- หน้าแรก
- ท่านพ่อพักก่อน วันนี้ข้าขอด่าฮ่องเต้เอง!
- บทที่ 195 เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ควรทำเช่นไร? มองไปข้างหน้าสิ!
บทที่ 195 เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ควรทำเช่นไร? มองไปข้างหน้าสิ!
บทที่ 195 เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ควรทำเช่นไร? มองไปข้างหน้าสิ!
บทที่ 195 เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ควรทำเช่นไร? มองไปข้างหน้าสิ!
ช่างเป็นแผนยอมถอยเพื่อรุกฆาตที่ยอดเยี่ยมจริง ๆ
นี่เป็นแผนที่พวกขุนนางบู๊มักจะใช้กันบ่อย ๆ ซะด้วย!
ไม่ว่าจะทำผิดอะไรมา ก็แค่เอาความผิดนั้นมารับไว้เองทั้งหมดก็สิ้นเรื่อง
ในทำนองเดียวกัน
ตราบใดที่มีหลี่เสี้ยวคงอยู่ ขอเพียงแค่หลี่ฉงอี้ไม่ได้ก่อกบฏ ก็จะไม่มีใครในแผ่นดินนี้กล้าสั่งประหารเขา!
หลังฉากกั้น
เมื่อเห็นว่าถึงช่วงเวลาสำคัญแล้ว อู่ชีชีก็กระตุกแขนเสื้อของหลี่หยวน “ไท่ซ่างหวง ถึงเวลาที่ท่านจะได้แสดงความยิ่งใหญ่แล้วเพคะ”
“งั้นหรือ?”
หลี่หยวนที่กำลังเพลิดเพลินกับการดูงิ้ว ขมวดคิ้วเข้าหากัน และรีบปรับเปลี่ยนท่าทางให้ดูน่าเกรงขามอย่างรวดเร็ว
“เตรียมเสด็จ!”
“รับทราบ”
สองตัวป่วนกระเด้งตัวลุกขึ้นยืน แล้วประสานเสียงตะโกนพร้อมกัน “ไท่ซ่างหวงเสด็จ!”
อะไรนะ?
ไท่ซ่างหวงมาอีกแล้วหรือ?
คนในราชสำนักต่างก็ตกใจกับเสียงตะโกนที่ดังขึ้นมาอย่างกะทันหันนี้
เมื่อมองออกไป...
ก็เห็นคนกลุ่มหนึ่งเดินออกมาจากทางเดินส่วนพระองค์ของหลี่ซื่อหมิน
ไม่รู้ว่าสองตัวป่วนอย่างชุยเสินจีกับฝางอี๋อ้ายไปเอาแผ่นป้ายฮู่ป่านมาจากไหน พวกเขากอดมันไว้ที่หน้าอก เชิดหน้าขึ้น ด้วยท่าทีหยิ่งผยองราวกับไม่เห็นใครอยู่ในสายตา
ส่วนด้านหลังของพวกเขา อู่ชีชีกำลังประคองไท่ซ่างหวงเดินตามมาอย่างช้า ๆ
“อะแฮ่ม...”
หลี่หยวนกระแอมไอกระแอมออกมา
แต่ไม่มีใครเข้าใจว่าเขาต้องการสื่ออะไร
“อะแฮ่ม...”
หลี่หยวนกระแอมไออีกครั้ง
“ไท่ซ่างหวง พระศอของพระองค์ไม่ค่อยดีหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
ชุยเสินจีหันกลับมาถาม
ป้าบ!
แต่สิ่งที่ตอบกลับมา กลับเป็นลูกถีบของหลี่หยวน
อุตส่าห์มีโอกาสได้มาแอ๊คอาร์ตในราชสำนักทั้งที มารดามันเถอะ เจ้ายังกล้าเดินนำหน้าข้าอีกงั้นหรือ?
โดนถีบแค่นี้ยังน้อยไป
“เสินจี...”
ฝางอี๋อ้ายหวังดีคิดจะเข้าไปประคอง
ยังกล้ามาเดินเพ่นพ่านอยู่ตรงหน้าข้าอีกหรือ?
ว่าแล้วก็แจกไปอีกลูกถีบ
ป้าบ
กลายเป็นว่าสองตัวป่วนล้มทับกันไปมา
“ถวายบังคมไท่ซ่างหวง”
“ลูกถวายบังคมเสด็จพ่อ...”
ขุนนางทั้งหมดและหลี่ซื่อหมินต่างโค้งคำนับอย่างพร้อมเพรียงกัน
แต่ในใจกลับเหงื่อตก
เมื่อกี้ใครบอกว่าห้ามลงไม้ลงมือในตำหนักไท่จี๋นะ?
