เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 405 คืนข้ามปี

บทที่ 405 คืนข้ามปี

บทที่ 405 คืนข้ามปี


บทที่ 405 คืนข้ามปี

“สิบ...”

เดิมทีเฉินเจี้ยนกั๋วตั้งใจจะบ่นออกมาสักสองสามประโยค

แต่เมื่อนึกไปถึงขบวนรถราคาหลายสิบล้าน เครื่องบินราคาสี่ร้อยล้าน และโครงการราคาหลายหมื่นล้าน

สุดท้ายเขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาเลยแม้แต่คำเดียว

เขารีบวิ่งกลับเข้าไปในบ้าน ก่อนจะตะโกนเรียก “คุณนาย รีบออกมาดูดอกไม้ไฟเร็วเข้า ดูครั้งเดียวก็คุ้มแล้ว!”

หวังลี่: “......”

“เฉินเจี้ยนกั๋ว ช่วงปีใหม่แท้ ๆ สมองของคุณมีปัญหาอะไรหรือเปล่าเนี่ย?”

เฉินเจี้ยนกั๋ว: “......”

“ไม่ใช่แบบนั้น ความหมายของผมก็คือ ถ้าไม่รีบดูตอนนี้ หลังจากนี้ก็อาจจะไม่มีโอกาสได้ดูอีกแล้วไงล่ะ”

“เฉินเจี้ยนกั๋ว!”

หวังลี่กำลังอยู่ในจุดที่ใกล้จะระเบิดอารมณ์ออกมาเต็มทีแล้ว

เฉินเจี้ยนกั๋วชะงักไป เขาอดไม่ได้ที่จะตบปากตัวเองไปหนึ่งฉาด

“ไม่ใช่แบบนั้น...... โอ๊ย คุณรีบออกมาดูเร็วเข้าเถอะน่า!”

เขารู้สึกว่าขืนมัวแต่อธิบายอยู่สองสามประโยคมันก็คงจะไม่รู้เรื่อง เขาจึงตัดสินใจเดินเข้าไปลากตัวหวังลี่ออกมาข้างนอกโดยตรงเลยดีกว่า พอเธอได้เห็น เธอก็ถึงกับยืนอึ้งไปเลยในทันที

“พระเจ้าช่วย นี่มันไอ้โง่ที่ไหนเป็นคนทำเนี่ย ทำไมถึงได้จุดดอกไม้ไฟเยอะแยะขนาดนี้กันล่ะ?”

เฉินเซียว: “......”

“ฮ่า ๆ ๆ ......” เฉินเจี้ยนกั๋วหัวเราะลั่นออกมาในทันที

สองพี่น้องตระกูลหลินและเฉินฉิงเสวี่ย ก็เอามือปิดปากกลั้นหัวเราะกันอย่างสุดความสามารถเช่นเดียวกัน

หวังลี่มองดูสีหน้าของทุกคน ก่อนจะหันไปถามเฉินเซียวว่า “ลูกเป็นคนซื้อมาหรอ?”

เฉินเซียวรู้สึกเหนื่อยใจเป็นอย่างมาก “อ่า ก็แค่เพื่อความสนุกสนานรื่นเริงในช่วงปีใหม่เท่านั้นเองแหละครับ”

เฉินเจี้ยนกั๋วที่ยืนอยู่ด้านข้าง ก็กำลังตั้งตารอคอยที่จะได้เห็นเรื่องสนุก ไอ้ลูกหมาเอ๊ย สมน้ำหน้า อยากจะมาหลอกฉันดีนัก เป็นยังไงล่ะ โดนกรรมตามสนองแล้วใช่ไหมล่ะ?

หวังลี่ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยปากชมออกมาหนึ่งประโยค “อืม มันก็สวยดีนะ ลูกชายของฉันนี่รู้จักใช้เงินจริง ๆ เลยนะเนี่ย”

เฉินเจี้ยนกั๋ว: “......”

“ไม่ใช่สิ ผมซื้อประทัดมาสองพันหยวน คุณด่าผมซะยับเยิน แต่พอลูกชายของคุณซื้อมาสิบล้าน คุณกลับชมเขาว่ารู้จักใช้เงินงั้นหรอ?”

“อ้าว แล้วมันทำไมล่ะ? ลูกชายของฉันหาเงินมาได้ด้วยตัวเอง คุณหามาได้แบบเขาไหมล่ะ?” หวังลี่ตอกกลับ

เฉินเจี้ยนกั๋วถึงกับพูดไม่ออกในทันที

“ฮ่า ๆ ๆ ......”

