เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 300 ฉันรู้จักที่ต่ำที่สูง

บทที่ 300 ฉันรู้จักที่ต่ำที่สูง

บทที่ 300 ฉันรู้จักที่ต่ำที่สูง


บทที่ 300 ฉันรู้จักที่ต่ำที่สูง

สวี่เสี่ยวหลานพูดไม่ออก “ไม่ต้องไปดูหรอก หล่อกว่านาย รวยกว่านาย ดีกว่านายทุกอย่างนั่นแหละ!”

ฉู่เฟิงเห็นได้ชัดเลยว่าไม่เชื่อ ในฐานะที่เป็นกัปตันทีมบาสเกตบอลของมหาวิทยาลัย เกิดมาพร้อมกับหน้าตาอันหล่อเหลา สมัยก่อนที่จะเข้ามหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะไปอยู่โรงเรียนไหน เขาก็เป็นถึงเดือนโรงเรียนทั้งนั้น พ่อแม่ก็ทำธุรกิจ ที่บ้านมีเงินให้ใช้จ่ายเดือนละตั้งสองหมื่น

เขาไม่เชื่อหรอกว่าจะมีใครดีเด่นไปกว่าตนเองได้

“หึหึ ไปสิ ให้ฉันได้เปิดหูเปิดตาหน่อยเถอะ ว่าแฟนของดาวคณะสวี่คนสวย จะเป็นใครมาจากไหนกันเชียว”

สวี่เสี่ยวหลานยอมใจเขาจริง ๆ ที่สำคัญที่สุดก็คือ เธอกลัวว่าฉู่เฟิงจะโดนซ้อมถ้าหากได้ไปเจอกับเฉินเซียวเข้าจริง ๆ

การที่ฉู่เฟิงจะโดนซ้อมน่ะไม่เท่าไหร่หรอก แต่ที่เธอกังวลก็คือ กลัวว่าเขาจะไปสร้างความเดือดร้อนให้กับเฉินเซียวต่างหาก

แต่ไอ้หมาขี้เรื้อนตัวนี้ มันเกาะหนึบซะจนสะบัดยังไงก็สะบัดไม่หลุด

มัวแต่เสียเวลาอยู่ตรงนี้มาหลายนาทีแล้ว ถ้าขืนยังชักช้าอยู่แบบนี้อีก ไม่รู้ว่าเฉินเซียวจะโกรธเอาหรือเปล่า

สวี่เสี่ยวหลานถอนหายใจเบา ๆ “ฉู่เฟิง ฉันขอเตือนนายด้วยความหวังดีนะ อย่าหาเรื่องใส่ตัวเลย แล้วก็อย่าไปสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นเขาด้วยจะได้ไหม?”

พอฉู่เฟิงได้ยินดังนั้น เขาก็ยิ่งฮึกเหิมหนักเข้าไปอีก

“วางใจเถอะ ฉันไม่กลัวความเดือดร้อนหรอก ฉันอยากจะเห็นเหมือนกันว่า คนที่กล้ามาหาเรื่องฉู่เฟิงคนนี้ หน้าตามันจะเป็นยังไง!”

พูดจบ เขาก็ชิงเดินนำหน้าตรงไปยังประตูมหาวิทยาลัยทันที

สวี่เสี่ยวหลานพูดไม่ออก เธอเร่งฝีเท้าเดินตรงไปยังจุดที่นัดพบกับเฉินเซียวเอาไว้

......

เฉินเซียวกับเหลยถิงกำลังยืนสูบบุหรี่ด้วยกันอยู่ เฉินเซียวจึงพูดหยอกล้อขึ้นมาว่า “เหลยถิง นายดูสาว ๆ ในมหาวิทยาลัยพวกนี้สิ ไม่มีใครเข้าตาบ้างเลยเหรอ? นายเองก็ถึงวัยที่ควรจะสร้างครอบครัวได้แล้วนะ ยังไงก็ต้องมีแฟนไว้สักคนแหละน่า”

เหลยถิงหัวเราะ “เจ้านายครับ ดวงของผมมันดวงกินเมียครับ ไม่เหมาะที่จะมีแฟนหรอก อีกอย่าง......ถ้ามีโอกาส ผมยังอยากจะตามเจ้านายไปบุกเบิกเส้นทางใหม่ ๆ ในต่างประเทศอยู่เลยนะครับ”

เฉินเซียวชะงักไป เขารู้ดีว่าเหลยถิงยังมีความผูกพันอันลึกซึ้งอยู่ในต่างประเทศ

การตายของซานจื่อ หนึ่งในสมาชิกทีมทหารรับจ้างของพวกเขา ทำให้เขาไม่อาจปล่อยวางความรู้สึกผิดในใจไปได้เลย

