากพวกเราเสมอ แต่วันนี้ไม่เหมือนกัน มันมอบโอกาสให้พวกเรา”
“โอกาสอะไร?”
มีคนถามเบา ๆ
“โอกาสที่จะเลือกความถูกต้อง”
“ครั้งนี้ พวกเราจะไม่หนีอีกแล้ว”
“ฉันจะไม่ยอมปล่อยให้โรแนนสังหารผู้บริสุทธิ์นับหมื่นนับล้านคนเด็ดขาด”
คำพูดเหล่านี้ราวกับเปลวไฟที่จุดประกายบรรยากาศขึ้นมา
ดนตรีประกอบค่อย ๆ ดังขึ้น ราวกับส่องให้เห็นเด็กหนุ่มผู้หลงทางคนหนึ่งกำลังพยายามเดินไปสู่แสงสว่าง
ผู้ชมต่างรู้สึกสะเทือนใจ สัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงจากภายในของสตาร์ลอร์ด
เขากำลังพยายามเป็นคนที่ดีกว่าเดิม และอาจกลายเป็นฮีโร่ได้จริง ๆ
แต่คำพูดต่อมาของร็อคเก็ตก็ดึงความหวังกลับสู่ความจริง
“ควิลล์ การหยุดโรแนนก็ไม่ต่างจากการไปตาย พวกเราไม่มีทางชนะหรอก”
นี่ไม่ใช่ความท้อแท้ แต่เป็นการประเมินตามความเป็นจริง
พวกเขาไม่มีทั้งอุปกรณ์และพลังมากพอ การเผชิญหน้ากับโรแนนที่ครอบครองมณีอยู่แทบเป็นไปไม่ได้
สตาร์ลอร์ดไม่ได้โต้ตอบ มีเพียงความเงียบ
ทั้งทีมจมอยู่ในความเงียบอันหนักอึ้ง แม้แต่ผู้ชมที่ดูวิดีโอก็ยังรู้สึกไร้พลัง
หรือว่ามันจะไม่มีทางออกจริง ๆ?
ในตอนนั้นเอง เสียงบรรยายของหลินเฟิงก็ดังขึ้น จุดประกายความหวังขึ้นมาอีกครั้ง
“ในที่สุดสตาร์ลอร์ดก็เลิกหนี และตัดสินใจคว้าโอกาสนี้ไว้เพื่อทำสิ่งดี ๆ อย่างแท้จริง”
“แต่เขาจะยอมแพ้ง่าย ๆ เหรอ?”
“ไม่มีทาง!”
ทันทีที่เสียงนั้นจบลง เสียงดนตรีทุ้มต่ำก็ดังขึ้น
ผู้ชมทั่วทั้งจักรวาลราวกับมองเห็นลำแสงหนึ่งในความมืด หายใจถี่ขึ้น รูขุมขนลุกซู่ และหัวใจพลุ่งพล่านดั่งคลื่นทะเล
ความคาดหวังของทุกคนพุ่งขึ้นถึงขีดสุด ต่างอยากรู้ว่าสตาร์ลอร์ดจะรับมือกับโรแนนอย่างไร
“ฉันใช้ชีวิตต่อสู้มาตลอด หากได้ตายเคียงข้างเพื่อน ๆ ฉันก็ไม่เสียใจแล้ว”
กาโมร่าลุกขึ้นยืนท่ามกลางความเงียบ แดร็กซ์กับกรูทก็เดินตามมาทันที
ดนตรีประกอบยิ่งดังขึ้น จังหวะเร้าใจ ผู้ชมเลือดสูบฉีด ความเคารพนับถือก่อเกิดขึ้นอีกครั้ง
พวกเขารู้ดีว่าเบื้องหน้าคือหนทางไร้ทางรอด แต่ไม่มีใครถอย และไม่มีใครยอมดูผู้บริสุทธิ์นับล้านถูกโรแนนสังหาร
พวกเขาเลือกเผชิญหน้าร่วมกัน แม้จุดจบอาจเป็นความตายก็ตาม
“ไม่ใช่แค่สตาร์ลอร์ด พวกเขาทุกคนต่างก็เป็นฮีโร่!”
“ถูกต้อง! เพื่อชีวิตของชาวแซนดาร์ พวกเขาไม่กลัวความตายเลยสักนิด สมควรได้รับความเคารพสูงสุด!”
