เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 33 เธอหนี เขาไล่ตาม

บทที่ 33 เธอหนี เขาไล่ตาม

บทที่ 33 เธอหนี เขาไล่ตาม


"ก๊อก ก๊อก ก๊อก!"

เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นอย่างกะทันหันได้ขัดจังหวะเรื่องราวอันเร่าร้อนของคนทั้งสอง

ร่างกายของเสิ่นเจียอวี้แข็งทื่อ เธอรีบคว้าเสื้อผ้าที่ขาดรุ่งริ่งมาบังหน้าอกไว้ตามสัญชาตญาณ แล้วรีบวิ่งไปหลบด้านข้าง

ส่วนขงเจี๋ยนั้นถึงกับสะดุดลมหายใจ แทบจะสิ้นชีพลงตรงนั้นด้วยความขัดใจ

"ใคร!?"

เขาแผดเสียงคำรามด้วยความโกรธเกลียด

คนรับใช้ที่อยู่หน้าประตูตอบกลับมาด้วยความหวาดกลัวจนตัวสั่นว่า "เรียนรองผู้บัญชาการทหาร ผู้นำตระกูลหลิน หลินต้งเหลียง ขอเข้าพบครับ!"

"ไม่พบ! ไสหัวไป!"

หลังจากขงเจี๋ยตะโกนออกไป เขาก็กำลังจะหันหลังกลับไปหาเสิ่นเจียอวี้

ทว่านึกไม่ถึงว่าหน้าประตูจะดังแว่วเสียงที่แสดงความเคารพนอบน้อมขึ้นมาอีกครั้ง

"รองผู้บัญชาการทหาร ผมหลินต้งเหลียงครับ การมาเยือนในครั้งนี้ ผมมาเพื่อเรื่องของเย่เทียนครับ!"

เมื่อขงเจี๋ยได้ยินคำว่า "เย่เทียน" ความต้องการในร่างกายก็ดับมอดลงทันที เขาหันกลับไปถลึงตาใส่เสิ่นเจียอวี้ แล้วกัดฟันสั่งว่า "เธอไปรอฉันในห้องก่อน!"

"ค่ะ! พี่เจี๋ย!"

เสิ่นเจียอวี้เอามือกุมหน้าอกแล้วรีบเดินจากไปอย่างรวดเร็ว

ขงเจี๋ยสวมเสื้อผ้าให้เรียบร้อยก่อนจะกลับลงมานั่งบนโซฟาอีกครั้ง แล้วเอ่ยเสียงเรียบว่า "เข้ามา!"

หลินต้งเหลียงผลักประตูเข้ามาและรีบก้มตัวทำความเคารพทันที

"หลินต้งเหลียงคารวะรองผู้บัญชาการทหารครับ!"

"อืม! มานั่งสิ!"

ขงเจี๋ยผายมือไปยังโซฟาฝั่งตรงข้าม ออกคำสั่งด้วยสีหน้าท่าทางที่หยิ่งยโสอย่างยิ่ง

หลังจากหลินต้งเหลียงน้อมตัวลงนั่ง เขาก็ไม่พูดอ้อมค้อม แต่เข้าประเด็นโดยตรงทันที "รองผู้บัญชาการทหาร ผมได้ยินมาว่าเย่เทียนไปล่วงเกินท่าน ใช่ไหมครับ?"

"หูตาว่องไวดีนี่!"

ขงเจี๋ยแค่นเสียงเย็นชา

หลินต้งเหลียงรีบพูดต่อทันที "รองผู้บัญชาการทหาร พูดกันตามตรง ผมเองก็อยากจะสับเย่เทียนให้เป็นหมื่นๆ ชิ้นเหมือนกันครับ!"

"อ้อ? แกก็เกลียดมันขนาดนั้นเลยเหรอ?"

ขงเจี๋ยย่อมรู้เรื่องความขัดแย้งระหว่างตระกูลหลินกับเย่เทียนอยู่แล้ว แต่เขาก็ยังอยากจะรู้ว่าหลินต้งเหลียงคนนี้จะไว้ใจได้มากน้อยแค่ไหน และคู่ควรแก่การเชื่อใจหรือไม่

เมื่อหลินต้งเหลียงได้ยินเช่นนั้น ดวงตาก็ฉายแววความเกลียดชังอย่างลึกล้ำราวกับคลื่นมหาสมุทร เขากล่าวเสียงเฉียบขาดว่า "รองผู้บัญชาการทหาร ท่านก็น่าจะทราบดีว่าเย่เทียนมันบุกไปพังงานหมั้นหมายระหว่างตระกูลหลินกับตระกูลเสิ่นของผมจนย่อยยับ!"

