เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 395 นายมาทำอะไรที่นี่?

บทที่ 395 นายมาทำอะไรที่นี่?

บทที่ 395 นายมาทำอะไรที่นี่?


บทที่ 395 นายมาทำอะไรที่นี่?

เฉินเจี้ยนกั๋วชะงักไป เขาเหลือบมองหน้าลูกชาย และน้องชายของตัวเองสลับกันไปมา

จู่ ๆ เขาก็สัมผัสได้ถึงลางสังหรณ์ที่ไม่ค่อยจะสู้ดีนัก

แม่งเอ๊ย!

บัญชีผู้ใช้นี้ คงจะถูกแบนและโดนปิดกั้นการมองเห็นไปแล้วล่ะมั้ง เวลาอยู่ต่อหน้าไอ้ลูกชายคนนี้ เขากลับไม่หลงเหลือความน่าเกรงขาม และอำนาจบารมีในฐานะผู้เป็นพ่อเลยสักนิด

ก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่า......ด้วยอายุอานามที่ปาเข้าไปป่านนี้แล้ว......

อายุแค่ 40 กว่า ๆ มันก็ยังพอไหวอยู่ใช่ไหม?

......

บนทางด่วนที่มุ่งหน้าไปยังเมืองชิ่ง

ซุนอิ๋งนอนอิงแอบแนบชิด อยู่ในอ้อมกอดของเฉินเซียว

มือเรียวสวยของเธอ ลูบไล้แผงอกล่ำสันของเขาไปมาเบา ๆ...

“เฉินเซียว คุณลุงจะไม่โกรธพวกเราจริง ๆ งั้นเหรอคะ?”

เฉินเซียวหัวเราะร่วน “วางใจเถอะน่า ฉันเดาว่า ตอนนี้เฒ่าเฉินแกคงจะเอาเวลาไปนั่งปวดหัว คิดหาวิธีป้องกัน ไม่ให้คุณอาสามแย่งตำแหน่งของแกไปได้มากกว่าล่ะมั้ง ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า......”

ซุนอิ๋งส่งค้อนวงโตให้เขา “เทศกาลปีใหม่แท้ ๆ คุณยังจะไปยุแยงตะแคงรั่ว ให้พี่น้องเขาผิดใจ และทะเลาะเบาะแว้งกันเองอีกเหรอเนี่ย”

เฉินเซียวแก้ตัว “นี่เขาเรียกว่าเป็นกลยุทธ์เบี่ยงเบนความสนใจต่างหากล่ะ”

มุมปากของซุนอิ๋งปรากฏรอยยิ้มอันเปี่ยมล้นไปด้วยความสุข ที่เฉินเซียวทำเรื่องพวกนี้ลงไปทั้งหมด ก็เป็นเพราะเขาต้องการจะมาส่งเธอที่บ้านเกิดไม่ใช่เหรอ

บนถนนหลวง ที่มุ่งหน้ากลับไปยังอำเภอหลานเซี่ยน

เฉินเจี้ยนกั๋วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปากถาม “ไอ้สาม นี่แกไม่ได้คิดอยากจะได้เลื่อนขั้นเป็นพนักงานประจำจริง ๆ หรอกใช่ไหม?”

เฉินเจี้ยนจวิน: “......”

“พี่รอง พี่วางใจเถอะครับ ผมน่ะไม่เหมาะที่จะเป็นผู้นำ หรือเป็นคนคอยบัญชาการหรอกครับ ผมก็แค่ถนัดทำงานเฉพาะทาง และทำงานตามคำสั่งก็แค่นั้นแหละครับ”

เฉินเจี้ยนกั๋วรู้สึกโล่งใจขึ้นมาเปลาะหนึ่ง “ขอแค่สามารถผลักดันให้บริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้สำเร็จล่ะก็ ชีวิตนี้ของฉันมันก็คุ้มค่าแล้วล่ะ ถึงตอนนั้นฉันค่อยเกษียณตัวเอง การเป็นด่านหน้าบุกเบิกเส้นทางน่ะมันเหนื่อยและลำบาก ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพี่เองก็แล้วกัน

รอจนกระทั่งรากฐานของบริษัทมั่นคง และแข็งแกร่งแล้ว ถึงตอนนั้น พวกเราสองคนพี่น้อง ใครจะขึ้นมาเป็นผู้นำ มันก็มีค่าเท่ากันแหละวะ จริงไหมล่ะ? ผลัดกันเป็นผลัดกันบริหารก็ยังได้เลย!”

