- หน้าแรก
- ระบบเซียนหุ้น: มีแค่ผมที่มองเห็นข้อมูลลับ!
- บทที่ 410 ปากหวาน
บทที่ 410 ปากหวาน
บทที่ 410 ปากหวาน
บทที่ 410 ปากหวาน
ฉู่ข่ายเกอสงสัยอย่างหนักว่าลูกชายตัวเองคงจะบ้าไปแล้วแน่ ๆ
สมองต้องมีอะไรผิดปกติไปแล้วแน่ ๆ
เหยียนปิงชินก็พูดไม่ออกเหมือนกัน
เธอปรายตามองเฉินเซียว ความหมายที่ต้องการสื่อนั้นชัดเจนมาก เพื่อนของนายสมองไม่มีปัญหาใช่ไหม?
เฉินเซียวยิ้ม “ฉู่เฟิง เราสองคนก็ถือว่ามีวาสนาต่อกันบ้าง นายพาพ่อของนายกลับไปเถอะ”
ฉู่เฟิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบประจบสอพลอทันที “ลูกพี่ก็คือลูกพี่ ช่างใจกว้างจริง ๆ! เมื่อไหร่ที่ต้องการคนวิ่งเต้นให้ ลูกพี่โทรหาลูกน้องคนนี้ได้ตลอดเวลาเลยนะครับ”
เฉินเซียวพยักหน้า หยิบถ้วยชาขึ้นมาจิบโดยไม่ได้พูดอะไร
ฉู่เฟิงราวกับได้รับการอภัยโทษ เขารีบลากฉู่ข่ายเกอเดินออกไปทันที
“ปล่อยนะ ไอ้ลูกเวร เอ็งทำเรื่องขายขี้หน้าแบบนี้ได้ยังไง!”
ฉู่ข่ายเกอรู้สึกเสียหน้า เขาพยายามจะดิ้นรน แต่จู่ ๆ ก็มีชายชุดดำหลายคนเดินออกมาจากทั้งสองข้าง
เขาจึงสงบเสงี่ยมลงทันที
เดิมทีเขาตั้งใจจะหันไปข่มขู่สักสองสามประโยค แต่กลับถูกลูกชายตัวเองเอามือปิดปากแล้วผลักออกไปจากห้องส่วนตัว
เมื่อมาถึงล็อบบี้โรงแรม ฉู่ข่ายเกอก็พูดไปพลางปลดเข็มขัดไปพลาง “ไอ้ลูกหมา วันนี้ถ้าแกไม่อธิบายให้พ่อฟังอย่างมีเหตุผล พ่อจะตีแกให้ตายคาที่นี่แหละ!”
ฉู่เฟิง: “......”
“พ่อ พ่อช่วยเลิกหาเรื่องใส่ลูกจะได้ไหม?”
ฉู่ข่ายเกอ: “!???”
“หมายความว่าไง?”
ฉู่เฟิงถอนหายใจแล้วพูดว่า “ผมถามพ่อหน่อย บ้านของหวงเทียนเก่งไหมล่ะ?”
ฉู่ข่ายเกอถือเข็มขัดแล้วพูดว่า “เก่งสิ ในเมืองปิงเฉิงก็ถือว่ามีหน้ามีตาไม่เบา พ่อของมันอย่างหวงฟู่หางก็เป็นคนจริงคนหนึ่งเลยนะ”
“เก่งกว่าพ่อไหม?” ฉู่เฟิงถามต่อ
แม้ว่าฉู่ข่ายเกอจะไม่อยากยอมรับว่าตัวเองด้อยกว่าคนอื่น แต่เขาก็ต้องพูดตามความจริง
“อะแฮ่ม... มันก็เก่งกว่าพ่อของแกอยู่นิดหน่อยแหละ”
“แค่นิดหน่อยหรอ? ผมจำได้ว่ามีโครงการหนึ่งของพ่อที่คนอื่นเขาหมายตาไว้ พ่อยังไม่กล้าแม้แต่จะปริปากเลย”
ฉู่ข่ายเกอ: “......”
เขาโกรธจนหน้าแดงก่ำ ก่อนจะเงื้อเข็มขัดขึ้นมาแล้วพูดว่า:
“ไอ้ลูกหมา สรุปแล้วแกต้องการจะพูดอะไรกันแน่?”
