เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 280 ของที่ไม่ได้ใช้เงินตัวเองซื้อนี่ มันช่างหอมหวานเสียจริง

บทที่ 280 ของที่ไม่ได้ใช้เงินตัวเองซื้อนี่ มันช่างหอมหวานเสียจริง

บทที่ 280 ของที่ไม่ได้ใช้เงินตัวเองซื้อนี่ มันช่างหอมหวานเสียจริง


บทที่ 280 ของที่ไม่ได้ใช้เงินตัวเองซื้อนี่ มันช่างหอมหวานเสียจริง

ลู่เซวียนอี๋พูดขึ้นว่า “ฉันไม่อยากไปเท่าไหร่ เอาไว้ก่อนดีกว่า”

เสียงลมหายใจจากปลายสายหนักหน่วงขึ้นเล็กน้อย แต่ก็กลับมาเป็นปกติในเวลาอันรวดเร็ว “แล้วเธออยากจะไปเที่ยวไหนล่ะ? เดี๋ยวพวกเราจะไปเป็นเพื่อนเธอเอง”

ลู่เซวียนอี๋ตอบปฏิเสธไปว่า “คง......เอาไว้ก่อนดีกว่า ช่วงนี้ฉันอยากอยู่บ้านเฉย ๆ น่ะ”

ลิซ่าพยายามกดข่มอารมณ์เอาไว้ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “เซวียนอี๋ เธอไม่สบายใจพวกเราก็เข้าใจนะ แต่เธอจะทำร้ายพวกเด็ก ๆ บนเขาแบบนั้นไม่ได้หรอกนะ พวกเขาน่าสงสารมากเลย เสื้อผ้าจะใส่ก็ยังไม่มี ได้แต่รอคอยความช่วยเหลือจากพวกเรา ถ้าหากเธอ......”

“ลิซ่า!” ลู่เซวียนอี๋พูดแทรกขึ้น “ฉันเหนื่อยแล้ว เอาไว้คุยกันวันหลังเถอะ”

พูดจบ เธอก็วางสายไปในทันที

ภายในใจของลู่เซวียนอี๋รู้สึกเจ็บปวด ลิซ่าปากบอกว่าเข้าใจ แต่อันที่จริงเธอไม่เข้าใจเลยสักนิด เธอแค่แกล้งทำเป็นเข้าใจฉันไปอย่างนั้นเอง......

อีกทั้งจากน้ำเสียงที่ร้อนรนของเธอแล้ว ลู่เซวียนอี๋ก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกอึดอัด เหมือนกำลังถูกคนอื่นเอาศีลธรรมมาบีบบังคับอย่างไรอย่างนั้น

ในขณะเดียวกันลิซ่าที่เพิ่งจะวางสายไป น้ำเสียงไม่ได้เรียบสงบอีกต่อไป เธอหันไปพูดกับคนอื่น ๆ ด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ทำยังไงดีล่ะ? ถังข้าวสารไม่ยอมจ่ายเงินแล้ว!”

“ลู่เซวียนอี๋ก็เหมือนคนโง่นั่นแหละ ก็แค่แต่งเรื่องเศร้า ๆ ขึ้นมาหลอกเธออีกสิ ไม่อย่างนั้นปีนี้พวกเราจะเอาเงินที่ไหนมาแบ่งกันล่ะ?”

“นั่นสิ จะจัดการกับยัยคุณหนูผู้อ่อนต่อโลกแบบนี้ มันยากตรงไหนกัน?”

“อืม ปล่อยให้เธอสงบสติอารมณ์ไปก่อน เดี๋ยวค่อยใช้แผนชายงามจัดการเธอทีหลัง”

“ไม่ได้!” ชายคนหนึ่งในกลุ่มนั้นตะคอกขึ้นมา “พวกเราหลอกเอาเงินเธอได้ แต่ห้ามแตะต้องตัวเธอเด็ดขาด ไม่มีใครสามารถทนรับความโกรธเกรี้ยวของลู่ซิงเฉินได้หรอกนะ!”

พอเขาพูดแบบนี้ หลายคนก็ใจเย็นลงในทันที

“งะ งั้นก็แค่หาเงินไง คอยเอาใจเจ้าหญิงให้มีความสุขต่อไปก็แล้วกัน”

“ใช่แล้ว วันหลังพวกเราจะพูดอะไรก็ต้องระวังกันหน่อย”

“มาวางแผนกันดีกว่า”

......

