- หน้าแรก
- มาร์เวล: จัดอันดับ 10 ซูเปอร์ฮีโร่
- บทที่ 120: ข้าไม่มีทางรักตัวเองหรอก! (ฟรี)
บทที่ 120: ข้าไม่มีทางรักตัวเองหรอก! (ฟรี)
บทที่ 120: ข้าไม่มีทางรักตัวเองหรอก! (ฟรี)
ทั่วทุกมุมจักรวาล ผู้ชมนับไม่ถ้วนรู้สึกเลือดสูบฉีด ความตื่นเต้นทำให้ขนลุกไปทั้งตัว อารมณ์คาดหวังพุ่งขึ้นถึงจุดสูงสุด
ไม่มีใครคิดเลยว่าโลกิจะได้พบรักแท้ที่โชคชะตากำหนดไว้
ทุกคนแทบรอไม่ไหวที่จะรู้ว่าคนที่โลกิรักคือใครกันแน่
ในเวลานี้ วิดีโอยังคงเล่นต่อไป
เพราะโลกิตกลงช่วยม็อบเบียส ม็อบเบียสจึงเริ่มอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับ “โลกิระดับสูงกว่า” ที่พวกเขากำลังตามล่า
จากนั้น ภาพของโลกิในรูปแบบต่าง ๆ ก็ปรากฏขึ้นต่อเนื่อง...
มีทั้งโลกิที่เป็นยักษ์น้ำแข็ง โลกิที่ถือถ้วยแชมป์ และแม้แต่โลกิที่มีผิวสีเขียว รูปร่างกำยำราวกับฮัลค์...
ภาพเหล่านี้ไม่เพียงทำให้โลกิในวิดีโอรู้สึกสนใจ แต่ยังจุดประกายความอยากรู้อยากเห็นของผู้ชมทุกคน โลกิที่พวกเขากำลังตามล่าอยู่ จะเป็นแบบไหนกันแน่?
“โอ้พระเจ้า! นี่มันทำลายความเข้าใจของฉันไปหมดเลย! มีโลกิตั้งหลายเวอร์ชั่นจริง ๆ ด้วย!”
“เหลือเชื่อเกินไปแล้ว โลกิเวอร์ชั่นยักษ์เขียวนั่นดูตลกมาก!”
“พวกนายว่า โลกิที่พวกเขาตามล่าจะเกี่ยวข้องกับความรักของโลกิหรือเปล่า?”
“หรือว่า... โลกิปริศนาคนนั้นเป็นผู้หญิง?”
“ว้าว! เป็นไปได้มากเลยนะ! หรือว่าโลกิจะตกหลุมรักตัวเองอีกคน?”
“บรรยากาศเริ่มตึงเครียดแล้วสิ! พอพวกนายพูดแบบนี้ ฉันยิ่งตื่นเต้นกว่าเดิมอีก...”
[โลกิ] : “ข้าไม่มีทางรักตัวเองหรอก! พวกคนเพี้ยนพวกนี้หุบปากไปเลย!!”
“เลิกเถียงเถอะ พวกเราเริ่มตั้งตารอเนื้อเรื่องต่อแล้ว! ฮ่า ๆ ๆ!”
