- หน้าแรก
- ทิ้งคลาส เอส สุดโกง ไปปั้นกายาศักดิ์สิทธิ์ให้สะเทือนโลก
- บทที่ 12 ใครคือคลาสขยะกันแน่
บทที่ 12 ใครคือคลาสขยะกันแน่
บทที่ 12 ใครคือคลาสขยะกันแน่
"เป็นอะไรไป นายรู้สึกไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า"
เมื่อเห็นสีหน้าที่แปลกไปของหลินโม่ ซูโย่วเวยก็ก้าวเข้ามาถามด้วยความกังวล
"เมื่อกี้นี้นายได้รับบาดเจ็บงั้นเหรอ"
ขณะที่พูด ซูโย่วเวยก็ชะโงกหน้าเข้าไปดูแผ่นหลังของหลินโม่โดยสัญชาตญาณ
เธอดูเหมือนจะจำได้ว่าแผ่นหลังของหลินโม่ถูกสไลม์โจมตีระหว่างการต่อสู้เมื่อครู่นี้
เธอไม่รู้ตัวเลยว่า ในระยะประชิดขนาดนี้ ลมหายใจอุ่นๆ ของเธอตอนที่พูดรดต้นคอของหลินโม่เข้าเต็มๆ
ชั่วขณะนั้น หลินโม่อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหัวใจเต้นแรง
โชคดีที่หลินโม่เคยใช้ชีวิตมาแล้วถึงสองชาติ เขาจึงยังมีความสามารถในการควบคุมตัวเองอยู่บ้าง
เขาส่ายหน้า "ไม่มีอะไรหรอก ฉันแค่กำลังดูถุงมิติอยู่น่ะ... มันใหญ่มากเลยนะ..."
ในที่สุดซูโย่วเวยก็รู้สึกโล่งใจ
ทว่า วินาทีต่อมา ซูโย่วเวยก็นึกถึงเสื้อผ้าที่เธอใส่ไว้ในถุงมิติขึ้นมาได้
ใบหน้าของเธอแดงก่ำขึ้นมาทันที
หลังจากนั้น ทั้งสองคนก็เลี่ยงที่จะพูดถึงเรื่องนี้อีกอย่างรู้กัน
หลังจากกินอาหารเสร็จ ซูโย่วเวยก็หลับตาลงและเริ่มทำสมาธิเพื่อฟื้นฟูพลังเวทของเธอ
ส่วนหลินโม่ เขาก็หาสถานที่ปลอดภัยเตรียมตัวดูดซับคริสตัลคอร์
เขาโบกมือวูบเดียว คริสตัลคอร์ทั้งหมดก็ออกมาจากถุงมิติ
มีตั้ง 155 เม็ด!
แววตาแห่งความพึงพอใจอย่างที่สุดปรากฏขึ้นในดวงตาของหลินโม่
ตลอดสี่ชั่วโมงที่ผ่านมานี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเลเวลอัปให้ได้มากที่สุด เขาไม่ได้พาซูโย่วเวยไปล่าสัตว์ประหลาดระดับสูง แต่กลับทำการสังหารหมู่สไลม์เป็นจำนวนมากแทน
เป้าหมายก็เพื่อให้ได้คริสตัลคอร์มากพอที่จะทะลวงขีดจำกัดให้เร็วที่สุด
หลังจากสะสมมาจนถึงตอนนี้ ในที่สุดเขาก็มีพอที่จะเลเวลอัปแล้ว
หลินโม่กลืนยาเม็ดรวบรวมเส้นลมปราณด้วยความคาดหวัง
จากนั้น เขาก็เริ่มสวาปามคริสตัลคอร์!
