- หน้าแรก
- เมื่อราชินีผู้เย็นชามาตื้อรัก
- บทที่ 33 เธอหนี เขาไล่ตาม
บทที่ 33 เธอหนี เขาไล่ตาม
บทที่ 33 เธอหนี เขาไล่ตาม
"ก๊อก ก๊อก ก๊อก!"
เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นอย่างกะทันหันได้ขัดจังหวะเรื่องราวอันเร่าร้อนของคนทั้งสอง
ร่างกายของเสิ่นเจียอวี้แข็งทื่อ เธอรีบคว้าเสื้อผ้าที่ขาดรุ่งริ่งมาบังหน้าอกไว้ตามสัญชาตญาณ แล้วรีบวิ่งไปหลบด้านข้าง
ส่วนขงเจี๋ยนั้นถึงกับสะดุดลมหายใจ แทบจะสิ้นชีพลงตรงนั้นด้วยความขัดใจ
"ใคร!?"
เขาแผดเสียงคำรามด้วยความโกรธเกลียด
คนรับใช้ที่อยู่หน้าประตูตอบกลับมาด้วยความหวาดกลัวจนตัวสั่นว่า "เรียนรองผู้บัญชาการทหาร ผู้นำตระกูลหลิน หลินต้งเหลียง ขอเข้าพบครับ!"
"ไม่พบ! ไสหัวไป!"
หลังจากขงเจี๋ยตะโกนออกไป เขาก็กำลังจะหันหลังกลับไปหาเสิ่นเจียอวี้
ทว่านึกไม่ถึงว่าหน้าประตูจะดังแว่วเสียงที่แสดงความเคารพนอบน้อมขึ้นมาอีกครั้ง
"รองผู้บัญชาการทหาร ผมหลินต้งเหลียงครับ การมาเยือนในครั้งนี้ ผมมาเพื่อเรื่องของเย่เทียนครับ!"
เมื่อขงเจี๋ยได้ยินคำว่า "เย่เทียน" ความต้องการในร่างกายก็ดับมอดลงทันที เขาหันกลับไปถลึงตาใส่เสิ่นเจียอวี้ แล้วกัดฟันสั่งว่า "เธอไปรอฉันในห้องก่อน!"
"ค่ะ! พี่เจี๋ย!"
เสิ่นเจียอวี้เอามือกุมหน้าอกแล้วรีบเดินจากไปอย่างรวดเร็ว
ขงเจี๋ยสวมเสื้อผ้าให้เรียบร้อยก่อนจะกลับลงมานั่งบนโซฟาอีกครั้ง แล้วเอ่ยเสียงเรียบว่า "เข้ามา!"
หลินต้งเหลียงผลักประตูเข้ามาและรีบก้มตัวทำความเคารพทันที
"หลินต้งเหลียงคารวะรองผู้บัญชาการทหารครับ!"
"อืม! มานั่งสิ!"
ขงเจี๋ยผายมือไปยังโซฟาฝั่งตรงข้าม ออกคำสั่งด้วยสีหน้าท่าทางที่หยิ่งยโสอย่างยิ่ง
หลังจากหลินต้งเหลียงน้อมตัวลงนั่ง เขาก็ไม่พูดอ้อมค้อม แต่เข้าประเด็นโดยตรงทันที "รองผู้บัญชาการทหาร ผมได้ยินมาว่าเย่เทียนไปล่วงเกินท่าน ใช่ไหมครับ?"
"หูตาว่องไวดีนี่!"
ขงเจี๋ยแค่นเสียงเย็นชา
หลินต้งเหลียงรีบพูดต่อทันที "รองผู้บัญชาการทหาร พูดกันตามตรง ผมเองก็อยากจะสับเย่เทียนให้เป็นหมื่นๆ ชิ้นเหมือนกันครับ!"
"อ้อ? แกก็เกลียดมันขนาดนั้นเลยเหรอ?"
