- หน้าแรก
- เทรนเนอร์เงาแห่งโลกโปเกมอน
- บทที่ 3 - โลกแห่งความเป็นจริง
บทที่ 3 - โลกแห่งความเป็นจริง
บทที่ 3 - โลกแห่งความเป็นจริง
บทที่ 3 - โลกแห่งความเป็นจริง
༺༻
วันรุ่งขึ้น
แสงแดดสดใสปลุกเซี่ยเหยี่ยนให้ตื่นจากการหลับใหล
เมื่อตื่นขึ้นมา ความรู้สึกสดชื่นมีมากกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด ร่างกายก็ไม่ได้รู้สึกไม่สบายอะไร การตากฝนเมื่อวานไม่ได้ทำให้เขาเป็นหวัดล้มป่วย ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี
"มิว มิว..."
ตรงปลายเท้า บีเดิลที่ตื่นก่อนเขาไปก้าวหนึ่ง ไม่รู้ว่าไปลากเอากิ่งไม้มาจากไหน ใบไม้สีเขียวชอุ่มที่ผ่านการชะล้างจากสายฝนส่งกลิ่นหอมสดชื่น
บีเดิลเอาหัวดันขากางเกงของเซี่ยเหยี่ยน ราวกับจะบอกว่าไม่ต้องเกรงใจ
ที่ปลายเท้า ยังมีเศษใบไม้ที่เหลือจากการโดนแทะกินไปแล้ว
เซี่ยเหยี่ยนยิ้ม
"ขอบใจนะ" เขาหยิบกิ่งไม้ขึ้นมา เด็ดใบไม้ออกมาสองสามใบ แล้วยัดเข้าปากท่ามกลางสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหวังของบีเดิล
เคี้ยว
ความขมฝาดปนกลิ่นหอมสดชื่นแผ่ซ่านในปาก กระตุ้นต่อมรับรส และในขณะเดียวกันก็กระตุ้นกระเพาะที่ว่างเปล่าของเขาด้วย
บีเดิลยิ้มจนตาหยี มันเชิดหน้าขึ้นสูง รอคอยคำชมจากเซี่ยเหยี่ยน
ซึ่งเซี่ยเหยี่ยนก็ไม่ได้ทำให้มันผิดหวัง เขากลืนมันลงไปอย่างยากลำบาก ก่อนจะยิ้มพลางลูบหลังของบีเดิล
"ขอบใจนะบีเดิล อร่อยมากเลย"
"มิว มิว..." บีเดิลพยักหน้าเล็กๆ ของมันอย่างร่าเริง
เมื่อวานเซี่ยเหยี่ยนแบ่งอาหารให้มัน เพื่อเป็นการตอบแทน บีเดิลจึงออกไปหาอาหารตั้งแต่เช้าตรู่
ใบไม้พวกนี้มันเคยกินแล้ว ทั้งสดใหม่และอร่อยมาก
มันจึงตั้งใจเหลือไว้ให้บางส่วน
ของดีต้องแบ่งปัน
แม้ว่าใบไม้พวกนี้เมื่ออยู่ในปากของเซี่ยเหยี่ยน รสชาติอาจจะไม่น่าภิรมย์นักก็ตาม
แต่อย่างไรเสีย นี่ก็ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี มันแสดงให้เห็นว่าบีเดิลยอมรับการมีอยู่ของเซี่ยเหยี่ยนแล้ว ถึงได้แบ่งปันอาหารที่มีค่ามากสำหรับมันให้
และเซี่ยเหยี่ยนเองก็ใจดีมากที่ไม่ได้เปิดโปงเรื่องนี้ ไม่ได้บอกบีเดิลว่า อาหารของมนุษย์และโปเกมอนนั้นแตกต่างกัน
ในความรู้สึกของเขา การได้อยู่กับโปเกมอนที่ซื่อบริสุทธิ์ ให้ความรู้สึกดีกว่าการต้องรับมือกับพวกคนที่เอาแต่แก่งแย่งชิงดีในออฟฟิศเมื่อชาติก่อนตั้งเยอะ
