เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 410 ปากหวาน

บทที่ 410 ปากหวาน

บทที่ 410 ปากหวาน


บทที่ 410 ปากหวาน

ฉู่ข่ายเกอสงสัยอย่างหนักว่าลูกชายตัวเองคงจะบ้าไปแล้วแน่ ๆ

สมองต้องมีอะไรผิดปกติไปแล้วแน่ ๆ

เหยียนปิงชินก็พูดไม่ออกเหมือนกัน

เธอปรายตามองเฉินเซียว ความหมายที่ต้องการสื่อนั้นชัดเจนมาก เพื่อนของนายสมองไม่มีปัญหาใช่ไหม?

เฉินเซียวยิ้ม “ฉู่เฟิง เราสองคนก็ถือว่ามีวาสนาต่อกันบ้าง นายพาพ่อของนายกลับไปเถอะ”

ฉู่เฟิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบประจบสอพลอทันที “ลูกพี่ก็คือลูกพี่ ช่างใจกว้างจริง ๆ! เมื่อไหร่ที่ต้องการคนวิ่งเต้นให้ ลูกพี่โทรหาลูกน้องคนนี้ได้ตลอดเวลาเลยนะครับ”

เฉินเซียวพยักหน้า หยิบถ้วยชาขึ้นมาจิบโดยไม่ได้พูดอะไร

ฉู่เฟิงราวกับได้รับการอภัยโทษ เขารีบลากฉู่ข่ายเกอเดินออกไปทันที

“ปล่อยนะ ไอ้ลูกเวร เอ็งทำเรื่องขายขี้หน้าแบบนี้ได้ยังไง!”

ฉู่ข่ายเกอรู้สึกเสียหน้า เขาพยายามจะดิ้นรน แต่จู่ ๆ ก็มีชายชุดดำหลายคนเดินออกมาจากทั้งสองข้าง

เขาจึงสงบเสงี่ยมลงทันที

เดิมทีเขาตั้งใจจะหันไปข่มขู่สักสองสามประโยค แต่กลับถูกลูกชายตัวเองเอามือปิดปากแล้วผลักออกไปจากห้องส่วนตัว

เมื่อมาถึงล็อบบี้โรงแรม ฉู่ข่ายเกอก็พูดไปพลางปลดเข็มขัดไปพลาง “ไอ้ลูกหมา วันนี้ถ้าแกไม่อธิบายให้พ่อฟังอย่างมีเหตุผล พ่อจะตีแกให้ตายคาที่นี่แหละ!”

ฉู่เฟิง: “......”

“พ่อ พ่อช่วยเลิกหาเรื่องใส่ลูกจะได้ไหม?”

ฉู่ข่ายเกอ: “!???”

“หมายความว่าไง?”

ฉู่เฟิงถอนหายใจแล้วพูดว่า “ผมถามพ่อหน่อย บ้านของหวงเทียนเก่งไหมล่ะ?”

ฉู่ข่ายเกอถือเข็มขัดแล้วพูดว่า “เก่งสิ ในเมืองปิงเฉิงก็ถือว่ามีหน้ามีตาไม่เบา พ่อของมันอย่างหวงฟู่หางก็เป็นคนจริงคนหนึ่งเลยนะ”

“เก่งกว่าพ่อไหม?” ฉู่เฟิงถามต่อ

แม้ว่าฉู่ข่ายเกอจะไม่อยากยอมรับว่าตัวเองด้อยกว่าคนอื่น แต่เขาก็ต้องพูดตามความจริง

“อะแฮ่ม... มันก็เก่งกว่าพ่อของแกอยู่นิดหน่อยแหละ”

“แค่นิดหน่อยหรอ? ผมจำได้ว่ามีโครงการหนึ่งของพ่อที่คนอื่นเขาหมายตาไว้ พ่อยังไม่กล้าแม้แต่จะปริปากเลย”

ฉู่ข่ายเกอ: “......”

เขาโกรธจนหน้าแดงก่ำ ก่อนจะเงื้อเข็มขัดขึ้นมาแล้วพูดว่า:

“ไอ้ลูกหมา สรุปแล้วแกต้องการจะพูดอะไรกันแน่?”

