เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 275 ความสามารถของลูกพี่ใหญ่

บทที่ 275 ความสามารถของลูกพี่ใหญ่

บทที่ 275 ความสามารถของลูกพี่ใหญ่


บทที่ 275 ความสามารถของลูกพี่ใหญ่

เฉินเซียวโบกมือปัด “ฉันมีข้อเรียกร้องเพียงแค่อย่างเดียวนั่นก็คือ ห้ามทำเรื่องที่ผิดกฎหมายเป็นอันขาด พวกแกไม่ได้มีสติปัญญา หรือความสามารถมากพอ ที่จะไปทำเรื่องพรรค์นั้นหรอกนะ

“ตัวฉันน่ะ ชอบคนที่สามารถแก้ปัญหาให้ฉันได้ ไม่ใช่คนที่คอยสร้างปัญหามาให้ฉัน พวกแกเข้าใจที่ฉันพูดไหม”

จากน้ำเสียงและท่าทางของเฉินเซียวนั้น หม่าเปียวก็สามารถมั่นใจได้เลยว่า เขาจะต้องเป็นผู้ที่เคยผ่านการใช้สติปัญญา และความสามารถ ในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ มาอย่างโชกโชนอย่างแน่นอน

“พี่เซียวครับ พวกเราจะเชื่อฟังคำสั่งของพี่ทุกอย่างเลยครับ”

“อืม เดี๋ยวรอบหน้า ฉันจะเอาเบอร์โทรศัพท์ของที่ปรึกษาทางกฎหมาย ให้แกเอาไว้ติดต่อก็แล้วกันนะ ต่อไปนี้ ก่อนที่พวกแกจะลงมือทำอะไร ก็ให้โทรไปปรึกษาเขาดูก่อนนะ ว่าเรื่องไหนที่สามารถทำได้ และสามารถทำได้ถึงระดับไหนน่ะ”

หม่าเปียวถึงกับชะงักไป ให้ตายสิ ยังมีวิธีเล่นแร่แปรธาตุ แบบนี้ได้อีกด้วยเหรอเนี่ย

สำหรับพวกคนหยาบกระด้างอย่างพวกเขานั้น วิธีการจัดการกับปัญหาที่เคยใช้มาก่อนหน้านี้ ก็คือการโยนความผิดให้กับลูกน้องปลายแถว เป็นผู้รับเคราะห์แทน

พวกเขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า จะสามารถว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญมาคอยให้คำแนะนำ และหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้แบบนี้ด้วย

เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกชื่นชม และยกย่องอีกฝ่ายอยู่ภายในใจ ลูกพี่ใหญ่ก็ยังเป็นลูกพี่ใหญ่อยู่วันยังค่ำแหละนะ ในยุคสมัยนี้มันไม่ใช่ยุคสมัยที่จะมาใช้กำลังหมัดมวยในการช่วงชิงอำนาจ และความเป็นใหญ่กันอีกต่อไปแล้วล่ะ

“ได้เลยครับพี่เซียว”

“อืม เอาเงินพวกนั้นไป แล้วก็รีบพากันไปหาหมอรักษาตัวให้หายดีซะ จะได้รีบกลับมาเตรียมตัว สำหรับการเริ่มต้นโครงการก่อสร้างให้ทันเวลาน่ะ”

“ครับ ๆ ๆ ผมจะรีบกลับไปทำแผลให้เรียบร้อย แล้วจะรีบกลับมาที่นี่ทันทีเลยครับ พี่เซียววางใจได้เลยครับ”

หลังจากที่ไล่ให้หม่าเปียวและลูกน้องของเขากลับไปรักษาตัวแล้ว เฉินเซียวกก็หันไปเอ่ยกับหวังซูม่านว่า “พี่ซูม่านครับ ขอบคุณมากเลยนะครับ ที่ช่วยออกหน้าปกป้องรุ่นพี่ของผมน่ะครับ”

จนกระทั่งถึงตอนนี้ หวังซูม่านและคนอื่น ๆ จึงค่อยรู้สึกตัว พวกเธอไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่า หม่าเปียวและลูกน้องของเขา ผู้ซึ่งเคยกดขี่ข่มเหง และสร้างความเดือดร้อน ให้กับชาวบ้านในละแวกนี้มาเป็นเวลานานหลายปี ไม่เพียงแต่จะถูกจัดการจนราบคาบเท่านั้น แต่พวกเขายังยอมสวามิภักดิ์ และก้มหัวรับใช้ชายหนุ่มคนนี้อีกด้วย...

