- หน้าแรก
- ท่านพ่อพักก่อน วันนี้ข้าขอด่าฮ่องเต้เอง!
- บทที่ 100 อู่ซื่อฮั่วถูกจับกุม
บทที่ 100 อู่ซื่อฮั่วถูกจับกุม
บทที่ 100 อู่ซื่อฮั่วถูกจับกุม
บทที่ 100 อู่ซื่อฮั่วถูกจับกุม
สี่วันต่อมา
คนหลายคนกำลังหลบซ่อนตัวอยู่ภายในสุสาน เนื้อตัวคันคะเยอจนทนแทบไม่ไหว สกปรกมอมแมมยิ่งกว่าขอทานเสียอีก
ที่ด้านข้างของเว่ยซูอวี้ มีกล่องผ้าไหมใบหนึ่งวางอยู่ ภายในกล่องมีตราลัญจกรหยกแผ่นดินบรรจุอยู่
การคาดเดาของพวกเขาไม่ผิดพลาด
ตราลัญจกรหยกแผ่นดินอยู่ในโลงหินจริง ๆ!
ตอนนี้ตราลัญจกรหยกแผ่นดินมาอยู่ในมือแล้ว แต่พวกเขากลับออกไปไม่ได้
“ทามมายพอข้าถึงยังม่ายมาช่วยข้าอี้ก”
ชุยเสินจีร้องห่มร้องไห้
การค้นหาของกลุ่มคนด้านนอกยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่ลดละ
ส่วนกำลังเสริมที่ควรจะมาถึง กลับไม่มีวี่แววเลยแม้แต่น้อย
“ชาตินี้ข้าจะไม่มีวันกินโรตีต้นหอมอีกต่อไปแล้ว”
ฝางอี๋อ้ายกัดโรตีต้นหอมเข้าไปคำใหญ่ด้วยความเจ็บใจ
“พอได้แล้ว”
เว่ยซูอวี้ลุกขึ้นยืน “เดี๋ยวข้าจะฝ่าวงล้อมออกไปตามคนมาช่วยก็แล้วกัน”
“พวกเจ้าซ่อนตัวอยู่ที่นี่ อย่าออกไปไหนเด็ดขาด”
“จำไว้ว่าต้องระบายอากาศให้ดีอยู่เสมอนะ”
ทุกคนมีสีหน้าซาบซึ้งใจ
“ลู้กพี่ ท่างระวังตั๋วด้วยนะ...”
“ความปลอดภัยต้องมาก่อนนะ”
“ตั้งนานขนาดนี้แล้วยังไม่มีใครมาช่วย ระหว่างทางอาจจะมีคนดักซุ่มโจมตีอยู่ก็ได้นะ”
ทุกคนแสดงความห่วงใยออกมาอย่างเห็นได้ชัด
ส่วนฉินซ่านเต้ายังคงนอนหลับสนิทอยู่ที่มุมห้อง...
“วางใจเถอะ คนพวกนี้ทำอะไรข้าไม่ได้หรอก”
เว่ยซูอวี้ยิ้มบาง ๆ
หลังจากออกจากสุสานแล้ว เว่ยซูอวี้ก็ค่อย ๆ เดินลงเขาด้วยความระมัดระวัง
เวลากลางวันไม่เหมือนเวลากลางคืน
ในเวลากลางคืน เขาสามารถแฝงตัวไปมาได้อย่างอิสระเสรี แต่ในเวลากลางวัน เขามีโอกาสที่จะถูกเปิดเผยตัวได้ง่ายมาก
ทว่าสิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจก็คือ ตลอดทางที่ผ่านมา เขาไม่ได้พบเจอกับศัตรูเลยแม้แต่คนเดียว
เมื่อใกล้จะถึงตีนเขา จู่ ๆ ก็มีเสียงการต่อสู้ดังมาจากด้านล่าง
มีคนมาช่วยแล้วงั้นหรือ?
เว่ยซูอวี้รีบวิ่งลงเขาไปอย่างรวดเร็ว
และก็เป็นอย่างที่คิด ทหารกลุ่มหนึ่งกำลังต่อสู้กับกลุ่มคนพวกนั้นอยู่
และผู้ที่นำทัพอยู่ด้านหลัง ก็คือตัวฉินฉยงนั่นเอง!
ฉินซ่านเต้าหายตัวไปถึงสี่วัน ฉินฉยงย่อมไม่มีทางนิ่งดูดายอย่างแน่นอน
“ท่านลุงฉิน!”