[พรสวรรค์เถาเที่ยกลืนกินสำเร็จ เปลี่ยนเป็นค่าประสบการณ์ +120]
[พรสวรรค์เถาเที่ยกลืนกินสำเร็จ เปลี่ยนเป็นค่าประสบการณ์ +120]
[พรสวรรค์เถาเที่ยกลืนกินสำเร็จ เปลี่ยนเป็นค่าประสบการณ์ +120]
...ข้อความแจ้งเตือนค่าประสบการณ์ที่ได้รับเริ่มโหลดขึ้นมาตรงหน้าหลินโม่อย่างต่อเนื่อง
คริสตัลคอร์เม็ดแล้วเม็ดเล่าถูกเปลี่ยนเป็นค่าประสบการณ์
จนกระทั่งคริสตัลคอร์เม็ดสุดท้ายถูกกลืนลงคอของหลินโม่
ในที่สุดตัวเลขระดับพลังต่อสู้ของหลินโม่ก็เปลี่ยนไป
[พลังต่อสู้ปัจจุบัน: ระดับ 0 ขั้น 3 (103/30000)]
ข้อความเล็กๆ บรรทัดหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้าเขาเช่นกัน
[ขอแสดงความยินดีด้วย คุณทะลวงระดับเข้าสู่ระดับ 0 ขั้น 3 แล้ว]
[ค่าสถานะทั้งสี่มิติ +1]
[กายาศักดิ์สิทธิ์บรรพกาล: ค่าสถานะทั้งสี่มิติได้รับการเพิ่มพูนขึ้น 5 เท่า ผลของการเสริมพลังนี้จะเพิ่มขึ้นตามความคืบหน้าในการปลดล็อกกายาศักดิ์สิทธิ์ ระดับการปลดล็อกกายาศักดิ์สิทธิ์ปัจจุบัน: 2 เปอร์เซ็นต์]
เมื่อสัมผัสได้ถึงความรู้สึกของพลังที่พลุ่งพล่านอยู่ภายในร่างกาย รอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นที่มุมปากของหลินโม่
ในตอนนั้นเอง แสงสีทองอ่อนก็เปล่งประกายออกมาจากร่างของเขา และทะเลทุกข์ที่บริเวณท้องน้อยของเขาก็ส่งเสียงระลอกคลื่นสาดซัดออกมาอีกครั้ง
ซูโย่วเวยที่กำลังทำสมาธิฟื้นฟูพลังจิตอยู่ใกล้ๆ สังเกตเห็นความปั่นป่วนนั้น และอดไม่ได้ที่จะลืมตาขึ้น
เมื่อเห็นการเปลี่ยนแปลงในตัวของหลินโม่ ประกายแห่งความประหลาดใจและความปีติก็วาบขึ้นในดวงตาของซูโย่วเวย
เธอพูดอย่างมีความสุขว่า "นายทะลวงระดับได้แล้วเหรอ"
ในโลกนี้ นอกเสียจากว่าอีกฝ่ายจะสมัครใจเปิดเผยข้อมูลหน้าต่างสถานะของตนเอง ก็ไม่มีทางที่จะมองเห็นพลังต่อสู้ของพวกเขาได้โดยตรง
เธอคิดว่าในที่สุดหลินโม่ก็สามารถทะลวงจากระดับ 1 เป็นระดับ 2 ได้สำเร็จ!
"อืม" หลินโม่พยักหน้า
"มันไม่ง่ายเลยจริงๆ นะ..." ซูโย่วเวยพูดด้วยความรู้สึกตื้นตัน "ถึงแม้ค่าประสบการณ์ที่ได้รับตอนปาร์ตี้จะเท่ากันก็เถอะ"
"ค่าประสบการณ์ที่ต้องใช้ในการเลเวลอัปกายาศักดิ์สิทธิ์บรรพกาลนี่มันมหาศาลเกินไปจริงๆ"
"แต่ถึงอย่างนั้น พลังต่อสู้ที่แสดงออกมาโดยกายาศักดิ์สิทธิ์บรรพกาลมันก็แข็งแกร่งมากจริงๆ นั่นแหละ"
หลินโม่เม้มริมฝีปาก ถ้าไม่ใช่เพราะการเสริมพลังจากพรสวรรค์ของเขา แค่พึ่งพาการฆ่าสไลม์...