เมื่อเห็นโลกิในรูปลักษณ์แปลกประหลาดต่าง ๆ ผู้ชมต่างปล่อยจินตนาการออกมาเต็มที่ และเริ่มเชื่อมโยงโลกิปริศนากับ “ความรักแห่งโชคชะตา” อย่างรวดเร็ว
หลายคนคาดเดาว่า โลกิปริศนาคนนั้นน่าจะเป็นเวอร์ชั่นผู้หญิง
เมื่อคิดถึงตรงนี้ หัวใจของทุกคนก็เต้นแรงขึ้น หายใจถี่ด้วยความตื่นเต้น รอคอยอย่างบ้าคลั่งว่าความจริงจะเป็นอย่างที่พวกเขาคิดหรือไม่
ไม่นานนัก เนื้อเรื่องก็ดำเนินต่อ
โลกิยื่นเงื่อนไขให้ม็อบเบียส
“ถ้าข้าจับนักโทษเวลาปริศนาคนนั้นได้ เจ้าต้องจัดให้ข้าได้พบกับผู้พิทักษ์เวลา”
แต่ม็อบเบียสไม่ตอบรับคำขอนั้น และเลี่ยงตอบเรื่องผู้พิทักษ์เวลาโดยตรง
แม้คำขอจะถูกปฏิเสธ โลกิก็ยังตัดสินใจช่วยในการไล่ล่า
ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของผู้คน เขาอาศัยสติปัญญาและประสบการณ์ วิเคราะห์จนพบที่ซ่อนของนักโทษเวลาได้อย่างแม่นยำ สถานที่เกิดเหตุการณ์วันสิ้นโลกแห่งหนึ่ง
หลังผ่านการตรวจสอบหลายขั้นตอน โลกิไม่เพียงได้รับการยอมรับจากม็อบเบียส แต่ยังเปิดเผยความเป็นไปได้รูปแบบใหม่ออกมาด้วย
ดนตรีประกอบเริ่มเร่งจังหวะ บรรยากาศตึงเครียดราวกับกลองศึก ผู้ชมต่างกลั้นหายใจ รอคอยการพบกันระหว่างโลกิกับโลกิปริศนา
เสียงฟ้าร้องคำราม พายุฝนเทกระหน่ำ โลกิและม็อบเบียสเดินเข้าไปในซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่ง
ทันทีที่ก้าวเข้าไปข้างใน พลังเวทของโลกิก็กลับคืนมา
แม้ม็อบเบียสกับหัวหน้าหญิงจะมีความเห็นไม่ตรงกัน แต่โลกิก็ยังถูกจัดให้ออกปฏิบัติการร่วมกับหัวหน้าทีม
ทั้งที่เขาสามารถหลบหนีได้ แต่เพราะต้องการเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของโลกิอีกคน เขาจึงเลือกอยู่ต่อ
จู่ ๆ ดนตรีประกอบก็หยุดลงกะทันหัน ราวกับมีคนเหยียบเบรกฉุกเฉิน ทำให้ผู้ชมสะดุ้งตาม
ร่างหนึ่งปรากฏขึ้นในภาพ ทันทีที่หัวหน้าทีมสัมผัสกับอีกฝ่าย แสงสีเขียวก็ปรากฏขึ้น พร้อมรอยยิ้มประหลาดบนใบหน้า
ผู้ชมเข้าใจทันทีว่า โลกิปริศนาคนนี้มีความสามารถในการย้ายจิตสำนึก และตอนนี้ได้สิงร่างหัวหน้าทีมเรียบร้อยแล้ว
“งั้นเจ้าก็คือคนโง่ที่หน่วยงานควบคุมความแปรปรวนของเวลาส่งมาจับข้าสินะ?”
“ก็คง... ใช่มั้ง”
“ฟังนะ ทุกคนต่างก็มีบทบาทของตัวเอง และเจ้า... ก็คือข้า”
คนหนึ่งเดินนำ อีกคนเดินตาม ทั้งสองเผชิญหน้ากันภายใต้แสงไฟสลัว
ระหว่างที่เดินต่อไป สิ่งมีชีวิตที่ถูกเรียกว่า “โลกิปริศนา”
ก็เปลี่ยนร่างที่สิงอยู่ไปมาอย่างกะทันหัน แต่ยังคงท่าทีสบาย ๆ เช่นเดิม
ในเวลานั้นเอง โลกิเป็นฝ่ายเปิดปากก่อน และสารภาพแผนการของตัวเอง
“ข้าจะโค่นผู้พิทักษ์เวลา และสำหรับเรื่องนั้น ข้าต้องการผู้ช่วยที่สามารถร่วมต่อสู้เคียงข้างกันได้”
อีกฝ่ายถามกลับด้วยน้ำเสียงแฝงความสนใจ
“คนที่เจ้าพูดถึง... คือข้าเหรอ?”