คราวนี้ถึงตาเฉินเซียวที่จะต้องหัวเราะลั่นออกมาบ้างแล้วล่ะ

ทว่าพวกหลินเยียนหรานกลับต้องทนกลั้นหัวเราะกันอย่างยากลำบากมากยิ่งขึ้นไปอีก

เฉินเจี้ยนกั๋วพ่ายแพ้อย่างราบคาบ เขาทำได้เพียงแค่ปลอบใจตัวเองอยู่ภายในใจอย่างต่อเนื่องเท่านั้น

เห็นแก่บัตรธนาคารมูลค่าหนึ่งล้านหยวนที่ซ่อนอยู่ใต้แผ่นรองรองเท้าหรอกนะ ยอมทนให้ก็แล้วกัน!

ดอกไม้ไฟอันงดงามตระการตา ปกคลุมไปทั่วทั้งท้องฟ้ายามค่ำคืน

ในช่วงเวลานี้ ผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนต่างก็พากันแหงนหน้าขึ้นไปมองดูบนท้องฟ้าพร้อม ๆ กัน

ความสุขภายในใจของแต่ละคนก็แตกต่างกันออกไป

หรือแม้กระทั่ง บางคนก็อาจจะรู้สึกตื้นตันใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

หลินเยียนอวี่อาศัยจังหวะที่ทุกคนกำลังแหงนหน้ามองดูบนท้องฟ้า แอบปรายตามองไปที่เฉินเซียวที่กำลังยืนยิ้มอยู่แวบหนึ่ง

ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ที่เธอรู้สึกว่าโลกทั้งใบของเธอ นอกจากดอกไม้ไฟและเงาร่างของผู้ชายคนนี้แล้ว

มันก็ไม่สามารถที่จะเปิดรับสิ่งอื่นใดเข้ามาได้อีกเลย

เพียงแต่ว่า... เขาเป็นถึงบอส

เป็นถึงบอสของกลุ่มบริษัทระดับซูเปอร์กรุ๊ป ที่มีมูลค่าทางการตลาดสูงกว่าสองแสนล้านหยวน

เฉินเซียวสัมผัสได้ว่ากำลังมีคนแอบมองเขาอยู่ เขาจึงหันหน้าไปมองเล็กน้อย ก็พบว่าเป็นหลินเยียนอวี่

เธอรีบละสายตากลับมาอย่างรวดเร็ว ใบหน้าอันงดงามของเธอถูกความหนาวเย็นจนแดงก่ำ

“ไปกันเถอะ! กลับไปกินเกี๊ยวกันดีกว่า!” เฉินเซียวเอ่ยปากชวน

“กินเกี๊ยวอะไรกันล่ะ ดอกไม้ไฟสิบล้านหยวนของแกน่ะ พลาดไปแค่หนึ่งวินาทีก็เท่ากับเสียเงินไปตั้งหลายหมื่นแล้วนะ” เฉินเจี้ยนกั๋วรู้สึกเสียดาย

เฉินเซียวพูดไม่ออก “ดอกไม้ไฟต่อให้มันจะสวยงามมากแค่ไหน แต่มันก็ย่อมจะมีช่วงเวลาที่ต้องดับสลายไปอยู่ดี แทนที่จะต้องมารู้สึกใจหายเมื่อถึงเวลานั้น สู้พวกเราเลือกที่จะเดินกลับไปในตอนที่มันกำลังงดงามที่สุดจะดีกว่า แบบนี้ความสวยงามของมันก็จะได้ประทับอยู่ในใจของพวกเราไปตลอดกาลยังไงล่ะครับ”

เฉินเจี้ยนกั๋วชะงักไป “ไอ้เด็กบ้า แกกำลังพูดเรื่องอะไรของแก?”

เฉินเซียวหันไปมองหลินเยียนอวี่แวบหนึ่ง “ผมก็ไม่ได้พูดกับพ่อเสียหน่อยนี่ครับ”

เฉินเจี้ยนกั๋ว: “......”

พูดจบ เฉินเซียวก็เดินกลับเข้าไปในบ้าน

หลินเยียนอวี่ยืนนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินตามเขากลับเข้าไป

ในยุคสมัยนี้ ดอกไม้ไฟมูลค่าตั้งสิบล้านหยวน มันจะไปจุดหมดเอาง่าย ๆ ได้ยังไงกันล่ะ

สุดท้ายพวกเฉินเจี้ยนกั๋วก็ทนความหนาวเหน็บต่อไปไม่ไหว จึงต้องวิ่งกลับเข้าไปในบ้านเช่นเดียวกัน

เกี๊ยวร้อน ๆ กรุ่น ๆ ถูกยกมาเสิร์ฟที่โต๊ะอาหารเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

อาหารมื้อค่ำวันส่งท้ายปีเก่าที่มีความหมายอย่างแท้จริง เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นในวินาทีนี้นี่เอง