"พอได้ยินมาบ้าง!"

ขงเจี๋ยยิ้มพยักหน้า

นัยน์ตาของหลินต้งเหลียงไหววูบแวบหนึ่ง เขารู้สึกไม่พอใจกับท่าทีของขงเจี๋ยอยู่บ้าง แต่เพื่อแผนการของตัวเอง เขาทำได้เพียงกัดฟันข่มใจเอาไว้ "รองผู้บัญชาการทหาร ขอเพียงพวกเราจับมือร่วมกัน ผมรับรองร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าจะทำให้เย่เทียนตายแบบไม่มีที่ฝังศพแน่นอนครับ!"

ขงเจี๋ยนั่งตัวตรง ดวงตาฉายแววความคาดหวังขึ้นมา "เล่าแผนการของแกมาสิ!"

แผนการชั่วร้ายที่มุ่งเป้าไปยังเย่เทียนได้เริ่มเปิดฉากขึ้น ณ ตอนนั้น

……

อย่างไรก็ตาม

ในเวลานี้เย่เทียนย่อมไม่มีทางคาดคิดเลยว่าขงเจี๋ยกับหลินต้งเหลียงกำลังร่วมมือกันทำเรื่องชั่วช้า

เย่เทียนโอบกอดเสิ่นหว่านชิวเอาไว้ แล้วค่อยๆ พูดขึ้นว่า "ที่รัก ฟ้าเริ่มมืดแล้ว พวกเราควรไปพักผ่อนกันได้แล้วนะ!"

เมื่อเสิ่นหว่านชิวได้ยิน ใบหน้าสวยก็ขึ้นสีแดงระเรื่อทันตาเห็น ดูงดงามหยาดเยิ้มจนแทบหยดออกมาราวกับผลไม้สุกงอม

"คนบ้ากาม!"

เย่เทียนแกล้งทำหน้าบึ้งตึงแล้วดุว่า "ดีล่ะ! เธอ บังอาจมาว่าฉัน ต้องโดนตี!"

เสิ่นหว่านชิวแกล้งทำเป็นหวาดกลัว ก่อนจะหันหลังวิ่งหนีไป

เย่เทียนไล่ตามหลังไปติดๆ

เธอหนี เขาไล่ตาม

ท้ายที่สุดแล้ว เสิ่นหว่านชิวก็ยังคงหนีไม่พ้นพันธนาการแห่ง "โชคชะตา" อยู่ดี

……

น่าสงสารก็แต่หลี่ซือฉิงที่นอนพลิกตัวไปมาด้วยความกระสับกระส่าย ในที่สุดเธอก็ค่อยๆ ย่องลงมาจากเตียงอย่างเบามือเบาเท้า

ภายในห้องน้ำ

แววตาของหลี่ซือฉิงดูเลื่อนลอย ริมฝีปากสีแดงเม้มแน่น

ทันใดนั้น ประตูห้องน้ำก็ค่อยๆ เปิดออก

จากนั้น เย่เทียนที่สวมเพียงกางเกงขาสั้นตัวใหญ่ก็ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตู

สายตาทั้งสองคู่สบประสานกัน!

เมื่อเย่เทียนเห็นหลี่ซือฉิงที่ทำตัวลับๆ ล่อๆ ราวกับหัวขโมยอยู่ตรงหน้า เขาก็เดาอะไรบางอย่างออกได้ทันที

เขายกมุมปากขึ้นและเอ่ยหยอกล้อด้วยรอยยิ้มว่า "เธอกำลังทำอะไรอยู่เหรอ?"

ใบหน้าของหลี่ซิงฉิงเต็มไปด้วยความอับอายและโกรธเคือง เธออึกอักพูดจาไม่เป็นภาษา "ปะ...เปล่า ไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย!"

"จริงเหรอ?"

ในขณะที่เย่เทียนพูด เขาก็เอื้อมมือไปปิดประตูห้องน้ำตามหลัง

……

วันต่อมา!

