เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 95 วิเคราะห์เบาะแสของตราลัญจกรหยกแผ่นดิน

บทที่ 95 วิเคราะห์เบาะแสของตราลัญจกรหยกแผ่นดิน

บทที่ 95 วิเคราะห์เบาะแสของตราลัญจกรหยกแผ่นดิน


บทที่ 95 วิเคราะห์เบาะแสของตราลัญจกรหยกแผ่นดิน

หลี่ซื่อหมินมอบหมายหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยให้กับเว่ยซูอวี้

เว่ยซูอวี้ก็ฉวยโอกาสนี้ โยนงานไปให้เซียวโส่วเย่ทำแทน

ด้วยสถานะที่เป็นอดีตขุนนางเก่าของไท่ซ่างหวง เพียงแค่เซียวอวี่ส่งคนไปแจ้งข่าว คนเหล่านั้นก็จะเดินทางมาที่จวนซ่งกั๋วกงด้วยตัวเอง

ซึ่งมันรวดเร็วกว่าการที่เว่ยซูอวี้ต้องไปตาม ‘ใช้คุณธรรมกำราบผู้คน’ ทีละคนตั้งเยอะ

ไม่เพียงแต่จะสามารถทำงานสำเร็จได้อย่างงดงาม แต่ยังช่วยหาที่พักให้กับอีกฝ่ายได้อีกด้วย

“ร้ายกาจจริง ๆ”

หลังจากที่เดินออกมาจากจวนตระกูลเซียวแล้ว อู่ชีชีก็แอบกระซิบอยู่ข้างหลัง

“เจ้าว่าอะไรนะ?” เว่ยซูอวี้หันกลับมา

“ข้าบอกว่าเจ้าฉลาดมาก”

อู่ชีชีรีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นรอยยิ้มในทันที

“อืม”

เว่ยซูอวี้พยักหน้า

กลุ่มคนทั้งห้าก็รีบเดินทางออกไปนอกเมืองฉางอันต่อ

“ลูกพี่ ตองนี้พวกเรากาลางจาปายตางหาตางลางจางกงหยงกางแผ่งดิงกังหรอ?” ชุยเสินจีถามด้วยความสับสน

เมื่อได้ยินเช่นนั้น คนที่เหลือต่างก็พากันหันมามองเว่ยซูอวี้

“อืม”

โห

ทุกคนก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที

“ลูกพี่ เรื่องที่ท่างบ้อกเมื่อเช่านี้ เปงเรืองเจงหรอ?” ชุยเสินจีถามตาปริบ ๆ

“ใช่แล้ว” เว่ยซูอวี้มองไปที่ชุยเสินจี “เจ้าไม่อยากไปงั้นหรือ?”

และในจังหวะที่กำลังพูดคุยกันอยู่นั้น อู่ชีชีก็ค่อย ๆ ถอยห่างออกจากพวกเขาทั้งสามคนอย่างเงียบ ๆ

“จาเปงปายล่ายงายล่ะ!”

ชุยเสินจีตบหน้าอกตัวเองดังป้าบ ๆ “ของเพียงลูกพี่เอยปาก ข้าก็พ้อมจาบุกลงไฟ ฟันฝ่างปายทุกตี้ ไมมีถอยแน่นอน”

“ใช่แย้ว ๆ”

ฝางอี๋อ้ายสนับสนุนอยู่ข้าง ๆ

“ลูกพี่ ศึกนี้ข้าขอเป็นคนนำทัพหน้าเอง!” ฉินซ่านเต้าอาสาออกรบ

เพียะ ๆ ๆ...

เว่ยซูอวี้ยกมือขึ้นตบกบาลพวกเขาทั้งสามคนอย่างต่อเนื่อง ราวกับกำลังบรรเลงบทเพลงอันไพเราะ

“ข้าไปพูดเรื่องตราลัญจกรหยกแผ่นดินกับพวกเจ้าตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?”

“แอบฟังที่กำแพง ชักจะกล้าเกินไปแล้วนะ”

ทั้งสามคนเอามือกุมหัวด้วยความงุนงง เผลอหลุดปากไปเสียแล้ว...

