- หน้าแรก
- ระบบเซียนหุ้น: มีแค่ผมที่มองเห็นข้อมูลลับ!
- บทที่ 280 ของที่ไม่ได้ใช้เงินตัวเองซื้อนี่ มันช่างหอมหวานเสียจริง
บทที่ 280 ของที่ไม่ได้ใช้เงินตัวเองซื้อนี่ มันช่างหอมหวานเสียจริง
บทที่ 280 ของที่ไม่ได้ใช้เงินตัวเองซื้อนี่ มันช่างหอมหวานเสียจริง
บทที่ 280 ของที่ไม่ได้ใช้เงินตัวเองซื้อนี่ มันช่างหอมหวานเสียจริง
ลู่เซวียนอี๋พูดขึ้นว่า “ฉันไม่อยากไปเท่าไหร่ เอาไว้ก่อนดีกว่า”
เสียงลมหายใจจากปลายสายหนักหน่วงขึ้นเล็กน้อย แต่ก็กลับมาเป็นปกติในเวลาอันรวดเร็ว “แล้วเธออยากจะไปเที่ยวไหนล่ะ? เดี๋ยวพวกเราจะไปเป็นเพื่อนเธอเอง”
ลู่เซวียนอี๋ตอบปฏิเสธไปว่า “คง......เอาไว้ก่อนดีกว่า ช่วงนี้ฉันอยากอยู่บ้านเฉย ๆ น่ะ”
ลิซ่าพยายามกดข่มอารมณ์เอาไว้ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “เซวียนอี๋ เธอไม่สบายใจพวกเราก็เข้าใจนะ แต่เธอจะทำร้ายพวกเด็ก ๆ บนเขาแบบนั้นไม่ได้หรอกนะ พวกเขาน่าสงสารมากเลย เสื้อผ้าจะใส่ก็ยังไม่มี ได้แต่รอคอยความช่วยเหลือจากพวกเรา ถ้าหากเธอ......”
“ลิซ่า!” ลู่เซวียนอี๋พูดแทรกขึ้น “ฉันเหนื่อยแล้ว เอาไว้คุยกันวันหลังเถอะ”
พูดจบ เธอก็วางสายไปในทันที
ภายในใจของลู่เซวียนอี๋รู้สึกเจ็บปวด ลิซ่าปากบอกว่าเข้าใจ แต่อันที่จริงเธอไม่เข้าใจเลยสักนิด เธอแค่แกล้งทำเป็นเข้าใจฉันไปอย่างนั้นเอง......
อีกทั้งจากน้ำเสียงที่ร้อนรนของเธอแล้ว ลู่เซวียนอี๋ก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกอึดอัด เหมือนกำลังถูกคนอื่นเอาศีลธรรมมาบีบบังคับอย่างไรอย่างนั้น
ในขณะเดียวกันลิซ่าที่เพิ่งจะวางสายไป น้ำเสียงไม่ได้เรียบสงบอีกต่อไป เธอหันไปพูดกับคนอื่น ๆ ด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ทำยังไงดีล่ะ? ถังข้าวสารไม่ยอมจ่ายเงินแล้ว!”
“ลู่เซวียนอี๋ก็เหมือนคนโง่นั่นแหละ ก็แค่แต่งเรื่องเศร้า ๆ ขึ้นมาหลอกเธออีกสิ ไม่อย่างนั้นปีนี้พวกเราจะเอาเงินที่ไหนมาแบ่งกันล่ะ?”
“นั่นสิ จะจัดการกับยัยคุณหนูผู้อ่อนต่อโลกแบบนี้ มันยากตรงไหนกัน?”
“อืม ปล่อยให้เธอสงบสติอารมณ์ไปก่อน เดี๋ยวค่อยใช้แผนชายงามจัดการเธอทีหลัง”
“ไม่ได้!” ชายคนหนึ่งในกลุ่มนั้นตะคอกขึ้นมา “พวกเราหลอกเอาเงินเธอได้ แต่ห้ามแตะต้องตัวเธอเด็ดขาด ไม่มีใครสามารถทนรับความโกรธเกรี้ยวของลู่ซิงเฉินได้หรอกนะ!”
พอเขาพูดแบบนี้ หลายคนก็ใจเย็นลงในทันที
“งะ งั้นก็แค่หาเงินไง คอยเอาใจเจ้าหญิงให้มีความสุขต่อไปก็แล้วกัน”
“ใช่แล้ว วันหลังพวกเราจะพูดอะไรก็ต้องระวังกันหน่อย”
“มาวางแผนกันดีกว่า”
......