อย่าว่าแต่ช่วงเช้าเลย
ฉันเกรงว่าต่อให้ฆ่าทั้งวันก็คงไม่สามารถเลเวลอัปเป็นระดับ 2 ได้
มันมีเหตุผลจริงๆ ที่คลาสนี้ถูกเลือกปฏิบัติ
"ไปกันเถอะ สไลม์ในบริเวณนี้ถูกฆ่าไปเกือบหมดแล้วล่ะ"
"ไปหาสัตว์ประหลาดตัวอื่นกันเถอะ"
ทั้งสองคนเดินเข้าไปในดินแดนรกร้างให้ลึกเข้าไปอีก
ประมาณห้านาทีต่อมา
จู่ๆ หลินโม่ก็เรียกซูโย่วเวยให้หยุด
"ฉันได้ยินเสียงบางอย่างกำลังเข้ามาใกล้"
จากประสบการณ์ก่อนหน้านี้ ซูโย่วเวยก็เข้าสู่โหมดระวังภัยทันที เธอกำคทาแน่น พร้อมที่จะโจมตีได้ทุกเมื่อ
ทว่า หลังจากผ่านไปไม่กี่วินาที ซูโย่วเวยก็ยังไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย
เธอมองไปที่หลินโม่โดยสัญชาตญาณ ดวงตาเต็มไปด้วยความสงสัย
หลินโม่ยกนิ้วขึ้นจุ๊ปากเป็นสัญญาณให้เธอเงียบ
หลังจากเลเวลอัปเป็นระดับ 3 การได้ยินและประสาทสัมผัสการรับกลิ่นของเขาก็เฉียบคมขึ้นมาก
บางสิ่งที่มีกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งกำลังเข้าใกล้มาอย่างรวดเร็ว!
อีกไม่กี่วินาทีต่อมา
สีหน้าของซูโย่วเวยก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
เธอสัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงอันตรายที่กำลังเข้ามาใกล้เช่นกัน
ไม่นาน ร่าง 14 ร่างก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าพวกเขาทั้งสอง
เขี้ยวที่แหลมคม ดวงตาสีเลือด และขนสีครามอันเป็นเอกลักษณ์นั่น
หลินโม่ร่ายทักษะประเมิน
[หมาป่าวายุเงา]
[ระดับพลังต่อสู้: ระดับ 0 ขั้น 3]
[ความแข็งแกร่ง: 23]
[จิตวิญญาณ: 12]
[ความคล่องตัว: 25]
[ความอดทน: 20]
[พลังชีวิต: 100 เปอร์เซ็นต์]
[ทักษะ: กรงเล็บคลั่งจู่โจม, คมเขี้ยวปลิดชีพ]
[กรงเล็บคลั่งจู่โจม: ตวัดกรงเล็บหมาป่าโจมตีเป้าหมายหลายครั้ง สร้างความเสียหายแบบเป้าหมายเดี่ยวแบบหลายฮิต]
[คมเขี้ยวปลิดชีพ: พุ่งกัดเป้าหมายด้วยคมเขี้ยวปลิดชีพ สร้างความเสียหายเพิ่มเติม 30 เปอร์เซ็นต์]
ซูโย่วเวยอดไม่ได้ที่จะร้องอุทาน "หมาป่าวายุเงาจริงๆ ด้วย!"
"แถมมันยังไม่ได้มาตัวเดียวด้วย!"
