- หน้าแรก
- ท่านพ่อพักก่อน วันนี้ข้าขอด่าฮ่องเต้เอง!
- บทที่ 90 สองพ่อลูกหลี่ซื่อหมินทะเลาะกัน
บทที่ 90 สองพ่อลูกหลี่ซื่อหมินทะเลาะกัน
บทที่ 90 สองพ่อลูกหลี่ซื่อหมินทะเลาะกัน
บทที่ 90 สองพ่อลูกหลี่ซื่อหมินทะเลาะกัน
“ทำไมพวกเจ้าถึงมาที่นี่ล่ะ?”
เว่ยซูอวี้ถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
อดีตขุนนางของหลี่หยวน เดิมทีก็เป็นที่หวาดระแวงของหลี่ซื่อหมินอยู่แล้ว
คนพวกนี้ไม่เพียงแต่เป็นขุนนางผู้ร่วมก่อตั้งแคว้นต้าถังเท่านั้น แต่ละคนยังมีภูมิหลังที่ลึกล้ำอีกด้วย
หากร่วมมือกันก่อกบฏขึ้นมาล่ะก็ สามารถทำให้รากฐานของต้าถังต้องสั่นคลอนได้อย่างแน่นอน
“ได้ยินข่าวว่าไท่ซ่างหวงประชวรหนัก ท่านพ่อจึงให้ข้ามาเยี่ยมไข้” เผยเฉิงเซียนตอบกลับ
“ใช่”
“ไม่ผิดหรอก”
“ถูกต้องแล้ว...”
ทุกคนพากันตอบรับ
คนกลุ่มนี้มีอายุแตกต่างกันไป คนที่อายุน้อยที่สุดก็รุ่นราวคราวเดียวกับเว่ยซูอวี้ ส่วนคนที่อายุมากที่สุดก็อายุราวยี่สิบกว่าปี
หลี่ซื่อหมินไม่อนุญาตให้รุ่นพ่อของพวกเขาเดินทางกลับมายังฉางอัน
แต่สำหรับเด็กกลุ่มนี้ ข้อจำกัดก็มีไม่มากนัก
“ไท่ซ่างหวงประชวรหนักงั้นหรือ?”
เว่ยซูอวี้หันไปมองฝางอี๋อ้าย
“พระวรกายของพระองค์อ่อนแอลงกว่าเดิมมากก็จริง แต่ก็ไม่น่าจะถึงขั้นประชวรหนักหรอกนะ”
“ใช่แย้ว ลูกพี่ นี่มางเปงข่าวปอม” ชุยเสินจีตอบรับ
“ของปลอมงั้นหรือ?”
ทุกคนต่างพากันตกตะลึง
“เซียวโส่วเย่ คนอื่นอาจจะไม่รู้ แต่เจ้าน่าจะรู้ดีที่สุดไม่ใช่หรือ?” เว่ยซูอวี้มองไปที่เซียวโส่วเย่
ในบรรดาคนกลุ่มนี้ มีเพียงเซียวอวี่เท่านั้น ที่ยังคงอยู่ในวังหลวง และดำรงตำแหน่งเป็นอาจารย์ขององค์รัชทายาท
“เอ่อ...” เซียวโส่วเย่อึกอัก หน้าแดงก่ำ “ไม่ปิดบังทุกท่าน เมื่อหลายวันก่อน องค์รัชทายาทกระทำความผิดหลายอย่าง ฝ่าบาททรงตำหนิท่านปู่ของข้าว่าสั่งสอนคนไม่เป็น จึงถูกพักงานอยู่บ้านมาได้ครึ่งค่อนเดือนแล้วล่ะ”
“...”
ทุกคนต่างก็อึ้งไปตาม ๆ กัน
ที่แท้เซียวอวี่ก็กลัวจะเสียหน้า ก็เลยไม่ได้แพร่งพรายเรื่องนี้ออกไป
ส่วนหลี่ซื่อหมินก็กลัวว่าเรื่องน่าอับอายขององค์รัชทายาทจะถูกเปิดเผย ก็เลยไม่ได้ประกาศเรื่องนี้ออกมาเช่นเดียวกัน
คลี่คลายแล้วสิเนี่ย...