เฉินเจี้ยนจวิน: “......”

ทำไมเขาถึงรู้สึกคุ้นหู กับคำพูดประโยคนี้จังเลย เหมือนกับว่าเคยได้ยินมาจากละครย้อนยุคเรื่องไหนสักเรื่องหนึ่งนี่แหละ......

“ไม่เอาหรอกครับ พี่ก็บริหารและดูแลบริษัทของพี่ไปเถอะ ส่วนผมขอแค่ได้ทำงานของตัวเองให้ดีที่สุด ครอบครัวมีความสุข รักใคร่กลมเกลียวกันดี แล้วก็มีเงินใช้จ่ายไม่ขาดมือ แค่นี้ผมก็พอใจมากแล้วล่ะครับ”

พอได้ยินแบบนั้น เฉินเจี้ยนกั๋วก็รู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก “ความจริงแล้ว ชีวิตแบบนั้นแหละ คือชีวิตที่น่าอิจฉาที่สุดเลยล่ะ ไอ้สาม แกวางใจเถอะ พี่รองจะตั้งใจทำงานให้เต็มที่ เพื่อช่วยสานฝันของแกให้กลายเป็นจริงให้ได้เลย”

“อ้อ จริงสิ แกหิวหรือเปล่า? ฉันหยิบขนมปังติดมือลงมาจากเครื่องบินด้วยนะ”

เฉินเจี้ยนจวินตอบกลับด้วยความระอา “ไม่หรอกครับ เมื่อกี้ผมเพิ่งจะกินขนมเปี๊ยะ ที่พี่ซื้อมาจนอิ่มแปล้ไปแล้วล่ะครับ”

เฉินเจี้ยนกั๋ว: “!???”

......

หลังจากที่ต้องระหกระเหิน และตกระกำลำบากมาเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์เต็ม ในที่สุด พวกเขาก็เดินทางกลับมาถึงบ้านซะที

การออกไปดิ้นรนต่อสู้ชีวิตในต่างถิ่น ไม่ว่ามันจะยากลำบากแสนเข็ญ หรือจะประสบความสำเร็จและยิ่งใหญ่คับฟ้าสักแค่ไหนก็ตามที

แต่ ‘บ้าน’ ก็ยังคงเป็นสถานที่พักพิงทางใจ และเป็นที่พึ่งพิงทางจิตวิญญาณของเราอยู่เสมอ

สองพี่น้องตระกูลเฉินรำพึงรำพันด้วยความตื้นตันใจ ก่อนจะหอบหิ้วข้าวของพะรุงพะรัง และของฝากสารพัดชนิด เดินก้าวเท้ายาว ๆ เข้าไปในบ้าน

“อ้าว คุณลุง เดินทางกลับมาถึงแล้วเหรอคะ” สวี่เสี่ยวหลานเอ่ยทักทาย

เฉินเจี้ยนกั๋วชะงักไป “เอ่อ...อ้อ เสี่ยวหลานเองเหรอ หนูมาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่กันล่ะจ๊ะ?”

หวังลี่เดินเช็ดมือออกมาจากห้องครัว แล้วเอ่ยขึ้น

“เสี่ยวหลานก็เพิ่งจะเดินทางมาถึงเมื่อกี้นี้เองแหละ ว่าแต่...ไหนบอกว่าเฉินเซียวจะเดินทางกลับมาพร้อมกับพวกคุณสองคนพี่น้องไงล่ะ?”

“เอ่อ......ก็...ก็ใช่ไง” เฉินเจี้ยนกั๋วตอบกลับแบบตะกุกตะกัก

“แล้วตัวคนมันหายหัวไปไหนซะล่ะ?” หวังลี่ชะโงกหน้ามองไปที่ด้านหลังของพวกเขา

“นั่นสิ แล้วมันหายหัวไปไหนของมันวะเนี่ย?” เฉินเจี้ยนกั๋วพึมพำกับตัวเอง พร้อมกับพยายามคิดหาข้ออ้างมาแก้ตัว

หวังลี่: “!???”

“ฉันกำลังถามคุณอยู่นะ! ว่าลูกชายของฉันมันหายหัวไปไหน?”