ขงเจี๋ยย่อมรู้เรื่องความขัดแย้งระหว่างตระกูลหลินกับเย่เทียนอยู่แล้ว แต่เขาก็ยังอยากจะรู้ว่าหลินต้งเหลียงคนนี้จะไว้ใจได้มากน้อยแค่ไหน และคู่ควรแก่การเชื่อใจหรือไม่
เมื่อหลินต้งเหลียงได้ยินเช่นนั้น ดวงตาก็ฉายแววความเกลียดชังอย่างลึกล้ำราวกับคลื่นมหาสมุทร เขากล่าวเสียงเฉียบขาดว่า "รองผู้บัญชาการทหาร ท่านก็น่าจะทราบดีว่าเย่เทียนมันบุกไปพังงานหมั้นหมายระหว่างตระกูลหลินกับตระกูลเสิ่นของผมจนย่อยยับ!"
"พอได้ยินมาบ้าง!"
ขงเจี๋ยยิ้มพยักหน้า
นัยน์ตาของหลินต้งเหลียงไหววูบแวบหนึ่ง เขารู้สึกไม่พอใจกับท่าทีของขงเจี๋ยอยู่บ้าง แต่เพื่อแผนการของตัวเอง เขาทำได้เพียงกัดฟันข่มใจเอาไว้ "รองผู้บัญชาการทหาร ขอเพียงพวกเราจับมือร่วมกัน ผมรับรองร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าจะทำให้เย่เทียนตายแบบไม่มีที่ฝังศพแน่นอนครับ!"
ขงเจี๋ยนั่งตัวตรง ดวงตาฉายแววความคาดหวังขึ้นมา "เล่าแผนการของแกมาสิ!"
แผนการชั่วร้ายที่มุ่งเป้าไปยังเย่เทียนได้เริ่มเปิดฉากขึ้น ณ ตอนนั้น
……
อย่างไรก็ตาม
ในเวลานี้เย่เทียนย่อมไม่มีทางคาดคิดเลยว่าขงเจี๋ยกับหลินต้งเหลียงกำลังร่วมมือกันทำเรื่องชั่วช้า
เย่เทียนโอบกอดเสิ่นหว่านชิวเอาไว้ แล้วค่อยๆ พูดขึ้นว่า "ที่รัก ฟ้าเริ่มมืดแล้ว พวกเราควรไปพักผ่อนกันได้แล้วนะ!"
เมื่อเสิ่นหว่านชิวได้ยิน ใบหน้าสวยก็ขึ้นสีแดงระเรื่อทันตาเห็น ดูงดงามหยาดเยิ้มจนแทบหยดออกมาราวกับผลไม้สุกงอม
"คนบ้ากาม!"
เย่เทียนแกล้งทำหน้าบึ้งตึงแล้วดุว่า "ดีล่ะ! เธอ บังอาจมาว่าฉัน ต้องโดนตี!"
เสิ่นหว่านชิวแกล้งทำเป็นหวาดกลัว ก่อนจะหันหลังวิ่งหนีไป
เย่เทียนไล่ตามหลังไปติดๆ
เธอหนี เขาไล่ตาม
ท้ายที่สุดแล้ว เสิ่นหว่านชิวก็ยังคงหนีไม่พ้นพันธนาการแห่ง "โชคชะตา" อยู่ดี
……
น่าสงสารก็แต่หลี่ซือฉิงที่นอนพลิกตัวไปมาด้วยความกระสับกระส่าย ในที่สุดเธอก็ค่อยๆ ย่องลงมาจากเตียงอย่างเบามือเบาเท้า
ภายในห้องน้ำ
แววตาของหลี่ซือฉิงดูเลื่อนลอย ริมฝีปากสีแดงเม้มแน่น
ทันใดนั้น ประตูห้องน้ำก็ค่อยๆ เปิดออก
จากนั้น เย่เทียนที่สวมเพียงกางเกงขาสั้นตัวใหญ่ก็ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตู
สายตาทั้งสองคู่สบประสานกัน!
เมื่อเย่เทียนเห็นหลี่ซือฉิงที่ทำตัวลับๆ ล่อๆ ราวกับหัวขโมยอยู่ตรงหน้า เขาก็เดาอะไรบางอย่างออกได้ทันที
เขายกมุมปากขึ้นและเอ่ยหยอกล้อด้วยรอยยิ้มว่า "เธอกำลังทำอะไรอยู่เหรอ?"