ในที่สุดสวี่ลี่ซื่อก็เข้าใจเสียทีว่าทำไมเซียวโส่วเย่พอเห็นหน้าเว่ยซูอวี้ ถึงได้หงอไปเลย
เซียวอวี่ถูกพักงานชั่วคราว
หากหลานชายยังจะมาก่อเรื่องอะไรขึ้นมาอีก หลี่ซื่อหมินยังจะวางใจให้เขาสอนองค์รัชทายาทต่อไปได้อีกหรือ?
ขนาดหลานชายตัวเองยังสอนให้ดีไม่ได้ แล้วจะไปสอนองค์รัชทายาทได้อย่างไร?
หลี่ซื่อหมินไม่ปลดเขาออกจากตำแหน่งก็แปลกแล้วล่ะ
“เดี๋ยวก่อน...”
เว่ยซูอวี้ห้ามไม่ให้พวกเขาพูดต่อ “ต่อให้พวกเจ้าได้รับข่าวว่าไท่ซ่างหวงประชวรหนัก แล้วทำไมพวกเจ้าถึงได้เดินทางมาในวันเดียวกันล่ะ?”
หลายคนหันมามองหน้ากัน
“ความจริงพวกเราเดินทางมาถึงบริเวณใกล้ ๆ ฉางอันตั้งนานแล้ว แต่เนื่องจากสถานะที่อ่อนไหว จึงไม่สะดวกที่จะเข้าไปพร้อม ๆ กัน... คนที่มาส่งข่าวบอกว่า อีกไม่กี่วันพวกเราก็สามารถเข้าไปในฉางอันได้แล้ว”
อีกไม่กี่วันงั้นหรือ?
มั่นใจขนาดนั้นเลยหรือ?
“แล้วทำไมพวกเจ้าถึงมาที่หมู่บ้านหนิวเจียล่ะ?”
เว่ยซูอวี้เอ่ยปากถามอีกครั้ง
“มีคนบอกข้าว่าที่หมู่บ้านหนิวเจียแห่งนี้มีของวิเศษของไท่ซ่างหวงซ่อนอยู่”
“ส่วนข่าวที่ข้าได้รับมาก็คือ ไท่ซ่างหวงทรงทำของวิเศษหายไปที่หมู่บ้านหนิวเจียแห่งนี้”
“ของข้านี่สิหนักกว่าอีก บอกว่าที่นี่มีเบาะแสสำคัญ ที่จะช่วยให้ไท่ซ่างหวงกลับขึ้นครองราชย์ได้อีกครั้ง...”
ทุกคนต่างก็แย่งกันพูด
แต่ไม่นาน เสียงก็ค่อย ๆ เบาลงเรื่อย ๆ
พวกเขาพบว่า ตัวเองเหมือนจะเข้าไปพัวพันกับแผนการลับอันยิ่งใหญ่เข้าเสียแล้ว
“ลูกพี่ เรื่องนี้มันไม่ทำมะดาแย้ว ไมทามมะดาเจง ๆ...” ชุยเสินจีส่ายหัวไปมาพร้อมกับพูด
เอาล่ะสิ ขนาดชุยเสินจียังดูออกเลย
เว่ยซูอวี้ครุ่นคิด...
เรื่องราวชัดเจนมาก เรื่องที่หลี่ซื่อหมินต้องการจะตามหาตราลัญจกรหยกแผ่นดิน ได้ถูกแพร่งพรายออกไปแล้ว
ผู้ชักใยอยู่เบื้องหลังไม่สะดวกที่จะลงมือด้วยตัวเอง
จึงใช้โอกาสนี้ ดึงดูดความสนใจของลูกหลานอดีตขุนนางของหลี่หยวน ที่รวมตัวกันอยู่ใกล้ ๆ กับฉางอันให้มารวมตัวกันที่นี่
คนกลุ่มนี้อาจจะทำอะไรไม่ได้มากนัก
แต่การเข้ามาปั่นป่วนของพวกเขา มีความเป็นไปได้สูงมาก ที่จะทำให้ผู้ชักใยอยู่เบื้องหลัง มีโอกาสได้ฉวยโอกาสตอนทีเผลอ...