เมื่อเหล่าทหารทำการสังหารและจับกุมตัวกลุ่มคนนับร้อยจนเสร็จสิ้นแล้ว เว่ยซูอวี้จึงได้วิ่งลงมาจากเขา
“ซูอวี้”
ฉินฉยงรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก เขารีบลงจากหลังม้า แล้วเดินเข้าไปหาในทันที “พวกเจ้าสบายดีไหม? แล้วซ่านเต้าล่ะ?”
“ท่านลุงฉินวางใจเถอะขอรับ ทุกคนปลอดภัยดี”
เมื่อได้ยินคำพูดของเว่ยซูอวี้ ความกังวลใจของฉินฉยงจึงได้บรรเทาลง
แต่ไม่นานนักเขาก็ทำหน้าตึง แล้วเริ่มดุด่า “พวกเจ้านี่นะ ไม่มีอะไรทำหรือไง ถึงได้วิ่งขึ้นเขามากันทำไม?”
“ของที่ฝ่าบาททรงต้องการ พวกเราหาพบแล้วขอรับ” เว่ยซูอวี้ตอบกลับ
หืม?
ฉินฉยงตกใจมาก “เจ้าแน่ใจนะว่าเป็นของชิ้นนั้นจริง ๆ?”
“รับโองการสวรรค์ อายุยืนยาวเจริญรุ่งเรืองขอรับ” เว่ยซูอวี้พูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“ดี”
ฉินฉยงหัวเราะเสียงดังลั่น
ชายชราเสียม้า ใครจะรู้ว่าไม่ใช่เรื่องดี
ตอนนี้ลูกชายของเขาไม่เพียงแต่จะปลอดภัยดี แต่ยังสามารถสร้างความดีความชอบครั้งใหญ่ได้อีกด้วย
“ที่นี่ไม่เหมาะที่จะคุยกัน รีบพาข้าไปเร็วเข้า” ฉินฉยงเร่งเร้า
“จริงสิขอรับท่านลุงฉิน พวกเราหายตัวไปตั้งสี่วันแล้ว ทำไมพวกท่านเพิ่งจะหาพวกเราเจอที่นี่ล่ะขอรับ?”
ตลอดการเดินทาง เว่ยซูอวี้ก็ถามด้วยความสงสัย
“มีคนปล่อยข่าวปลอมว่าเห็นพวกเจ้าอยู่ที่หมู่บ้านหนิวเจีย พวกเราก็เลยมุ่งเน้นการค้นหาไปที่บริเวณหมู่บ้านหนิวเจียมาตลอดน่ะสิ”
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ฉินฉยงก็กัดฟันกรอดด้วยความโกรธแค้น
หมู่บ้านหนิวเจียอยู่ทางทิศตะวันตก ส่วนที่พักของพานอวิ๋นอยู่ทางทิศตะวันออก เขาถูกหลอกให้หลงทางไปเต็ม ๆ ถึงสามวัน!
สุดท้ายก็ต้องรอให้ทหารผ่านศึกที่เว่ยซูอวี้เคยเป็นผู้บังคับบัญชา พูดถึงพานอวิ๋นขึ้นมา เขาถึงได้เปลี่ยนเป้าหมายมาที่นี่
“...”
เว่ยซูอวี้รู้สึกพูดไม่ออก
ระยะทางแค่สิบกว่าลี้ ขอเพียงแค่ฉินฉยงค้นหาตามปกติ ใช้เวลาไม่ถึงวัน ก็คงจะหาที่นี่เจอแล้ว
เพียงเพราะข่าวปลอมแค่นั้น กลับต้องเสียเวลาไปถึงสี่วัน...
“ท่านพ่อ”
เมื่อเห็นฉินฉยง ฉินซ่านเต้าก็กระโจนเข้าใส่ในทันที
ฉินฉยงลูบหัวฉินซ่านเต้าเบา ๆ “ไม่เลวเลยนี่ เติบโตขึ้นมากเลยนะ”
“ท่านพ่อ ครั้งนี้ข้าเก่งมากเลยนะ ข้าจะเล่าให้ท่านฟัง...”