"วันใหม่กับการเริ่มต้นใหม่ บีเดิล เราต้องพยายามกันหน่อยแล้วล่ะ" เซี่ยเหยี่ยนลุกขึ้นยืน ปัดฝุ่นและเศษหญ้าตามตัว
"มิว มิว!" บีเดิลพยักหน้าเห็นด้วย
เขาจับมันวางลงบนไหล่
เดินออกจากบ้านโทรมๆ มุ่งหน้าไปยังใจกลางเมืองจินหวง
แสงแดดกำลังดี
แต่อารมณ์ของเซี่ยเหยี่ยน กลับไม่ได้งดงามเหมือนแสงแดดยามเช้าเลย
"ขออภัยค่ะคุณผู้ชาย หลังจากการตรวจสอบ คุณไม่ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำสำหรับเทรนเนอร์ของสมาพันธ์ ขอให้คุณอุทิศตนเพื่อสมาพันธ์ให้มากขึ้น และได้เป็นเทรนเนอร์ที่ลงทะเบียนโดยเร็วนะคะ"
ภายในอาคารเทรนเนอร์สมาพันธ์ เซี่ยเหยี่ยนในชุดสุดแปลกประหลาด ถูกพนักงานที่ฉีกยิ้มตามหน้าที่ปฏิเสธเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้
หลังจากตรวจสอบสถานะของเขา และสังเกตการแต่งกายตลอดจนหน้าตาอย่างละเอียด คำตอบของพนักงานก็มีเพียงประโยคเดียว
ไม่ผ่านเกณฑ์ อุทิศตนให้สมาพันธ์ให้มากขึ้น
เป็นประโยคมาตรฐานที่แข็งทื่อยิ่งกว่าพนักงานรับสายอัตโนมัติเสียอีก
"แล้วต้องทำยังไงถึงจะถือว่าผ่านเกณฑ์ล่ะครับ..." เซี่ยเหยี่ยนยังคงไม่ยอมแพ้
แต่คนที่ต่อแถวอยู่ด้านหลังเขากลับทนไม่ไหวแล้ว
"พอได้แล้วมั้ง แต่งตัวหยั่งกะขอทาน พกบีเดิลที่เกลื่อนกลาดไปทั่วถนนมาตัวเดียวแล้วริจะมาสมัครเป็นเทรนเนอร์ลงทะเบียนของสมาพันธ์ แกกินยาลืมเขย่าขวดหรือไง?"
เซี่ยเหยี่ยนหันขวับไปมอง ด้านหลังเขาเป็นชนชั้น "อีลีท" ของสังคมที่ใส่สูทสีดำ หวีผมเรียบแปล้ มองเขาด้วยสายตาเหยียดหยาม ข้างกายมีเด็กอายุราว 13-14 ปี ที่กำลังโยนโปเกบอลเล่นในมือเดินตามมาด้วย
เมื่อสบเข้ากับสายตาที่เย็นชาของเซี่ยเหยี่ยน ความเหยียดหยามบนใบหน้าของคนผู้นั้นก็ยิ่งปรากฏชัดขึ้น
"มองอะไร?"
เซี่ยเหยี่ยนลุกขึ้นยืนด้วยใบหน้าเรียบเฉย แล้วยอมหลีกทางให้
ชายคนนั้นเบ้ปาก เอามือปัดเก้าอี้อย่างรังเกียจ หยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาปูรองบนเก้าอี้ แล้วถึงดึงลูกให้ลงนั่ง
"สวัสดีครับคุณผู้หญิง ลูกของผมมาสมัครเป็นเทรนเนอร์ นี่คือโปเกมอนของเขาสองตัว แมนคีกับมาชอป ส่วนนี่คือรายการเดินบัญชีธนาคารย้อนหลังห้าปีของผม นี่คือใบรับรองการบริจาคในนามของเขา และที่สำคัญที่สุดคือตรงนี้ เงินสำรองโปเกมอนที่ฝากครบสิบปี แล้วก็พวกเอกสารจุกจิกอีกนิดหน่อย..."
