- หน้าแรก
- เดอะแฟลชในจักรวาลมาร์เวล
- บทที่ 115: สรุปแล้วนายต้องการอะไรกันแน่? (ฟรี)
บทที่ 115: สรุปแล้วนายต้องการอะไรกันแน่? (ฟรี)
บทที่ 115: สรุปแล้วนายต้องการอะไรกันแน่? (ฟรี)
วานด้าถึงกับอึ้งไปเลย
อะไรกันเนี่ย?
เมื่อครู่เธอกลัวจนหัวใจแทบจะกระโดดออกมาจากอกแล้ว
แต่สุดท้ายจางหยางกลับพูดแค่นั้น?
สรุปว่าตลอดครึ่งวันที่ผ่านมา เธอแค่หลอกตัวเองให้ตกใจเองงั้นเหรอ?
เธอนึกว่าเขาจับพิรุธได้แล้ว
แต่ความจริงเขาแค่กำลังจีบสาว?
วานด้ารู้สึกว่าสีหน้าของตัวเองตอนนี้คงน่าดูมาก
ถ้าปิเอโตรเห็นเข้า ต้องถ่ายรูปเก็บไว้แล้วเอามาล้อเธอทั้งวันแน่
“เฮ้ เธอโอเคไหม?”
จางหยางถามเสียงเบา
เพราะเขาพบว่าสีหน้าของวานด้านั้น... แปลกมาก
ถึงจะรู้ว่าคำนี้ไม่ได้ใช้บรรยายสีหน้าโดยตรง แต่เขารู้สึกว่ามันเหมาะกับวานด้าในตอนนี้ที่สุด
เธอทำได้ยังไงกัน?
แค่สีหน้าเดียวกลับแสดงอารมณ์ออกมาได้ตั้งหลายแบบ
ซับซ้อนจนจางหยางยังรู้สึกเหลือเชื่อ
แม่สาวคนนี้เป็นอะไรกันแน่?
แค่จีบหน่อยเดียวถึงกับเป็นขนาดนี้เลยเหรอ?
คนไม่รู้คงคิดว่าเขาแอบทำอะไรเธอใต้โต๊ะแล้ว
“ฉะ... ฉันโอเค”
วานด้าเงยหน้ามองจางหยาง
สายตาซับซ้อนนั้นทำให้จางหยางเริ่มสงสัยขึ้นมา
หรือว่า... ฉันแอบทำอะไรเธอใต้โต๊ะจริง ๆ?
หรือเธอจะเป็นแฟนเก่าคนหนึ่งของฉัน?
เป็นไปไม่ได้สิ
ถึงแฟนเก่าจะเยอะก็เถอะ แต่สาวระดับนี้ ถ้าเคยคบกันจริง เขาไม่มีทางไม่มีความทรงจำเลยแม้แต่นิดเดียว
ถ้าวานด้ารู้ว่าจางหยางกำลังคิดอะไรอยู่ล่ะก็...
คงได้มีฉากจอมเวทสายประชิดแห่งมาร์เวลปะทะเดอะแฟลชจาก DC กันตรงนั้นเลย
ตลอดทั้งคาบ จางหยางไม่กล้าจีบเธอต่ออีก
มันแปลกเกินไปจริง ๆ
ถ้าเขาใช้พลังจีบสาวทั้งหมดที่มีจริง ๆ ล่ะ?
เธอจะเป็นลมเหมือนเจ้าหญิงตาขาวคนนั้นหรือเปล่า?
ส่วนวานด้าในตอนนั้นก็กำลังพร่ำบอกตัวเองอยู่ในใจไม่หยุด
นี่คืองาน...
นี่คืองาน...
เพื่อปิเอโตร ฉันยอมแพ้ไม่ได้!
ฉันจะทำให้ท่านบารอนสตรัคเกอร์ผิดหวังไม่ได้เด็ดขาด!
เพื่อให้พี่ชายของฉันแข็งแกร่งเหมือนเดอะแฟลช หรือแม้แต่เหนือกว่าเดอะแฟลช
ฉันไม่ได้เตรียมใจไว้ตั้งแต่แรกแล้วเหรอว่าจะยอมแลกทุกอย่าง?
ก็แค่อยากด่าคนเท่านั้นเอง!
อดทนไว้!
ฉันทนได้!
วานด้า!
เชื่อมั่นในตัวเอง!
เธอทำได้!
เธอสามารถไม่ตบไอ้สารเลวคนนี้ให้ตายได้!