โดยธรรมชาติของมนุษย์แล้ว ย่อมมีความเคารพยำเกรง ต่อผู้ที่มีความแข็งแกร่ง และมีอำนาจเหนือกว่าตนเองอยู่เสมอ

เมื่อพวกเธอหันกลับมามองดู รุ่นน้องหนุ่มของซุนอิ๋งคนนี้อีกครั้ง พวกเธอก็ไม่กล้าที่จะแสดงท่าทีตีสนิท หรือพูดจาล้อเลียนเขา เหมือนอย่างก่อนหน้านี้อีกแล้ว

หวังซูม่านและคนอื่น ๆ รู้สึกประหม่า และหวาดกลัวอยู่ไม่น้อย พวกเธอรีบโบกมือปัดเป็นพัลวัน “แหม พวกฉันก็ไม่ได้ช่วยเหลืออะไรมากมายหรอกจ้ะ ก่อนหน้านี้พวกฉันไม่รู้ว่าคุณเฉินเซียวเป็นใครมาจากไหน ก็เลยเผลอล่วงเกินคุณไปบ้าง ต้องขออภัยด้วยจริง ๆ นะคะ หวังว่าคุณเฉินเซียว คงจะไม่ถือโกรธพวกฉันหรอกนะคะ”

เฉินเซียวหัวเราะเบา ๆ “พวกเราก็เป็นเพื่อนกันทั้งนั้นแหละครับ ผมเองก็หวังว่าอิ๋งอิ๋ง จะมีความสุขในการใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองลี่เจียงแห่งนี้นะครับ ในภายภาคหน้า ผมก็คงจะต้องรบกวนให้พวกพี่ ๆ คอยช่วยเหลือ และดูแลเธอด้วยนะครับ”

“แน่นอนค่ะ แน่นอนที่สุดเลยค่ะ” ทุกคนรีบรับคำเป็นเสียงเดียวกัน

นี่มันเป็นโอกาสอันดีงามที่จะทำให้พวกเธอได้มีโอกาสตีสนิท และพึ่งพาบารมีของมหาเศรษฐี ผู้มีอำนาจล้นฟ้าคนนี้เลยนะเนี่ย

เฉินเซียวพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินขึ้นไปนั่งบนรถก่อน

ในขณะที่ซุนอิ๋งกำลังจะเดินตามขึ้นไป เธอก็ถูกหวังหลั่งเรียกเอาไว้เสียก่อน

ซุนอิ๋งขมวดคิ้วแน่น แต่อย่างน้อย ๆ เขาก็อุตส่าห์ขับรถตามมา เพื่อให้ความช่วยเหลือพวกเธอ ดังนั้น เธอจึงไม่อยากจะแสดงท่าที รังเกียจหรือต่อว่าเขาในทันที

เธอแอบคิดในใจว่า ผู้ชายคนนี้มันช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเอาเสียเลย ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเฉินเซียวเป็นคนที่มีความสามารถ และมีอำนาจมากถึงเพียงนี้ เขายังจะกล้ามาตอแยกับเธออยู่อีกงั้นเหรอ?

“มีอะไร”

หวังหลั่งถูมือไปมา ด้วยท่าทีขวยเขิน “อิ๋งอิ๋ง ฉันอยากจะถามเธอหน่อยน่ะว่า... เบอร์โทรศัพท์ของเฉินเซียว เบอร์อะไรเหรอ...”

ซุนอิ๋ง “...”

เมื่อเห็นว่าสีหน้าของซุนอิ๋ง เริ่มมืดครึ้มลงเรื่อย ๆ หวังหลั่งก็รีบเอ่ยอธิบายขึ้นมาในทันที “อิ๋งอิ๋ง เธออย่าเพิ่งเข้าใจผิดสิ ฉันก็แค่อยากจะขอผูกมิตร และนับถือเขาเป็นพี่ชายบุญธรรมเท่านั้นเองนะ...”

“ไสหัวไปให้พ้นเลยนะ ฉันขอเตือนนายเอาไว้ก่อนเลยนะ ว่าห้ามเข้าใกล้เฉินเซียวเป็นอันขาด ไม่อย่างนั้นล่ะก็ ฉันจะทุบหัวนายให้แบะไปเลยคอยดูสิ”

พูดจบ เธอก็หันหลังเดินขึ้นรถไปด้วยความโมโห ก่อนจะปิดประตูรถเสียงดังปัง...

เฉินเซียวรู้สึกสงสัยเป็นอย่างมาก “เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ”

ซุนอิ๋งถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ “ก็ไอ้หวังหลั่งน่ะสิ พอเห็นว่าไม่สามารถเอาชนะใจฉันได้ มันก็เลยเปลี่ยนเป้าหมาย มาเป็นคุณแทนไงล่ะ”

เฉินเซียว “...”