“กลับกันไปให้หมดเถอะ ของที่อยู่ในหมู่บ้านหนิวเจีย ไม่ใช่สิ่งที่พวกเจ้าจะมาหมายปองได้หรอกนะ”
เว่ยซูอวี้เริ่มไล่คน
“ตกลงแล้วหมู่บ้านหนิวเจียแห่งนี้มีอะไรซ่อนอยู่กันแน่ล่ะ?” สวี่ลี่ซื่อถามด้วยความดื้อรั้น
“อยากรู้ล่ะสิ”
เว่ยซูอวี้ยิ้มแล้วกวักมือเรียก “มานี่สิ ข้าจะบอกให้ฟัง”
สวี่ลี่ซื่อก็เดินทื่อ ๆ เข้าไปหาเว่ยซูอวี้
เพียะ
เว่ยซูอวี้เงื้อตบกบาลเขาไปหนึ่งฉาด
“ถ้าเจ้าคิดว่าหัวที่ตั้งอยู่บนคอของเจ้ามันหนักเกินไป ก็ลองถามดูอีกสิ”
พรึ่บ
หลายคนที่กำลังเงี่ยหูฟังอยู่ ต่างก็หน้าถอดสี
ยิ่งรู้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งตายเร็วมากขึ้นเท่านั้น
โดยเฉพาะลูกหลานอดีตขุนนางของหลี่หยวนอย่างพวกเขา ย่อมต้องมีความหวาดกลัวต่อฉางอันอยู่แล้ว
“แยกย้ายกันเถอะ”
ในที่สุดเซียวโส่วเย่ก็เอ่ยปาก สลายการชุมนุมของทุกคน
ในขณะเดียวกัน ที่วังหลวง
หลี่ซื่อหมินที่เพิ่งจะเลิกประชุมเช้า ก็ได้รับรายงานจากสายลับเช่นเดียวกัน
จากนั้นเขาก็ไม่ได้พูดอะไร เดินตรงไปยังตำหนักต้าอันกงทันที
ตำหนักต้าอันกง
เดิมทีเป็นที่ประทับที่หลี่หยวนสร้างให้กับฉินหวัง
หลังจากที่หลี่หยวนถูกบีบให้สละราชสมบัติ ก็ได้ยึดครองท้องพระโรงไท่จี๋มาตลอดสามปี จนในที่สุดก็ถูกหลี่ซื่อหมินส่งตัวมาอยู่ที่ตำหนักต้าอันกงแห่งนี้
ในเวลานี้ หลี่หยวนในวัยหกสิบแปดพรรษา กำลังนอนเอกเขนกอยู่บนตั่งเตียง ให้เหล่านางกำนัลคอยนวดเฟ้นให้อย่างสบายอารมณ์...
เมื่อหลายปีก่อนยังสามารถเสพสุขได้ทุกค่ำคืน แต่ตอนนี้กลับไม่มีเรี่ยวแรงจะทำอะไรแล้ว
ส่วนเรื่องงานประพันธ์ เขียนออกมาก็ไม่มีใครชื่นชม...
นานวันเข้าก็เลยขี้เกียจจะเขียนจะวาดแล้ว
“ลูกขอถวายบังคมเสด็จพ่อ”
ทันทีที่หลี่ซื่อหมินก้าวเข้าสู่ตำหนัก ก็ทำความเคารพหลี่หยวน
หลี่หยวนไม่แม้แต่จะปรายตามอง ยังคงนอนต่อไปอย่างไม่สนใจไยดี
“เสด็จพ่อ เหล่าขุนนางเก่าของท่าน มารวมตัวกันที่ฉางอันแล้วนะพ่ะย่ะค่ะ” หลี่ซื่อหมินเอ่ยปากอีกครั้ง
พรึ่บ
หลี่หยวนผุดลุกขึ้นมาในทันที “พวกเขามาช่วยข้าแล้วงั้นหรือ?”