ไท่ซ่างหวงนี่แหละ ตัวลงไม้ลงมือในตำหนักไท่จี๋เลย
“ตามสบายเถอะ”
หลี่หยวนโบกมือ แล้วเดินไปที่หน้าบัลลังก์มังกรอย่างสบายอารมณ์
ขณะที่กำลังจะยึดบัลลังก์มังกรของหลี่ซื่อหมิน เขาก็ได้ยินเสียงของหลี่เสี้ยวคงดังขึ้น
“ไท่ซ่างหวง...”
ร่างกายของหลี่หยวนสั่นเทิ้ม
หลี่เสี้ยวคงที่มักจะเย่อหยิ่งจองหองอยู่เสมอ แต่น้ำเสียงในตอนนี้กลับแฝงไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ
อดีตผู้ใต้บังคับบัญชาของหลี่หยวน...
หลี่เสี้ยวคงก็คือหนึ่งในนั้น!
อย่าเห็นว่าตอนนี้หลี่เสี้ยวคงดูยิ่งใหญ่นัก ตอนที่ตามหลี่หยวนบุกเบิกแผ่นดิน เขาก็เป็นแค่เด็กหนุ่มอายุยี่สิบกว่า ๆ ที่มีแต่ความมุทะลุดุดันเท่านั้น
หลังจากหลี่หยวนสละราชสมบัติ หลี่เสี้ยวคงก็ยอมสละอำนาจทั้งหมด และกลายมาเป็นจวิ้นอ๋องที่ว่างงาน
ดังนั้นลึก ๆ ในใจของหลี่หยวน เขาจึงรู้สึกติดค้างหลี่เสี้ยวคงอยู่ไม่น้อย
“หลานชายเอ๊ย”
หลี่หยวนหยุดเดิน แล้วเปลี่ยนทิศทางเดินไปหาหลี่เสี้ยวคง “บอกข้ามาซิ ว่าซื่อหมินรังแกเจ้าใช่ไหม? ข้าจะให้ความเป็นธรรมกับเจ้าเอง!”
หืม... เอ๊ะ?
หลี่ซื่อหมินถึงกับอึ้ง
ท่านก็แอบดูเรื่องราวทั้งหมดอยู่หลังฉากกั้นไม่ใช่หรือไง?
เรื่องแบบนี้ยังจะมาป้ายความผิดให้ข้าอีกหรือ?
“ไท่ซ่างหวง กระหม่อมเพียงแค่ไม่ได้เข้าเฝ้าพระองค์มาเนิ่นนาน จึงไม่อาจเก็บความรู้สึกไว้ได้พ่ะย่ะค่ะ”
หลี่เสี้ยวคงดึงสติกลับมา และอธิบายอย่างจริงจัง
เขาคือเหอเจี้ยนจวิ้นอ๋อง ส่วนหลี่หยวนคือไท่ซ่างหวง
โดยส่วนตัวแล้ว หลี่ซื่อหมินไม่มีทางยอมให้ทั้งสองคนไปมาหาสู่กันเด็ดขาด
เฮ้อ
หลี่หยวนตบไหล่หลี่เสี้ยวคง “วันหลังอาหลานอย่างเราคงต้องไปดื่มกันสักสองจอกแล้วล่ะ”
เมื่อเห็นทั้งสองคนทักทายปราศรัยกัน แววตาของเหล่าขุนนางก็วูบไหว
ดูเหมือนว่า... ไท่ซ่างหวงจะเข้าข้างหลี่เสี้ยวคงนะ?
“ไท่ซ่างหวง”
จ่างซุนอู๋จี้รีบก้าวออกมาทันที “เว่ยซูอวี้ต้องการให้ประหารหลี่ฉงอี้ หลานชายของพระองค์ ขอพระองค์ทรงประทานความเป็นธรรมด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
เอ๊ะ?
หลี่หยวนอึ้งไป
ตกลงแล้วข้ามาที่นี่เพื่ออะไรนะ?
เหมือนว่าจะมาจัดการหลี่เสี้ยวคงนี่นา...
แต่เห็นหลานชายกำลังตกที่นั่งลำบากขนาดนี้ เฮ้อ ช่วยเขาสักหน่อยก็แล้วกัน
และด้วยเหตุนี้ หลี่หยวนก็แปรพักตร์ไปอยู่ฝั่งตรงข้ามเสียแล้ว
เขาเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าเว่ยซูอวี้ด้วยท่วงท่าที่สง่างาม “ซูอวี้ เจ้าดูสิ หลานชายข้าคนนี้ก็ไม่ได้มีชีวิตที่ราบรื่นนัก เจ้าอย่าเอาเรื่องเขาเลยได้ไหม?”
“ไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ!”