ลู่เซวียนอี๋วางสายไป ในใจรู้สึกตำหนิตัวเองอยู่บ้าง

แต่พอคิดถึงคำพูดที่รับปากเฉินเซียวเอาไว้ ก็กลับมาหนักแน่นขึ้นอีกครั้ง

เมื่อเดินออกจากห้อง เถียนซูม่านเห็นลู่เซวียนอี๋ดูไม่ค่อยร่าเริงนัก จึงถามขึ้นว่า “เป็นอะไรไปจ๊ะเจ้าหญิงน้อยของแม่?”

ลู่เซวียนอี๋ลังเลเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้นว่า “คุณแม่คะ ปีนี้หนูไม่คิดจะบริจาคเงินให้มูลนิธิการกุศลแล้วค่ะ”

เถียนซูม่านชะงักไป เธอเองก็รู้ดีว่าไอ้มูลนิธิอะไรนั่นมันเป็นแบบไหน ก็เป็นแค่กลุ่มคนเล็ก ๆ ที่มารวมตัวกันคอยเอาใจลูกสาวบ้านเธอให้มีความสุขเท่านั้น ซึ่งก็มีคนคอยจับตาดูพวกนั้นอยู่

เดิมทีเถียนซูม่านก็ไม่เห็นด้วยที่ทำแบบนี้หรอก แต่ลู่ซิงเฉินบอกว่าเงินแค่นั้นก็ถือซะว่าจ่ายเป็นเงินเดือนให้พวกเขาก็แล้วกัน เธอเลยไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก

ตอนนี้ลูกสาวไม่อยากจะสานต่อแล้ว หรือว่าแกจะไปรู้อะไรเข้าแล้วเหรอ?

“ทำไมล่ะจ๊ะ?”

ลู่เซวียนอี๋ตอบว่า “เฉินเซียวไม่ให้หนูทำแล้วค่ะ”

เถียนซูม่านอึ้งไป ไม่คิดเลยว่าจะเป็นฝีมือของเฉินเซียว

เธอยิ้มอย่างอ่อนโยน “ดีเลยจ้ะ วันหลังถ้าลูกตัดสินใจอะไรไม่ได้ ก็ถามเฉินเซียวเขาก็ได้นะ”

ลู่เซวียนอี๋ตาเป็นประกาย เธอคิดว่าคุณแม่จะไม่ชอบเฉินเซียวเหมือนกับคุณพ่อเสียอีก

“แล้วต้องบอกคุณพ่อไหมคะ?”

เถียนซูม่านส่ายหน้าเบา ๆ “ไม่ต้องหรอกจ้ะ ตอนจะเอาเงินก็ค่อยไปหาพ่อเขาก็พอ”

ลู่เซวียนอี๋คิด ๆ ดูแล้วก็มีเหตุผล “อืม เข้าใจแล้วค่ะ”

เถียนซูม่านคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “ว่าง ๆ ก็หาเวลาไปคลุกคลีกับเฉินเซียวเขาให้มาก ๆ นะ พ่อหนุ่มคนนี้เป็นคนดีทีเดียว”

เมื่อเพื่อนของตัวเองได้รับการยอมรับ ลู่เซวียนอี๋ก็ดีใจจนเข้าไปกอดแขนเถียนซูม่านเอาไว้แน่น พร้อมกับกระโดดโลดเต้นอย่างดีใจ “คุณแม่สนับสนุนหนูใช่ไหมคะ?”

เถียนซูม่านยิ้มอย่างตามใจ “อืม แม่สนับสนุนลูกเต็มที่เลย!”

“อิอิ ขอบคุณค่ะคุณแม่......”

ลู่ซิงเฉินที่กำลังนั่งดูข่าวอยู่ชั้นล่าง ไม่มีทางรู้เลยว่าสองแม่ลูกได้แอบตัดสินใจกันเองลับหลังเขาไปเรียบร้อยแล้ว

แถมยังเปลี่ยนเขาให้กลายเป็นตู้เอทีเอ็มไร้ความรู้สึกไปซะอีก......

ลูกสาวตัวน้อยที่เคยคุยกันได้ทุกเรื่อง กำลังค่อย ๆ แปรสภาพกลายเป็นสัตว์ร้ายผลาญเงิน ที่รู้จักพูดแต่ประโยคที่ว่า “พ่อ โอนเงินให้หน่อย”......

......

