- หน้าแรก
- ทิ้งคลาส เอส สุดโกง ไปปั้นกายาศักดิ์สิทธิ์ให้สะเทือนโลก
- บทที่ 30 ก็... ก็ได้ ฉันเชื่อฟังนาย
บทที่ 30 ก็... ก็ได้ ฉันเชื่อฟังนาย
บทที่ 30 ก็... ก็ได้ ฉันเชื่อฟังนาย
ครึ่งชั่วโมงต่อมา หลินโม่นำเงินรางวัลนำจับ 350000 หยวนที่เพิ่งได้รับมา ไปแลกเปลี่ยนเป็นเศษซากเวทมนตร์หลงเหลือกับเจียงซือทั้งหมด
เมื่อเป็นเช่นนี้ จำนวนเศษซากเวทมนตร์หลงเหลือในมือของเขาก็มีถึง 32 ชิ้น!
หลินโม่หยิบยาเม็ดรวบรวมเส้นลมปราณออกมาถือไว้ในมือ แล้วกลืนมันลงไปอย่างร้อนรน การอัปเกรดเริ่มต้นขึ้นแล้ว!
เมื่อผลของยาเม็ดรวบรวมเส้นลมปราณทำงาน หลินโม่ก็หยิบเศษซากเวทมนตร์หลงเหลือชิ้นหนึ่งใส่ปาก [พรสวรรค์เถาเที่ยกลืนกินสำเร็จ เปลี่ยนเป็นค่าประสบการณ์ + 3600]
เศษซากเวทมนตร์หลงเหลือชิ้นแล้วชิ้นเล่าถูกยัดเข้าปากของหลินโม่ ข้อความแจ้งเตือนที่เกี่ยวข้องก็ปรากฏวาบขึ้นตรงหน้าเขาอย่างต่อเนื่อง
...
สิบกว่านาทีต่อมา
แสงสีทองอร่ามพลันพวยพุ่งออกมาจากร่างของหลินโม่ เสียงเกลียวคลื่นสาดซัดดังมาจากทะเลทุกข์ของเขาอย่างไม่ขาดสาย รัศมีสีทองสาดส่องไปทั่วทั้งห้อง ทำให้ดูงดงามตระการตา
[ขอแสดงความยินดีด้วย คุณทะลวงระดับเข้าสู่ระดับ 0 ขั้น 7 แล้ว]
[ค่าสถานะทั้งสี่มิติ + 1]
ระดับพลังต่อสู้ของเขามาถึงขั้น 7 ในที่สุด!
หลินโม่มองดูเศษซากเวทมนตร์หลงเหลือที่ยังเหลืออยู่อีกเกือบครึ่ง รอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นที่มุมปาก
"เอาล่ะ มาต่อกันเถอะ!"
หลินโม่ยังคงหยิบเศษซากเวทมนตร์หลงเหลือขึ้นมากินราวกับเครื่องจักรที่ไร้ความรู้สึก!
เวลาผ่านไปอีกสิบกว่านาที
บัฟจากยาเม็ดรวบรวมเส้นลมปราณหมดเวลาลง เขาจึงหยิบยาเม็ดรวบรวมเส้นลมปราณเม็ดใหม่ออกมากลืนลงไป เพื่อต่อเวลาให้บัฟแสดงผลต่อไป เขากลืนเศษซากเวทมนตร์หลงเหลือชิ้นสุดท้ายลงไป
[พรสวรรค์เถาเที่ยกลืนกินสำเร็จ เปลี่ยนเป็นค่าประสบการณ์ + 3600]
"ยังขาดอยู่อีกนิดหน่อยแฮะ"
หลินโม่ชำเลืองมองข้อความแจ้งเตือนค่าประสบการณ์บนหน้าต่างสถานะของเขา
[พลังต่อสู้ปัจจุบัน: ระดับ 0 ขั้น 7 (63888 / 70000)]
เพียงแค่คิด หลินโม่ก็นำคริสตัลคอร์และต่อมไขพิษทั้งหมดที่ได้จากพวกค้างคาวผีดูดเลือดออกมาจากถุงมิติ เขากลืนกินมันต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง!