กับข้าวที่เหลือจากมื้อเที่ยงถูกนำมาอุ่นใหม่ กลายเป็นอาหารมื้อค่ำอันแสนจะอุดมสมบูรณ์อีกมื้อหนึ่ง

มีปลา ซึ่งเป็นตัวแทนของความอุดมสมบูรณ์และเหลือกินเหลือใช้ในทุก ๆ ปี

มีขึ้นฉ่าย ซึ่งเป็นตัวแทนของความขยันหมั่นเพียรและความร่ำรวย

มีคากิ ที่ว่ากันว่ากินแล้วจะสามารถกอบโกยเงินทองมาได้

ล้วนแต่เป็นความคาดหวังในสิ่งดี ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งสิ้น

แน่นอนว่า สิ่งที่ขาดไปไม่ได้เลยก็คือเหรียญที่ซ่อนอยู่ภายในเกี๊ยว ใครก็ตามที่ได้กินมันเข้าไป ก็จะเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่า ในปีใหม่นี้ ทุกสิ่งทุกอย่างจะราบรื่นและดีงาม

......

คุณปู่กินเข้าไปแค่สองชิ้นง่าย ๆ แล้วก็ขอตัวไปนอน

หลินเยียนหรานเป็นคนแรกที่กัดเจอเหรียญ เธอจึงกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจในทันที

เฉินเซียวก็กัดเจอเหรียญด้วยเหมือนกัน แต่เขากลับไม่ได้รู้สึกพิเศษอะไรเลย เขาทำเพียงแค่ยิ้มออกมาเล็กน้อยเท่านั้น

เขาเป็นที่รักของพระเจ้ามากที่สุดในโลกใบนี้อยู่แล้ว จึงไม่ได้ปรารถนาที่จะได้รับความโชคดีอะไรเพิ่มเติมอีกต่อไปแล้ว

หวังลี่มองดูพวกเด็ก ๆ ที่กำลังพูดคุยกันอย่างเจื้อยแจ้วและครึกครื้น

ถึงแม้ว่าจะต้องเหน็ดเหนื่อยมาตลอดทั้งวัน แต่ภายในใจของเธอกลับอบอวลไปด้วยรสชาติแห่งความสุข

หลังจากที่กินข้าวเสร็จแล้ว

หวังลี่ก็หยิบอั่งเปาซองหนาเตอะมาสี่ซอง

แล้วแจกจ่ายให้กับเฉินเซียว เฉินฉิงเสวี่ย และสองพี่น้องตระกูลหลิน

“มา พวกเด็ก ๆ แม่ขอให้พวกหนูมีความสุขในช่วงปีใหม่นะ ขอให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง ปลอดภัยแคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง และขอให้ทุกสิ่งทุกอย่างราบรื่นไปด้วยดีนะ”

“ขอบคุณครับแม่” เฉินเซียวไม่เกรงใจ เขารับอั่งเปามาเป็นคนแรกในทันที

อีกสามคนที่เหลือเห็นว่าซองอั่งเปามันหนาเกินไป พวกเธอจึงรู้สึกลังเลใจอยู่บ้าง

เฉินเซียวบอก “อั่งเปาที่ผู้หลักผู้ใหญ่ให้มาจะปฏิเสธไม่ได้นะ มันไม่เป็นมงคล”

“อ้อ...”

“ขอบคุณมากค่ะคุณป้า”

หลินเยียนหรานยิ้มอย่างหวานแหวว ก่อนจะรับซองอั่งเปามา

“ขอบคุณมากค่ะคุณป้า”

“ขอบคุณมากค่ะป้ารอง”

หลินเยียนอวี่และเฉินฉิงเสวี่ยถึงได้ยอมรับซองอั่งเปามาในที่สุด

“อ่า แบบนี้สิถึงจะถูก นี่คือเงินอั่งเปา มันสามารถปัดเป่าสิ่งที่ไม่เป็นมงคลออกไปได้ และจะทำให้พวกหนูประสบแต่ความราบรื่นตลอดทั้งปีใหม่นี้เลยนะ”

“เอาล่ะ วุ่นวายมาทั้งวันแล้ว ไปนอนกันได้แล้วไป”

“ได้ค่ะ ราตรีสวัสดิ์นะคะคุณป้า”

......

ภายในคฤหาสน์อันแสนอบอุ่น

เฉินฉิงเสวี่ยนอนเอนกายอยู่บนเตียงสปริง

ดอกไม้ไฟที่อยู่ด้านนอกก็ยังคงถูกจุดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

มันส่องแสงสว่างวาบ ๆ เป็นระยะ ๆ ทำให้รู้สึกราวกับว่ากำลังตกอยู่ในความฝันยังไงยังงั้น

เมื่อเทอมที่แล้วเธอยังต้องทำงานพิเศษเพื่อหาเงินส่งตัวเองเรียนอยู่เลย แต่พอกลับบ้านมาฉลองปีใหม่ ชีวิตของเธอก็พลิกผันไปราวกับพลิกฝ่ามือเลยงั้นหรอ?