สการ์เล็ตวิทช์เริ่มสะกดจิตตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
แล้วต้องยอมรับว่าได้ผลจริง ๆ
อย่างน้อยตอนนี้เธอก็รู้สึกว่าตัวเองไม่มีความคิดอยากพลิกโต๊ะแล้วต่อยกับจางหยางเหมือนเมื่อครู่อีกแล้ว
หลังเลิกเรียน
จางหยางเก็บของของตัวเอง พลางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปถามวานด้า
“เฮ้ สนใจไปดื่มอะไรด้วยกันไหม?”
วานด้าแทบอยากพยักหน้าตกลงทันที
เพราะการเข้าใกล้จางหยางก็เป็นหนึ่งในภารกิจของเธอ
แต่เธอกลัวว่าจางหยางจะสังเกตเห็นความผิดปกติ จึงแกล้งลังเลอยู่พักหนึ่ง
เมื่อเห็นแบบนั้น จางหยางรีบพูดเสริม
“ไม่ต้องห่วง ไม่ดื่มเหล้า เราแค่ไปดื่มกาแฟกัน”
วานด้าพยักหน้าตอบรับ ทำท่าเหมือนจำใจตกลง
ซึ่งสร้างบาดแผลทางใจให้จางหยางไม่น้อย
แม้เขาจะไม่เคยคิดว่าโลกทั้งใบต้องหมุนรอบตัวเอง
แต่ตั้งแต่เมื่อไรกันที่การชวนผู้หญิงไปดื่มกาแฟกลายเป็นเรื่องลำบากขนาดนี้?
ต่อให้ไม่นับแรงดึงดูดระหว่างผู้ชายกับผู้หญิง
แค่สถานะซูเปอร์ฮีโร่ หรือสมาชิกอเวนเจอร์สของเขา
มันไม่มีแรงดึงดูดให้คนอยากออกไปดื่มอะไรด้วยเลยเหรอ?
หรือว่าอเวนเจอร์สกำลังตกยุค?
หรือเดอะแฟลชกำลังเสียแฟนคลับ?
ยิ่งคิด จางหยางก็ยิ่งสงสัย
เขาจึงหยิบมือถือขึ้นมาเปิด Instagram ดูหน้าโปรไฟล์ตัวเอง
แล้วก็ยิ่งงงกว่าเดิม
ไม่น่าใช่นะ...
จำนวนผู้ติดตามก็ยังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
แถมยกเว้นเรื่องความสัมพันธ์วุ่นวายที่ตัดไม่ขาดของเขาแล้ว เขาก็ไม่มีเรื่องเสียหายอะไรนี่นา
อ้อ...
จริง ๆ ช่วงนี้ก็มีเรื่องอยู่เหมือนกัน
หลายคนมองว่าเขาฆ่าคนมากเกินไป
จางหยางเองก็ปวดหัวกับเรื่องนี้
บางครั้งเขาก็ไม่ได้อยากฆ่าใคร
แต่ในบางสถานการณ์ ถ้าไม่ฆ่า ก็จะมีผู้บริสุทธิ์ตายมากกว่าเดิม
ดังนั้นการฆ่าจึงเป็นเรื่องจำเป็น แม้จะไม่เต็มใจก็ตาม
เวลามีคนด่าเขาว่าเป็นฆาตกร เขาก็รู้สึกแย่
แต่ถ้าให้ย้อนกลับไปอยู่ในสถานการณ์เดิมอีกครั้ง
เขาก็ยังจะเลือกแบบเดิม
เพราะเขาคือเดอะแฟลช
หน้าที่ของเขาคือการช่วยเหลือผู้คน
เขาไม่รู้ว่า แบร์รี อัลเลน ของฝั่ง DC ทำยังไงถึงสามารถช่วยคนได้โดยไม่ฆ่าใคร
อย่างน้อยเขาทำไม่ได้
อาชญากรบางคนอาจยังไม่สมควรตาย
แต่อาชญากรบางคน...
ถ้าคุณไม่ฆ่าเขา ก็ไม่ต่างอะไรกับการเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด
ทั้งสองคนเดินมาถึงร้านกาแฟแห่งหนึ่ง
ร้านนี้เป็นร้านที่นักศึกษา MIT จำนวนมากชอบมาใช้บริการ
ไม่มีเหตุผลพิเศษอะไร
แค่ใกล้มหาวิทยาลัย และรสชาติก็ถือว่าใช้ได้
พนักงานสาวในชุดยูนิฟอร์มกระโปรงสั้นเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มสดใส ก่อนวางเมนูลงบนโต๊ะแล้วถามว่า
“ไม่ทราบว่าทั้งสองท่านจะรับอะไรดีคะ?”