ไม่ถึง 3 นาทีต่อมา แสงสีทองก็พวยพุ่งออกมาจากร่างของหลินโม่อีกครั้ง!
ความตระการตาของแสงสีทองคราวนี้ยิ่งทวีคูณกว่าครั้งก่อนเสียอีก
หากหลินโม่ไม่ได้อยู่ในห้องที่ปิดประตู หน้าต่าง และรูดม่านจนมิดชิด ความสว่างไสวของแสงสีทองนี้คงดึงดูดความสนใจจากผู้คนได้ไม่น้อยเลยทีเดียว
เสียงเกลียวคลื่นที่ดังกึกก้องอย่างต่อเนื่องทำเอาคุณปู่ทั้งสี่ที่อาศัยอยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเดียวกันถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ เพียงแค่ได้ยินเสียง พวกเขาก็รู้สึกราวกับกำลังอาศัยอยู่ริมทะเล
"เจ้าสาม! หรี่เสียงหน่อยสิวะ ฉันได้ยินนะเว้ย!"
"ไม่ใช่ฉันสักหน่อย! ฉันวิดีโอคอลกับเสี่ยวหงอยู่เว้ย! พี่รองต่างหากล่ะ!"
"ไอ้เวรเอ๊ย! ฉันกำลังเล่นท่อเตาของฉันอยู่นะโว้ย!"
...
เมื่อได้ยินเสียงเอะอะโวยวายจากข้างนอก หลินโม่ก็เกาหัวด้วยความเขินอาย ดูเหมือนว่าเสียงตอนที่กายาศักดิ์สิทธิ์บรรพกาลทะลวงระดับมันจะดังไปหน่อยนะเนี่ย!
เรียกได้ว่าจักรพรรดิบรรพกาลนี่ช่างมีอำนาจบารมีมากจริงๆ
ความคิดนี้แล่นผ่านเข้ามาในหัวของหลินโม่ ก่อนที่เขาจะกลืนกินต่อไป
ทว่า มันก็มีเรื่องน่าเสียดายอยู่นิดหน่อย
แม้ว่าหลินโม่จะกลืนกินคริสตัลคอร์และต่อมไขพิษทั้งหมดที่ได้มาจากถ้ำจนหมดเกลี้ยงแล้ว แต่แสงสีทองก็ไม่ได้ปรากฏขึ้นบนร่างของเขาอีก
แต่หลินโม่ก็ไม่ได้รู้สึกผิดหวังแต่อย่างใด
ท้ายที่สุดแล้ว นี่ก็เพิ่งจะวันที่สองเท่านั้น และความแข็งแกร่งของเขาก็มาถึงขั้น 8 แล้ว!
ค่าประสบการณ์ของซูโย่วเวยไม่ได้มีข้อจำกัดเหมือนกับของจักรพรรดิบรรพกาล และตอนนี้เธอก็ยังอยู่แค่ขั้น 8 เหมือนกัน
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ เขาก็ยังสามารถตามความก้าวหน้าของซูโย่วเวยได้ทัน นี่มันเป็นเรื่องที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อนเลยนะ
และนี่ก็เป็นเพราะเขายังมีทรัพยากรไม่มากนัก เมื่อความแข็งแกร่งของเขาเพิ่มขึ้น และเขาสามารถหาทรัพยากรได้มากขึ้น ความเร็วในการได้รับค่าประสบการณ์ของเขาก็จะยิ่งเพิ่มสูงขึ้นไปอีก!
"อนาคตที่สดใสรออยู่ อนาคตที่สดใสรออยู่จริงๆ!"