ผู้ชายคนนั้นหยิบเอกสารที่เตรียมมาอย่างครบถ้วนปึกใหญ่ออกมาจากกระเป๋าเอกสาร
ในที่สุด บนใบหน้าของพนักงานก็มีอารมณ์ความรู้สึกที่นอกเหนือจากรอยยิ้มตามหน้าที่ปรากฏขึ้นบ้าง
"กรุณารอสักครู่นะคะ"
เซี่ยเหยี่ยนที่ยืนดูอยู่ครู่หนึ่งสีหน้ายังคงไม่เปลี่ยนไป แต่บีเดิลที่เกาะอยู่บนไหล่ กลับสัมผัสได้ถึงความโกรธที่ถูกกดทับไว้ก้นบึ้งหัวใจของเขา รวมถึงความเย้ยหยันต่อระบบของสมาพันธ์
บีเดิลเอาหัวถูไถคอเขาเบาๆ
เซี่ยเหยี่ยนพ่นลมหายใจออกมา เอ่ยเสียงเรียบ "ผมไม่เป็นไรหรอก"
เขาหันหลังเดินจากมา
ด้านหลัง ยังคงได้ยินเสียงลอยแว่วมา "เจ้าลูกหมา ต่อไปลูกก็เป็นเทรนเนอร์แล้วนะ พรุ่งนี้พ่อจะส่งไปโรงเรียนโปเกมอน ตั้งใจดูตั้งใจเรียนให้ดีล่ะ ไม่งั้นโตขึ้นจะกลายเป็นเหมือนไอ้คนเมื่อกี้..."
เมื่อเดินออกจากอาคารเทรนเนอร์
แสงแดดอบอุ่นสาดส่องลงบนร่างกาย แต่กลับไม่อาจส่องเข้าไปถึงจิตใจที่หนาวเหน็บของเขาได้
โปเกมอนสองตัวคือพื้นฐาน รายการเดินบัญชีธนาคารคือหลักฐานแสดงความมั่งคั่ง การบริจาคคือการอุทิศตนให้สมาพันธ์ เงินสำรองโปเกมอนสิบปีเต็มคือสิทธิ์ในการรับโปเกมอนเริ่มต้น
ใบหน้าของเขาปรากฏรอยยิ้มเย้ยหยันขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
"โลกที่ 'แข่งกันด้วยบารมีพ่อ' อีกแล้วสินะ"
"มิว?"
บีเดิลเอียงคอ ดวงตาเล็กๆ เต็มไปด้วยความสงสัย ไม่รู้ว่าสิ่งที่เซี่ยเหยี่ยนพูดหมายความว่าอย่างไร
"ไม่มีอะไรหรอก ถึงตอนแรกจะไม่ได้หวังอะไรมากอยู่แล้ว แต่พอโดนความจริงตบหน้าฉาดใหญ่เข้าให้ มันก็จุกเหมือนกันนะ"
เขาก้าวเท้าเดินต่อไป
ระบบของสมาพันธ์เป็นสิ่งที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานความจริงมากกว่าที่เขาคิดไว้เสียอีก
การเดินทางมาที่อาคารเทรนเนอร์ในครั้งนี้ เดิมทีเขาก็แค่กะมาลองดูเผื่อฟลุกเท่านั้น
เพราะหากเขาได้รับสถานะเป็นเทรนเนอร์ลงทะเบียนที่ได้รับการรับรองจากสมาพันธ์ การจะก้าวเดินบนเส้นทางเทรนเนอร์ก็จะง่ายขึ้นมาก
อย่างน้อย เขาก็สามารถใช้โปเกมอนเซ็นเตอร์ได้ฟรี และยังมีที่พักให้ฟรีอีกด้วย
ผลลัพธ์สุดท้ายเรียกได้ว่าไม่เหนือความคาดหมายเลยจริงๆ
เขามาถึงร้านขายของชำแห่งหนึ่ง
ใช้เงินไป 20 หยวน เพื่อซื้ออาหาร