ฉินซ่านเต้าพูดจ้อไม่หยุดปาก
แต่ฉินฉยงกลับไม่ได้ตั้งใจฟังมากนัก เขามองไปที่อู่ชีชีแทน
ในมือของอู่ชีชีกำลังถือตราลัญจกรหยกแผ่นดินอยู่
เมื่อเห็นสายตาของฉินฉยง นางก็รีบยื่นตราลัญจกรหยกแผ่นดินให้ในทันที
ฉินฉยงรับมาด้วยสีหน้าที่ซับซ้อน เขาเปิดฝากล่องออกดู แล้วก็รีบปิดลงในทันที
“ท่านลุงฉิน ตอนที่ท่านเห็นข้า ท่านมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก เกิดอะไรขึ้นงั้นหรือเจ้าคะ?” อู่ชีชีขมวดคิ้วด้วยความกังวล
“ช่างเป็นเด็กหญิงที่ฉลาดหลักแหลมยิ่งนัก”
ฉินฉยงถอนหายใจยาว “อู่ซื่อฮั่วเข้าเมืองฉางอันโดยไม่มีราชโองการ ถูกจับกุมตัวแล้ว...”
สีหน้าของอู่ชีชีเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่นางกลับไม่ได้แสดงอาการตกใจออกมาเลยแม้แต่น้อย
บทสรุปนี้ อยู่ในความคาดหมายของนางมาตั้งแต่แรกแล้ว
“เขาถูกจับกุมตัวได้อย่างไรเจ้าคะ?”
ถึงแม้จะพอเดาได้อยู่แล้ว แต่อู่ชีชีก็อดไม่ได้ที่จะถาม
ฉินฉยงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบ “ออกมาตามหาเจ้าน่ะ”
หากมีตระกูลชุยคอยคุ้มครองอยู่ เดิมทีอู่ซื่อฮั่วก็น่าจะปลอดภัยดี
แม้แต่ตอนที่เฉิงเย่าจินไปทวงคนด้วยตัวเอง ชุยนี่ยเสวียนก็ยังไม่ยอมส่งตัวเขาให้
แต่ผลสุดท้าย กลับกลายเป็นเพราะการหายตัวไปของอู่ชีชี
ด้วยความร้อนใจ อู่ซื่อฮั่วจึงได้วิ่งออกมาตามหาคนด้วยตัวเอง
แล้วทีนี้ก็เป็นเรื่องเลย เขาจึงถูกหลี่จวินเซี่ยนที่ดักซุ่มรออยู่ จับกุมตัวได้อย่างจัง
“ท่านพ่อ”
ร่างกายของอู่ชีชีสั่นสะท้าน
“ชีชี ม่ายต๋องกัวนะ”
ชุยเสินจีตบหลังอู่ชีชีเบา ๆ “มีพอข้าอยู่ทั่งคง จาม่ายยอมไห้ลุงอู่เปงอายายล้อก”
“ใช่แล้ว ชีชี เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอกนะ ข้าจะให้พ่อข้าไปช่วยพูดให้พ่อเจ้าเอง” ฝางอี๋อ้ายรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ
เมื่อฉินซ่านเต้าเห็นเช่นนั้น ก็ไม่ยอมน้อยหน้า เขารีบจับมือฉินฉยงเอาไว้แน่น “ท่านพ่อ ท่านก็ต้องช่วยท่านพ่อของพี่ชีชีด้วยนะขอรับ”
ฉินฉยงเงียบไปอีกครั้ง
อู่ซื่อฮั่วเป็นถึงผู้บัญชาการทหารแห่งจิงโจว มีหน้าที่ควบคุมดูแลกองกำลังทหาร
ด้วยสถานะของเขา การเดินทางเข้าฉางอันโดยไม่มีราชโองการ ก็เท่ากับเป็นการก่อกบฏ
ไม่มีทางรอดหรอก!
ประกอบกับอดีตขุนนางของหลี่หยวน ก็เดินทางเข้ามาในฉางอันกันอย่างพร้อมเพรียง
หลี่ซื่อหมินยิ่งไม่มีทางยอมปล่อยอู่ซื่อฮั่วไปง่าย ๆ อย่างแน่นอน
หลี่ซื่อหมินจะต้องประหารอู่ซื่อฮั่ว เพื่อเป็นการเชือดไก่ให้ลิงดู และเป็นการเตือนความจำให้กับอดีตขุนนางของหลี่หยวนคนอื่น ๆ ด้วย
ยังไงก็ไม่มีทางรอด!