ลู่เซวียนอี๋วางสายไป ในใจรู้สึกตำหนิตัวเองอยู่บ้าง
แต่พอคิดถึงคำพูดที่รับปากเฉินเซียวเอาไว้ ก็กลับมาหนักแน่นขึ้นอีกครั้ง
เมื่อเดินออกจากห้อง เถียนซูม่านเห็นลู่เซวียนอี๋ดูไม่ค่อยร่าเริงนัก จึงถามขึ้นว่า “เป็นอะไรไปจ๊ะเจ้าหญิงน้อยของแม่?”
ลู่เซวียนอี๋ลังเลเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้นว่า “คุณแม่คะ ปีนี้หนูไม่คิดจะบริจาคเงินให้มูลนิธิการกุศลแล้วค่ะ”
เถียนซูม่านชะงักไป เธอเองก็รู้ดีว่าไอ้มูลนิธิอะไรนั่นมันเป็นแบบไหน ก็เป็นแค่กลุ่มคนเล็ก ๆ ที่มารวมตัวกันคอยเอาใจลูกสาวบ้านเธอให้มีความสุขเท่านั้น ซึ่งก็มีคนคอยจับตาดูพวกนั้นอยู่
เดิมทีเถียนซูม่านก็ไม่เห็นด้วยที่ทำแบบนี้หรอก แต่ลู่ซิงเฉินบอกว่าเงินแค่นั้นก็ถือซะว่าจ่ายเป็นเงินเดือนให้พวกเขาก็แล้วกัน เธอเลยไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก
ตอนนี้ลูกสาวไม่อยากจะสานต่อแล้ว หรือว่าแกจะไปรู้อะไรเข้าแล้วเหรอ?
“ทำไมล่ะจ๊ะ?”
ลู่เซวียนอี๋ตอบว่า “เฉินเซียวไม่ให้หนูทำแล้วค่ะ”
เถียนซูม่านอึ้งไป ไม่คิดเลยว่าจะเป็นฝีมือของเฉินเซียว
เธอยิ้มอย่างอ่อนโยน “ดีเลยจ้ะ วันหลังถ้าลูกตัดสินใจอะไรไม่ได้ ก็ถามเฉินเซียวเขาก็ได้นะ”
ลู่เซวียนอี๋ตาเป็นประกาย เธอคิดว่าคุณแม่จะไม่ชอบเฉินเซียวเหมือนกับคุณพ่อเสียอีก
“แล้วต้องบอกคุณพ่อไหมคะ?”
เถียนซูม่านส่ายหน้าเบา ๆ “ไม่ต้องหรอกจ้ะ ตอนจะเอาเงินก็ค่อยไปหาพ่อเขาก็พอ”
ลู่เซวียนอี๋คิด ๆ ดูแล้วก็มีเหตุผล “อืม เข้าใจแล้วค่ะ”
เถียนซูม่านคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “ว่าง ๆ ก็หาเวลาไปคลุกคลีกับเฉินเซียวเขาให้มาก ๆ นะ พ่อหนุ่มคนนี้เป็นคนดีทีเดียว”
เมื่อเพื่อนของตัวเองได้รับการยอมรับ ลู่เซวียนอี๋ก็ดีใจจนเข้าไปกอดแขนเถียนซูม่านเอาไว้แน่น พร้อมกับกระโดดโลดเต้นอย่างดีใจ “คุณแม่สนับสนุนหนูใช่ไหมคะ?”
เถียนซูม่านยิ้มอย่างตามใจ “อืม แม่สนับสนุนลูกเต็มที่เลย!”
“อิอิ ขอบคุณค่ะคุณแม่......”
ลู่ซิงเฉินที่กำลังนั่งดูข่าวอยู่ชั้นล่าง ไม่มีทางรู้เลยว่าสองแม่ลูกได้แอบตัดสินใจกันเองลับหลังเขาไปเรียบร้อยแล้ว
แถมยังเปลี่ยนเขาให้กลายเป็นตู้เอทีเอ็มไร้ความรู้สึกไปซะอีก......
ลูกสาวตัวน้อยที่เคยคุยกันได้ทุกเรื่อง กำลังค่อย ๆ แปรสภาพกลายเป็นสัตว์ร้ายผลาญเงิน ที่รู้จักพูดแต่ประโยคที่ว่า “พ่อ โอนเงินให้หน่อย”......