เย่เทียนที่ผ่านศึกหนักกับสองสาวมาทั้งคืนได้ลืมตาตื่นขึ้นมา ซึ่งเวลาก็ล่วงเลยไปจนถึงช่วงเที่ยงแล้ว

เย่เทียนนอนอยู่บนเตียง หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดดูคลิปวิดีโอสั้นๆ แก้เบื่ออยู่พักหนึ่ง

ท้ายที่สุด เขาก็หลับตาลงและผล็อยหลับไปอีกครั้ง

อย่างไรเสีย เมื่อคืนนี้เขาก็สูญเสียพลังงานไปเยอะมาก มหาศาลจนต่อให้เป็นเขาก็ยังแทบรับไม่ไหว ช่วงไม่กี่วันนี้เขาจำเป็นต้องสะสมพละกำลังและบำรุงร่างกายเอาไว้ก่อน ส่วนศึกน้อยใหญ่อื่นๆ ถ้าเลื่อนได้ก็คงต้องเลื่อนออกไปก่อน

ในเวลาเดียวกัน

ภายในคฤหาสน์ตระกูลเย่ นอกจากเย่เทียนที่กำลังนอนหลับเพื่อฟื้นฟูร่างกายแล้ว ก็ยังมีหลี่ซือฉิงอยู่อีกคน

ส่วนเสิ่นหว่านชิวออกไปที่บริษัทตั้งนานแล้ว

และจิ่วเย่วก็เดินทางไปโรงเรียนอนุบาลแล้วเช่นกัน

ที่ชั้นล่าง หลี่ซือฉิงกำลังรดน้ำต้นไม้ไปพร้อมกับฟังเพลงอย่างอารมณ์ดี

ใบหน้าของเธอมีเลือดฝาด ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ทั่วทั้งร่างแผ่ซ่านเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวออกมา

ต่อให้เป็นดอกไม้ที่กำลังเบ่งบานอย่างงดงามที่สุด ก็ยังไม่อาจเทียบเคียงความงดงามของหลี่ซือฉิงในยามนี้ได้เลย

ผู้หญิงที่ได้รับความรักมักจะสวยงามที่สุดเสมอ!

ดอกไม้งาม คนก็สวย!

ทุกสิ่งทุกอย่างดูอบอุ่นและเปี่ยมล้นไปด้วยความสุขอย่างยิ่ง

ทว่าในตอนนั้นเอง!

พลันได้ยินเสียง "ปัง" ดังสนั่น

ประตูเหล็กที่ "ผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างโชกโชน" ได้ถูกกระแทกเปิดออกอีกครั้งด้วยแรงมหาศาล

จากนั้นไม่นาน

กลุ่มชายฉกรรจ์รูปร่างกำยำล่ำสัน หน้าตาถมึงทึงดุดันก็พากันหลั่งไหลพรูเข้ามาด้านใน

มีจำนวนรวมกันไม่ต่ำกว่าสิบคนได้

พวกเขามีลักษณะเด่นที่เหมือนกันอยู่อย่างหนึ่ง นั่นคือทุกคนล้วนศีรษะโล้นเลี่ยน

ยิ่งไปกว่านั้นในมือของแต่ละคนยังถืออาวุธครบมืออีกด้วย

ไอสังหารอบอวลไปทั่ว!

ชั่วขณะนั้น หลี่ซือฉิงยังไม่ทันได้ตั้งตัว เธอได้แต่นืนตะลึงอยู่กับที่ด้วยความตกใจ

จนกระทั่งมีเสียงสบถด่าทอดังแว่วตามมา

"นี่มันสถานที่เฮงซวยอะไรกัน ทำไมถึงได้ห่างไกลความเจริญขนาดนี้?"

"นั่นดิ! ที่แบบนี้คนเขาอยู่กันได้ยังไง?"

"ไอ้เล่าหลิว แกพวพวกกูมาที่ไหนของแกวะเนี่ย?"

……

ในที่สุดหลี่ซือฉิงก็ดึงสติกลับคืนมาได้

แต่ทว่า เธอไม่เคยพบเจอสถานการณ์ที่น่ากลัวเช่นนี้มาก่อน ใบหน้าจึงเปลี่ยนสีไปในทันที ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างที่สุด

"นังสารเลว! กูอยากจะรู้นักว่าคราวนี้มึงจะหนีไปไหนได้อีก และใครหน้าไหนมันจะมาช่วยมึงได้?"