เฉินเซียวตบไหล่ของเขาเบา ๆ “ไม่ต้องรีบร้อนไปหรอกน่า ยังไงก็ต้องมีโอกาสอยู่แล้ว พวกเราจะค่อย ๆ ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ไม่ช้าก็เร็วพวกเราก็จะได้ไปโลดแล่นอยู่บนเวทีระดับโลกอย่างแน่นอน”

“ครับ ผมเชื่อมั่นในตัวเจ้านายครับ” เหลยถิงพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

ขอเพียงแค่ธุรกิจของเถิงเซียวแคปิตอลขยายตัวไปสู่ต่างประเทศ

บริษัทรักษาความปลอดภัยแบล็คชิลด์ก็จะต้องเติบโตตามไปด้วยอย่างแน่นอน

และในวงการรักษาความปลอดภัย ตราบใดที่มีการพัฒนา ก็ย่อมต้องเข้าไปพัวพันกับกลุ่มบริษัทแบล็ควอเตอร์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เฉินเซียวโยนก้นบุหรี่ทิ้ง ก็พอดิบพอดีกับที่มองเห็นสวี่เสี่ยวหลานกำลังเดินเข้ามาพอดี

เธอยังคงสวยไม่สร่างเหมือนเคย

ถึงขั้นสวยขึ้นกว่าเมื่อก่อนด้วยซ้ำไป ก็นะ มีเงินอยู่ในมือแล้ว ต่อให้ไม่ได้ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย แค่ซื้อเสื้อผ้าที่ดูดีสักสองสามชุดมาสวมใส่แต่งองค์ทรงเครื่องสักหน่อย ก็สามารถดึงความงดงามที่มีอยู่ในตัวเธอให้เผยออกมาให้เห็นได้มากขึ้นแล้ว

สวี่เสี่ยวหลานมีส่วนสูงหนึ่งร้อยหกสิบสองเซนติเมตร ถึงแม้จะไม่ได้สูงมากนัก แต่รูปร่างของเธอกลับดูดีเอามาก ๆ

สิ่งที่โดดเด่นสะดุดตาที่สุดก็คือใบหน้าของเธอ เครื่องหน้าทุกส่วนล้วนงดงามได้รูป ราวกับหลุดออกมาจากนางเอกในโลกแห่งจินตนาการ

ต่อให้ไม่ได้แต่งหน้าทาปาก ก็ยังสวยหยาดเยิ้มมาตั้งแต่เกิด

ดวงตากลมโตสุกใส จมูกโด่งรั้นได้รูป ริมฝีปากบางเฉียบอมชมพู

พอเธอกะพริบตา ขนตางอนยาวกระพือไหวไปมา ช่างดูงดงามจับตาเสียเหลือเกิน

“ฉิงเสวี่ย นั่นไงล่ะพี่สะใภ้ของเธอ” เฉินเซียวชี้มือไปยังสวี่เสี่ยวหลานแล้วบอก

เมื่อได้ยินดังนั้น เฉินฉิงเสวี่ยก็รีบเดินเข้าไปหาทันที

“สวัสดีค่ะพี่สะใภ้”

สวี่เสี่ยวหลานอึ้งไปเล็กน้อย

เฉินฉิงเสวี่ยแนะนำตัวเองว่า “ฉันชื่อเฉินฉิงเสวี่ยค่ะ เฉินเซียวเป็นลูกพี่ลูกน้องของฉันเอง”

“อ้อ สวัสดีจ้ะฉิงเสวี่ย พี่ชื่อสวี่เสี่ยวหลาน เป็น......”

พอพูดมาถึงตรงนี้ เธอก็เหลือบมองไปทางเฉินเซียว เพราะกลัวว่าตัวเองจะพูดอะไรผิดไป

เฉินฉิงเสวี่ยยิ้มแล้วพูดขึ้นมาว่า “ฉันรู้แล้วล่ะค่ะพี่สะใภ้ พี่ชายของฉันพูดถึงพี่ให้ฉันฟังตั้งไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ไม่คิดเลยว่าตัวจริงของพี่จะสวยกว่าที่เขาบรรยายเอาไว้เป็นร้อยเท่าเลยนะคะเนี่ย”

สวี่เสี่ยวหลานพูดด้วยความกระดากอายว่า “ที่ ที่ไหนกันล่ะ...เธอก็สวยเหมือนกันนะ”

ในระหว่างที่หญิงสาวทั้งสองคนกำลังทักทายพูดคุยกันอยู่นั้น เฉินเซียวก็มองเห็นผู้ชายร่างสูงโปร่งหน้าตาหล่อเหลาคนหนึ่ง ยืนเหม่อลอยอยู่ด้านหลังสวี่เสี่ยวหลาน

หน้าตาของผู้ชายคนนี้ ก็ถือว่าดูดีใช้ได้อยู่หรอก แต่รอยยิ้มกรุ้มกริ่มที่เผลอแสดงออกมาบนใบหน้าโดยไม่รู้ตัวนั้น มันทำให้เฉินเซียวรู้สึกขัดหูขัดตาพิลึก

“นายน่ะ มาทำอะไรที่นี่? มองอะไรอยู่?”