หลี่ซื่อหมินทำหน้าตึง ไม่ตอบคำถาม
ความตื่นเต้นในดวงตาของหลี่หยวนค่อย ๆ เลือนหายไป จนในที่สุดก็กลับไปเอนตัวลงบนตั่งเตียงดังเดิม
“เป็นลูกหลานของพวกเขาน่ะพ่ะย่ะค่ะ” ครู่ต่อมา หลี่ซื่อหมินถึงได้เอ่ยปาก “มีคนปล่อยข่าวลือว่าพระองค์ประชวรหนัก พวกเขาจึงตั้งใจมาเยี่ยมไข้”
“ข่าวลืองั้นหรือ?” หลี่หยวนแค่นเสียงหัวเราะอย่างเกียจคร้าน “ยังมีคนกล้ามาเล่นตุกติกต่อหน้าเจ้าอีกงั้นหรือ?”
“แล้วเจ้ามาหาข้าเพื่ออะไรล่ะ?”
“ลูกขอร้องให้เสด็จพ่อออกหน้า ช่วยเกลี้ยกล่อมให้พวกเขากลับไปเถิดพ่ะย่ะค่ะ” หลี่ซื่อหมินโค้งคำนับ
อย่าเห็นว่าคนกลุ่มนี้เป็นแค่ลูกหลาน แต่อำนาจบารมีที่อยู่เบื้องหลังพวกเขานั้น ยิ่งใหญ่มากเหลือเกิน
หากมีเพียงแค่คนสองคน หลี่ซื่อหมินก็สามารถเพิกเฉยได้
แต่การที่ทุกคนรวมตัวกัน เดินทางมาที่ฉางอันเพื่อมาเยี่ยมหลี่หยวน
หากหลี่ซื่อหมินไม่ยอมให้หลี่หยวนได้พบปะกับพวกเขา อดีตขุนนางของหลี่หยวนเหล่านี้ ก็อาจจะเกิดความแคลงใจได้...
“เจ้าคิดว่าข้าจะออกหน้างั้นหรือ?”
รอยยิ้มเย้ยหยันบนใบหน้าของหลี่หยวนยิ่งชัดเจนมากขึ้น
“เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของต้าถัง ลูกขอร้องให้เสด็จพ่อออกหน้าด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ” หลี่ซื่อหมินโค้งคำนับ
เพล้ง
หลี่หยวนคว้าถาดผลไม้ที่วางอยู่ตรงหน้า ปาลงไปที่ข้างเท้าของหลี่ซื่อหมินอย่างแรง
หลี่หยวนคำรามลั่นด้วยใบหน้าอันบิดเบี้ยว “ไอ้สัตว์เดรัจฉานอย่างเจ้า ยังมีหน้ามาขอร้องข้าอีกงั้นหรือ?”
“ไม่ใช่เจ้าบอกว่า ใต้หล้าภายใต้การปกครองของเจ้า เจริญรุ่งเรืองขึ้นเรื่อย ๆ หรอกหรือ?”
“ไม่ใช่เจ้าที่สามารถบดขยี้ทูเจวี๋ย จนได้รับการยกย่องให้เป็นเทียนเค่อหานหรอกหรือ?”
“ไม่ใช่เจ้าที่มีความมุ่งมั่น ที่จะก้าวข้ามจิ๋นซีฮ่องเต้และฮั่นอู่ตี้หรอกหรือ...”
“เจ้าเก่งกาจถึงเพียงนี้ ยังต้องการให้ตาเฒ่าใกล้ตายอย่างข้าช่วยอีกงั้นหรือ?”
หลี่หยวนตวาดลั่น
จากการที่เป็นถึงกษัตริย์ของแคว้น กลับต้องกลายมาเป็นนักโทษ สภาพจิตใจของหลี่หยวน จึงบิดเบี้ยวไปจากเดิมมากแล้ว
ถึงแม้หลี่ซื่อหมินจะไม่เคยปล่อยให้หลี่หยวนต้องอดอยาก
แต่เจ็ดปีเลยนะ... ตลอดระยะเวลาเจ็ดปีเต็ม
แค่นี้ยังไม่พอ...