ฉู่เฟิงเบี่ยงตัวหลบไปด้านข้าง “อย่าตีนะ พ่อของหวงเทียนเก่งขนาดนั้น แต่เป็นเพราะไปล่วงเกินชายหนุ่มในห้องเมื่อกี้เข้า ตอนนี้ทั้งพ่อทั้งลูกก็เลยต้องหนีไปต่างประเทศและยังไม่กลับมาเลย”
“หืม? จริงหรอเนี่ย?”
“แน่นอนสิว่าจริง ผมเห็นมากับตา หวงเทียนน่ะถูกซ้อมซะจนร้องโหยหวนอย่างน่าสมเพชเชียวล่ะ......”
ฉู่ข่ายเกอวางเข็มขัดลง และใช้ความคิดอย่างหนัก “ก่อนที่หวงฟู่หางจะไป เขาขายบริษัททิ้งหมดเลย ตอนนั้นดูรีบร้อนมาก......
เป็นเพราะชายหนุ่มคนนั้นหรอกหรอ?”
ในที่สุดฉู่ข่ายเกอก็เข้าใจแล้ว ว่าทำไมผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นจำนวนมากถึงไม่เข้ามาฮุบกิจการของหวงฟู่หาง
ที่แท้ก็เป็นมังกรพลัดถิ่น ข้ามน้ำข้ามทะเลมาฉกชิ้นปลามันไปนี่เอง!
เมื่อฉู่เฟิงเห็นพ่อเริ่มใช้ความคิด เขาก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
“พ่อรู้ก็ดีแล้ว วันหลังอย่าไปล่วงเกินใครสุ่มสี่สุ่มห้า ยุคนี้ผู้ยิ่งใหญ่มันมีอยู่ทั่วไปหมด ปกป้องธุรกิจของครอบครัวเอาไว้ให้ดีไม่ดีกว่าหรอ?”
เมื่อฉู่ข่ายเกอนึกถึงการกระทำของตัวเองเมื่อสักครู่ เขาก็อดไม่ได้ที่จะแอบปาดเหงื่อเย็น ๆ
แม้แต่ตระกูลหวงยังถูกจัดการซะจนราบคาบ ตัวเขาเองยังห่างชั้นกับพวกนั้นอีกเยอะ ถ้าหากไปตอแยเข้า จะไม่ตายอนาถกว่านี้หรอกหรอ?
เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็รีบรัดเข็มขัดกางเกงให้แน่น แล้วยิ้มพูดว่า “เสี่ยวเฟิง คอมพิวเตอร์ของแกถึงเวลาต้องอัปเกรดแล้วมั้ง? ปะ พ่อลูกเราไปเดินดูแถวตลาดอิเล็กทรอนิกส์กันดีกว่า!”
ฉู่เฟิงดีใจขึ้นมาทันที “เออ ให้มันได้อย่างนี้สิ ผมก็เล่นคอมของผมไป พ่อก็เลี้ยงเมียน้อยของพ่อไป ชีวิตแบบนี้มันไม่สบายตรงไหน? ยังไงซะมันก็ดีกว่าการทำอวดเก่งเป็นไหน ๆ”
ฉู่ข่ายเกอ: “......”
“หึหึหึ แกพูดถูกหมดนั่นแหละ”
......
ถ้าฉู่ข่ายเกอรู้ว่า ตระกูลหวังที่แข็งแกร่งกว่าหวงฟู่หางเป็นไหน ๆ ยังต้องพ่ายแพ้ให้กับเงื้อมมือของเฉินเซียว
คาดว่าเขาคงจะดึงกางเกงขึ้นไม่ทัน แล้วฉี่ราดตรงนั้นเลยล่ะ
เมื่อฉู่ข่ายเกอนั่งรถแท็กซี่มาถึงหน้าตลาดอิเล็กทรอนิกส์ เขาก็ได้รับโทรศัพท์สายหนึ่ง
พอฟังจบ เขาก็ตกใจจนโทรศัพท์แทบจะร่วงหลุดจากมือ
ไม่เพียงแต่บริษัททั้งหมดของเขาจะมีคนแปลกหน้ากลุ่มใหญ่แห่กันมา แต่ภรรยาของเขายังเกือบจะถูกรถชนเข้าให้อีกด้วย
ที่บ้านก็เกิดไฟไหม้ขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ แต่ก็มีผู้หวังดีมาช่วยดับไฟไว้ได้ทันเวลา
เรื่องราวทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นติดต่อกันเป็นชุด
ทำให้ฉู่ข่ายเกอตระหนักถึงอะไรบางอย่างขึ้นมาทันที
พอนึกย้อนกลับไปตอนก่อนจะขับรถออกมา ก็มีผู้หวังดีมาเตือนว่าผ้าเบรกหลุด
เขาก็ยิ่งมั่นใจมากขึ้นไปอีก
ผู้ชายคนนั้นช่างน่ากลัวเกินไปแล้ว......
