- หน้าแรก
- ระบบเซียนหุ้น: มีแค่ผมที่มองเห็นข้อมูลลับ!
- บทที่ 295 เซ็นสัญญากับเธอ
บทที่ 295 เซ็นสัญญากับเธอ
บทที่ 295 เซ็นสัญญากับเธอ
บทที่ 295 เซ็นสัญญากับเธอ
เฉินเซียวชะงักไป หลักฐานการก่ออาชญากรรมทางธุรกิจของหวังเจ๋องั้นเหรอ??
“ไปได้มาจากไหนเนี่ย?”
อันจงตอบว่า “นี่ก็เป็นจุดที่ผมสงสัยเหมือนกันครับ มีนักศึกษาคนนึงเอามาส่งให้ เขาบอกว่ามีคนจ้างเขาพันนึงให้ช่วยวิ่งเอามาส่งให้น่ะครับ”
เฉินเซียวขมวดคิ้วครุ่นคิด หลักฐานการก่ออาชญากรรมของหวังเจ๋อ จะไปหามาได้ง่าย ๆ แบบนี้ได้ยังไงกัน
“หลักฐานชิ้นนี้ สามารถส่งตัวเขาเข้าไปอยู่ในซังเตได้ไหม?”
อันจงพยักหน้า “ก็ได้อยู่หรอกครับ แต่อย่างมากที่สุดปีเดียวก็ออกมาได้แล้ว”
“อืม...”
เฉินเซียวคิดไปคิดมา ปีเดียวเหรอ......ไม่เห็นจะน่าสนใจตรงไหนเลย
“เก็บเอาไว้ก่อน สืบเรื่องของมันต่อไป”
“ครับ!”
“ช่วงนี้ มีเรื่องอะไรน่าสนุกบ้างไหม?” เฉินเซียวถามขึ้นลอย ๆ
อันจงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “อืม......มีอยู่เรื่องนึงจริง ๆ ด้วยครับ”
เฉินเซียวส่งบุหรี่ให้เขามวนหนึ่ง “ลองว่ามาสิ”
อันจงรีบจุดบุหรี่ให้เฉินเซียวก่อน
จากนั้นถึงได้พูดขึ้นว่า “ไป๋ฮ่าวหนานลูกชายของไป๋หลานเฉิง ไปร่วมหุ้นเปิดร้านเคทีวีกับแฟนเก่าของเมียตัวเองน่ะครับ เน้นให้บริการพวกเศรษฐีนีเป็นหลัก ได้ยินมาว่าทำกิจการได้ไม่เลวเลยล่ะครับ อิทธิพลถึงขั้นแผ่ขยายออกไปนอกเมืองจินหนิงแล้ว มีพวกเศรษฐีนีจากเมืองเซี่ยงไฮ้มาใช้บริการกันเพียบเลยล่ะครับ”
เฉินเซียว: “......”
“เชี่ย เรื่องจริงดิ!”
อันจงหัวเราะ “จริงแท้แน่นอนเลยครับเจ้านาย เมื่อก่อนผมก็เป็นนักข่าวสายกอสซิปมาก่อน พอสืบรู้ข่าวนี้มา ผมก็แอบหัวเราะร่วนอยู่ตั้งนานเลยล่ะครับ”
เฉินเซียวพูดไม่ออก “แม่งโคตรมีความสามารถเลย สองพี่น้องนี่ควรจะนับญาติกันยังไงดีเนี่ย? พี่เขยน้องเขยเหรอ? หรือว่าอะไรดี?”
“เอ่อ เรื่องนี้...ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ”
เฉินเซียวคิดไปคิดมาแล้วถามขึ้นว่า “สองคนนี้ไปร่วมมือกันได้ยังไงเนี่ย? คนนึงเป็นพวกลูกเศรษฐีรุ่นที่สอง อีกคนเป็นพวกแมงดา......”