การที่ตระกูลชุยพยายามปกป้องอู่ซื่อฮั่ว ก็ได้ไปล้ำเส้นของหลี่ซื่อหมินเข้าให้แล้วเช่นเดียวกัน
หลี่ซื่อหมินจะต้องลดความจองหองของตระกูลชุยลงให้ได้!
ยิ่งไม่มีทางรอดเข้าไปใหญ่!
“กลับกันก่อนเถอะ สองสามวันนี้พวกเจ้าคงจะเหนื่อยกันมามากแล้ว” ฉินฉยงยิ้มเพื่อเปลี่ยนเรื่องสนทนา
“ถอยทัพ”
ฉินฉยงตะโกนสั่งการ
กองกำลังทหารกลุ่มใหญ่ก็เริ่มรวบรวมกำลังพล เพื่อถอยทัพกลับ
ทว่าอู่ชีชีกลับยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่
สีหน้าของนางดูเย็นชา จนยากที่จะคาดเดาความรู้สึกได้
แต่ใบหน้าที่ค่อย ๆ ซีดเผือดลงเรื่อย ๆ ก็เป็นเครื่องยืนยันได้ว่า ในใจของนางกำลังว้าวุ่นเป็นอย่างมาก
“ชีชี ปายกางเถ้อ”
ชุยเสินจีร้องเรียก
“ใช่แล้ว เจ้าไม่ต้องกังวลไปหรอกน่า พวกเราจะช่วยเจ้าเอง” ฝางอี๋อ้ายช่วยเสริม
“แล้วจะช่วยได้อย่างไรล่ะ?”
อู่ชีชีพึมพำ
สำหรับผลที่ตามมา ของการเดินทางเข้าฉางอันโดยไม่มีราชโองการ นางได้วิเคราะห์เอาไว้ล่วงหน้าแล้ว
หากเป็นขุนนางคนสนิทของหลี่ซื่อหมินอย่างฉินฉยง ก็ยังพอจะพูดคุยกันได้
แต่ตระกูลอู่ของนาง เป็นอดีตขุนนางของหลี่หยวน
หลี่ซื่อหมินย่อมอยากจะกำจัดให้สิ้นซาก เพื่อความสบายใจของตนเองอยู่แล้ว
“อย่ามาก็แค่แห้กคุกแค่น้างเอง” ชุยเสินจีพูดโพล่งออกมาอย่างไม่คิดหน้าคิดหลัง
“ใช่แล้ว เจ้าเป็นเพื่อนที่ดีของพวกเรา พวกเราไม่มีทางนิ่งดูดายปล่อยให้เจ้าตายอย่างแน่นอน”
แหกคุกงั้นหรือ?
อู่ชีชียิ้มขื่น
พูดน่ะมันง่าย แต่เด็กไม่กี่คนจะไปแหกคุกได้อย่างไรกัน?
นางยอมรับว่าตัวเองเป็นคนฉลาด
แต่ต่อให้จะคิดจนหัวแทบระเบิด นางก็คิดไม่ออกว่าหลังจากอู่ซื่อฮั่วถูกจับกุมตัวไปแล้ว จะช่วยเหลือเขาได้อย่างไร
ที่นางมาหาเว่ยซูอวี้ ก็แค่เพื่อต้องการให้หลี่หยวนกับอู่ซื่อฮั่วได้พบหน้ากันสักครั้ง แล้วจะได้รีบเดินทางออกจากฉางอันไปโดยเร็วที่สุด
ที่นางออกตามหาตราลัญจกรหยกแผ่นดิน ก็เพื่อใช้เป็นข้อต่อรอง หากเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับอู่ซื่อฮั่ว
โทษฐานกบฏ ต้องโทษประหารเจ็ดชั่วโคตร!
เดิมทีนางตั้งใจจะแอบเก็บตราลัญจกรหยกแผ่นดินเอาไว้ แล้วค่อยนำมาใช้เป็นข้อต่อรองกับหลี่ซื่อหมินในภายหลัง
นี่เป็นเพียงวิธีเดียวที่นางสามารถคิดออก...
แต่เมื่อฉินฉยงปรากฏตัวขึ้น แผนการของนางก็พังทลายลงไม่เป็นท่า
บางทีหลี่ซื่อหมินอาจจะเห็นแก่ความดีความชอบ ที่นางเป็นคนหาตราลัญจกรหยกแผ่นดินพบ แล้วยอมไว้ชีวิตนาง
แต่อู่ซื่อฮั่วก็คงจะต้องตายอย่างแน่นอน!