หลินโม่ชำเลืองมองหน้าต่างสถานะของเขา
[ชื่อ: หลินโม่]
[อายุ: 18]
[เพศ: ชาย]
[แม่แบบคลาส: จักรพรรดิบรรพกาล]
[พรสวรรค์: เถาเที่ย (ระดับเฉพาะตัว)]
[กายา: กายาศักดิ์สิทธิ์บรรพกาล (ระดับเฉพาะตัว)]
[พลังต่อสู้ปัจจุบัน: ระดับ 0 ขั้น 8 (63221 / 80000)]
[ความแข็งแกร่ง: 186 (18 * 10+6)]
[จิตวิญญาณ: 181 (18 * 10+1)]
[ความคล่องตัว: 181 (18 * 10+1)]
[ความอดทน: 185 (18 * 10+5)]
[พลังชีวิต: 100 เปอร์เซ็นต์]
[ทักษะ: ปราณเริ่มต้นกายาศักดิ์สิทธิ์ (เลเวล 2), หมัดกายาศักดิ์สิทธิ์ (เลเวล 1)]
[กายาศักดิ์สิทธิ์บรรพกาล: ค่าสถานะทั้งสี่มิติได้รับการเพิ่มพูนขึ้น 10 เท่า ผลของการเสริมพลังนี้จะเพิ่มขึ้นตามความคืบหน้าในการปลดล็อกกายาศักดิ์สิทธิ์ ระดับการปลดล็อกกายาศักดิ์สิทธิ์ปัจจุบัน: 7 เปอร์เซ็นต์]
หลินโม่ลองชกหมัดไปในอากาศ ภาพติดตาของหมัดเขาพุ่งแหวกอากาศไป ในขณะเดียวกัน เสียงหวีดหวิวก็ดังทะลุอากาศมาโดยตรง!
"ค่าสถานะทั้งสี่มิติใกล้จะถึงสองร้อยแล้วสินะเมื่อคำนวณออกมา"
"เมื่อเทียบกับคนธรรมดา จะเรียกตัวเองว่าซูเปอร์แมนก็คงไม่เกินจริงไปหรอก"
"ถ้าฉันเจอฉินถูตอนนี้ ต่อให้ฉันไม่โจมตีที่หัวหรือจุดตาย มันก็อาจจะทนรับการโจมตีธรรมดาของฉันไม่ไหวแน่ๆ"
ดวงตาของหลินโม่เต็มเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นอย่างรุนแรง เขาแทบจะรอไม่ไหวที่จะหาสัตว์ประหลาดสองตัวมาเป็นกระสอบทรายให้ฝึกซ้อมทันที
"นอนก่อนดีกว่า!"
"พรุ่งนี้ค่อยไปหาเรื่องพวกวานรเถาวัลย์กลืนวิญญาณก็แล้วกัน!"
...
...
...
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น เมื่อหลินโม่มาถึงจุดนัดพบ ซูโย่วเวยก็มารออยู่ก่อนแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น คราวนี้ซูโย่วเวยยังจงใจสวมหมวกและหน้ากากอนามัยเพื่อพรางตัวอยู่ในฝูงชนอีกด้วย
หากหลินโม่ไม่ได้คุ้นเคยกับเธอเป็นอย่างดี เขาก็คงจะสังเกตเห็นเธอท่ามกลางฝูงชนได้ยากแน่ๆ
เมื่อเห็นหลินโม่ ดวงตาของซูโย่วเวยก็เป็นประกาย เธอก้าวเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว "วันนี้เรายังไปที่ถ้ำอยู่ไหม หลังจากผ่านไปคืนหนึ่ง น่าจะมีค้างคาวผีดูดเลือดคลานออกมาจากทางเดินเพิ่มขึ้นอีกเพียบเลยล่ะ"
โดยไม่รู้ตัว ซูโย่วเวยก็เปลี่ยนจากความรู้สึกต่อต้านถ้ำแห่งนี้ในตอนแรก กลายมาเป็นการตั้งตารอคอยไปเสียแล้ว
ท้ายที่สุดแล้ว ความเร็วในการอัปเลเวลที่นี่ก็เร็วเกินไปจริงๆ
เธอไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่าจะมีใครสามารถไปถึงขั้น 8 ได้ภายในสองวัน
แม้ว่าจำนวนค้างคาวผีดูดเลือดจะลดลงไปมากแล้ว แต่มันก็ยังเป็นขุมทรัพย์ในสายตาของซูโย่วเวยอยู่ดี
"ไม่ล่ะ วันนี้เราจะเปลี่ยนที่กัน ตามฉันมาก็แล้วกัน"