หลังจากประโยคนั้น ทุกอย่างก็เป็นไปตามที่ผู้ชมคาดไว้ เป้าหมายของโลกิหมายเลข 97 พุ่งตรงไปที่หน่วยงานควบคุมความแปรปรวนของเวลาและเหล่าผู้พิทักษ์เวลา
ขณะที่ทุกคนคิดว่าโลกิทั้งสองกำลังจะจับมือร่วมมือกัน โลกิปริศนากลับเงียบไป หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เธอกลับปฏิเสธข้อเสนอของโลกิโดยตรง
ไม่ว่าโลกิจะพยายามโน้มน้าวอย่างไร อีกฝ่ายก็ไม่หวั่นไหว สุดท้ายถึงกับสิงร่างชายร่างกำยำคนหนึ่ง แล้วเหวี่ยงโลกิล้มลงกับพื้น
เมื่อโลกิลุกขึ้นมาอีกครั้ง ภาพก็ค่อย ๆ หมุนไปด้านหลังของเขา มีเงาสีดำยืนอยู่ไม่ไกล
ดนตรีประกอบค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นหนักแน่นและลึกลับ ราวกับกำลังประกาศการมาถึงของตัวละครสำคัญ ทำให้หัวใจผู้ชมเต้นเร็วขึ้นด้วยความตื่นเต้น อยากเห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของโลกิปริศนา
เมื่อดนตรีพุ่งถึงจุดสูงสุด เงาดำนั้นก็ยกมือขึ้นดึงหมวกคลุมลง
เมื่อใบหน้าของเธอถูกเปิดเผยอย่างสมบูรณ์ กาลเวลาและอวกาศราวกับสั่นสะเทือนไปพร้อมกัน
มีคนตะโกนด้วยความตื่นเต้น
“ดูสิ! ฉันรู้อยู่แล้ว! เป็นโลกิเวอร์ชั่นผู้หญิงจริง ๆ ด้วย!”
บางคนหัวเราะลั่น
“ไม่คิดเลยว่าโลกิจะตกหลุมรักตัวเองอีกคน พล็อตนี้น่าสนใจเกินไปแล้ว!”
ผู้ชมจำนวนไม่น้อยถอนหายใจ
“การหาคนที่เข้าใจกันจริง ๆ ไม่ใช่เรื่องง่าย โลกิ คราวนี้ต้องคว้าโอกาสเอาไว้นะ!”
ผู้คนมากขึ้นเรื่อย ๆ เริ่มสนใจพัฒนาการความสัมพันธ์ระหว่างโลกิและโลกิหญิง ต่างเฝ้ารอว่าท้ายที่สุดทั้งคู่จะลงเอยกันอย่างไร
แม้โลกิหญิงจะปฏิเสธการร่วมมือชั่วคราว แต่การที่เธอยังคงต่อต้านหน่วยงานควบคุมความแปรปรวนของเวลาอย่างต่อเนื่อง ก็เหมือนกำลังบอกเป็นนัยว่าอนาคตทั้งสองอาจยังร่วมมือกันได้
ท่ามกลางเสียงหัวเราะและความคาดหวัง ผู้คนต่างเฝ้ามองความสัมพันธ์ของโลกิกับโลกิหญิง และรอวันที่ทั้งคู่จะจับมือกันโค่นระเบียบแห่งกาลเวลา
อย่างไรก็ตาม
ในจังหวะนั้นเอง สถานการณ์กลับเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่
สิ่งของที่เป็นจุดสำคัญของเส้นเวลาในซูเปอร์มาร์เก็ตหายไปอย่างกะทันหัน ดนตรีประกอบเปลี่ยนเป็นตึงเครียดและเต็มไปด้วยลางร้ายในทันที