เว่ยซูอวี้ไม่ยอมไว้หน้าเขาเลยสักนิด
ไม่ไว้หน้ากันเลยรึ?
ข้าคือไท่ซ่างหวง ข้าคือผู้กวาดล้างใต้หล้า ข้าคือปฐมกษัตริย์ผู้ก่อตั้งต้าถัง...
“แล้วถ้าข้าสั่งให้พระราชทานอภัยโทษแก่ฉงอี้ล่ะ?”
หลี่หยวนตวาดลั่น
“คำสั่งของไท่ซ่างหวง กระหม่อมย่อมไม่กล้าขัดขืนพ่ะย่ะค่ะ”
เว่ยซูอวี้หยิบเอากระดาษเปล่าที่ประทับตราประทับสามใบในอกเสื้อออกมาคืนให้หลี่หยวน “ในเมื่อเป็นเช่นนั้น กระหม่อมคงทำได้เพียงขอลาออกจากราชการเท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ”
อะไรนะ?
ลาออกจากราชการ?
ถ้าเจ้าลาออก แล้วข้าจะเอาใครมาด่าไอ้ลูกทรพีได้อีกล่ะ?
ถ้าเจ้าลาออก แล้วข้าจะไปแอ๊คอาร์ตได้ที่ไหนอีก?
ถ้าเจ้าลาออก แล้วเงินลงทุนของข้า ข้าจะไปทวงกับใคร?
ถ้าเจ้าลาออก แล้วพ่อของเจ้า...
เมื่อหันขวับไปมอง ก็เห็นเว่ยเจิงกำลังกำแผ่นป้ายฮู่ป่านแน่น ทำท่าเหมือนอยากจะก้าวออกมารายงานเต็มแก่...
“ไม่ได้ เจ้าจะลาออกไม่ได้!”
หลี่หยวนตะโกนกลับไปด้วยเสียงที่ดังกว่าเดิม
ถ้าสองพ่อลูกตระกูลเว่ยลาออกไป ข้าก็ต้องกลับไปใช้ชีวิตอันแสนมืดมนที่ตำหนักต้าอันน่ะสิ...
“ท่านเว่ยคือขุนนางคนสำคัญของราชสำนัก หรือว่าเจ้าได้รับความไม่เป็นธรรมอะไรมางั้นหรือ?”
หลี่หยวนแสร้งทำเป็นผดุงความยุติธรรม “บอกข้ามาเถอะว่าซื่อหมินรังแกเจ้างั้นหรือ? ข้าจะให้ความเป็นธรรมกับเจ้าเอง!”
ในระหว่างที่พูด เขาก็ยัดเยียดกระดาษเปล่าที่ประทับตราประทับคืนกลับไปให้ด้วย
หลี่ซื่อหมินถึงกับพูดไม่ออกจริง ๆ
ท่านนี่มันช่างหาเรื่องโยนความผิดมาให้ข้าได้ทุกเรื่องจริง ๆ นะ
“ไท่ซ่างหวง การที่หลี่ฉงอี้บุกเข้ามาพังข้าวของในหอเหวินอวิ้น ถือว่าเป็นความผิดหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”
“ผิดสิ!”
“แล้วการที่เหอเจี้ยนจวิ้นอ๋องคิดจะลงไม้ลงมือกับบิดาของกระหม่อม ถือว่าเป็นความผิดหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”
“ผิดสิ!”
“แล้วกระหม่อมควรจะทวงคืนความเป็นธรรมหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”
“ควรสิ!”
พูดจบ เว่ยซูอวี้ก็ไม่พูดอะไรอีกเลย...
หลี่หยวนเข้าใจในทันที!
ตกลงข้ามาทำอะไรที่นี่กันแน่?
ข้ามาที่ราชสำนักเพื่อมาแอ๊คอาร์ต
ข้ามาเพื่อเป็นแบ็คอัพให้เสี่ยวเว่ย!
หลี่หยวนหันขวับกลับไป และเดินตรงเข้าไปหาหลี่เสี้ยวคงด้วยท่าทางดุดัน
“หลานชายเอ๊ย เจ้าทำแบบนี้ทำไม?”
พอไปถึง หลี่หยวนก็เริ่มต่อว่าต่อขานอย่างดุเดือด
หา?
คราวนี้ถึงตาหลี่เสี้ยวคงที่ต้องงงงวยบ้างแล้ว
เมื่อกี้ท่านยังทำท่าทางดุดันจะมาช่วยข้าทวงคืนความยุติธรรมให้อยู่เลยไม่ใช่หรือ?
ข้าเป็นถึงหลานชายแท้ ๆ ของท่านเลยนะ!