“เสียสละตัวเองเพื่อปกป้องผู้อื่น นี่คือแสงสว่างที่ฮีโร่ทุกคนมีร่วมกัน”
ขณะที่ผู้คนต่างแสดงความเคารพ ภายในภาพ สตาร์ลอร์ดก้าวเดินไปข้างหน้า ส่วนกาโมร่าและคนอื่น ๆ ก็เดินตามมาติด ๆ
ภาพนี้ทำให้หลายคนนึกถึงช่วงเวลาอันยิ่งใหญ่ของอเวนเจอร์สในศึกข้ามกาลเวลา
ดนตรีประกอบเปลี่ยนเป็นหนักแน่นและมั่นคง ราวกับกองทัพมดกำลังเคลื่อนพล แม้จะเล็กจ้อยดุจเม็ดทราย แต่กลับกล้าเผชิญหน้าสิ่งยิ่งใหญ่โดยไม่ถอย
ภาพตัดสลับอีกครั้ง เรือธงขนาดมหึมาของโรแนนปรากฏราวกับภูเขากดทับอยู่เหนือท้องฟ้าของแซนดาร์
เพียงมองแวบเดียวก็ทำให้รู้สึกอึดอัดจนหายใจไม่ออก
สตาร์ลอร์ดและกองเรือของยอนดูพุ่งเข้าสู่สนามรบกะทันหัน ทำให้ผู้ชมทุกคนฮึกเหิมขึ้นทันที
ยานรบของพวกเขาระดมยิงกระสุนแสงใส่เรือธงของโรแนน การระเบิดก่อเป็นม่านแสงสีส้มขนาดใหญ่ ปิดบังทัศนวิสัยของอีกฝ่ายในชั่วพริบตา
ฉวยโอกาสนี้ สตาร์ลอร์ดนำทีมฝ่าแนวป้องกัน มุ่งตรงเข้าสู่ใจกลางกองทัพดาร์กแอสเตอร์
ขณะเดียวกัน เรือธงของโรแนนยังคงเคลื่อนตัวลงสู่พื้นผิวของแซนดาร์อย่างต่อเนื่อง แม้โนวาคอร์ปจะพยายามสร้างแนวป้องกันอย่างเต็มกำลัง แต่ก็ยากจะต้านทานได้นาน
จังหวะดนตรีที่ตึงเครียดทำให้ทุกคนกลั้นหายใจ ราวกับได้ยินเสียงนาฬิกานับถอยหลัง
ทีมของสตาร์ลอร์ดถูกกลุ่มดาวเคราะห์น้อยขวางทางอยู่ภายในอุโมงค์ ความเร็วในการบุกจึงช้าลง
ส่วนโรแนนก็ออกคำสั่งอย่างไม่รีรอ
“เริ่มโจมตีดาวเคราะห์ได้!”
ฝูงยานรบไร้วิญญาณนับไม่ถ้วนพุ่งเข้าหาเมืองดุจอุกกาบาต เปลวไฟจากการระเบิดพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าราวกับพลุไม่หยุดสาย ทำให้ผู้คนจำนวนมากรู้สึกสิ้นหวัง
ดนตรีประกอบค่อย ๆ ไต่ระดับสู่จุดสูงสุด ทุกวินาทีดึงหัวใจของผู้ชมให้เต้นแรงขึ้น
ภายในยานอวกาศ สตาร์ลอร์ดและพรรคพวกสามารถบุกเข้าไปถึงห้องควบคุมได้สำเร็จ
และในเวลานั้นเอง โรแนนผู้เป็นจอมทำลายล้างก็ปรากฏตัวต่อหน้าพวกเขา
เขาหันหลังให้ทุกคน จ้องมองแซนดาร์ที่อยู่นอกหน้าต่างอย่างแน่วแน่ เชื่อมั่นว่าดาวเคราะห์ดวงนี้กำลังจะถูกเขาทำลายจนสิ้นซาก
โรแนนค่อย ๆ หันกลับมา มือกำค้อนศึกเอาไว้แน่น ดวงตาเต็มไปด้วยแสงอำมหิตเย็นเยียบ
สตาร์ลอร์ดไม่ลังเลแม้แต่น้อย รีบยิงกระสุนพลังงานใส่เขาทันที
กระสุนพุ่งเข้าจุดเป้าหมายอย่างแม่นยำ เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว ควันหนาและคลื่นกระแทกผลักสตาร์ลอร์ดกับพวกถอยไปหลายก้าว
แต่เมื่อควันจางหาย โรแนนกลับยืนขึ้นอีกครั้ง สายตาเย็นชาราวน้ำแข็ง
เขาไม่พูดอะไรสักคำ เพียงยกมือขึ้นปล่อยคลื่นพลังงานออกมา ซัดทุกคนกระเด็นปลิว
จากนั้น เรือธงของโรแนนก็พุ่งชนพื้นผิวดาวเคราะห์อย่างรุนแรง
ร็อคเก็ตพยายามเข้าไปช่วย แต่ไม่อาจทำอะไรได้ ทำได้เพียงปล่อยให้ตัวยานตกลงสู่พื้นพร้อมกัน
ขณะที่ทุกคนกำลังสิ้นหวัง กรูทก็เริ่มยืดกิ่งก้านนับไม่ถ้วนออกมา ท่ามกลางแสงเรืองรอง กิ่งไม้เหล่านั้นขยายตัวอย่างรวดเร็ว ก่อตัวเป็นเกราะทรงกลมแข็งแกร่ง ห่อหุ้มพรรคพวกทั้งหมดเอาไว้ภายใน
FB Page: Rubybibi นิยายแปล [ฝากติดตามเพจด้วยนะคะ]
……………