- หน้าแรก
- ระบบเซียนหุ้น: มีแค่ผมที่มองเห็นข้อมูลลับ!
- บทที่ 305 อ่อนโยนหน่อย
บทที่ 305 อ่อนโยนหน่อย
บทที่ 305 อ่อนโยนหน่อย
บทที่ 305 อ่อนโยนหน่อย
สวี่เสี่ยวหลานถึงกับผงะ “เฉิน เฉินเซียว ไม่ทำร้ายเขาได้ไหม? ถึงยังไงเขาก็เป็น......”
เฉินเซียวตบมือเธอเบา ๆ “เธอคิดไปถึงไหนแล้วเนี่ย วางใจเถอะ พ่อของเธอจะไม่ได้รับอันตรายใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ว่านับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป เขาก็จะเล่นการพนันไม่ได้อีกต่อไปแล้ว”
สวี่เสี่ยวหลานถึงได้โล่งใจ เธอไม่ได้ถามเซ้าซี้ว่าเฉินเซียวคิดจะทำยังไง
สวี่ฝูตัวพอเห็นลูกสาวดึงเฉินเซียวไปกระซิบกระซาบอะไรกันอยู่ตั้งนานก็รู้สึกไม่พอใจอย่างมาก
“นังเด็กบ้า นี่แอบนินทาฉันให้เสี่ยวเฉินฟังอยู่ใช่ไหมฮะ?”
เฉินเซียวยิ้ม “เปล่าครับคุณอา เสี่ยวหลานบอกว่าคุณอาต้องเลิกเล่นพนันได้แน่ ๆ”
สวี่ฝูตัวอึ้งไปเล็กน้อย “หา? อะแฮ่ม...มันก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้วล่ะ ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป ฉันจะไม่แตะต้องพวกการพนันอีกเด็ดขาด”
เฉินเซียวหยิบบุหรี่ออกมายื่นให้เขาหนึ่งซอง “คุณอาสูบบุหรี่ไปพลาง ๆ ก่อนนะครับ เดี๋ยวผมขอตัวไปคุยโทรศัพท์สักครู่”
สวี่ฝูตัวชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบรับมาทันที
บุหรี่จิ่วอู่จือจุน เขาเคยเห็นแค่บนโต๊ะของพวกเศรษฐีในวงไพ่วงใหญ่ ๆ เท่านั้นแหละ
“ได้ ๆ ไปเถอะ”
เฉินเซียวพยักหน้ารับ เดินออกไปข้างนอก แล้วหยิบโทรศัพท์ออกมากดโทรออก
“ฮัลโหล? อันจง ช่วยไปจัดการธุระให้ฉันหน่อย”
“จัดคนผลัดกันไปเฝ้าพ่อของสวี่เสี่ยวหลานที่ชื่อสวี่ฝูตัวให้ดี ๆ ถ้าเห็นเขาเข้าไปในวงไพ่เมื่อไหร่ ก็ให้แจ้งความทันที เอาให้เขาเล่นไม่ได้เลยนะ!”
อันจง: “......”
“รับทราบครับเจ้านาย ผมเข้าใจแล้ว”
“อืม แค่นี้แหละ”
......
พอกลับเข้ามาในบ้าน ภายในบ้านหลังใหม่เอี่ยมอ่อง กลับโล่งโจ้งไม่มีอะไรเลย......
เดิมทีสวี่เสี่ยวหลานซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้ากับเฟอร์นิเจอร์ไว้ให้หมดแล้ว แต่ผ่านไปไม่นาน ก็ถูกสวี่ฝูตัวเอาไปจำนำเล่นพนันจนหมด
ที่บ้านยากจนข้นแค้น แม้แต่เงินซื้อกับข้าว สวี่เสี่ยวหลานก็ต้องเป็นคนออกให้
อาศัยจังหวะที่ลูกสาวคนโตพาน้อง ๆ ไปซื้อกับข้าว สวี่ฝูตัวก็รีบขยับเข้ามาใกล้เฉินเซียว
“ลูกเขย เดี๋ยวฉันพาไปที่เด็ด ๆ เอาไหม?”