เดิมทีฉู่เฟิงตั้งใจจะมาข่มขวัญแฟนของสวี่เสี่ยวหลานให้หงอไปเลย จากนั้นก็ค่อยเตือนให้เขาเลิกคิดหวังเด็ดดอกฟ้าเสียที

แต่ภาพเหตุการณ์ตรงหน้า......กลับทำให้สมองของเขาหยุดทำงานไปชั่วขณะ

รถโรลส์-รอยซ์, ลินคอล์น เนวิเกเตอร์, ปอร์เช่ 911......

ขบวนรถทั้งขบวน......

บ้านเขาก็มีเงินเหมือนกัน ดังนั้นเขาจึงตระหนักดีว่าการที่คนหนุ่มคนหนึ่งจะสามารถครอบครองขบวนรถระดับนี้ได้ มันมีความหมายว่าอย่างไร

“ผม ผม......ผมเป็นเพื่อนของสวี่เสี่ยวหลานน่ะครับ”

เฉินเซียวขมวดคิ้วเล็กน้อย

สวี่เสี่ยวหลานรีบอธิบาย “เขาไม่ใช่เพื่อนของฉันหรอกค่ะ ก็แค่คนแปลกหน้าเท่านั้นแหละ”

เธอกลัวว่าถ้าหากบอกไปว่าฉู่เฟิงตามรังควานเธอมาโดยตลอด เฉินเซียวอาจจะบันดาลโทสะทำอะไรวู่วามลงไป จนนำภัยมาสู่ตัวเขาเองได้

เฉินเซียวกวาดสายตามองปราดเดียว ก็พอจะเดาเรื่องราวคร่าว ๆ ได้แล้ว

คนสวยอย่างสวี่เสี่ยวหลาน ใครเห็นใครก็ต้องหวั่นไหวกันทั้งนั้นแหละ

จะมีคนตามตื๊อไม่ยอมเลิกราอยู่สักสองสามคนก็เป็นเรื่องปกติ

“หึหึ นายชื่ออะไรล่ะ?”

“ผม ผมชื่อฉู่เฟิงครับ”

เฉินเซียวพยักหน้า “มาสิ ขึ้นมานั่งบนรถก่อนสิ”

พูดจบ เขาเองก็เป็นฝ่ายเข้าไปนั่งที่เบาะหลังก่อน

ฉู่เฟิงรู้สึกประหม่าเล็กน้อย “มะ ไม่เป็นไรดีกว่าครับ เดี๋ยวผมยังมีเรียนอีก...”

เหลยถิงส่งสายตาเป็นสัญญาณ บอดี้การ์ดร่างกำยำสองคนก็เดินตรงเข้าไปหาเขาทันที

ท่าทางดูออกจะชัดเจนขนาดนี้ นี่มันเป็นการแจ้งให้ทราบ ไม่ใช่การขอความเห็นหรอกนะ

ฉู่เฟิงกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ หัวใจเต้นแรงรัวราวกับตีกลอง แต่เขาก็ยอมก้าวขึ้นไปนั่งเบาะหลังของรถโรลส์-รอยซ์แต่โดยดี

หลังจากที่ปิดประตูรถแล้ว เฉินเซียวก็หัวเราะออกมา “น้องชาย ตาถึงไม่เบานี่หว่า ดันมาเล็งผู้หญิงของฉันซะได้?”

ฉู่เฟิงรีบโบกมือปฏิเสธพัลวัน “ละ ลูกพี่พูดอะไรแบบนั้นล่ะครับ ผู้น้อยอย่างผมไหนเลยจะกล้าล่ะครับ”

เฉินเซียวหันไปมองหน้าเขา “เรียนเอกพละเหรอ?”

“มะ ไม่ใช่ครับ ผมอยู่ทีมบาสเกตบอลของมหาวิทยาลัยครับ”

“อ้อ ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง แล้วที่บ้านทำอะไรล่ะ?”