ลูกชายของเขาไม่เพียงแต่จะช่วยให้เขารอดพ้นจากหายนะได้ แต่นี่แม่งคือการช่วยชีวิตเขาไว้ชัด ๆ!
“ลูกเอ๊ย”
“หืม?”
“วันนี้แกซื้อคอมพิวเตอร์ ไม่ต้องเอาเครื่องที่ดีที่สุด แต่เอาเครื่องที่แพงที่สุดไปเลย!”
ฉู่เฟิง: “......”
ในตอนนั้นเอง ลูกน้องของเขาก็โทรมาหา
“ฮัลโหล? ลูกพี่ ซูเปอร์มาร์เก็ตที่คุณให้พวกเราไปสืบดูน่ะ ชื่อว่าซูเปอร์มาร์เก็ตหย่งฮุ่ย หาเจอแล้ว อยู่ในอำเภอเล็ก ๆ จะให้จัดเลยไหมครับ?”
ฉู่ข่ายเกอด่าลั่น “จัด จัดบ้าอะไรล่ะ! ยุคไหนสมัยไหนแล้ว? ปกติฉันสอนพวกแกยังไง ต้องทำดีกับคนอื่นสิ ไปกวาดหิมะหน้าบ้านหลังบ้านซูเปอร์มาร์เก็ตหย่งฮุ่ยให้สะอาด แล้วก็ไปช่วยเรียกลูกค้าเข้าร้านด้วย ท่าทีก็ต้องกระตือรือร้นหน่อย!”
ลูกน้อง: “!???”
“ลูกพี่ นี่ลูกพี่ไม่ได้พูดประชดใช่ไหมครับ?”
“ประชดบ้าอะไรล่ะ พวกแกรู้ไหมว่าใครเป็นคนเปิด? นั่นน่ะพ่อบังเกิดเกล้าของฉันเลยนะโว้ย!”
ลูกน้องทำหน้าเหวอ คิดในใจว่า พ่อของแกตายไปตั้งหลายปีแล้วไม่ใช่หรอ?
แล้วนี่พ่อบังเกิดเกล้าโผล่มาจากไหนอีกเนี่ย?
อีกไม่กี่ปีพอตายไปแล้ว พวกเขาจะต้องใส่ซองช่วยงานศพอีกหรือเปล่าเนี่ย?
พวกลูกน้องอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ การจะหาเงินสักแดงมันช่างยากเย็นแสนเข็ญจริง ๆ โว้ย! เงินทั้งหมดต้องเอาไปใส่ซองให้ลูกพี่หมดเลย......
พวกเขาทุกคนล้วนแต่หาเลี้ยงปากท้องอยู่ภายใต้ร่มเงาของฉู่ข่ายเกอ ลูกพี่สั่งให้ทำยังไง พวกเขาก็ต้องทำตามอย่างนั้น พวกเขาจึงไปจัดการตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด
เรื่องราวที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น เฉินเซียวไม่มีทางล่วงรู้ได้เลย
แต่ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ไม่เพียงแต่อี้ต๋าพลาซ่าที่มีเบื้องหลังอันลึกลับจะทำให้ผู้มีอิทธิพลในเมืองปิงเฉิงรู้สึกเกรงกลัวเท่านั้น
แม้แต่ซูเปอร์มาร์เก็ตหย่งฮุ่ยที่อยู่ในอำเภอเล็ก ๆ อย่างอำเภอหลาน ก็ถูกจัดให้เป็นสถานที่ที่ห้ามเข้าไปล่วงเกินในแวดวงเมืองปิงเฉิงด้วยเช่นกัน
พอมีคนพูดถึงเรื่องนี้ คนในแวดวงหลายคนก็มักจะบอกว่า นั่นคือซูเปอร์มาร์เก็ตที่พ่อบุญธรรมของพวกเขาเป็นคนเปิด
แต่ละคนล้วนแสดงความเคารพอย่างหาที่เปรียบไม่ได้
......