ท่ามกลางสีหน้าประหลาดใจของซูโย่วเวย หลินโม่ก็พาเธอเดินมุ่งหน้าออกไปนอกเมือง
ในจังหวะที่พวกเขากำลังจะผ่านด่านตรวจยาม ก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นอีกครั้ง
"เดี๋ยวก่อน! มือใหม่ต้องแสดง... อ้าว พวกเธอสองคนนี่เอง"
ทหารยามคนนี้ก็คือคนเดียวกับเมื่อวาน และเขาก็ประทับใจหลินโม่และซูโย่วเวยมากทีเดียว
เขาจึงจำทั้งสองคนได้ในทันที สายตาของเขาพินิจพิจารณาทั้งสองคนครู่หนึ่ง ใบหน้าของเขาฉายแววประหลาดใจ
แม้ว่าเขาจะไม่สามารถมองเห็นระดับพลังต่อสู้ของทั้งสองคนได้โดยตรง แต่เขาก็สัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงในท่าทีของพวกเขา
เมื่อวานนี้ เด็กผู้หญิงคนนั้นดูไร้เดียงสาราวกับลูกวัวแรกเกิด ในดวงตามีแต่ความใสซื่อบริสุทธิ์ แต่ตอนนี้ เธอรู้จักพรางตัวและปกปิดความซุ่มซ่ามของตัวเองแล้ว
และเด็กผู้ชายคนนั้นก็น่าทึ่งยิ่งกว่า ดวงตาของเขามีร่องรอยของรังสีอำมหิตแฝงอยู่ สองคนนี้คงจะผ่านอะไรมาไม่น้อยเลยเมื่อวานนี้
ในจังหวะที่หลินโม่และซูโย่วเวยกำลังเตรียมจะหยิบใบอนุญาตออกมา ทหารยามก็ชิงพูดขึ้นก่อนว่า "ไม่ต้องหรอก พวกเธอเข้าไปได้เลย ระวังตัวด้วยล่ะ"
"ขอบคุณครับพี่ชายทหารยาม"
เมื่อมองส่งแผ่นหลังของหลินโม่และซูโย่วเวยขณะที่พวกเขาเดินจากไป ทหารยามก็พึมพำกับตัวเองว่า "จิ๊... ดูเหมือนว่าเราคงจะตั้งตารอคอยผลการสอบใหญ่ปีนี้ได้เลยนะเนี่ย"
...
หลังจากออกจากพื้นที่ปลอดภัยในเมือง ทั้งสองก็เดินหน้าต่อไปอย่างระมัดระวัง
ทว่า คราวนี้ นอกจากการระแวดระวังภัยอันตรายรอบตัวแล้ว ทั้งคู่ก็ยังคอยสังเกตดูด้วยว่ามีใครแอบตามพวกเขามารึเปล่า
โชคดีที่คราวนี้ไม่มีใครสะกดรอยตามมาเหมือนไอ้ลิงหน้าเสี้ยมอีก
ต้องยอมรับเลยว่า หลินโม่รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย
เมื่อมองดูสถานที่รอบๆ ที่ห่างไกลผู้คนมากขึ้นเรื่อยๆ ความงุนงงบนใบหน้าของซูโย่วเวยก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น
ทว่า เธอก็ไม่ได้หยุดเดิน เธอเพียงแค่เดินตามหลังหลินโต้อย่างว่าง่าย อย่างไรเสีย เธอก็เชื่อใจว่าหลินโม่ไม่มีทางทำร้ายเธอแน่นอน
หลังจากผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมง ในที่สุดสีเขียวชอุ่มก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าซูโย่วเวย
เธอมองเข้าไปใกล้ๆ สีเขียวนี้เกิดจากเถาวัลย์กลืนวิญญาณนับไม่ถ้วนที่พันเกี่ยวและรัดรึงกันจนแน่นขนัด
มองเห็นร่างที่คล้ายมนุษย์หลายร่างเคลื่อนไหวอยู่ข้างในลางๆ
ซูโย่วเวยพูดด้วยความประหลาดใจ "นี่คือรังป่าเถาวัลย์งั้นเหรอ นายรับภารกิจล่าวานรเถาวัลย์กลืนวิญญาณมางั้นเหรอ"
หลินโม่ดีดนิ้ว "ฉลาดมาก!"