เฉินเซียว: “......”
“คุณอาครับ ผมกับเสี่ยวหลานเพิ่งจะคบกัน เรียกลูกเขยมันคงจะไม่ค่อยเหมาะมั้งครับ?”
“เอ๊ะ? เหมาะสิ เหมาะสมมากด้วย ยังไงก็เป็นเรื่องของวันข้างหน้าอยู่แล้ว”
เฉินเซียวพูดไม่ออก “ถ้าอย่างนั้น......คุณอาไปเองเถอะครับ?”
“อะแฮ่ม......คือช่วงนี้อาช็อตนิดหน่อยน่ะ”
เฉินเซียวยิ้ม จะได้ถือโอกาสทดสอบฝีมือของอันจงดูด้วยเลย
“ผมมีแบงก์ย่อยอยู่สองร้อย คุณอาเอาไปใช้เถอะครับ”
สวี่ฝูตัวถึงกับอึ้ง นึกไม่ถึงเลยว่าเถ้าแก่ระดับนี้จะให้มาแค่สองร้อย......
แต่เรื่องทุกเรื่องมันก็ต้องมีจุดเริ่มต้นกันทั้งนั้น ค่อยเป็นค่อยไปทีละนิดก็ได้
เขาจึงรับมาแล้วพูดว่า “โอเค ก่อนมื้อเที่ยงฉันกลับมาแน่นอน!”
พูดจบ เขาก็รีบวิ่งออกไปทันที
เฉินเซียวยิ้ม นั่งจิบชาไปพลาง ๆ
สวี่ฝูตัวรู้ดีว่าบ่อนอยู่ที่ไหน รู้จักดีซะยิ่งกว่าทางเข้าบ้านตัวเองซะอีก
“โอ้โห เหล่าสวี่ มีเงินมาเล่นแล้วเหรอ?”
“แม่งเอ๊ย ดูถูกกันงั้นสิ?”
“ฮ่าฮ่าฮ่า......อ้อ จริงสิ หงส์ทองบ้านแกบินกลับมาแล้วนี่ เป็นไงบ้างล่ะ? คงจะให้เงินมาเยอะเลยล่ะสิ?”
สวี่ฝูตัวลูบเงินสองร้อยในกระเป๋า ใบหน้าพลันแดงก่ำขึ้นมา
“ฉะ...ฉันจะไปขอเงินลูกสาวได้ยังไงล่ะ? ตกลงจะเล่นไหม? ไม่เล่นก็หลบไป!”
“มา ๆ ๆ เล่นสิ ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าแกมีเงินสักเท่าไหร่เชียว!”
กลุ่มคนพากันเล่นแก้เบื่อกับสวี่ฝูตัว
ทว่า เพิ่งจะเล่นไปได้ไม่กี่ตา ประตูก็ถูกถีบเปิดออกซะก่อน
“อย่าขยับ! ได้รับแจ้งจากประชาชนว่าพวกคุณรวมตัวกันเล่นการพนัน ตามพวกเราไปที่โรงพักซะดี ๆ!”
ทุกคน: “......”
สวี่ฝูตัวยกมือขึ้นแล้วบอกว่า “ขอรายงานครับ ผมมีแค่สองร้อยเอง ไม่ถือว่าเป็นการพนันหรอกมั้งครับ”
“ตามพวกเราไปสอบสวนก่อน ถ้าไม่มีอะไรเดี๋ยวก็ปล่อยตัวมาเองแหละ”
สวี่ฝูตัว: “......”
......
มื้อเที่ยง ย่อมไม่มีเงาของสวี่ฝูตัวร่วมโต๊ะด้วยอย่างแน่นอน
พอสวี่เสี่ยวหลานกลับมา เธอก็ถามขึ้น “พ่อล่ะ?”
เฉินเซียวคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตอบว่า “เขาไปทำธุระที่กรมฯ นิดหน่อยน่ะ”
สวี่เสี่ยวหลานชะงัก “กรมฯ? กรมฯ อะไรเหรอ?”
“งานเลี้ยงมั้ง? เอาเป็นว่าเที่ยงนี้คงไม่ได้กลับมาแล้วล่ะ”
แม่ของสวี่เสี่ยวหลานนึกอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดขึ้น “ช่างเขาเถอะ พวกเรากินกันก่อนเถอะ เฉิน......เฉิน......”
เฉินเซียวพูดด้วยรอยยิ้ม “คุณน้าครับ เรียกผมว่าเสี่ยวเฉินก็พอครับ”
“คุณ...คุณเสี่ยวเฉิน ที่บ้านนอกไม่มีอาหารดี ๆ อะไรมาต้อนรับเลย ต้องขอโทษด้วยนะจ๊ะ”
สุดท้ายเธอก็ยังไม่กล้าเรียกเขาว่าเสี่ยวเฉินอยู่ดี
เพราะฐานะของทั้งสองครอบครัว มันช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว
บ้านที่อยู่ ข้าวที่กิน ค่าเทอมของพวกเด็ก ๆ ทุกสิ่งทุกอย่าง ล้วนแต่เป็นเงินของชายหนุ่มคนนี้ทั้งนั้น
ความกดดันที่มี จึงสามารถจินตนาการได้เลย
ซึ่งเรื่องนี้ เฉินเซียวก็จนปัญญาที่จะทำอะไรได้เหมือนกัน
สวี่เสี่ยวหลานเองก็ยิ่งไม่กล้าพูดอะไร
หลังจากกินข้าวเสร็จ เฉินเซียวก็พูดขึ้น “พาน้อง ๆ ไปเรียนหนังสือในอำเภอเถอะ ที่นั่นการศึกษาจะดีกว่า”
แววตาของแม่สวี่เสี่ยวหลานพลันตื่นเต้นดีใจขึ้นมาในทันที
สวี่เสี่ยวหลานเองก็รู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างมาก
สวี่ฝูตัวไม่กลับมาตลอดช่วงบ่ายเลยจริง ๆ
จนกระทั่งตกเย็น ก่อนที่เฉินเซียวจะเดินทางกลับ เขาก็เพิ่งจะเดินโซเซกลับมา
เฉินเซียวยิ้ม “คุณอาสวี่ คุณอาไปไหนมาครับ? ผมยังรอคุณอากินข้าวเที่ยงด้วยกันอยู่เลยนะ”
สวี่ฝูตัวทำหน้าซังกะตาย “เฮ้อ อย่าพูดถึงมันเลย ไม่รู้ว่าไอ้สารเลวตัวไหนมันไปแจ้งตำรวจ ฉันโดนรวบตัวไปโรงพัก เพิ่งจะถูกปล่อยตัวออกมาเนี่ย”
เฉินเซียว: “......”
“หึหึ คงจะยังไม่ได้กินข้าวใช่ไหมครับ เชิญอาตามสบายเลยนะครับ”
สวี่ฝูตัวชะงัก “แล้วเธอล่ะ? ไม่ค้างที่นี่เหรอ?”
เฉินเซียวยิ้ม “ไม่ล่ะครับ คุณน้า ลาก่อนนะครับ”
“อ้อ ลา ลาก่อนจ้ะ” พูดจบก็ทำท่าจะเดินไปส่ง
เฉินเซียวเอ่ยขัด “คุณน้าครับ ไม่ต้องส่งหรอกครับ”
จากนั้นก็เดินออกจากบ้านไป
สวี่เสี่ยวหลานย่อมต้องเดินตามเขาไปอยู่แล้ว
สวี่ฝูตัวเดาะลิ้นจิ๊จ๊ะ แล้วหันไปถามภรรยา “ไอ้หนุ่มนี่มันลูกเต้าเหล่าใครเนี่ย? บ้านอยู่ไหนเธอรู้รึเปล่า?”