ฉู่เฟิงเบี่ยงตัวหลบไปด้านข้าง “อย่าตีนะ พ่อของหวงเทียนเก่งขนาดนั้น แต่เป็นเพราะไปล่วงเกินชายหนุ่มในห้องเมื่อกี้เข้า ตอนนี้ทั้งพ่อทั้งลูกก็เลยต้องหนีไปต่างประเทศและยังไม่กลับมาเลย”

“หืม? จริงหรอเนี่ย?”

“แน่นอนสิว่าจริง ผมเห็นมากับตา หวงเทียนน่ะถูกซ้อมซะจนร้องโหยหวนอย่างน่าสมเพชเชียวล่ะ......”

ฉู่ข่ายเกอวางเข็มขัดลง และใช้ความคิดอย่างหนัก “ก่อนที่หวงฟู่หางจะไป เขาขายบริษัททิ้งหมดเลย ตอนนั้นดูรีบร้อนมาก......

เป็นเพราะชายหนุ่มคนนั้นหรอกหรอ?”

ในที่สุดฉู่ข่ายเกอก็เข้าใจแล้ว ว่าทำไมผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นจำนวนมากถึงไม่เข้ามาฮุบกิจการของหวงฟู่หาง

ที่แท้ก็เป็นมังกรพลัดถิ่น ข้ามน้ำข้ามทะเลมาฉกชิ้นปลามันไปนี่เอง!

เมื่อฉู่เฟิงเห็นพ่อเริ่มใช้ความคิด เขาก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

“พ่อรู้ก็ดีแล้ว วันหลังอย่าไปล่วงเกินใครสุ่มสี่สุ่มห้า ยุคนี้ผู้ยิ่งใหญ่มันมีอยู่ทั่วไปหมด ปกป้องธุรกิจของครอบครัวเอาไว้ให้ดีไม่ดีกว่าหรอ?”

เมื่อฉู่ข่ายเกอนึกถึงการกระทำของตัวเองเมื่อสักครู่ เขาก็อดไม่ได้ที่จะแอบปาดเหงื่อเย็น ๆ

แม้แต่ตระกูลหวงยังถูกจัดการซะจนราบคาบ ตัวเขาเองยังห่างชั้นกับพวกนั้นอีกเยอะ ถ้าหากไปตอแยเข้า จะไม่ตายอนาถกว่านี้หรอกหรอ?

เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็รีบรัดเข็มขัดกางเกงให้แน่น แล้วยิ้มพูดว่า “เสี่ยวเฟิง คอมพิวเตอร์ของแกถึงเวลาต้องอัปเกรดแล้วมั้ง? ปะ พ่อลูกเราไปเดินดูแถวตลาดอิเล็กทรอนิกส์กันดีกว่า!”

ฉู่เฟิงดีใจขึ้นมาทันที “เออ ให้มันได้อย่างนี้สิ ผมก็เล่นคอมของผมไป พ่อก็เลี้ยงเมียน้อยของพ่อไป ชีวิตแบบนี้มันไม่สบายตรงไหน? ยังไงซะมันก็ดีกว่าการทำอวดเก่งเป็นไหน ๆ”

ฉู่ข่ายเกอ: “......”

“หึหึหึ แกพูดถูกหมดนั่นแหละ”

......

ถ้าฉู่ข่ายเกอรู้ว่า ตระกูลหวังที่แข็งแกร่งกว่าหวงฟู่หางเป็นไหน ๆ ยังต้องพ่ายแพ้ให้กับเงื้อมมือของเฉินเซียว

คาดว่าเขาคงจะดึงกางเกงขึ้นไม่ทัน แล้วฉี่ราดตรงนั้นเลยล่ะ

เมื่อฉู่ข่ายเกอนั่งรถแท็กซี่มาถึงหน้าตลาดอิเล็กทรอนิกส์ เขาก็ได้รับโทรศัพท์สายหนึ่ง

พอฟังจบ เขาก็ตกใจจนโทรศัพท์แทบจะร่วงหลุดจากมือ

ไม่เพียงแต่บริษัททั้งหมดของเขาจะมีคนแปลกหน้ากลุ่มใหญ่แห่กันมา แต่ภรรยาของเขายังเกือบจะถูกรถชนเข้าให้อีกด้วย

ที่บ้านก็เกิดไฟไหม้ขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ แต่ก็มีผู้หวังดีมาช่วยดับไฟไว้ได้ทันเวลา

เรื่องราวทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นติดต่อกันเป็นชุด

ทำให้ฉู่ข่ายเกอตระหนักถึงอะไรบางอย่างขึ้นมาทันที

พอนึกย้อนกลับไปตอนก่อนจะขับรถออกมา ก็มีผู้หวังดีมาเตือนว่าผ้าเบรกหลุด

เขาก็ยิ่งมั่นใจมากขึ้นไปอีก

ผู้ชายคนนั้นช่างน่ากลัวเกินไปแล้ว......