แน่นอนว่านั่นคือเรื่องราวในภายหลัง หลังจากที่เฉินเซียวและเหยียนปิงชินกลับมาที่โรงแรม
ความเร่าร้อนของเหยียนปิงชินก็ถูกจุดประกายขึ้นมาอย่างเต็มที่
ภายในพื้นที่ส่วนตัวที่มีเพียงแค่พวกเขาสองคน
ไม่จำเป็นต้องระมัดระวังตัวเหมือนเมื่อคืนอีกต่อไป
ความขัดแย้งอันดุเดือดระหว่างคนทั้งสองก็ปะทุขึ้นมาทันที
นิสัยของเหยียนปิงชินก็คือความเผด็จการแบบนี้แหละ
แม้ว่าจะอยู่ข้าง ๆ สวี่เสี่ยวหลาน เธอก็ยังกล้าแย่งเฉินเซียวมา
เพียงแต่ความคิดของเธอที่อยากจะเป็นฝ่ายควบคุมนั้น มันเป็นเรื่องยากที่จะเป็นไปได้เมื่ออยู่ต่อหน้าเฉินเซียว
ในทางกลับกัน เธอกลับถูกเขากดขี่อย่างโหดร้ายและไร้ความปรานี...
พลบค่ำ
ทั้งสองคนนอนอิงแอบกันอยู่บนโซฟา
เรียวขายาวเรียบเนียนของเหยียนปิงชินแกว่งไปมาอย่างไม่สงบนิ่ง
“เฉินเซียว เลขาคนสวยของนาย... ถูกนาย...”
เฉินเซียวชะงัก “เธออย่าเดามั่วสิ”
เหยียนปิงชินตีเขาเบา ๆ“ฉันบริหารบริษัทมาตั้งแต่เรียนจบ แค่มองสีหน้าและแววตาของคนอื่น ฉันก็รู้แล้วว่าในใจของพวกเขาคิดอะไรอยู่”
เฉินเซียว: “......”
“เก่ง! เธอเดาถูกแล้ว ปีใหม่ก็ต้องมีอะไรใหม่ ๆ สิ ทิ้งสิ่งเก่าต้อนรับสิ่งใหม่ยังไงล่ะ”
เหยียนปิงชินค้อนขวับ “ไอ้คนเนรคุณ ฉันกลายเป็นคนเก่าเร็วขนาดนี้เลยหรอ?”
“หึหึหึ ไม่หรอกน่า เธอคือคนใหม่ในทุก ๆ วันนั่นแหละ”
“ปากหวาน...”
“หวานหรอ? เธอรู้ได้ยังไงล่ะ?”
เหยียนปิงชิน: “......”
......
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น
เฉินเซียวตื่นขึ้นมาท่ามกลางอ้อมกอดอันอบอุ่นและนุ่มนวล
เขายืดเส้นยืดสายอย่างสบายตัว
แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาตามความเคยชิน
ข้อความในวีแชทยังคงมีมากมายเช่นเดิม
ส่วนใหญ่ก็เป็นข้อความที่ส่งมาจากเพื่อนต่างเพศของเขาทั้งนั้น
มีทั้งเรื่องที่พวกเธอคิดว่าน่าสนใจ แล้วก็ยังมีข้อความพร่ำเพ้อถึงความคิดถึง และอื่น ๆ อีกมากมาย
เฉินเซียวเลือกตอบกลับเฉพาะข้อความที่เขาสนใจไปสักสองสามข้อความ
จากนั้นในขณะที่เขากำลังจะวางโทรศัพท์ลง
จู่ ๆ เขาก็เห็นข้อความที่ถูกซ่อนเอาไว้ปรากฏขึ้นมา
[วันที่ 19 มกราคม - 1 กุมภาพันธ์ ดัชนีตลาดหุ้นลดลง 8% หุ้นกว่าพันตัวร่วงลงจนติดฟลอร์]
ด้านล่างยังมีรายชื่อหุ้นแต่ละตัวที่ร่วงลงมาแนบมาด้วย
เฉินเซียวถึงกับเด้งตัวลุกขึ้นจากเตียงทันที
ให้ตายเถอะ!
การเปลี่ยนแปลงของตลาดหุ้นรอบนี้มันใหญ่เกินไปแล้ว!