เฉินเจี้ยนกั๋วหันไปสบตากับเฉินเจี้ยนจวิน

เฉินเจี้ยนจวินก็เลยต้องจำใจเป็นคนออกโรงแก้ต่างให้ “เสี่ยวเซียวแวะไปดูงาน และตรวจสอบโครงการก่อสร้างที่เมืองชิ่งน่ะครับ อีกสองวันถึงจะเดินทางกลับมา”

เฉินเจี้ยนกั๋วรีบผสมโรง “อ้อ ใช่แล้ว ๆ มันไปดูงานโครงการก่อสร้าง!”

หวังลี่ชะงักไป เธออดไม่ได้ที่จะบ่นกระปอดกระแปดออกมา “เทศกาลปีใหม่แท้ ๆ แต่ลูกชายของฉัน กลับต้องตะลอน ๆ ไปดูงานที่นู่นที่นี่ น่าสงสารลูกชายของฉันจริง ๆ เลยที่ต้องมาทำงานหนักสายตัวแทบขาดขนาดนี้ แล้วนี่...พวกคุณสองคนจะรีบถ่อสังขารกลับมาทำไมกันเนี่ย?”

เฉินเจี้ยนกั๋ว: “......”

เฉินเจี้ยนจวิน: “......”

“พี่สะใภ้รอง ความจริงแล้ว ผมกับพี่รองก็อยากจะตามไปช่วยงานหลานมันอยู่เหมือนกันแหละครับ แต่เสี่ยวเซียวเขาบอกว่า ธุรกิจที่เขาจะไปเจรจาในครั้งนี้ มันเป็นโปรเจกต์ระดับบิ๊กเบิ้ม พวกเราสองคนก็เลยไม่เหมาะที่จะเข้าไปยุ่งย่าม หรือมีส่วนร่วมน่ะครับ”

“อ้อ...”

“เอาเถอะ ไปล้างไม้ล้างมือ แล้วมากินข้าวกันดีกว่า”

“ได้สิ”

......

ในขณะเดียวกัน อีกด้านหนึ่ง เฉินเซียวก็เดินทางมาถึงหน้าบ้านของซุนอิ๋งในเมืองชิ่งแล้วเหมือนกัน

พวกบอดี้การ์ดต่างก็กระจายกำลังกันไปรักษาความปลอดภัย และคอยสอดส่องดูแลความเรียบร้อยอยู่บริเวณรอบนอก โดยไม่ได้เดินตามเขาเข้าไปด้วย

ซุนอิ๋งจูงมือของเฉินเซียวเอาไว้แน่น เธอเคาะประตูบ้านด้วยใบหน้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นดีใจ

แต่ทว่า หลังจากที่ประตูบ้านถูกเปิดออก

รอยยิ้มบนใบหน้าของชายหญิงวัยกลางคน 2 คู่ และชายหนุ่มอีก 1 คน ที่นั่งอยู่ในบ้าน ก็ค่อย ๆ เจื่อนลงและแข็งค้างไปในทันที

รวมไปถึงรอยยิ้มบนใบหน้าของซุนอิ๋งด้วยเช่นเดียวกัน

“คุณน้าหวัง? คุณน้ามาทำอะไรที่นี่เหรอคะ?”

แม่ของซุนอิ๋งส่งค้อนวงโตให้ลูกสาว ก่อนจะเอ่ยตำหนิ “เด็กคนนี้นี่ พูดจาภาษาอะไรกันเนี่ย? วันนี้คุณน้าหวังเขาอุตส่าห์ตั้งใจเดินทางมาเยี่ยมแกโดยเฉพาะเลยนะ”

“ตะ...แต่ว่า......” ซุนอิ๋งหันไปสบตากับเฉินเซียว “ก็ไหนหนูบอกแม่แล้วไงคะ ว่าหนูมีเซอร์ไพรส์จะมามอบให้แม่น่ะ?”

เมื่อผู้เป็นแม่ได้รับสัญญาณที่ลูกสาวส่งมาให้ เธอก็รู้สึกหนักใจขึ้นมาทันที

“อะแฮ่ม...แม่ก็เลยเตรียมเซอร์ไพรส์เอาไว้ต้อนรับแกเหมือนกันไงล่ะ!”

ซุนอิ๋ง: “......”