เธอจำจางหยางได้
แต่ไม่ได้กรีดร้องหรือแตกตื่นอะไร
รอยบุ๋มบนแก้มยิ่งทำให้เธอดูน่ารักขึ้นไปอีก
“ผมเอาคาปูชิโนหนึ่งแก้วครับ”
จางหยางตอบทันทีโดยไม่ต้องคิด
เวลาเขาดื่มกาแฟ ส่วนใหญ่ก็เลือกคาปูชิโนตลอด
เพราะจริง ๆ แล้วเขาไม่ได้รู้เรื่องกาแฟมากนัก
สำหรับเขา กาแฟแต่ละชนิดก็แทบไม่ต่างกัน
“ฉันเหมือนเขาค่ะ”
วานด้าไม่ได้เปิดเมนูดูด้วยซ้ำ
เพราะเธอไม่ได้มาที่นี่เพื่อดื่มกาแฟอยู่แล้ว
จะดื่มอะไรก็ไม่สำคัญ
แน่นอนว่าเธอไม่ได้คิดว่าวันนี้จะสามารถล้วงข้อมูลได้สำเร็จ
ความล้มเหลวของสายลับหญิงคนก่อน ทำให้เธอเข้าใจว่าจางหยางไม่ได้ไร้เดียงสาอย่างที่เห็นภายนอก
เรื่องสำคัญขนาดนั้น เขาไม่มีทางพูดออกมาง่าย ๆ แน่นอน
หลังจากกาแฟถูกนำมาเสิร์ฟ
จางหยางใช้ช้อนคนลายฟองนมสวย ๆ ที่พนักงานตั้งใจทำมาอย่างดีจนเละหมด
จากนั้นประโยคแรกที่เขาพูด ก็ทำให้วานด้าตื่นตระหนกอีกครั้ง
จางหยางมองไปรอบ ๆ แล้วถามขึ้นกะทันหัน
“พลังของเธอตื่นขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่?”
คำถามนี้ทำให้วานด้าแทบหัวใจหยุดเต้น
เธอไม่เคยใช้พลังต่อหน้าจางหยางเลย
แล้วเขารู้ได้ยังไง?
ยิ่งไปกว่านั้น ตามที่บารอนสตรัคเกอร์บอก พลังของเธอได้รับมาจากคทาที่ขโมยมาจากเดอะแฟลช
หรือว่าเพราะเรื่องนั้น เขาเลยสังเกตเห็นพลังของเธอ?
เขารู้แล้ว...
เขาต้องรู้แล้วแน่ ๆ!
ในใจวานด้าเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
นี่ถือว่าเป็นการเอาหัวมาให้เขาตัดถึงที่เลยหรือเปล่า?
ส่วนจางหยางกลับยิ่งงงกว่าเดิม
แม่สาวคนนี้เป็นอะไรกันแน่?
เขาได้เห็นสีหน้าอัน... “น่าอัศจรรย์” แบบเดิมอีกครั้ง
ตอนที่อยู่ในจักรวาลคู่ขนานก่อนหน้านี้ เขาไม่เคยเห็นสการ์เล็ตวิทช์เป็นแบบนี้เลย
ในความทรงจำของเขา สการ์เล็ตวิทช์คือสัตว์ประหลาดระดับสุดยอด
เธอสามารถกดธานอสจนเงยหน้าไม่ขึ้น
พอโกรธจัด ยังเล่นบทจอมเวทสายประชิดใส่ธานอสอีก
นั่นต่างหากถึงจะเรียกว่าคนโหดตัวจริง
แต่วันนี้...
เขาเริ่มรู้สึกไม่แน่ใจแล้ว
หรือว่าเขาจะจำคนผิด?
หรือจริง ๆ แล้วนี่ไม่ใช่สการ์เล็ตวิทช์?
แค่คนหน้าคล้ายกันเฉย ๆ?
ทันใดนั้นวานด้าก็สูดหายใจลึก ก่อนจะจ้องเขาแล้วพูดออกมา
“สรุปแล้ว... นายต้องการอะไรกันแน่?”
FB Page: Rubybibi นิยายแปล [ฝากติดตามเพจด้วยนะคะ]
……………