ส่วนใหญ่เป็นอาหารที่เก็บรักษาง่ายและกินให้อิ่มท้องได้ ซึ่งส่วนใหญ่ก็คือขนมปัง
ถึงจะไม่อร่อย แต่ก็ประทังชีวิตไปได้สักสองสามวันอย่างไม่มีปัญหา
และสิ่งที่เขาต้องทำก็คือ ภายในเวลาสองสามวันนี้ เขาต้องหางานทำเงินให้ได้
เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เซี่ยเหยี่ยนจึงยอมตัดใจกัดฟันจ่ายค่ารถบัสไปอีก 2 หยวน เพื่อกลับไปยังที่พักอันแสนห่างไกลและทรุดโทรมในแถบชานเมือง
มองดูเงินในกระเป๋าที่เหลือเพียงเศษเหรียญไม่กี่อัน รวมแล้วมีแค่ 11 หยวน เขาก็เริ่มคิดหนักว่าควรจะหาโอกาสและเหตุผลอะไรไป "ยืม" เงินจากพวกนักเลงหน้าบากอีกสักหน่อยดีไหม
"ช่างเถอะ อย่าเสียเวลาเลย"
ตอนนี้เวลาไม่เพียงสำคัญต่อเขามากเท่านั้น แต่สำหรับบีเดิลที่มีระยะเวลาการเจริญเติบโตสั้นมากอยู่แล้ว มันยิ่งสำคัญกว่ามาก
เขาเดินตรงเข้าไปในป่าเล็กๆ หลังที่พัก
เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของชาวเมืองจินหวง ยิมของเมืองจินหวงได้ร่วมมือกับบริษัทใหญ่หลายแห่งในเมือง เพื่อดำเนินการกวาดล้างป่าบริเวณโดยรอบเป็นระยะๆ
ดังนั้น ป่าแห่งนี้จึงค่อนข้างปลอดภัย
เมื่อเข้ามาในป่า
เขาก็วางบีเดิลลงบนพื้น
เมื่อเหยียบลงบนกองใบไม้แห้งที่อ่อนนุ่ม ทุกย่างก้าวจะเกิดเสียง "กรอบแกรบ" ซึ่งทำให้บีเดิลรู้สึกแปลกใหม่มาก มันบิดตัวไปมาอย่างสนุกสนาน
เมื่อมองดูบีเดิลที่กำลังพยายามใช้ปากงับหางตัวเอง รอยยิ้มบนใบหน้าของเซี่ยเหยี่ยนก็ค่อยๆ หายไป เปลี่ยนเป็นสีหน้าเคร่งขรึมแทน
"บีเดิล ต่อจากนี้ผมจะฝึกแกเป็นเวลาสามวันเต็ม ซึ่งมันจะส่งผลชี้ชะตาเลยว่าหลังจากสามวันนี้ไป พวกเราจะหางานที่เหมาะสมได้หรือไม่"
เมื่อได้ยินน้ำเสียงของเขาที่เริ่มจริงจัง บีเดิลก็หยุดชะงัก แล้วเงยหน้าขึ้นมองเขา
แววตาดูสับสนเล็กน้อย
เซี่ยเหยี่ยนย่อตัวลงแล้วพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น: "ช่วงเวลานี้มันจะเหนื่อยมาก จะลำบากมาก แกอาจจะอยากยอมแพ้ได้ทุกเมื่อ แต่ผมจะอยู่ฝึกไปพร้อมกับแก เพราะงั้นต้องตั้งใจรู้ไหม?"
บีเดิลพยักหน้าหงึกๆ โดยสัญชาตญาณ
"ดีมาก ถ้าอย่างนั้นตอนนี้ แกเห็นต้นไม้ต้นนั้นไหม? เราจะมาวิ่งไปกลับกัน เป้าหมายพื้นฐาน 20 รอบ!"
༺༻