ชีวิตความเป็นอยู่ในตอนนี้ แม้แต่ในความฝัน เธอก็ยังไม่เคยฝันถึงมันเลยด้วยซ้ำ...

หลินเยียนหรานอาบน้ำเสร็จก่อน เธอจึงล้มตัวลงนอนบนเตียง

เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับบ้านอันแสนจะเย็นชาของตัวเองแล้ว สถานที่แห่งนี้กลับอบอวลไปด้วยความอบอุ่นในทุกซอกทุกมุม

“พี่คะ ถ้าหากพวกเราสามารถใช้ชีวิตแบบนี้ต่อไปได้เรื่อย ๆ มันจะดีขนาดไหนกันนะ”

หลินเยียนอวี่ยิ้ม “รีบนอนเถอะจ้ะ ในความฝันน่ะมีทุกอย่างนั่นแหละ”

“ชิ! ฉันเชื่อว่าพวกเราจะได้ใช้ชีวิตแบบนี้ตลอดไปอย่างแน่นอนค่ะ!”

หลินเยียนอวี่มองไปที่เธอแวบหนึ่งโดยไม่ได้พูดอะไรออกมา เธอเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดนอนแล้วก็เดินไปอาบน้ำ

ชั้นสาม

เฉินเซียวอยู่เพียงลำพังด้วยความรู้สึกเบื่อหน่ายเป็นอย่างมาก ช่วงปีใหม่แท้ ๆ ให้ตายเถอะ เขากลับต้องมานอนเฝ้าห้องว่างอยู่คนเดียวเนี่ยนะ......

ภายในโทรศัพท์มือถือ มีข้อความที่ยังไม่ได้เปิดอ่านอีกเพียบ

เฉินเซียวเลื่อนดูด้วยความเบื่อหน่าย แต่ก็ไม่ได้ตอบกลับไป

คนที่อยู่ใกล้ตัวเขามากที่สุดก็คือซุนอิ๋ง แต่เธอก็อยู่ห่างออกไปตั้งสองร้อยกิโลเมตร

ขืนไปแย่งตัวลูกสาวชาวบ้านเขามานอนเป็นเพื่อนในช่วงปีใหม่แบบนี้ มันก็คงจะดูไม่ดีสักเท่าไหร่นัก

“ก๊อก ก๊อก ก๊อก...”

ในขณะที่เขากำลังคิดอะไรเพลิน ๆ จู่ ๆ ก็มีเสียงเคาะประตูหน้าห้องดังขึ้น

เฉินเซียวชะงักไป จะเป็นใครกันนะ?

เขาลุกขึ้นไปเปิดประตูดู หลินเยียนอวี่งั้นหรอ?

เธอสวมชุดทำงานสาวออฟฟิศที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี พร้อมกับถุงน่องสีดำและรองเท้าส้นสูงสีดำ

มัดผมหางม้าสูง ๆ

รูปร่างสูงโปร่ง ดูสง่างามเป็นอย่างยิ่ง

แถมยังแต่งหน้าอ่อน ๆ และทาปากสีแดงสดอีกด้วย

ดูเรียบร้อย สง่างาม อ่อนโยน และบอบบาง

“บอสคะ...”

เฉินเซียวชะงักไป “เธอ......”

ถ้าหากตอนนี้เขาเอ่ยปากถามเธอออกไปว่า เธอมาทำอะไร เกรงว่าเรื่องทุกอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้น คงจะพังทลายลงไม่เป็นท่าอย่างแน่นอน

เฉินเซียวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะบอกว่า “เธอเข้ามาข้างในก่อนสิ”

“อืม~”

หลินเยียนอวี่เดินเข้ามาในห้องด้วยใบหน้าที่แดงระเรื่อ

ความเป็นจริงแล้ว ความในใจของพวกเขาทั้งสองคน ไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรให้มากความอีกต่อไปแล้ว

เฉินเซียวเอ่ยถาม “เยียนหราน... หลับไปแล้วหรอ?”

หลินเยียนอวี่พยักหน้ารับอีกครั้ง ใบหน้าของเธอยิ่งแดงก่ำมากยิ่งขึ้นไปอีก

“อะแฮ่ม... เธอนั่งรอก่อนนะ เดี๋ยวฉันไปอาบน้ำก่อน”

จบบทที่ บทที่ 405 คืนข้ามปี

คัดลอกลิงก์แล้ว