“ลูกพี่ พวกเราก็แค่กังวงว่าท่างจาทามอายายวูวามน่ะ”

ไม่พูดก็แล้วไป แต่พอพูดออกมา เว่ยซูอวี้ก็ยิ่งโมโห

เพียะ

มอบรางวัลเป็นฝ่ามืออรหันต์ให้ชุยเสินจีไปอีกหนึ่งฉาด

“ยังจะพูดอีก” เว่ยซูอวี้ถลึงตา “เมื่อเช้านี้ท่านพ่อข้าถือไม้เรียวมาแล้วนะ ถ้าข้าไม่อธิบายให้เร็ว พวกเจ้าสามคนก็เตรียมเปลหามเอาไว้ได้เลย”

“ลูกพี่ มางมายช่ายคางผิดของข้านะ” ชุยเสินจีโยนความผิดให้ฉินซ่านเต้าอย่างหน้าไม่อาย “ต่องโทษเสี่ยวซ่างเต้า มางบ้อกท่างกาลางฉุดคางผู้หยิง”

เว่ยซูอวี้มองไปที่ฉินซ่านเต้า

ฉินซ่านเต้าสะดุ้งโหยง แล้วก็เริ่มปัดความรับผิดชอบบ้าง “ลูกพี่ ต้องโทษพี่อ้ายอ้าย เขาบอกว่าเรื่องนี้มันน่าตื่นเต้นมาก เหมาะที่จะเอามาเป็นบทเรียนสอนใจข้า”

เว่ยซูอวี้หันไปมองฝางอี๋อ้าย

ฝางอี๋อ้ายรีบพูดทันที “ลูกพี่ เรื่องนี้ก็โทษข้าไม่ได้หรอก ต้องโทษพ่อบ้านของเจ้า ที่ทำตัวเหมือนคนไม่เคยเห็นโลกภายนอกต่างหาก”

เพียะ ๆ ๆ...

พวกเจ้านี่ช่างโยนความผิดเก่งเสียจริง ๆ

“สรุปว่าลูกพี่ ตอนนี้พวกเราจะไปไหนกันล่ะ?”

“พูดให้น้อยลง แล้วก็รีบเดินทางได้แล้ว”

เว่ยซูอวี้เดินนำหน้าต่อไป...

ไม่นานนัก พวกเขาก็มาถึงที่พักแห่งหนึ่ง

เว่ยซูอวี้กวาดสายตามองไปรอบ ๆ ทั้งในและนอกเรือน ล้วนแต่มีสภาพเหมือนเพิ่งจะถูกโจรปล้นมา

เห็นได้ชัดว่าหลี่ซื่อหมินได้ส่งคนมาค้นหาที่นี่แล้ว

“ที่นี่คือที่พักของลูกน้องหลิงจิ้งใช่ไหม?” อู่ชีชีมองสำรวจไปรอบ ๆ แล้วถาม

“อืม”

เว่ยซูอวี้พยักหน้า “แต่ข้าฆ่าเขาทิ้งไปแล้วล่ะ”

“ลูกพี่...”

ชุยเสินจีรู้สึกว่าหัวใจดวงน้อย ๆ ของเขากำลังเต้นแรง

เพียะ

เว่ยซูอวี้ตบกบาลเขาไปหนึ่งฉาด

“ก้ามากวนโมโหลูกพี่ ตายซ่าด้ายก็ดี!” ชุยเสินจีรีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นโกรธแค้นในทันที

เว่ยซูอวี้ไม่ได้ตอบกลับ

แต่กลับเริ่มรื้อค้นหาสิ่งของภายในเรือน...

จากบทสนทากับหลิงจิ้ง มีเพียงตอนที่พูดถึงการตายของพานอวิ๋นเท่านั้น ที่หลิงจิ้งมีอารมณ์หวั่นไหว

พานอวิ๋นจะไม่มีทางเป็นแค่ลูกน้องของหลิงจิ้งอย่างแน่นอน

“ลูกพี่ ท่างเกบเศษไม้ทามมายอะ?” ชุยเสินจีเดินเข้ามาถาม

“พวกเจ้าลองไปหาเศษไม้แบบนี้มาดูสิ” เว่ยซูอวี้สั่ง

ทุกคนรับคำสั่ง

เริ่มลงมือค้นหาภายในเรือน

เมื่อนำเศษไม้ทั้งหมดที่หามาได้ มาประกอบเข้าด้วยกัน ก็กลายเป็นป้ายวิญญาณแผ่นหนึ่ง

“ป้ายวิญญาณของโต้วเผิง!”

ทุกคนต่างก็มีสายตางุนงง

“ในหมู่เครือญาติของโต้วเจี้ยนเต๋อ มีใครชื่อโต้วเผิงบ้างไหม?” เว่ยซูอวี้ถาม

“เหมือนจะมีคงนึงชื่อโต้วเซี่ยนเหนียงนะ”

“นั่นมันเป็นเรื่องแต่งของพวกนักเล่านิทานต่างหาก”

“เจงหรอ?”