ลูกชายของเขาไม่เพียงแต่จะช่วยให้เขารอดพ้นจากหายนะได้ แต่นี่แม่งคือการช่วยชีวิตเขาไว้ชัด ๆ!

“ลูกเอ๊ย”

“หืม?”

“วันนี้แกซื้อคอมพิวเตอร์ ไม่ต้องเอาเครื่องที่ดีที่สุด แต่เอาเครื่องที่แพงที่สุดไปเลย!”

ฉู่เฟิง: “......”

ในตอนนั้นเอง ลูกน้องของเขาก็โทรมาหา

“ฮัลโหล? ลูกพี่ ซูเปอร์มาร์เก็ตที่คุณให้พวกเราไปสืบดูน่ะ ชื่อว่าซูเปอร์มาร์เก็ตหย่งฮุ่ย หาเจอแล้ว อยู่ในอำเภอเล็ก ๆ จะให้จัดเลยไหมครับ?”

ฉู่ข่ายเกอด่าลั่น “จัด จัดบ้าอะไรล่ะ! ยุคไหนสมัยไหนแล้ว? ปกติฉันสอนพวกแกยังไง ต้องทำดีกับคนอื่นสิ ไปกวาดหิมะหน้าบ้านหลังบ้านซูเปอร์มาร์เก็ตหย่งฮุ่ยให้สะอาด แล้วก็ไปช่วยเรียกลูกค้าเข้าร้านด้วย ท่าทีก็ต้องกระตือรือร้นหน่อย!”

ลูกน้อง: “!???”

“ลูกพี่ นี่ลูกพี่ไม่ได้พูดประชดใช่ไหมครับ?”

“ประชดบ้าอะไรล่ะ พวกแกรู้ไหมว่าใครเป็นคนเปิด? นั่นน่ะพ่อบังเกิดเกล้าของฉันเลยนะโว้ย!”

ลูกน้องทำหน้าเหวอ คิดในใจว่า พ่อของแกตายไปตั้งหลายปีแล้วไม่ใช่หรอ?

แล้วนี่พ่อบังเกิดเกล้าโผล่มาจากไหนอีกเนี่ย?

อีกไม่กี่ปีพอตายไปแล้ว พวกเขาจะต้องใส่ซองช่วยงานศพอีกหรือเปล่าเนี่ย?

พวกลูกน้องอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ การจะหาเงินสักแดงมันช่างยากเย็นแสนเข็ญจริง ๆ โว้ย! เงินทั้งหมดต้องเอาไปใส่ซองให้ลูกพี่หมดเลย......

พวกเขาทุกคนล้วนแต่หาเลี้ยงปากท้องอยู่ภายใต้ร่มเงาของฉู่ข่ายเกอ ลูกพี่สั่งให้ทำยังไง พวกเขาก็ต้องทำตามอย่างนั้น พวกเขาจึงไปจัดการตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด

เรื่องราวที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น เฉินเซียวไม่มีทางล่วงรู้ได้เลย

แต่ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ไม่เพียงแต่อี้ต๋าพลาซ่าที่มีเบื้องหลังอันลึกลับจะทำให้ผู้มีอิทธิพลในเมืองปิงเฉิงรู้สึกเกรงกลัวเท่านั้น

แม้แต่ซูเปอร์มาร์เก็ตหย่งฮุ่ยที่อยู่ในอำเภอเล็ก ๆ อย่างอำเภอหลาน ก็ถูกจัดให้เป็นสถานที่ที่ห้ามเข้าไปล่วงเกินในแวดวงเมืองปิงเฉิงด้วยเช่นกัน

พอมีคนพูดถึงเรื่องนี้ คนในแวดวงหลายคนก็มักจะบอกว่า นั่นคือซูเปอร์มาร์เก็ตที่พ่อบุญธรรมของพวกเขาเป็นคนเปิด

แต่ละคนล้วนแสดงความเคารพอย่างหาที่เปรียบไม่ได้

......