“โธ่ ฟังดูอาจจะเหลือเชื่อไปหน่อยนะครับ แต่อันที่จริงเรื่องมันก็มีสาเหตุของมันอยู่นั่นแหละครับ”
“ไป๋หลานเฉิงพ่อของไป๋ฮ่าวหนาน คิดว่าลูกชายคนนี้ของตัวเองมันไม่ได้ความ ก็เลยแอบไปปั้นลูกอีกคนอยู่ลับ ๆ เพราะฉะนั้นก็เลยไม่สนใจไยดีอะไรเขาเลย”
“ส่วนไป๋ฮ่าวหนานน่ะ ก็ดันไปสาบานเอาไว้ว่าจะต้องสร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมาให้พ่อของเขาเห็นให้จงได้ เพื่อจะได้ปูทางเตรียมสืบทอดกิจการของตระกูลในอนาคต”
“หลังจากนั้นเขาก็โดนเพื่อนหลอกเอาไปหลายครั้ง สูญเงินไปตั้งเยอะแยะ ก็เลยไปดื่มเหล้าย้อมใจที่บาร์ แล้วก็ดันไปเจอกับเหอเต๋อเซิ่งที่กำลังไปตกเศรษฐีนีอยู่พอดี”
“ทั้งสองคนก็เลยตีกันตรงนั้นเลย หลังจากนั้นไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น บางทีอาจจะเป็นเพราะตีกันแล้วถึงได้รู้จักกันละมั้งครับ”
“สุดท้ายเหอเต๋อเซิ่งก็เป็นคนออกเทคนิคและช่องทาง ส่วนไป๋ฮ่าวหนานเป็นคนออกเงิน ทั้งสองคนก็เลยร่วมหุ้นเซ้งร้านขึ้นมาร้านนึง กิจการรุ่งเรืองเฟื่องฟูสุด ๆ ไปเลยล่ะครับ”
เฉินเซียวฟังอย่างออกรสออกชาติ “เชี่ยเอ๊ย นี่มันสุดยอดไปเลยนี่หว่า!”
“แล้วเหยียนเหยียนเยี่ยนล่ะ? เธอมีความคิดเห็นยังไงกับการที่ผัวทั้งสองคนของเธอไปร่วมมือกันแบบนี้น่ะ?”
อันจงหัวเราะ “เธอจะไปมีความคิดเห็นอะไรได้ล่ะครับ? เหยียนเหยียนเยี่ยนไม่ได้สนใจเลยด้วยซ้ำ ลูกน้องของผมถ่ายรูปที่เธอไปทำอะไรลับลมคมในอยู่กับไป๋หลานเฉิงได้ ใครจะไปรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นล่ะครับ”
เฉินเซียว: “......”
“แม่งเอ๊ย ลูกสะใภ้กับพ่อผัวเนี่ยนะ?”
“เชี่ย!”
โลกทัศน์ของเฉินเซียวถึงกับพังทลายลงในพริบตา
พวกตระกูลเศรษฐีนี่ แม่งโคตรจะวุ่นวายเลย
“อ้อ จริงสิครับเจ้านาย เฉินฉิงเสวี่ยลูกพี่ลูกน้องของท่าน......”
เฉินเซียวขมวดคิ้ว เฉินฉิงเสวี่ยเป็นลูกสาวของเฉินเจี้ยนจวินคุณอาสามของเขา ครั้งก่อนที่เขากลับไป เขาก็ไม่ได้เจอกับลูกพี่ลูกน้องที่เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็กคนนี้เลย
“น้องสาวฉันเป็นอะไรไป?”
“โธ่ อันที่จริงจะว่าไป มันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอกครับ ก็คือ...ผลการเรียนของเธอที่มหาวิทยาลัยดีมาก แถมเธอยังเป็นคน...ประหยัดมัธยัสถ์มาก กวาดทุนการศึกษามาหมดทุกประเภท ก็เลยถูกเพื่อนร่วมชั้นบางคนกีดกัน มีข่าวลือซุบซิบนินทาว่าร้ายออกมาค่อนข้างรุนแรงเลยล่ะครับ โชคดีที่เธอเป็นคนเข้มแข็ง ก็เลยไม่ได้เก็บเอาเรื่องพวกนี้มาใส่ใจสักเท่าไหร่”
เฉินเซียวชะงักไป “พวกเพื่อนร่วมชั้นของเธอพูดว่าอะไรบ้าง?”
“บอกว่า......บ้านของเธอยากจน ไม่เคยเห็นเงิน รางวัลอะไรก็ไปแย่งเขามาหมด”
เฉินเซียว: “......”
เฉินฉิงเสวี่ยเป็นเด็กที่รู้ความมาตั้งแต่เด็ก เธอรู้ดีว่าที่บ้านมีฐานะยากจน ดังนั้นจึงตั้งใจเรียนหนังสืออย่างหนักมาโดยตลอด
ค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายส่วนตัว ลำพังแค่เงินทุนการศึกษาก็แทบจะเพียงพอแล้ว
ในชาติก่อน ตอนที่เขาตกที่นั่งลำบาก เงินจำนวนนั้นที่คุณอาสามเอามาให้ ส่วนใหญ่ก็เป็นเงินของน้องสาวเขาทั้งนั้น
“เฮ้อ!”