ทุกครั้งที่หลี่ซื่อหมินสร้างผลงานอะไรได้ ก็จะต้องสั่งให้คนมาบอกให้หลี่หยวนได้รับรู้
บางทีนี่อาจจะเป็นความยึดติดในใจของหลี่ซื่อหมิน
เขาต้องการจะพิสูจน์ให้พ่อของตัวเองได้เห็นว่าเขาสามารถทำได้ดีกว่าหลี่เจี้ยนเฉิง
แต่เขากลับมองข้ามความจริงไปว่าเดิมทีหลี่หยวนคือฮ่องเต้ ผลงานเหล่านี้ของเขา ควรจะเป็นความดีความชอบของหลี่หยวนเสียด้วยซ้ำ
อย่างน้อยในใจของหลี่หยวน ก็คิดเช่นนั้น
การที่หลี่ซื่อหมินมาโอ้อวดทุกครั้ง มันก็เหมือนกับการเอาเกลือมาทาบนบาดแผลของหลี่หยวน...
หลี่ซื่อหมินโบกมือด้วยใบหน้าดำทะมึน
เหล่าขันทีและนางกำนัลรู้ความหมาย จึงโค้งคำนับ แล้วล่าถอยออกไปจากตำหนัก
“ทำไมงั้นหรือ? ความมุ่งมั่นอันยิ่งใหญ่ของตัวเอง ยังกลัวว่าจะมีคนได้ยินอีกงั้นหรือ?” หลี่หยวนแค่นเสียงหัวเราะอย่างเย็นชา
“เสด็จพ่อ...”
หลี่ซื่อหมินยังคิดจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ถูกหลี่หยวนพูดแทรก
โครม
หลี่หยวนผลักโต๊ะจนล้มกลิ้งไปบนพื้น แล้วชี้หน้าด่าหลี่ซื่อหมินอย่างบ้าคลั่ง...
“เจ้าแม้แต่ราชบัลลังก์ของข้า ก็ยังแย่งชิงไป”
“เจ้ากักขังข้ามานานถึงเจ็ดปีแล้ว...”
“เจ้าบอกข้ามาสิว่าข้าจะช่วยเจ้าได้อย่างไร? แล้วข้าควรจะช่วยเจ้าไปเพื่ออะไร!”
“ถ้าเปลี่ยนเป็นเจ้า เจ้าจะยอมช่วยคนที่กักขังตัวเองมานานถึงเจ็ดปีงั้นหรือ!”
เมื่อไม่มีลูกน้องคอยจับตามอง หลี่หยวนก็ยิ่งมีท่าทีดุร้ายและบ้าคลั่งมากขึ้น ราวกับต้องการจะฉีกร่างของหลี่ซื่อหมินออกเป็นชิ้น ๆ...
“เสด็จพ่อ เรื่องนี้ลูกสามารถจัดการได้ ไม่ใช่ว่าต้องมาอ้อนวอนท่านหรอกนะ!”
“ลูกก็แค่ไม่อยากจะให้มันวุ่นวาย” ขณะที่พูด ในดวงตาของหลี่ซื่อหมินก็มีจิตสังหารวาบผ่าน “แล้วก็กลัวว่าถ้าเผลอไปฆ่าอดีตขุนนางของท่านตายไปสักคนสองคนก็คงจะไม่ดี!”
“งั้นเจ้าก็ไปฆ่าพวกมันสิ”
หลี่หยวนคำรามลั่นราวกับคนบ้า “ถึงอย่างไรเจ้าก็ฆ่าคนจนชินแล้วไม่ใช่หรือไง!”
“ลูกมาเพื่อปรึกษาหารือกับท่านนะ!” ท่าทางของหลี่ซื่อหมินเด็ดขาด “หากท่านยอมออกหน้า ก็จะสามารถหลีกเลี่ยงการนองเลือดไปได้”
“ไสหัวไป!”
“เสด็จพ่อ เมื่อก่อนท่านก็เป็นแบบนี้ ทำทุกอย่างเพื่อให้เกิดความสมดุล คอยแต่จะกดขี่ข่มเหงลูกมาโดยตลอด จนถึงตอนนี้ท่านก็ยังจะดื้อรั้นอยู่อีกงั้นหรือ?”
“ข้าบอกให้เจ้าไสหัวไป!”
หลี่หยวนคว้าหมอนที่อยู่ใกล้มือปาใส่
หลี่ซื่อหมินสะบัดแขนเสื้อ แล้วหันหลังเดินจากไป