แม่งเอ๊ย ไอ้วิปริตเอ๊ย

“วางใจได้เลยครับ รสนิยมทางเพศของผม เป็นปกติทุกอย่างครับ”

ซุนอิ๋งกอดแขนของเฉินเซียวเอาไว้แน่น “รับปากฉันสิคะ ว่าชีวิตส่วนตัวของคุณ จะต้องจำกัดอยู่แค่เพียง ผู้หญิงเท่านั้นนะคะ”

เฉินเซียวพูดไม่ออก “ผมจะไปเป็นคนแบบนั้นได้ยังไงกันล่ะครับ”

ซุนอิ๋งเอ่ยอธิบาย “ฉันเคยอ่านข่าวเจอน่ะค่ะว่าพวกคนรวยบางคน พอได้ลองทำอะไรแปลก ๆ ใหม่ ๆ จนเบื่อแล้ว พวกเขาก็มักจะสรรหาวิธีการ ในการปลดปล่อยอารมณ์ ที่แตกต่างไปจากคนทั่วไปน่ะค่ะ...”

เฉินเซียว “...”

“พี่คิดมากไปแล้วล่ะครับ ผมมีเป้าหมายและความฝัน ที่ชัดเจนในชีวิตของผมแล้วล่ะครับ ผมไม่มีทางไปสนใจเรื่องพรรค์นั้นหรอกครับ”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ซุนอิ๋งก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาในทันที เธอซบใบหน้าลงบนแผงอกของเฉินเซียว อย่างมีความสุข

มีหญิงงามคนไหนบ้างล่ะ ที่จะไม่หลงรักวีรบุรุษผู้กล้าหาญ

สำหรับซุนอิ๋งแล้ว เฉินเซียวก็เปรียบเสมือนกับวีรบุรุษผู้กล้าหาญ ที่สามารถทำทุกสิ่งทุกอย่างให้สำเร็จลุล่วงไปได้อย่างง่ายดาย

เขาสามารถกระชากหน้ากาก ของผู้ที่อยู่เบื้องหลังการทุจริตทางการเงิน ที่เธอพยายามสืบเสาะหาความจริงมาเป็นเวลานานหลายปี ได้อย่างง่ายดาย

แถมยังสามารถจัดการ กับมาเฟียเจ้าถิ่นที่คอยสร้างความเดือดร้อน ให้กับชาวบ้านในละแวกนี้ได้อย่างราบคาบ จนกระทั่งยอมก้มหัวรับใช้เขาแต่โดยดี

เฉินเซียวสามารถรับรู้ได้ถึง อารมณ์ความรู้สึกของซุนอิ๋ง เขาใช้มือลูบไล้ไปตามลาดไหล่อันเนียนนุ่มของเธอ ก่อนจะเอ่ยว่า “ต่อไปนี้ พี่ก็คือลูกพี่ใหญ่ของที่นี่แล้วนะครับ พี่ต้องทำตัวให้ดูน่าเกรงขามสมกับตำแหน่งด้วยนะครับ”

ซุนอิ๋งเอ่ยตัดพ้อต่อว่า “ลูกพี่ใหญ่บ้าบออะไรกันล่ะคะ สุดท้ายฉันก็ต้องตกเป็นเบี้ยล่าง ให้คุณรังแกอยู่ดีนั่นแหละค่ะ”

เฉินเซียว “...”

“หรือว่า... จะให้คนขับรถจอดรถดีครับ”

“ไม่เอา รีบกลับโรงแรมดีกว่า...”

...

เมื่อเดินทางกลับมาถึงโรงแรมของหวังซูม่าน พวกเธอก็ได้สัมผัสถึงความยิ่งใหญ่ และอิทธิพลของเฉินเซียวอีกครั้ง

พวกเธอรู้สึกอิจฉาริษยา และในขณะเดียวกันก็รู้สึกเห็นใจซุนอิ๋งเป็นอย่างมาก

แต่สำหรับตัวของซุนอิ๋งเองนั้น ในตอนนี้ เธอกำลังหลงระเริงไปกับความสุข จนแทบจะลืมเลือนทุกสิ่งทุกอย่างไปจนหมดสิ้นแล้ว...