เฉินเซียวที่หอบหิ้วกล่องของขวัญมาเต็มสองมือ เอ่ยทักทายขึ้นมา

“สวัสดีครับคุณลุง คุณป้า ผมชื่อเฉินเซียวครับ เป็น...เพื่อนของซุนอิ๋งครับ ผมขออนุญาตมาสวัสดีปีใหม่ และอวยพรให้คุณลุงคุณป้าล่วงหน้าเลยนะครับ”

ซุนเยว่หมิน พ่อของซุนอิ๋งเพิ่งจะดึงสติกลับมาได้ เขาจึงรีบเอ่ยเชื้อเชิญ “อ้อ เพื่อนร่วมชั้นเรียนของอิ๋งอิ๋งสินะ? เข้ามานั่งข้างในก่อนสิ แวะมาเที่ยวเล่นที่บ้านทั้งที ไม่เห็นจะต้องลำบากซื้อข้าวของติดไม้ติดมือมาฝากเลย......เด็กคนนี้นี่ ช่างมีน้ำใจซะจริง ๆ เลยนะ......”

“ขอบคุณมากครับคุณลุง”

เมื่อเข้ามานั่งบนเก้าอี้โซฟาในห้องรับแขก เฉินเซียวก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่มาคุ และดูตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัด

ชายหนุ่มที่คุณน้าหวังพามาด้วย เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงสแล็กสีดำ และรองเท้าหนังที่ขัดจนมันปลาบ เงาวับพอ ๆ กับทรงผมที่หวีเรียบแปล้ไปด้านหลังของเขาเลยล่ะ

เขาสวมแว่นตากรอบทอง ดูเผิน ๆ แล้ว ก็ดูเป็นชายหนุ่มที่สุภาพเรียบร้อย และดูเป็นผู้ลากมากดีคนหนึ่ง

แต่เฉินเซียวกลับรู้สึกได้ ว่าสายตาที่ชายหนุ่มคนนี้ใช้จ้องมองมาที่เขา มันเต็มไปด้วยความเป็นศัตรู และความมุ่งร้ายอย่างปิดไม่มิด

ยังไงซะ ไม่ว่าสถานการณ์ในตอนนี้มันจะกระอักกระอ่วน หรือน่าอึดอัดใจสักแค่ไหนก็ตามที ในเมื่อแขกอุตส่าห์เดินทางมาเยี่ยมเยียนถึงบ้านแล้ว จะให้ไล่ตะเพิดกลับไปมันก็คงจะดูไม่ดีนักหรอกนะ

หลังจากที่พูดคุยทักทาย และถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันพอหอมปากหอมคอแล้ว

แม่ของซุนอิ๋งกับคุณน้าหวัง ก็พากันเข้าไปง่วนอยู่กับการทำอาหารในห้องครัว

ส่วนซุนเยว่หมินกับผู้ชายวัยกลางคนคนนั้น ก็พากันไปนั่งจิบน้ำชาและเล่นหมากรุกจีนกันต่อ

ภายในห้องรับแขก จึงเหลือเพียงแค่เฉินเซียว ซุนอิ๋ง และชายหนุ่มคนนั้น นั่งอยู่ด้วยกันเพียงลำพังสามคน

“หลิวไห่ นายมาทำไมที่นี่?” ซุนอิ๋งเอ่ยปากถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยจะสบอารมณ์นัก

เดิมทีเธอก็ตั้งใจเอาไว้ว่า จะพาเฉินเซียวกลับมาเปิดตัว และสารภาพความจริงกับครอบครัวของเธออยู่แล้ว

แต่ดันต้องมาเจอกับเรื่องเซอร์ไพรส์แบบนี้เข้าซะก่อน

หลิวไห่ดันกรอบแว่นตาของตัวเองขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะตอบกลับด้วยท่าทีเรียบเฉย “ก็มาดูตัวไงล่ะ แม่ของฉันกับแม่ของเธอ เขาตกลงและนัดหมายกันเอาไว้เรียบร้อยแล้วนี่นา”

ซุนอิ๋ง: “......”

“ดูตัวบ้าดูตัวบออะไรกัน!”

พูดจบ เธอก็คว้าแขนของเฉินเซียวมากอดเอาไว้แน่น

“นี่คือแฟนของฉัน แล้วอีกอย่าง ฉันก็กำลังจะเตรียมตัวมีลูกกับเขาในเร็ว ๆ นี้แล้วด้วย”

สีหน้าของหลิวไห่พลันเปลี่ยนไปในทันที ราวกับโดนฟ้าผ่าเข้าอย่างจัง เขาเบิกตากว้าง จ้องมองคนทั้งสองด้วยความตกตะลึง......

จบบทที่ บทที่ 395 นายมาทำอะไรที่นี่?

คัดลอกลิงก์แล้ว