เสียงที่แสนจะคุ้นเคยและชวนให้สะอิดสะเอียนสำหรับหลี่ซือฉิงดังมาจากนอกประตู

ชายฉกรรจ์นับสิบคนพากันถอยหลบไปด้านซ้ายและขวาเพื่อเปิดทางให้อย่างรู้หน้าที่

หลิวตงเซิงที่มีสีหน้าบิดเบี้ยวเหี้ยมเกรียมกับชายหัวโล้นคนหนึ่งเดินตามกันเข้ามา

ชายหัวโล้นคนนั้นมีรอยแผลเป็นยาวประมาณสิบเซนติเมตรพาดอยู่บนศีรษะ ตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาในลานบ้านขนาดเล็ก เขาก็เอาแต่จับจ้องมองหลี่ซือฉิงตาไม่กะพริบ สายตาเต็มไปด้วยความกระหายและชั่วร้าย

"จุ๊ๆๆ!"

"แม่สาวน้อยคนนี้หน้าตาสะสวยหมดจดดีจริงๆ!"

"ไอ้ต๋าเซิง นังนี่เมียแกจริงเหรอวะ?"

หลิวตงเซิงรีบพยักหน้ารับคำอย่างนอบน้อมพร้อมกับกล่าวตอบว่า "พี่หวัง เมียผมจริงๆ ครับ แต่ว่าตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป หล่อนเป็นของพี่หวังแล้วครับ นี่คือพี่สะใภ้ของผม!"

"ฮ่าๆๆ!"

ราชาหัวโล้นระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น เขาตบลงบนบ่าของหลิวตงเซิงอย่างแรง "ดีมาก! ไอ้ต๋าเซิง ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป แกคือรองหัวหน้าพรรคหัวโล้นของกู!"

หลิวตงเซิงตื่นเต้นจนใบหน้าแดงก่ำ เขารีบประสานมือทั้งสองข้างเข้าหากันแล้วกล่าวเสียงดังฟังชัด "พี่หวัง ท่านวางใจได้เลย ผมหลิวตงเซิงยินดีบุกน้ำลุยไฟเพื่อท่านครับ!"

"ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอก! หน้าที่ที่สำคัญที่สุดของแกในตอนนี้ก็คือไปลากตัวแม่สาวน้อยคนนี้มาให้กู กูเริ่มจะรอนไม่ไหวแล้ว!"

ราชาหัวโล้นพูดด้วยน้ำเสียงและท่าทางที่หื่นกระหายพลางถูมือไปมาอย่างกระสับกระส่ายด้วยความอยากเต็มที

"ได้เลยครับพี่หวัง! ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผมเอง!"

หลังจากหลิวตงเซิงพูดจบ เขาก็หันไปมองทางหลี่ซือฉิง ขู่ตะคอกด้วยความโกรธแค้นจนแทบเคี้ยวฟันว่า "มึงยืนบื้ออยู่ทำไม? ยังไม่รีบไสหัวมานี่อีก!"

"ไอ้ต๋าเซิง แกพูดจาแบบนี้กับพี่สะใภ้แกได้ยังไงกัน?"

ราชาหัวโล้นขมวดคิ้วมุ่น น้ำเสียงเจือแววไม่พอใจเล็กน้อย

นัยน์ตาของหลิวตงเซิงไหววูบแวบหนึ่ง ก่อนจะรีบกล่าวขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่

"พี่หวัง ขอโทษครับ ผม...ผมแค่ปากไวไปหน่อย!"

"เรียกพี่สะใภ้!"

ราชาหัวโล้นออกคำสั่ง

"ได้ครับ!"

หลิวตงเซิงรับคำ จากนั้นก็หันไปมองหลี่ซือฉิงอีกครั้ง ท่าทีของเขาเปลี่ยนไปราวฟ้ากับเหว เปลี่ยนเป็นนอบน้อมอย่างยิ่งแล้วกล่าวว่า "พี่สะใภ้ รีบเดินมาทางนี้สิครับ!"

จบบทที่ บทที่ 33 เธอหนี เขาไล่ตาม

คัดลอกลิงก์แล้ว