ในคืนนั้น หลังจากที่เฉินเซียวจัดการห่มผ้า ให้กับซุนอิ๋งจนเรียบร้อยดีแล้ว เขาก็ประทับรอยจูบลงบนหน้าผากของเธอเบา ๆ เขานั่งจ้องมองดูใบหน้าด้านข้างอันแสนงดงามของเธอ ก่อนจะแอบครุ่นคิดอยู่ในใจ

ไม่รู้เหมือนกันนะ ว่าในท้องของรุ่นพี่จะมีทารกตัวน้อย ๆ กำลังก่อกำเนิดขึ้นมาบ้างหรือเปล่านะ

แต่ถึงอย่างนั้นก็ตามที เรื่องแบบนี้น่ะ มันก็ต้องปล่อยให้เป็นไปตามบุญตามกรรมนั่นแหละ จะไปฝืนกะเกณฑ์อะไรก็คงจะไม่ได้หรอก

เรื่องราวต่าง ๆ ในเมืองลี่เจียงแห่งนี้ ก็ได้รับการแก้ไขจนเสร็จสิ้นลุล่วงไปได้ด้วยดีแล้วล่ะ

เฉินเซียวเตรียมตัวที่จะเดินทางกลับไปยังเมืองจินหนิง ด้วยเที่ยวบินในคืนนี้

โครงการหมู่บ้านหิมะนั้น กำลังอยู่ในขั้นตอนการเจรจาตกลง และจัดทำสัญญา ดังนั้น จึงยังไม่จำเป็นที่จะต้องรีบร้อนโอนเงินทุนไปให้ในตอนนี้หรอก

รอให้การลงทุนในอุตสาหกรรมเหล็กกล้าสิ้นสุดลงก่อน ในช่วงเวลาที่มีเงินทุนหมุนเวียนมากมายก่ายกองอยู่นั้น ค่อยโอนเงินทุนจำนวนหนึ่งพันห้าร้อยล้านหยวน ไปเข้าบัญชีบริษัทของโครงการหมู่บ้านหิมะ ก็ยังไม่สายเกินไปหรอก

ในตอนนี้บริษัทเถิงเซียวแคปปิตอล ได้ดำเนินการกว้านซื้อหุ้น ของทั้ง 46 บริษัทในอุตสาหกรรมเหล็กกล้า เสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ด้วยสถานการณ์การประท้วงหยุดงาน ที่ทวีความรุนแรงและขยายวงกว้างออกไปเรื่อย ๆ ส่งผลให้ราคาของวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป พุ่งทะยานสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

ราคาหุ้นของบริษัทในอุตสาหกรรมเหล็กกล้าแต่ละแห่ง ก็พุ่งทะยานสูงขึ้นตามไปด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เฉินเซียวได้ทุ่มเงินลงทุนไปกว่าหนึ่งแสนล้านหยวน ในอุตสาหกรรมเหล็กกล้าแห่งนี้ ในตอนนี้ เขาเพียงแค่เฝ้ารอเวลา ที่จะเก็บเกี่ยวผลกำไรอันมหาศาลกลับคืนมาเท่านั้น

สาเหตุที่ทำให้เขาต้องรีบร้อนเดินทางกลับไปยังเมืองจินหนิง หลังจากที่เพิ่งจะลุกขึ้นมาจากเตียงนอนในเช้าวันนี้นั้น ก็เป็นเพราะว่า การเข้าซื้อกิจการบริษัทวีวีไลฟ์สตรีมมิ่ง กำลังเผชิญหน้ากับอุปสรรคชิ้นโตเข้าน่ะสิ

หากจะพูดให้ถูกต้องก็คือ เดิมที การเจรจาตกลงซื้อขายกิจการของบริษัทนั้น ดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและไม่มีปัญหาอะไรเลย แต่ใครจะไปคาดคิดล่ะว่า จู่ ๆ ก็มีคนโผล่เข้ามาชุบมือเปิบ ตัดหน้าพวกเขาไปเสียดื้อ ๆ

เรื่องราวที่เกิดขึ้นในครั้งนี้นั้น มันดูมีลับลมคมนัยชอบกล บริษัทวีวีไลฟ์สตรีมมิ่ง ในชาติที่แล้วน่ะ ไม่เห็นจะเคยพบเจอกับอุปสรรคมากมายก่ายกอง ขนาดนี้เลยนี่นา

สงสัยว่าการกระทำของเขานั่นแหละ ที่เป็นตัวการทำให้เกิดปฏิกิริยาผีเสื้อขยับปีก ส่งผลกระทบให้เรื่องราวต่าง ๆ ต้องเปลี่ยนผันไปจากเดิม

เฉินเซียวถึงขั้นตั้งข้อสงสัยว่า หรือบางที เรื่องนี้อาจจะมีตระกูลหวัง เป็นผู้ชักใยอยู่เบื้องหลังก็เป็นได้นะ