แม่ของสวี่เสี่ยวหลานตอกกลับ “นี่คุณสวี่ ถ้าคุณยังมีความเป็นคนอยู่บ้าง ก็อย่าไปรบกวนเสี่ยวหลานเลยได้ไหม?”
“พูดจาเหลวไหล! ฉันเป็นพ่อมันนะ! เอาเงินมาให้ฉันหน่อยสิ!”
แม่ของสวี่เสี่ยวหลานย่อมไม่ให้อยู่แล้ว แต่เขาก็มีวิธีหาเงิน แม้แต่หม้อชามรามไห ก็จะเอาไปขายให้ได้
หาเงินมาได้อย่างง่ายดายอีกครั้ง ก่อนจะหันหลังเดินออกจากบ้านไป
......
ระหว่างทางกลับ สวี่เสี่ยวหลานเอนหัวซบไหล่เฉินเซียว
นอกจากพ่อที่หมดทางเยียวยาแล้ว เฉินเซียวก็จัดการเรื่องในบ้านให้เรียบร้อยหมดแล้ว
ในใจของเธอย่อมรู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างมาก
เธอรวบรวมความกล้า อยากจะเปลี่ยนความรู้สึกซาบซึ้งใจที่เอ่อล้นออกมา เป็นแรงผลักดันเพื่อตอบแทนเขา...
“เฉินเซียว คืนนี้......ฉันยอมตามใจนายทุกอย่างเลย”
เฉินเซียวเลิกคิ้วขึ้น “ตกลง!”
......
ตัดภาพมาอีกด้านหนึ่ง
สวี่ฝูตัวก็ไปหาบ่อนแห่งใหม่
ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไป ก็ถูกคนอื่นล้อเลียน “เหล่าสวี่ ได้ยินว่าเมื่อตอนกลางวันบ่อนของเหล่าลิ่วโดนบุกเหรอ?”
สวี่ฝูตัวทำหน้ามุ่ย “เชี่ย ซวยชะมัด! อย่าไปพูดถึงมันเลย มา ๆ ๆ รีบมาเล่นกันดีกว่า”
“แกมีเงินเหรอ?”
“พูดแบบนี้ได้ยังไง! ฉันยังจะเบี้ยวเงินแกอีกเหรอ?” สวี่ฝูตัวล้วงแบงก์ร้อยสีแดงออกมาหลายใบ คนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างก็มีท่าทีกระตือรือร้นขึ้นมาทันที
ทว่าเพิ่งจะเล่นไปได้ไม่กี่ตา เสียงที่คุ้นเคยและน่าขนลุกนั้นก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง
“บ้าเอ๊ย สวี่ฝูตัว! แกกล้าไปแจ้งตำรวจเหรอ?”
สวี่ฝูตัวพูดไม่ออก เขาเพิ่งจะถูกปล่อยตัวออกมาหมาด ๆ เลยนะ ด้วยความที่ยอดเงินมันน้อยนิด ประกอบกับท่าทางที่สำนึกผิด พวกนั้นก็เลยกักตัวเขาไว้แค่ครึ่งวัน
“ฉันแม่ง......”
ผ่านไปไม่กี่นาที ประตูก็ถูกผลักออก
เจ้าหน้าที่ตำรวจชะงักไปครู่หนึ่ง “อ้าวเฮ้ย แย่แล้วสิ แกอีกแล้วเหรอ? แกเพิ่งจะถูกปล่อยตัวไปไม่ใช่หรือไง?”
สวี่ฝูตัว: “......”
“ผม ผมก็ไม่ได้อยากมาแบบนี้เหมือนกันนะ....”
“หุบปาก! เอาตัวไป!”
......
ณ คฤหาสน์หลานซาน
สวี่เสี่ยวหลานเอนกายอิงแอบอยู่ในอ้อมอกของเฉินเซียว
มือเรียวงามลูบไล้ไปตามใบหน้าของเขา
“เฉินเซียว”
“หืม?”
“อ่อนโยนหน่อยได้ไหม?”