“ใช่ ๆ แถมยังได้แต่งงานกับหลัวเฉิงอีก...”

“หลัวเฉิงคือคราย?”

“ก็ลูกชายของกบฏหลัวอี้ไงล่ะ”

“ก้อเป็นเรื่องแตงเหมืองกังหรอ?”

“ใช่แล้ว”

ทั้งสามคนเริ่มพูดคุยกันกระหนุงกระหนิง

เพียะ ๆ ๆ

เว่ยซูอวี้ยกมือขึ้นตบกบาลพวกเขาทั้งสามคน

“กำลังคุยเรื่องสำคัญอยู่ ออกนอกเรื่องไปถึงไหนแล้วเนี่ย?”

ทั้งสามคนเอามือกุมหัวด้วยความน้อยใจ

“โต้วเจี้ยนเต๋อไม่มีลูก แต่เขามีลูกบุญธรรมอยู่คนหนึ่ง”

ในตอนนั้นเอง อู่ชีชีก็เอ่ยปากพูดขึ้นมา...

“ตอนที่โต้วเจี้ยนเต๋อพ่ายแพ้สงคราม เดิมทีต้าเซี่ยตั้งใจจะยกให้ลูกบุญธรรมคนนี้ขึ้นครองราชย์ แต่การโจมตีของต้าถังรุนแรงเกินไป ลูกบุญธรรมคนนี้จึงได้หายตัวไป”

“และลูกบุญธรรมคนนี้ ก็มีชื่อว่าโต้วเผิง”

โห...

ทุกคนต่างก็หันไปมองป้ายวิญญาณ

“สรุปว่านี่คือลูกชายของโต้วเจี้ยนเต๋องั้นหรือ?”

เว่ยซูอวี้พยักหน้า

ตอนที่เขามาจับกุมตัวพานอวิ๋น เขายังสงสัยอยู่เลยว่าบ้านของคนแซ่พาน ทำไมถึงมีป้ายวิญญาณของคนแซ่โต้วตั้งบูชาอยู่

หลังจากที่รู้ว่าหลิงจิ้งคือกุนซือของโต้วเจี้ยนเต๋อ เขาก็นึกถึงป้ายวิญญาณแผ่นนี้ขึ้นมาได้ในทันที

“แล้วโต้วเผิงคนนี้ ไปเกี่ยวข้องอะไรกับตราลัญจกรหยกแผ่นดินล่ะ?” ฉินซ่านเต้าเกาหัวถาม

“หลิงจิ้งเป็นคนจงรักภักดีแบบไม่ลืมหูลืมตา เขาไม่มีทางที่จะอมตราลัญจกรหยกแผ่นดินเอาไว้ โดยปิดบังเจ้านายอย่างแน่นอน”

เว่ยซูอวี้อธิบาย “ดังนั้นตราลัญจกรหยกแผ่นดินชิ้นนี้ ก็มีความเป็นไปได้สูงมากว่าเขาจะมอบให้กับโต้วเผิงไปแล้ว”

ทั้งสามคนฟังแล้วก็งงเป็นไก่ตาแตก

“โต้วเผิงกลายเป็นป้ายวิญญาณไปแล้ว แล้วพวกเราจะไปตามหาที่ไหนล่ะ” ฝางอี๋อ้ายทำหน้าเหวอ

อู่ชีชีก็พูดเสริมตามความคิดของเว่ยซูอวี้ “โต้วเจี้ยนเต๋อเสียชีวิต โต้วเผิงก็มาด่วนจากไป แคว้นต้าเซี่ยจึงหมดหวังที่จะกู้ชาติได้อย่างสิ้นเชิง!”

“ดังนั้นหลิงจิ้งเก็บตราลัญจกรหยกแผ่นดินเอาไว้ก็ไม่มีประโยชน์ ด้วยนิสัยของเขา จึงมีความเป็นไปได้สูงมาก ที่เขาจะเอาตราลัญจกรหยกแผ่นดินฝังร่วมไปในหลุมศพด้วย!”

“ถูกต้อง!”