“แล้วจะทำยังไงดีล่ะ?”
ในที่สุดอู่ชีชีก็ถึงกับตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูก
นอกจากหลี่ซื่อหมินจะเปลี่ยนพระทัยด้วยตัวเองแล้ว นางก็คิดไม่ออกเลยว่าในแคว้นต้าถังแห่งนี้ ยังจะมีใครสามารถช่วยเหลืออู่ซื่อฮั่วได้อีก
“ชีชี ท่างอย่าเพิ่งล่องจายปายเยย ถึมแม่พวกเงาจาไม่มีวิที แยะก็ยงมีลู้กพี่อยู่ทั่งคงนะ”
“ท่างเปงสาม่าชิกกองทัพกั๋วจื่อเจี้ยนของพวกเงา ลู้กพี่ต้องม่ายยอมปล่อยท่างปายแง่ ๆ”
“ก้ออ้อย่าที่ข้าเคยบอกปายนางแหระ ท่างฉามาดเชื่อจายลู้กพี่ด้ายตล้อดปายเยย...”
“เพาะลู้กพี่ม่ายเคยแพ้คราย!”
ชุยเสินจีเชิดหน้าขึ้น ด้วยท่าทางภาคภูมิใจเป็นอย่างมาก
เว่ยซูอวี้งั้นหรือ?
อู่ชีชีหันกลับไปมอง ก็เห็นว่าเว่ยซูอวี้กำลังนั่งยอง ๆ อยู่ข้างต้นน่อง และกำลังตั้งอกตั้งใจเก็บน้ำยางอยู่อย่างขะมักเขม้น
“ลู้กพี่”
ชุยเสินจีตะโกนลั่น “ชีชีต๋องกางความช่วยเหลื่อจ้ากท่างนะ”
เว่ยซูอวี้ลุกขึ้นยืน แล้วก็ค่อย ๆ ปิดฝากระติกน้ำอย่างระมัดระวัง
จากนั้น...
เพียะ
เว่ยซูอวี้ยกมือขึ้นตบกบาลเขาไปหนึ่งฉาด “ทำไมเจ้าถึงยังไม่ไปอีก?”
“ก้อข้ารอท่างอยู่งายเล้า”
ชุยเสินจีเอามือกุมหัวด้วยความน้อยใจ
เพียะ
เว่ยซูอวี้ก็ตบกบาลฝางอี๋อ้ายไปอีกหนึ่งที “ไหนเจ้าบอกว่าอยากจะรีบไปกินอาหารเลิศรสที่หอชุ่ยอวิ๋นไงล่ะ?”
“กินโรตีต้นหอมจนอิ่มแปล้แล้วล่ะ”
ฝางอี๋อ้ายเอามือกุมหัวด้วยความน้อยใจเช่นเดียวกัน
เว่ยซูอวี้หันไปมองอู่ชีชี...
เพียะ
และก็ตบกบาลนางไปหนึ่งทีเหมือนกัน
อู่ชีชีอึ้งไปครู่หนึ่ง แล้วก็ร้องโวยวาย “ข้าเป็นผู้หญิงนะ”
“เป็นผู้หญิงก็หัดอยู่บ้านเป็นเด็กดีซะบ้าง อย่ามัวแต่ไปคิดเรื่องไร้สาระให้มันมากนัก!”
“ไปกันเถอะ!”
เว่ยซูอวี้สะบัดกระติกน้ำขึ้นสะพายบ่า แล้วก็เดินตรงลงเขาไปในทันที
อู่ชีชีทำแก้มป่องด้วยความโกรธจัด
ตั้งแต่เล็กจนโต ยังไม่เคยมีใครกล้าตีข้าเลยนะ
แต่ไม่นานนัก ความโกรธก็กลายมาเป็นความรู้สึกผิดหวังแทน
“ชีชี ลู้กพี่เค้าตั้งจายจาช่วยท่างแย้วน่า”
“ช่าย ๆ ๆ!”
อู่ชีชีไม่เข้าใจในสิ่งที่พวกเขาพูดเลยแม้แต่น้อย
ชุยเสินจียิ้มอย่างมีเลศนัย...
“ลู้กพี่ตบกบานท่าง ก้อแปล้ว่าเค้าย้อมยับว่าท่างเปงคงของเขา แยะเค้าก้อตั้งจายจาช่วยท่างแย้วงายล่ะ!”