“ไท่ซ่างหวง โรคทางสมองของพระองค์กำเริบอีกแล้วหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
หลี่เสี้ยวคงเผลอหลุดปากถามออกไปโดยไม่รู้ตัว
“โรคทางสมองของปู่เจ้าน่ะสิกำเริบ”
หลี่หยวนถลึงตาใส่ “ตอบมาสิ ลูกชายของเจ้าไปพังข้าวของในหอเหวินอวิ้นมาใช่หรือไม่?”
เมื่อเห็นหลี่เสี้ยวคงเอาแต่อึกอักไม่ยอมพูด หลี่หยวนก็เงื้อมือขึ้น...
ตอนหนุ่ม ๆ ข้าก็เคยตีเจ้ามาตั้งไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้ว!
“พ่ะย่ะค่ะ”
หลี่เสี้ยวคงรีบฝืนใจยอมรับทันที
“ตอบมา เจ้าคิดจะตีเว่ยเจิงใช่หรือไม่?”
“พ่ะย่ะค่ะ”
“แล้วเจ้าผิดไหม?”
“...”
หลี่เสี้ยวคงรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจอย่างยิ่ง “ไท่ซ่างหวง ข้าเป็นหลานชายแท้ ๆ ของพระองค์นะพ่ะย่ะค่ะ”
หลี่หยวนอึ้งไป
นั่นสิ
หลี่เสี้ยวคงเป็นหลานชายแท้ ๆ แถมยังจงรักภักดีต่อข้ามาก
จะรังแกเขาไม่ได้ และจะปล่อยให้เขาต้องน้อยเนื้อต่ำใจไม่ได้เหมือนกัน
เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ควรทำเช่นไรล่ะ?
ก็มองไปข้างหน้าสิ!
พรึ่บ...
หลี่หยวนหันขวับกลับไป และจ้องมองหลี่ซื่อหมินด้วยสายตาที่ดุดันราวกับยักษ์มาร!
จะไปโทษเสี่ยวเว่ยก็ไม่ได้ จะไปโทษหลี่เสี้ยวคงก็ไม่ได้...
แล้วจะไปโทษใครล่ะ?
เมื่อสบตากับหลี่หยวน หัวใจของหลี่ซื่อหมินก็หล่นวูบ
อย่าบอกนะว่า...?
ความจริงก็เป็นไปตามที่หลี่ซื่อหมินคาดไว้
หลี่หยวนเดินตรงเข้าไปหาหลี่ซื่อหมินอย่างดุดัน!
“ไอ้ลูกทรพี!”
หลี่หยวนตวาดลั่น “เจ้าเป็นฮ่องเต้ประสาอะไร? เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ยังจัดการไม่ได้?”
ทุกคนต่างก็งุนงง
นี่... นี่ไท่ซ่างหวงคงจะป่วยเป็นโรคทางสมองจริง ๆ ใช่ไหมเนี่ย?
ทำไมถึงได้เอาแต่ฟาดงวงฟาดงาไปทั่วแบบนี้ล่ะ
“เสด็จพ่อ ลูกกำลังจัดการอยู่นี่ไงพ่ะย่ะค่ะ!”
หลี่ซื่อหมินพยายามจะเข้าไปประคองหลี่หยวน
แต่คิดหรือว่าหลี่หยวนจะฟัง?
หลี่เสี้ยวคงเป็นหลานชายแท้ ๆ พอเขาน้อยใจ ข้าก็พลอยปวดใจไปด้วย
ส่วนเจ้ามันไอ้ลูกทรพี การที่ข้าไม่ตีเจ้า ก็ถือว่าไว้หน้าเจ้ามากพอแล้ว!
“นี่เรียกว่าจัดการแล้วงั้นหรือ?”
หลี่หยวนสะบัดแขนเสื้อออก ชี้ไปที่หลี่เสี้ยวคง “เจ้าดูหลานชายของข้าสิ เขาน้อยเนื้อต่ำใจขนาดไหน เจ้าทำกับลูกพี่ลูกน้องของเจ้าแบบนี้งั้นหรือ?”
“การปรึกษาหารือกันในราชสำนัก ต้องเอาเหตุผลเป็นที่ตั้งพ่ะย่ะค่ะ!”
หลี่ซื่อหมินอธิบายอย่างใจเย็น
“เจ้าว่าอะไรนะ?”
หลี่หยวนโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ เสียงตะโกนของเขาดังทะลุหลังคาตำหนักไท่จี๋ “ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้าที่เป็นน้องมันไร้น้ำยา จะปล่อยให้พี่ชายตัวเองต้องมาน้อยเนื้อต่ำใจแบบนี้ไหม?”
“...”
หลี่ซื่อหมินถึงกับพูดไม่ออกจริง ๆ
มารดามันเถอะ เรื่องแบบนี้ยังมาโทษข้าได้อีกหรือ?