ภายในหน่วยงานควบคุมความแปรปรวนของเวลา เส้นเวลาหลักสีแดงซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเส้นเวลาศักดิ์สิทธิ์ เริ่มแตกแขนงออกเป็นเส้นย่อยนับไม่ถ้วน ราวกับกำลังถูกโจมตีอย่างรุนแรง
ผู้ชมตระหนักได้ทันทีว่านี่เป็นฝีมือของโลกิหญิง ทำให้อารมณ์ยิ่งพุ่งสูงขึ้น ต่างอยากรู้ว่าเธอกำลังวางแผนอะไร และจะสามารถจับมือกับโลกิเพื่อโค่นล้มองค์กรยักษ์ใหญ่อันน่าสะพรึงนี้ได้หรือไม่
ภาพตัดกลับมาอีกครั้ง โลกิหญิงเปิดประตูเวลาแล้วเดินเข้าไป
โลกิชะงักอยู่หน้าประตูครู่หนึ่ง ขณะที่ม็อบเบียสกำลังวิ่งตามมา พร้อมตะโกนเรียกสุดเสียงเพื่อหยุดเธอ แต่โลกิไม่ฟัง และก้าวตามโลกิหญิงเข้าไปในประตูนั้นทันที
ดนตรีประกอบพุ่งสู่จุดสูงสุดในขณะนั้น ทำให้ผู้คนแทบลืมหายใจ อยากรู้เหลือเกินว่าทั้งสองจะมุ่งหน้าไปที่ใด
จากนั้นฉากก็ตัดกลับไปยังหน่วยงานควบคุมความแปรปรวนของเวลา…
เนื่องจากเส้นเวลาศักดิ์สิทธิ์ถูกโจมตี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยส่วนใหญ่จึงถูกดึงกำลังออกไป โลกิหญิงอาศัยจังหวะนั้นบุกทะลวงเข้ามา จนมาถึงหน้าลิฟต์สีทองตัวหนึ่ง
ขณะที่เธอกำลังจะเข้าไป โลกิก็ปรากฏตัวขึ้นกะทันหัน พร้อมประกาศว่าตัวเองก็ต้องการพบผู้พิทักษ์เวลาเช่นกัน
ในเวลานั้นเอง ผู้พิพากษาปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน โลกิหญิงรีบจับโลกิเป็นตัวประกัน และสั่งให้อีกฝ่ายถอยออกไป
แต่ผู้พิพากษากลับไม่ใส่ใจ และยังคงเดินเข้ามา
ในช่วงเวลาอันคับขัน โลกิหญิงฉวยเครื่องควบคุมเวลาของโลกิไป ทั้งสองถูกส่งตัวไปยังดินแดนวันสิ้นโลกที่ไม่รู้จักแห่งหนึ่งพร้อมกัน
สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ เครื่องควบคุมเวลาแสดงว่าพลังงานหมดลง ทำให้พวกเขาไม่สามารถเปิดประตูเวลาได้อีก
นอกหน้าต่าง อุกกาบาตร่วงหล่นดั่งสายฝน ทั่วฟ้าดินเต็มไปด้วยภาพวันสิ้นโลก
เมื่อเห็นภาพนั้น ผู้คนต่างรู้สึกสิ้นหวังขึ้นมาในใจ และอดเป็นห่วงชะตากรรมของโลกิไม่ได้
โชคดีที่โลกิหญิงคิดวิธีขึ้นมาได้ เธอวางแผนใช้พลังงานมหาศาลจากยานอวกาศอาร์ก เพื่อชาร์จเครื่องควบคุมเวลาและหาโอกาสหลบหนี
ทั้งสองจึงขึ้นรถไฟและมุ่งหน้าไปยังจุดหมาย
FB Page: Rubybibi นิยายแปล [ฝากติดตามเพจด้วยนะคะ]
……………