วันรุ่งขึ้น

เฉินเซียวสั่งให้ซูถังส่งคนไปเปิดบัญชีที่ธนาคารสวิส อย่างน้อยในยุคนี้ ธนาคารสวิสก็ยังคงเป็นกลางอยู่ชั่วคราว จึงถือว่ายังปลอดภัยหากจะใช้เป็นแหล่งกักเก็บเงินทุนชั่วคราว

ไว้รอให้ตัวเองตั้งตัวในต่างประเทศได้มั่นคงแล้ว ค่อยโอนเงินออกมาอีกที

ผลกำไรจากอุตสาหกรรมเหล็กกล้าทั้งหมดของเฉินเซียว พุ่งทะลุสิบเปอร์เซ็นต์ไปแล้ว

ต่อให้เลือกที่จะล้างพอร์ตและถอนตัวออกไปในเวลานี้ ก็ยังมีผลกำไรมากกว่าหมื่นล้านอยู่ดี

เมื่อเงินมีจำนวนมหาศาลถึงระดับหนึ่ง มันก็จะค่อย ๆ กลายเป็นแค่ตัวเลข

เฉินเซียวเริ่มวางแผนสร้างโรงเรียน ยิ่งเยอะยิ่งดี อย่างน้อย ๆ ก็ต้องเริ่มที่หลายร้อยแห่ง

นอกจากนี้ยังต้องทุ่มเทพัฒนาภาคอุตสาหกรรมด้วย ทางที่ดีควรจะสามารถสร้างตำแหน่งงานให้กับผู้คนได้หลายล้านตำแหน่ง

ส่วนเหตุผลที่ทำแบบนี้......คนที่รู้ก็จะรู้ดี

คนที่ไม่รู้ ก็ไม่สะดวกที่จะอธิบายให้ฟังอย่างชัดเจน

วันเดียวกันนั้นเอง บริษัทเถิงเซียวแคปิตอลก็ออกประกาศ

[ทางเครือบริษัทได้ตัดสินใจว่า จะนำเงินจำนวนหนึ่งพันล้านออกมาในทุก ๆ ปี เพื่อใช้ในการสร้างโรงเรียนประถมในพื้นที่ที่โครงสร้างพื้นฐานยังไม่เจริญนัก โดยจะดำเนินการก่อสร้างในระดับที่สามารถต้านทานแผ่นดินไหวได้สูงสุด และขอเชิญบริษัทที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้างที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศสองแห่ง มารับผิดชอบเรื่องการประกันคุณภาพตลอดกระบวนการก่อสร้าง]

เงินหนึ่งพันล้าน หากนำไปสร้างโรงเรียนประถมในพื้นที่ภูเขาที่ห่างไกล จะสามารถสร้างได้ถึง 200 แห่ง

ทันทีที่ข่าวนี้ถูกปล่อยออกไป บริษัทเถิงเซียวแคปิตอลก็ถูกผลักดันให้ขึ้นไปอยู่บนจุดสูงสุดของกระแสสังคมในชั่วพริบตา

จากเดิมที่มีหลายฝ่ายกำลังเตรียมตัวจะเคลื่อนไหว ก็พลันเงียบสงบลงในทันที

หากคิดจะแตะต้องบริษัทเถิงเซียวแคปิตอลอีกครั้ง ก็ต้องพิจารณาถึงแรงกดดันจากกระแสสังคมด้วยว่า ตัวเองจะกลายเป็นฝ่ายตรงข้ามกับประชาชนหรือไม่

หวังเจ๋อก็เช่นกัน

“บัดซบ! ไอ้ลูกหมา พ่อจะรอดูว่าแกจะยอมควักเงินหนึ่งพันล้านออกมาทุกปีจริง ๆ หรือเปล่า!”

“ใครก็ได้ ส่งคนไปจับตาดูบริษัทเถิงเซียวแคปิตอลเอาไว้ให้ดี ถ้าเกิดพวกมันเล่นตุกติกล่ะก็ ให้รีบประกาศให้ประชาชนรับรู้เป็นคนแรกเลยนะ!”

“ครับ!”