......
วันรุ่งขึ้น
เฉินเซียวสั่งให้ซูถังส่งคนไปเปิดบัญชีที่ธนาคารสวิส อย่างน้อยในยุคนี้ ธนาคารสวิสก็ยังคงเป็นกลางอยู่ชั่วคราว จึงถือว่ายังปลอดภัยหากจะใช้เป็นแหล่งกักเก็บเงินทุนชั่วคราว
ไว้รอให้ตัวเองตั้งตัวในต่างประเทศได้มั่นคงแล้ว ค่อยโอนเงินออกมาอีกที
ผลกำไรจากอุตสาหกรรมเหล็กกล้าทั้งหมดของเฉินเซียว พุ่งทะลุสิบเปอร์เซ็นต์ไปแล้ว
ต่อให้เลือกที่จะล้างพอร์ตและถอนตัวออกไปในเวลานี้ ก็ยังมีผลกำไรมากกว่าหมื่นล้านอยู่ดี
เมื่อเงินมีจำนวนมหาศาลถึงระดับหนึ่ง มันก็จะค่อย ๆ กลายเป็นแค่ตัวเลข
เฉินเซียวเริ่มวางแผนสร้างโรงเรียน ยิ่งเยอะยิ่งดี อย่างน้อย ๆ ก็ต้องเริ่มที่หลายร้อยแห่ง
นอกจากนี้ยังต้องทุ่มเทพัฒนาภาคอุตสาหกรรมด้วย ทางที่ดีควรจะสามารถสร้างตำแหน่งงานให้กับผู้คนได้หลายล้านตำแหน่ง
ส่วนเหตุผลที่ทำแบบนี้......คนที่รู้ก็จะรู้ดี
คนที่ไม่รู้ ก็ไม่สะดวกที่จะอธิบายให้ฟังอย่างชัดเจน
วันเดียวกันนั้นเอง บริษัทเถิงเซียวแคปิตอลก็ออกประกาศ
[ทางเครือบริษัทได้ตัดสินใจว่า จะนำเงินจำนวนหนึ่งพันล้านออกมาในทุก ๆ ปี เพื่อใช้ในการสร้างโรงเรียนประถมในพื้นที่ที่โครงสร้างพื้นฐานยังไม่เจริญนัก โดยจะดำเนินการก่อสร้างในระดับที่สามารถต้านทานแผ่นดินไหวได้สูงสุด และขอเชิญบริษัทที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้างที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศสองแห่ง มารับผิดชอบเรื่องการประกันคุณภาพตลอดกระบวนการก่อสร้าง]
เงินหนึ่งพันล้าน หากนำไปสร้างโรงเรียนประถมในพื้นที่ภูเขาที่ห่างไกล จะสามารถสร้างได้ถึง 200 แห่ง
ทันทีที่ข่าวนี้ถูกปล่อยออกไป บริษัทเถิงเซียวแคปิตอลก็ถูกผลักดันให้ขึ้นไปอยู่บนจุดสูงสุดของกระแสสังคมในชั่วพริบตา
จากเดิมที่มีหลายฝ่ายกำลังเตรียมตัวจะเคลื่อนไหว ก็พลันเงียบสงบลงในทันที
หากคิดจะแตะต้องบริษัทเถิงเซียวแคปิตอลอีกครั้ง ก็ต้องพิจารณาถึงแรงกดดันจากกระแสสังคมด้วยว่า ตัวเองจะกลายเป็นฝ่ายตรงข้ามกับประชาชนหรือไม่
หวังเจ๋อก็เช่นกัน
“บัดซบ! ไอ้ลูกหมา พ่อจะรอดูว่าแกจะยอมควักเงินหนึ่งพันล้านออกมาทุกปีจริง ๆ หรือเปล่า!”
“ใครก็ได้ ส่งคนไปจับตาดูบริษัทเถิงเซียวแคปิตอลเอาไว้ให้ดี ถ้าเกิดพวกมันเล่นตุกติกล่ะก็ ให้รีบประกาศให้ประชาชนรับรู้เป็นคนแรกเลยนะ!”
“ครับ!”