ในขณะที่เขากำลังเดินทางกลับไปยังเมืองจินหนิงอยู่นั้น ทีมบอดี้การ์ดแบล็กชิลด์ ที่ประจำการอยู่ที่ฐานทัพในเมืองจินหนิงก็กำลังเตรียมตัว ที่จะออกเดินทางไปยังเมืองลี่เจียงเช่นเดียวกัน

ทีมบอดี้การ์ดทั้งสามสิบคนนี้ ซึ่งรวมไปถึงบอดี้การ์ดหญิงอีกสิบคนนั้น จะรับหน้าที่ในการดูแล และรักษาความปลอดภัยให้กับซุนอิ๋ง และเพื่อให้แน่ใจว่า โครงการหมู่บ้านหิมะ จะสามารถดำเนินการก่อสร้าง ไปได้อย่างราบรื่นและไม่มีอุปสรรคใด ๆ มาขัดขวาง

แม้ว่าหม่าเปียวจะยอมจำนน และเข้าร่วมเป็นพวกเดียวกันแล้วก็ตามที แต่คนประเภทนี้ ก็เปรียบเสมือนกับดาบสองคม ดังนั้น การมีกองกำลังของตัวเอง คอยดูแลและควบคุมสถานการณ์เอาไว้ มันก็ถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้วล่ะ

เครื่องบินแล่นลงจอดที่สนามบินจินหนิงอย่างปลอดภัย

ซูถังผู้แสนจะเยือกเย็นและงดงาม ได้พาหลินเยียนหรานผู้แสนจะน่ารักน่าชัง และหลินเยียนอวี่ผู้แสนจะอ่อนหวานและเงียบขรึม มายืนถือช่อดอกไม้ คอยต้อนรับการกลับมาของเขา อยู่ที่หน้าอาคารผู้โดยสารของสนามบิน

ทันทีที่เฉินเซียวเดินออกมาจากอาคารผู้โดยสาร บรรดาลูกน้องของเขาก็รีบกรูกันเข้าไปหา ในทันที

จากนั้น พวกเขาก็เดินขนาบข้างเขาไป พลางพูดคุยและหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน

ซึ่งภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น มันทำให้บรรดาผู้คนที่มารอรับผู้โดยสารคนอื่น ๆ ต่างก็พากันอิจฉาตาร้อน จนแทบจะคลั่งตายไปตาม ๆ กันเลยทีเดียว

พวกเขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกขมขื่นใจ และแอบถอนหายใจออกมาเบา ๆ ทำไมพวกผู้หญิงที่สวยหยาดเยิ้ม ราวกับดารานางแบบ ถึงได้ชอบไปตกเป็นของเล่น ของพวกเศรษฐีหน้าเงินพวกนี้กันหมดนะ...

บนรถ ซูถังนั่งเคียงข้างเฉินเซียวอยู่บนเบาะหลัง พลางอธิบายถึงรายละเอียด และขั้นตอนการเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้ให้เขาได้รับฟัง

หลังจากที่ได้มีการเจรจาตกลงกันมาหลายต่อหลายครั้ง ในที่สุดเมื่อวานนี้ บรรดาผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทวีวีก็ได้ตกลงยินยอม ที่จะขายกิจการของบริษัท ให้กับบริษัทเถิงเซียวแคปปิตอล ในราคาที่สูงกว่าราคาประเมินถึงร้อยละแปดสิบ

แต่เมื่อตกดึก พวกเขากลับเปลี่ยนใจ และปฏิเสธที่จะขายกิจการให้กับทางบริษัทเสียดื้อ ๆ

แถมยังไม่ได้ชี้แจงเหตุผลอะไรเลยแม้แต่น้อย พวกเขาทำเพียงแค่อ้างว่า ทางบริษัทกำลังอยู่ในช่วงปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การดำเนินงาน ดังนั้น จึงขอระงับการขายกิจการเอาไว้ชั่วคราวเท่านั้นเอง

เฉินเซียวขมวดคิ้วแน่น เรื่องที่ผิดปกติวิสัยเช่นนี้นั้น ถ้าหากไม่มีใครคอยชักใยอยู่เบื้องหลังล่ะก็ มันก็คงจะเป็นเรื่องแปลกประหลาดเกินไปแล้วล่ะ

“ช่วยนัดประธานกรรมการบริหาร ของบริษัทวีวีให้ฉันหน่อยสิ ฉันอยากจะขอคุยกับเขา เป็นการส่วนตัวสักหน่อยน่ะ”

“รับทราบค่ะเจ้านาย”

จบบทที่ บทที่ 275 ความสามารถของลูกพี่ใหญ่

คัดลอกลิงก์แล้ว