การกระทำของเฉินเซียวในครั้งนี้ ทำให้หวังเจ๋อจำเป็นต้องยกเลิกแผนการส่วนใหญ่ไปโดยปริยาย

หากคิดจะแตะต้องเขา ก็ต้องทำอย่างลับ ๆ ล่อ ๆ ให้มากขึ้น และต้องยอมจ่ายต้นทุนที่สูงขึ้นด้วย

โชคดีที่เรื่องของการถ่ายทอดสดของ วีวีไลฟ์สตรีมมิ่ง นั้นดำเนินไปอย่างราบรื่น

ภายใต้แรงกดดันจากอำนาจของตระกูลหวัง หลี่ชุนเฟิงก็ปฏิเสธการเข้าซื้อกิจการของเฉินเซียวจริง ๆ เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ รอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหวังเจ๋อ

สิ่งเดียวที่เป็นข้อบกพร่องก็คือ แม้เขาจะปฏิเสธเฉินเซียว แต่เขาก็ไม่ได้ยอมรับการเข้าซื้อกิจการของตนเองเช่นกัน

ยังคงมีภัยแฝงอยู่บ้าง ถ้าหากวันไหนเกิดโดนเฉินเซียวฉวยโอกาสแย่งไปได้ล่ะ?

ในเวลานั้น ลูกน้องของเขาก็เข้ามารายงานว่า “คุณชายหวัง บริษัทเถิงเซียวแคปิตอลยอมล้มเลิกการเข้าซื้อกิจการของ วีวีไลฟ์สตรีมมิ่ง แล้วหันไปเสนอขอซื้อกิจการของบริษัทอื่นอีกสองสามแห่งแทนแล้วครับ”

หวังเจ๋อชะงักไป “บริษัทไหนบ้าง?”

ลูกน้องเตรียมข้อมูลเอาไว้แต่แรกแล้ว พอได้ยินก็ยื่นข้อมูลส่งให้หวังเจ๋อ

“เชิญคุณชายพิจารณาครับ”

หวังเจ๋อรับมาดู ก็พบว่าเป็นบริษัทเอกชนที่มีศักยภาพไม่เลวเลยทีเดียว

หลังจากพิจารณาอยู่หลายครั้ง หวังเจ๋อก็เอ่ยขึ้นว่า “ใช้อิทธิพลของตระกูลหวัง บริษัทไหนพอจะกว้านซื้อมาได้ก็ซื้อให้หมด ถ้าซื้อไม่ได้ก็ห้ามปล่อยให้ตกไปอยู่ในมือของเฉินเซียวเด็ดขาด!”

“ครับ!”

......

เฉินเซียวได้รับรายงานในเวลาอันรวดเร็ว

“เจ้านาย การเข้าซื้อกิจการของพวกเรา พบกับอุปสรรคทุกช่องทางเลยครับ”

เฉินเซียวฉีกยิ้มกว้าง “ต่อสู้ให้มันดุเดือดขึ้นอีกหน่อย แต่ก็อย่าให้มันรุนแรงเกินไปล่ะ กะเกณฑ์ให้พอดี ปล่อยให้ตระกูลหวังกว้านซื้อบริษัทพวกนี้ไปให้หมด”

“รับทราบครับเจ้านาย”

เฉินเซียวมองดูทะเลสาบเฉียนหูอันแสนเงียบสงบ ก่อนจะหัวเราะแล้วด่าทอออกมาคำหนึ่ง “ไอ้โง่ จะมาสู้กับฉันเหรอ?”

หลังจากด่าจบ เฉินเซียวก็รู้สึกทะแม่ง ๆ

“หืม? ทะเลสาบเฉียนหูนี้......ทำไมมันยังว่างเปล่าอยู่อีกเนี่ย?”

“เยียนหราน! แล้วเรือยอร์ชของป๋ายหลานเฉิงล่ะ? ทำไมถึงยังไม่มาส่งอีก?”

“อ๋อ กำลังเดินทางกลับมาจากยุโรปแล้วค่ะเจ้านาย”

“แล้วท่าเรือล่ะ? สั่งให้พวกนั้นมาสร้างล่วงหน้าเลย ไม่อย่างนั้นถนนสายธุรกิจงานศพของพ่อคงได้เปิดทำการก่อนแน่!”

“ได้ ๆ ค่ะ ฉันจะรีบเร่งพวกเขาทันทีเลยค่ะ”

เฉินเซียวถึงได้ยอมรามือ

แล้วยังมีบูกัตติที่จะเริ่มประมูลในเดือนหน้าอีก......

“จิ๊ ๆ ของที่ไม่ได้ใช้เงินตัวเองซื้อนี่ มันช่างหอมหวานเสียจริง......”

จบบทที่ บทที่ 280 ของที่ไม่ได้ใช้เงินตัวเองซื้อนี่ มันช่างหอมหวานเสียจริง

คัดลอกลิงก์แล้ว