ฉู่เฟิงสะดุ้งโหยง “ลูกพี่ครับ ผมผิดไปแล้วครับ อย่าเอาความผิดของผมไปลงที่ครอบครัวเลยนะครับ วันหลังถ้าผมเจอพี่สะใภ้ ผมจะรีบเดินหลบไปให้ไกลเลยครับ ถ้าผมยังไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงอีก ลูกพี่ก็ตบหน้าผมได้เลยครับ”

เฉินเซียวรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ไม่คิดเลยว่าเจ้าลูกเศรษฐีรุ่นที่สองคนนี้ จะหูตาไวเอาเรื่องเหมือนกัน

“หึหึหึ น่าสนใจดีนี่หว่าน้องชาย”

ฉู่เฟิงส่งยิ้มประจบประแจง “ลูกพี่ครับ ผู้น้อยอย่างผมเป็นคนที่รู้จักที่ต่ำที่สูงครับ”

เฉินเซียวพยักหน้า “รู้จักที่ต่ำที่สูงก็ดีแล้ว พ่อของนายต้องขอบคุณตัวเองนะที่อุตส่าห์ให้กำเนิดลูกชายที่ดีแบบนี้มาได้ ถือว่าใช้ได้ ไปเถอะ”

ฉู่เฟิงถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก “งั้นผมขอตัวก่อนนะครับลูกพี่ วันหลังถ้ามีอะไรให้ผมช่วยก็บอกมาได้เลยนะครับ ในแถบมหาวิทยาลัยครูแห่งนี้ ถ้าจะให้ผมวิ่งเต้นอะไรให้ ผมยินดีจัดการให้ทุกเรื่องเลยครับ”

“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า นายนี่มันเป็นคนที่น่าสนใจดีจริง ๆ ถ้ามีเรื่องให้ช่วยเดี๋ยวก็ไปหาเองแหละ ไปเถอะ”

“ครับ ลาก่อนนะครับลูกพี่”

พูดจบ ฉู่เฟิงก็ก้าวลงจากรถ ก่อนจะจากไป เขายังไม่ลืมที่จะโค้งคำนับสวี่เสี่ยวหลานแล้วพูดว่า “ผมผิดไปแล้วครับพี่สะใภ้ วันหลังถ้าเจอพี่สะใภ้ ผมจะรีบเดินหลบไปให้ไกลเลยครับ ถ้าพี่มีเรื่องอะไรเรียกใช้ผมได้ตลอดเวลาเลยนะครับ”

สวี่เสี่ยวหลาน: “......”

พูดจบ เขาก็หันหลังเดินจากไปทันที

ฉู่เฟิงลอบถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก

คุณชายที่เดินทางไปไหนมาไหนด้วยขบวนรถมูลค่ากว่ายี่สิบล้าน พร้อมกับบอดี้การ์ดอีกหลายสิบชีวิตแบบนั้น จะใช่คนที่เขาจะไปล่วงเกินได้ง่าย ๆ หรือไง?

อดไม่ได้ที่จะรู้สึกโชคดีที่ปกติแล้วเขาชอบอ่านนิยายเป็นชีวิตจิตใจ

ทำให้เขารับรู้อย่างลึกซึ้งว่า พวกลูกเศรษฐีรุ่นที่สองบางคนในนิยายน่ะ เวลาไปเตะเอาตอเข้าให้ มันจะมีจุดจบเป็นยังไง

ฉู่เฟิงไม่อยากจะสูญเสียสภาพความเป็นอยู่อันแสนสุขสบายในตอนนี้ไป การยอมก้มหัวให้ใครสักคนมันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลยสักนิด

ดังนั้น พอรู้ตัวว่าแฟนของสวี่เสี่ยวหลานเป็นตอชิ้นใหญ่ เขาก็รีบหาทางหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในทันที

ผู้หญิงมีให้เลือกถมเถไป แต่ถ้าจะต้องมาบ้านแตกสาแหรกขาดเพียงเพราะผู้หญิงคนเดียวล่ะก็ มันไม่คุ้มกันหรอก นั่นมันเป็นพฤติกรรมของพวกงี่เง่าเต่าตุ่น ไม่ใช่วิถีการทำงานของฉู่เฟิงคนนี้แน่

หลังจากที่ฉู่เฟิงจากไปแล้ว บอดี้การ์ดก็เปิดประตูหลังของรถโรลส์-รอยซ์ให้กับสวี่เสี่ยวหลาน

เธอพยักหน้ารับ ก่อนจะเข้าไปนั่งประจำที่ด้วยท่าทีเกร็ง ๆ เล็กน้อย

เฉินเซียวจับมือนุ่มนิ่มของเธอมากุมเอาไว้ในมือของเขาอย่างเป็นธรรมชาติ “ไปเถอะ ไปเป็นเพื่อนฉันซื้อบ้านหน่อยสิ”

จบบทที่ บทที่ 300 ฉันรู้จักที่ต่ำที่สูง

คัดลอกลิงก์แล้ว