แน่นอนว่านั่นคือเรื่องราวในภายหลัง หลังจากที่เฉินเซียวและเหยียนปิงชินกลับมาที่โรงแรม

ความเร่าร้อนของเหยียนปิงชินก็ถูกจุดประกายขึ้นมาอย่างเต็มที่

ภายในพื้นที่ส่วนตัวที่มีเพียงแค่พวกเขาสองคน

ไม่จำเป็นต้องระมัดระวังตัวเหมือนเมื่อคืนอีกต่อไป

ความขัดแย้งอันดุเดือดระหว่างคนทั้งสองก็ปะทุขึ้นมาทันที

นิสัยของเหยียนปิงชินก็คือความเผด็จการแบบนี้แหละ

แม้ว่าจะอยู่ข้าง ๆ สวี่เสี่ยวหลาน เธอก็ยังกล้าแย่งเฉินเซียวมา

เพียงแต่ความคิดของเธอที่อยากจะเป็นฝ่ายควบคุมนั้น มันเป็นเรื่องยากที่จะเป็นไปได้เมื่ออยู่ต่อหน้าเฉินเซียว

ในทางกลับกัน เธอกลับถูกเขากดขี่อย่างโหดร้ายและไร้ความปรานี...

พลบค่ำ

ทั้งสองคนนอนอิงแอบกันอยู่บนโซฟา

เรียวขายาวเรียบเนียนของเหยียนปิงชินแกว่งไปมาอย่างไม่สงบนิ่ง

“เฉินเซียว เลขาคนสวยของนาย... ถูกนาย...”

เฉินเซียวชะงัก “เธออย่าเดามั่วสิ”

เหยียนปิงชินตีเขาเบา ๆ“ฉันบริหารบริษัทมาตั้งแต่เรียนจบ แค่มองสีหน้าและแววตาของคนอื่น ฉันก็รู้แล้วว่าในใจของพวกเขาคิดอะไรอยู่”

เฉินเซียว: “......”

“เก่ง! เธอเดาถูกแล้ว ปีใหม่ก็ต้องมีอะไรใหม่ ๆ สิ ทิ้งสิ่งเก่าต้อนรับสิ่งใหม่ยังไงล่ะ”

เหยียนปิงชินค้อนขวับ “ไอ้คนเนรคุณ ฉันกลายเป็นคนเก่าเร็วขนาดนี้เลยหรอ?”

“หึหึหึ ไม่หรอกน่า เธอคือคนใหม่ในทุก ๆ วันนั่นแหละ”

“ปากหวาน...”

“หวานหรอ? เธอรู้ได้ยังไงล่ะ?”

เหยียนปิงชิน: “......”

......

เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น

เฉินเซียวตื่นขึ้นมาท่ามกลางอ้อมกอดอันอบอุ่นและนุ่มนวล

เขายืดเส้นยืดสายอย่างสบายตัว

แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาตามความเคยชิน

ข้อความในวีแชทยังคงมีมากมายเช่นเดิม

ส่วนใหญ่ก็เป็นข้อความที่ส่งมาจากเพื่อนต่างเพศของเขาทั้งนั้น

มีทั้งเรื่องที่พวกเธอคิดว่าน่าสนใจ แล้วก็ยังมีข้อความพร่ำเพ้อถึงความคิดถึง และอื่น ๆ อีกมากมาย

เฉินเซียวเลือกตอบกลับเฉพาะข้อความที่เขาสนใจไปสักสองสามข้อความ

จากนั้นในขณะที่เขากำลังจะวางโทรศัพท์ลง

จู่ ๆ เขาก็เห็นข้อความที่ถูกซ่อนเอาไว้ปรากฏขึ้นมา

[วันที่ 19 มกราคม - 1 กุมภาพันธ์ ดัชนีตลาดหุ้นลดลง 8% หุ้นกว่าพันตัวร่วงลงจนติดฟลอร์]

ด้านล่างยังมีรายชื่อหุ้นแต่ละตัวที่ร่วงลงมาแนบมาด้วย

เฉินเซียวถึงกับเด้งตัวลุกขึ้นจากเตียงทันที

ให้ตายเถอะ!

การเปลี่ยนแปลงของตลาดหุ้นรอบนี้มันใหญ่เกินไปแล้ว!

จบบทที่ บทที่ 410 ปากหวาน

คัดลอกลิงก์แล้ว