หมาป่าวายุเงาไม่ใช่สายพันธุ์สัตว์ประหลาดที่แข็งแกร่งที่สุดในดินแดนรกร้าง
แต่มันคือตัวที่รับมือยากที่สุดอย่างแน่นอน
หมาป่าวายุเงาที่โตเต็มวัยจะมีพลังอย่างน้อยในระดับ 0 ขั้น 3
ด้วยความเร็วที่น่าสะพรึงกลัวและทักษะการทำดาเมจฉับพลันที่รุนแรง ประกอบกับการที่พวกมันมักจะออกล่ากันเป็นฝูงนับสิบตัว การเรียกพวกมันว่ามือสังหารแห่งดินแดนรกร้างจึงไม่ใช่เรื่องเกินจริงแต่อย่างใด
สำหรับมือใหม่ส่วนใหญ่ เมื่อพวกเขาพบร่องรอยของหมาป่าวายุเงา พวกเขาต้องรีบหนีทันที ไม่ก็ทำได้แค่สวดภาวนาให้มันเป็นแค่หมาป่าที่พลัดหลงมาตัวเดียว...
ซูโย่วเวยในเวลานี้ก็ไม่มีข้อยกเว้น
เธอมองไปที่หลินโม่โดยสัญชาตญาณ เพื่อต้องการขอความเห็นจากเขา
แต่ตอนนั้นเองที่เธอเพิ่งสังเกตเห็นว่า สีหน้าของหลินโม่กลับเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
หลินโม่พึมพำกับตัวเอง "หมาป่าวายุเงา นอกจากคริสตัลคอร์แล้ว ดีหมาป่าในตัวของมันยังเป็นยาบำรุงชั้นยอดอีกด้วย"
ในเมื่อฉันสามารถดูดซับและกลืนกินแม้กระทั่งคริสตัลคอร์ได้ แล้วดีหมาป่าก็น่าจะทำได้เหมือนกันใช่ไหมล่ะ
และถ้าหลินโม่จำไม่ผิด จุดที่รับมือยากของหมาปายุเงาคือความเร็วและพลังโจมตีของมัน แต่การป้องกันของมันก็พอๆ กับสไลม์นั่นแหละ
ถ้าเป็นก่อนหน้าที่เขาจะทะลวงระดับเป็นขั้น 3 หลินโม่คงจะไม่มีความมั่นใจเต็มร้อยขนาดนี้หรอกนะ!
แต่ตอนนี้... สถานการณ์มันเปลี่ยนไปแล้ว!
ซูโย่วเวยพูดด้วยความร้อนรนใจ "หมาป่าวายุเงาเยอะขนาดนี้ เรารับมือไม่ไหวหรอก หนีเร็ว! นายวิ่งเร็วกว่าฉัน นายต้องรอดแน่!"
หลินโม่ชักดาบเหล็กกล้าที่อยู่ด้านหลังออกมาด้วยมือขวา
"หนีงั้นเหรอ"
"นั่นมันน่าเสียดายไปหน่อยหรือเปล่า"
จากนั้น ภายใต้สายตาที่เบิกกว้างด้วยความตกตะลึงของซูโย่วเวย หลินโม่ก็ก้าวเท้าซ้ายถอยหลังเล็กน้อย ออกแรงจากเอว และพุ่งทะยานเข้าใส่ฝูงหมาป่าวายุเงาทั้ง 12 ตัวราวกับลูกธนูที่หลุดจากแล่ง!
ตอนนั้นเองที่ซูโย่วเวยเพิ่งตระหนักได้ว่าความเร็วของหลินโม่ในตอนนี้มันเร็วกว่าหมาป่าวายุเงามาก!