สีหน้าของซูโย่วเวยดูย่ำแย่ลงเล็กน้อย
เป็นเพราะวันนี้เธอมาถึงก่อนเวลา และหลินโม่ก็ยังมาไม่ถึง เธอจึงแวะไปดูลาดเลาที่สมาคมนักผจญภัย และเธอก็ย่อมเห็นภารกิจที่กำลังเป็นที่ถกเถียงกันอย่างมากนี้ด้วยเช่นกัน
เพียงแต่เธอไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะสามารถรับมือกับพวกวานรเถาวัลย์กลืนวิญญาณได้ เธอจึงไม่ได้บอกเรื่องนี้กับหลินโม่
เธอไม่คิดเลยว่าหลินโม่จะรับภารกิจนี้มา แถมเขายังพาเธอมาล่าวานรเถาวัลย์กลืนวิญญาณอีกด้วย
ซูโย่วเวยลดเสียงลงและพูดว่า "วานรเถาวัลย์กลืนวิญญาณพวกนี้รับมือยากกว่าค้างคาวผีดูดเลือดตั้งเยอะนะ รูปแบบการโจมตีของพวกมันไม่ต้องพึ่งพาพิษ พลังทำลายล้างของพวกมันก็เลยเหนือกว่าค้างคาวผีดูดเลือดอย่างเทียบไม่ติดเลยนะ"
"แถมพวกมันยังมีกันเป็นฝูง และในรังป่าเถาวัลย์นี้ พวกมันก็ยังสามารถฟื้นฟูพลังชีวิตได้อย่างต่อเนื่องอีก ความแข็งแกร่งของพวกมันก็ไม่ต่ำกว่าขั้น 7 เลยนะ! นายแน่ใจนะว่าเราไม่ต้องเปลี่ยนที่กันน่ะ"
ในมุมมองของซูโย่วเวย ความแข็งแกร่งในปัจจุบันของหลินโม่ยังคงอยู่แค่ขั้น 3 เท่านั้น
แม้ว่าตัวเธอเองจะอยู่ขั้น 8 แล้ว แต่สภาพแวดล้อมแบบนี้ก็มีสิ่งกีดขวางมากเกินไปสำหรับเธอ แถมยังไม่เป็นใจอีกด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อนำมารวมกับความจริงที่ว่าวานรเถาวัลย์กลืนวิญญาณมักจะปรากฏตัวเป็นคู่และไม่เคยอยู่โดดเดี่ยว ระดับความอันตรายจึงสูงลิบลิ่ว!
โดยปกติแล้ว นักผจญภัยที่ต้องการมาล่าสัตว์ประหลาดที่นี่ ต้องเป็นยอดฝีมือขั้น 8 หรือขั้น 9 ที่มีประสบการณ์โชกโชน และพวกเขาต้องตั้งทีมที่มีคลาสสนับสนุนกันด้วย
แค่หลินโม่กับเธอสองคน... ไม่ว่าจะมองยังไง มันก็ดูอันตรายสุดๆ
หลินโม่ส่ายหน้า "ที่นี่แหละ เชื่อฉันเถอะ"
ด้วยเหตุผลบางอย่าง หลังจากได้ยินหลินโม่พูดแบบนี้ ความกังวลที่อัดแน่นอยู่ในใจของซูโย่วเวยในตอนแรกก็มลายหายไปจนหมดสิ้น
ราวกับว่าตราบใดที่มีหลินโม่อยู่ เธอไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องพวกนี้เลย
เมื่อมองดูใบหน้าอันหล่อเหลาของหลินโม่ ซูโย่วเวยก็ค่อยๆ ก้มหน้าลง
"ก็... ก็ได้ ฉันเชื่อฟังนาย..."