เฉินเซียวถอนหายใจ คุณอาสามกับภรรยาเป็นคนหัวดื้อ
ไม่ยอมรับเงินของเขาเลยแม้แต่แดงเดียว
ทำให้ถึงแม้อนาคตของครอบครัวน้องสาวจะสดใสสว่างไสว แต่ในช่วงเวลานี้พวกเขาก็ยังคงไม่มีเงินเลยจริง ๆ
เฉินเซียวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง พอดีเลยเขาต้องกลับไปที่มณฑลเป่ยเพื่อทำพาสปอร์ตสักหน่อย เพื่อที่จะได้เดินทางออกนอกประเทศได้ทันทีหากเกิดสถานการณ์ในตลาดต่างประเทศขึ้นมา
นอกจากนี้ ซูเปอร์มาร์เก็ตหย่งฮุ่ยก็คงจะใกล้เปิดกิจการแล้วด้วย
ในแผนการของเฉินเซียว มันไม่ได้เป็นเพียงแค่ซูเปอร์มาร์เก็ตธรรมดา ๆ แห่งหนึ่งเท่านั้น
แต่มันคือธุรกิจที่จะต้องควบคู่ไปกับโครงการมิกซ์ยูสของเขา เพื่อขยายสาขาไปทั่วประเทศในอนาคต
เมื่อเห็นว่าเจ้านายมีสีหน้าเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา อันจงก็พูดขึ้นว่า “เจ้านายครับ จะให้ผมเป็นคนจัดการเรื่องนี้เองดีไหมครับ?”
เฉินเซียวพูดขึ้น “ไม่ต้องหรอก นายไปจัดการเรื่องสืบข้อมูลข่าวสารของนายให้ดีต่อไปเถอะ เดี๋ยวฉันจะหาเวลากลับไปที่มณฑลเป่ยสักหน่อย”
“ได้ครับ”
“เงินพอใช้หรือเปล่า?”
อันจงหัวเราะแหะ ๆ “เจ้านายครับ องค์กรของพวกเราสามารถรับผิดชอบผลกำไรขาดทุนของตัวเองได้แล้วครับ หาเงินจากการขายข้อมูลข่าวสารได้แล้ว เงินน่ะมีพอใช้ แถมยังมีเหลือเก็บอีกต่างหาก”
เฉินเซียวพยักหน้า
“อืม มีเหลือเก็บก็ดีแล้ว นายต้องวางแผนให้ดีหน่อยนะ สาขาย่อยในอเมริกาแล้วก็ยุโรปน่ะ ก็ต้องหาโอกาสก่อตั้งขึ้นมาให้ได้แล้วล่ะ”
อันจง: “......”
เชี่ย! เจ้านายคิดจะทำอะไรเนี่ย?
หลังจากที่หายตกตะลึงแล้ว พออันจงลองคิดดูเขาก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที
ดูท่าว่าธุรกิจสายนี้ในประเทศกำลังจะมาถึงทางตันแล้ว
แถมยังดำเนินกิจการได้อย่างไม่ค่อยถูกต้องตามทำนองคลองธรรมสักเท่าไหร่ด้วย
แต่ถ้าไปทำในต่างประเทศ มันก็จะไม่เหมือนกันแล้ว ถึงขั้นสามารถจดทะเบียนก่อตั้งเป็นบริษัทข่าวกรองที่ถูกต้องตามกฎหมายได้เลยล่ะ
เฉินเซียวหัวเราะ “คราวนี้เงินคงไม่พอแล้วล่ะสิ?”
อันจง: “......”
“อะแฮ่ม ผมคาดไม่ถึงเลยนี่ครับว่าเจ้านายจะขยายธุรกิจไปต่างประเทศกะทันหันขนาดนี้น่ะ”
“ไว้รอนายออกไปทำเมื่อไหร่ ฉันจะโอนเงินไปให้ใช้ก่อนสักสิบล้านเหรียญก็แล้วกัน”
“ได้เลยครับ แล้วเจ้านายอยากจะให้เน้นสืบข้อมูลข่าวสารในแวดวงไหนเป็นพิเศษไหมครับ? ยังเป็นด้านการเงินอยู่หรือเปล่าครับ?”
เฉินเซียวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “อืม เน้นด้านการเงินไปก่อนนะ นอกจากนี้แล้ว......บริษัทรักษาความปลอดภัยในต่างประเทศก็ให้จับตาดูเอาไว้ด้วย โดยเฉพาะพวกที่มีบริการทหารรับจ้างระหว่างประเทศอะไรทำนองนั้นน่ะ”
“รับทราบครับ!”
......
เมื่อคุยธุระเสร็จเรียบร้อย เรือสำราญก็เริ่มหันหัวกลับเข้าฝั่ง ทั้งสองคนก็เลยคุยสัพเพเหระเรื่องอื่นกันต่อ
สรุปสั้น ๆ ก็คือ ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ของสวี่เสี่ยวหลานที่อยู่ไกลถึงมณฑลเป่ย หรือจ้าวเสี่ยวหงจากวิทยาลัยครูจินหนิงและคนอื่น ๆ อันจงก็ล้วนมีข้อมูลอยู่ในกำมือทั้งสิ้น
ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนดำเนินไปตามสถานการณ์ปกติ ไม่ได้มีอะไรที่หลุดรอดไปจากการควบคุมของเฉินเซียวเลย
เมื่อรายงานเรื่องงานเสร็จสิ้น อันจงก็จากไปอย่างเงียบ ๆ
ส่วนเฉินเซียวก็ตรงดิ่งไปที่บ้านของเซี่ยอวี่เตี๋ยทันที
หญิงสาวคนนี้ยังคงเล่นเกมอยู่ แต่ไม่ได้ไลฟ์สด เพราะถ้าขืนไลฟ์ เธอก็มักจะมีเรื่องโต้เถียงกับพวกนักเลงคีย์บอร์ดจนทำให้เสียสมาธิในการเล่นอยู่บ่อย ๆ...
แต่เธอกำลังเปิดวิดีโอคอลเล่นเกมจับคู่กับผู้หญิงคนหนึ่งอยู่
“หืม? อวี่เตี๋ย เธอกำลังเล่นเกมอยู่กับใครเหรอ?”
เซี่ยอวี่เตี๋ยหัวเราะ “รุ่นน้องปีหนึ่งน่ะค่ะ เธอเป็นแฟนคลับของฉันเองแหละ”
เฉินเซียวชะงักไป เพราะเขาคุ้นหน้าคุ้นตาคนคนนี้เป็นอย่างดี
ไม่ใช่แค่เขาคนเดียวหรอกที่คุ้นหน้า เชื่อว่าอีกไม่กี่ปีหลังจากนี้ คนส่วนใหญ่ที่เคยดูไลฟ์สดก็คงจะรู้จักเธอเป็นอย่างดีแน่
เฉินเซียวไม่รู้ว่าตอนนี้เธอชื่ออะไร แต่อีกไม่กี่ปีให้หลัง ชื่อของถีโม่ จะโด่งดังกระฉ่อนไปทั่วทั้งวงการไลฟ์สดอย่างแน่นอน......
การเติบโตในสายงานของเธอ ทั้งราบรื่นและไม่ราบรื่นไปในเวลาเดียวกัน
ที่ว่าราบรื่นก็คือการที่เธอสามารถไต่เต้าขึ้นไปนั่งแท่นเป็นตัวท็อปอันดับหนึ่งของแอปพลิเคชันวีวีได้อย่างงดงาม ส่วนที่ไม่ราบรื่นก็คือหลังจากที่โด่งดังแล้ว เธอกลับมีข่าวฉาวออกมามากมายก่ายกอง
แต่ไม่ว่ายังไงก็ตาม ถีโม่ในเวลานี้ ก็เป็นเพียงแค่เด็กสาวตัวเล็ก ๆ ที่เพิ่งจะเข้ามหาวิทยาลัยได้ไม่นาน ความงดงามอันน่าตื่นตะลึงของเธอ ยังไม่ถูกเปิดเผยออกมาให้เห็นอย่างเต็มที่
เฉินเซียวคิดคำนวณอยู่ในใจ ถ้าหากได้ผู้หญิงคนนี้มาอยู่ในกำมือล่ะก็ ปีนึงอย่างน้อย ๆ ก็ทำเงินให้บริษัทได้ตั้งร้อยล้านเลยนะเนี่ย......
ขาแมลงวันถึงจะเล็กมันก็คือเนื้อ เซ็นสัญญากับเธอซะ!