ด้วยการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง ระยะห่างระหว่างทั้งสองฝ่ายจึงแคบลงอย่างรวดเร็ว
หมาป่าวายุเงาหลายตัวน้ำลายไหลเยิ้มส่งกลิ่นเหม็นคาว ราวกับจินตนาการถึงความอร่อยของการได้กลืนกินหลินโม่ที่อยู่ตรงหน้าเพื่อเติมเต็มกระเพาะที่หิวโหยของพวกมัน
ในจังหวะที่ทั้งสองฝ่ายกำลังจะปะทะกัน จู่ๆ หลินโม่ก็บิดเอวและเปลี่ยนทิศทาง
ภายใต้สายตาที่ตกตะลึงของฝูงหมาป่าวายุเงา เขาก็วิ่งผ่านพวกมันไปทางด้านขวา
ฝูงหมาป่าวายุเงารู้สึกเหมือนถูกหยามเกียรติ และรีบวิ่งไล่ตามหลินโม่ไปด้วยความโกรธเกรี้ยวที่มากขึ้นกว่าเดิม
มีเพียงซูโย่วเวยที่อาศัยการประสานงานกับหลินโม่ สามารถจับเจตนาของเขาได้อย่างเฉียบขาด
เธอชูคทาขึ้นโดยสัญชาตญาณ
"ลำแสงเวทมนตร์ดำ!"
ลำแสงสีดำปะทุออกมาจากคทาของเธอ พุ่งทะลวงฝูงหมาป่าวายุเงาที่กำลังวิ่งไล่ตามหลินโม่อย่างบ้าคลั่ง
ท่ามกลางเสียงหอนของฝูงหมาป่า หลินโม่ก็หยุดฝีเท้าลงอย่างกะทันหัน
เขากำดาบเหล็กกล้าไว้ในมือ และพุ่งตรงเข้าไปในฝูงหมาป่า
เสียงดาบเหล็กกล้า เสียงหอนของหมาป่า เสียงเนื้อที่ถูกฉีกขาด ทุกเสียงดังเข้าหูของเขา...
ในสายตาของซูโย่วเวย ตอนนี้หลินโม่เปรียบเสมือนยมทูต และดาบเหล็กกล้าในมือของเขาก็กลายเป็นเคียวปลิดชีพ
ไม่ว่าเขาจะไปที่ไหน ก็ไม่มีสิ่งใดรอดชีวิต
ทุกครั้งที่ดาบเหล็กกล้าตวัดออกไป มันจะสามารถสังหารหมาป่าวายุเงาได้หนึ่งตัว!
[สังหารหมาป่าวายุเงาระดับ 0 ขั้น 3 ได้รับค่าประสบการณ์ +3]
แม้ว่าจะมีหมาป่าวายุเงาถึง 12 ตัว แต่ก่อนที่ซูโย่วเวยจะทันได้ตั้งสติและโจมตีอีกครั้ง...
พวกมันส่วนใหญ่ก็ถูกหลินโม่จัดการไปแล้ว
เมื่อหมาป่าวายุเงาได้สติกลับมา ก็เหลือพวกมันเพียง 3 ตัวเท่านั้น
หมาปายุเงา 3 ตัวนี้แทบจะไม่เป็นภัยคุกคามต่อหลินโม่เลย
ด้วยการพึ่งพาความเร็วที่เหนือชั้น หลินโม่ไม่เพียงแต่สามารถหลบการโจมตีของหมาป่าวายุเงาทั้ง 3 ตัวได้อย่างง่ายดาย แต่ยังสามารถตวัดดาบเพื่อจัดการพวกมันไปได้อีกหนึ่งตัวด้วย
ไม่นาน ก็ไม่มีหมาป่าวายุเงาตัวใดเหลือรอดมาให้ซูโย่วเวยเห็นอีกเลย
เมื่อมองดูซากศพของหมาป่าวายุเงาที่เกลื่อนกลาดอยู่เต็มพื้น เธอก็ไม่สามารถดึงสติกลับมาได้เป็นเวลานาน
หัวใจของเธอเต็มไปด้วยความสงสัย
เดี๋ยวก่อนนะ ตกลงใครเป็นคนแบกใครเลเวลอัปกันแน่
ทำไมถึงรู้สึกว่าคลาสจอมเวทมนตร์ดำของฉันมันเหมือนมือใหม่ไร้ประสบการณ์เลยล่ะเมื่ออยู่ต่อหน้าหลินโม่น่ะ!
นี่มันสมเหตุสมผลแล้วเหรอ
ตกลงใครคือคลาสขยะกันแน่???