เว่ยซูอวี้พยักหน้า “ความสามารถของพวกโจรปล้นสุสานนั้นร้ายกาจมาก สุสานของโต้วเจี้ยนเต๋อก็เป็นที่รู้จักกันดี หลิงจิ้งคงไม่มีทางเอาตราลัญจกรหยกแผ่นดิน ไปเก็บไว้ในสุสานของโต้วเจี้ยนเต๋ออย่างแน่นอน”

“ดังนั้น...”

เว่ยซูอวี้มองไปที่อู่ชีชี...

อู่ชีชีก็พูดต่อ “หากไม่มีใครแอบเก็บเอาไว้ ตราลัญจกรหยกแผ่นดินก็จะต้องอยู่ในสุสานของโต้วเผิงอย่างแน่นอน”

ทุกคนฟังจนตาลาย

“พูดล่ายลีมาด!”

เมื่อเห็นทั้งสองคนร่วมกันวิเคราะห์เป็นปี่เป็นขลุ่ย ชุยเสินจีก็ตบต้นขาตัวเองดังป้าบ

“ลูกพี่ ท่างดูเสนาธิกางที่ข้าหามาให้กองทัพกั๋วจื่อเจี้ยนเปงงายบางล่ะ?”

“หัวไวม้ายล่ะ?”

เว่ยซูอวี้ไม่ได้พูดอะไร

สติปัญญาของอู่ชีชีนั้น ไม่ต้องพูดถึงเลยจริง ๆ

“ใครบอกว่าข้าเข้าร่วมกับพวกเจ้าแล้วล่ะ?” อู่ชีชีทำปากยื่นด้วยความไม่พอใจ

“แย้วท่างตางมาทามมายล่ะ?” ชุยเสินจีถามกลับ

“เป็น... เป็นเขาต่างหากที่ชวนข้ามา” อู่ชีชีชี้ไปที่เว่ยซูอวี้

ข้าไปชวนเจ้าตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?

เว่ยซูอวี้รู้สึกพูดไม่ออก

“เหอะ พอลูกพี่เรียก เจ้าก็รีบตางมาเยย แบบนี้มังตางอายายกางกะกางเข่ารวมกองทัพกั๋วจื่อเจี้ยนล่ะ?”

ถูกจุดเต็ม ๆ

ไม่เคยคิดเลยว่าชุยเสินจีก็จะมีวันที่เถียงชนะคนอื่นด้วย

“งั้นจะมัวยืนบื้ออยู่ทำไมล่ะ รีบไปหากันเถอะ” ฝางอี๋อ้ายพูดด้วยความใจร้อน

เพียะ

เว่ยซูอวี้ตบกบาลเขาไปหนึ่งฉาด

“เจ้ารู้หรือว่าหลุมศพของโต้วเผิงอยู่ที่ไหน?”

สีหน้าตื่นเต้นของทั้งสามคน แข็งค้างไปในทันที

“เรื่องนี้เดาได้ไม่ยากหรอก” อู่ชีชียิ้ม “หลิงจิ้งตั้งรกรากอยู่ใกล้ ๆ ฉางอันมาเป็นเวลานาน ดังนั้นหลุมศพนี้ จะต้องอยู่ไม่ไกลอย่างแน่นอน”

“ของที่ใช้ฝังร่วมกับศพคือตราลัญจกรหยกแผ่นดิน หลิงจิ้งจะปล่อยปละละเลยได้อย่างไรกัน?”

“จงรักภักดีจนถึงขีดสุด แม้เจ้านายจะเสียชีวิตไปแล้ว ก็ยังคงอยู่เคียงข้างต่อไป!”

เว่ยซูอวี้พยักหน้า

การมอบของขวัญ ย่อมต้องมีการขอร้องเรื่องใดเรื่องหนึ่ง

ทำไมพานอวิ๋นถึงได้ส่งส้มแมนดารินให้หลิงจิ้งอยู่ตลอดเวลา...

แต่หลิงจิ้งกลับไม่ยอมพบหน้าเขา?

อาจจะเพื่อเป็นการขอร้องให้ยกโทษให้

โต้วเจี้ยนเต๋อเสียชีวิตไปสิบกว่าปี หลิงจิ้งก็หายตัวไปนานกว่าสิบปี...

ในตอนนั้น เป็นพานอวิ๋นหรือเปล่า ที่คอยขัดขวางหลิงจิ้ง?

“ชีชี แล้วเจ้ามีวิธีตามหาหลุมศพของโต้วเผิงหรือเปล่าล่ะ?”

จบบทที่ บทที่ 95 วิเคราะห์เบาะแสของตราลัญจกรหยกแผ่นดิน

คัดลอกลิงก์แล้ว