การกระทำของเฉินเซียวในครั้งนี้ ทำให้หวังเจ๋อจำเป็นต้องยกเลิกแผนการส่วนใหญ่ไปโดยปริยาย
หากคิดจะแตะต้องเขา ก็ต้องทำอย่างลับ ๆ ล่อ ๆ ให้มากขึ้น และต้องยอมจ่ายต้นทุนที่สูงขึ้นด้วย
โชคดีที่เรื่องของการถ่ายทอดสดของ วีวีไลฟ์สตรีมมิ่ง นั้นดำเนินไปอย่างราบรื่น
ภายใต้แรงกดดันจากอำนาจของตระกูลหวัง หลี่ชุนเฟิงก็ปฏิเสธการเข้าซื้อกิจการของเฉินเซียวจริง ๆ เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ รอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหวังเจ๋อ
สิ่งเดียวที่เป็นข้อบกพร่องก็คือ แม้เขาจะปฏิเสธเฉินเซียว แต่เขาก็ไม่ได้ยอมรับการเข้าซื้อกิจการของตนเองเช่นกัน
ยังคงมีภัยแฝงอยู่บ้าง ถ้าหากวันไหนเกิดโดนเฉินเซียวฉวยโอกาสแย่งไปได้ล่ะ?
ในเวลานั้น ลูกน้องของเขาก็เข้ามารายงานว่า “คุณชายหวัง บริษัทเถิงเซียวแคปิตอลยอมล้มเลิกการเข้าซื้อกิจการของ วีวีไลฟ์สตรีมมิ่ง แล้วหันไปเสนอขอซื้อกิจการของบริษัทอื่นอีกสองสามแห่งแทนแล้วครับ”
หวังเจ๋อชะงักไป “บริษัทไหนบ้าง?”
ลูกน้องเตรียมข้อมูลเอาไว้แต่แรกแล้ว พอได้ยินก็ยื่นข้อมูลส่งให้หวังเจ๋อ
“เชิญคุณชายพิจารณาครับ”
หวังเจ๋อรับมาดู ก็พบว่าเป็นบริษัทเอกชนที่มีศักยภาพไม่เลวเลยทีเดียว
หลังจากพิจารณาอยู่หลายครั้ง หวังเจ๋อก็เอ่ยขึ้นว่า “ใช้อิทธิพลของตระกูลหวัง บริษัทไหนพอจะกว้านซื้อมาได้ก็ซื้อให้หมด ถ้าซื้อไม่ได้ก็ห้ามปล่อยให้ตกไปอยู่ในมือของเฉินเซียวเด็ดขาด!”
“ครับ!”
......
เฉินเซียวได้รับรายงานในเวลาอันรวดเร็ว
“เจ้านาย การเข้าซื้อกิจการของพวกเรา พบกับอุปสรรคทุกช่องทางเลยครับ”
เฉินเซียวฉีกยิ้มกว้าง “ต่อสู้ให้มันดุเดือดขึ้นอีกหน่อย แต่ก็อย่าให้มันรุนแรงเกินไปล่ะ กะเกณฑ์ให้พอดี ปล่อยให้ตระกูลหวังกว้านซื้อบริษัทพวกนี้ไปให้หมด”
“รับทราบครับเจ้านาย”
เฉินเซียวมองดูทะเลสาบเฉียนหูอันแสนเงียบสงบ ก่อนจะหัวเราะแล้วด่าทอออกมาคำหนึ่ง “ไอ้โง่ จะมาสู้กับฉันเหรอ?”
หลังจากด่าจบ เฉินเซียวก็รู้สึกทะแม่ง ๆ
“หืม? ทะเลสาบเฉียนหูนี้......ทำไมมันยังว่างเปล่าอยู่อีกเนี่ย?”
“เยียนหราน! แล้วเรือยอร์ชของป๋ายหลานเฉิงล่ะ? ทำไมถึงยังไม่มาส่งอีก?”
“อ๋อ กำลังเดินทางกลับมาจากยุโรปแล้วค่ะเจ้านาย”
“แล้วท่าเรือล่ะ? สั่งให้พวกนั้นมาสร้างล่วงหน้าเลย ไม่อย่างนั้นถนนสายธุรกิจงานศพของพ่อคงได้เปิดทำการก่อนแน่!”
“ได้ ๆ ค่ะ ฉันจะรีบเร่งพวกเขาทันทีเลยค่ะ”
เฉินเซียวถึงได้ยอมรามือ
แล้วยังมีบูกัตติที่จะเริ่มประมูลในเดือนหน้าอีก......
“จิ๊ ๆ ของที่ไม่ได้ใช้เงินตัวเองซื้อนี่ มันช่างหอมหวานเสียจริง......”