ใบหน้าของหลี่ซิงฉิงเต็มไปด้วยความอับอายและโกรธเคือง เธออึกอักพูดจาไม่เป็นภาษา "ปะ...เปล่า ไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย!"
"จริงเหรอ?"
ในขณะที่เย่เทียนพูด เขาก็เอื้อมมือไปปิดประตูห้องน้ำตามหลัง
……
วันต่อมา!
เย่เทียนที่ผ่านศึกหนักกับสองสาวมาทั้งคืนได้ลืมตาตื่นขึ้นมา ซึ่งเวลาก็ล่วงเลยไปจนถึงช่วงเที่ยงแล้ว
เย่เทียนนอนอยู่บนเตียง หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดดูคลิปวิดีโอสั้นๆ แก้เบื่ออยู่พักหนึ่ง
ท้ายที่สุด เขาก็หลับตาลงและผล็อยหลับไปอีกครั้ง
อย่างไรเสีย เมื่อคืนนี้เขาก็สูญเสียพลังงานไปเยอะมาก มหาศาลจนต่อให้เป็นเขาก็ยังแทบรับไม่ไหว ช่วงไม่กี่วันนี้เขาจำเป็นต้องสะสมพละกำลังและบำรุงร่างกายเอาไว้ก่อน ส่วนศึกน้อยใหญ่อื่นๆ ถ้าเลื่อนได้ก็คงต้องเลื่อนออกไปก่อน
ในเวลาเดียวกัน
ภายในคฤหาสน์ตระกูลเย่ นอกจากเย่เทียนที่กำลังนอนหลับเพื่อฟื้นฟูร่างกายแล้ว ก็ยังมีหลี่ซือฉิงอยู่อีกคน
ส่วนเสิ่นหว่านชิวออกไปที่บริษัทตั้งนานแล้ว
และจิ่วเย่วก็เดินทางไปโรงเรียนอนุบาลแล้วเช่นกัน
ที่ชั้นล่าง หลี่ซือฉิงกำลังรดน้ำต้นไม้ไปพร้อมกับฟังเพลงอย่างอารมณ์ดี
ใบหน้าของเธอมีเลือดฝาด ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ทั่วทั้งร่างแผ่ซ่านเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวออกมา
ต่อให้เป็นดอกไม้ที่กำลังเบ่งบานอย่างงดงามที่สุด ก็ยังไม่อาจเทียบเคียงความงดงามของหลี่ซือฉิงในยามนี้ได้เลย
ผู้หญิงที่ได้รับความรักมักจะสวยงามที่สุดเสมอ!
ดอกไม้งาม คนก็สวย!
ทุกสิ่งทุกอย่างดูอบอุ่นและเปี่ยมล้นไปด้วยความสุขอย่างยิ่ง
ทว่าในตอนนั้นเอง!
พลันได้ยินเสียง "ปัง" ดังสนั่น
ประตูเหล็กที่ "ผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างโชกโชน" ได้ถูกกระแทกเปิดออกอีกครั้งด้วยแรงมหาศาล
จากนั้นไม่นาน
กลุ่มชายฉกรรจ์รูปร่างกำยำล่ำสัน หน้าตาถมึงทึงดุดันก็พากันหลั่งไหลพรูเข้ามาด้านใน
มีจำนวนรวมกันไม่ต่ำกว่าสิบคนได้
พวกเขามีลักษณะเด่นที่เหมือนกันอยู่อย่างหนึ่ง นั่นคือทุกคนล้วนศีรษะโล้นเลี่ยน
ยิ่งไปกว่านั้นในมือของแต่ละคนยังถืออาวุธครบมืออีกด้วย
ไอสังหารอบอวลไปทั่ว!
ชั่วขณะนั้น หลี่ซือฉิงยังไม่ทันได้ตั้งตัว เธอได้แต่นืนตะลึงอยู่กับที่ด้วยความตกใจ
จนกระทั่งมีเสียงสบถด่าทอดังแว่วตามมา
"นี่มันสถานที่เฮงซวยอะไรกัน ทำไมถึงได้ห่างไกลความเจริญขนาดนี้?"
"นั่นดิ! ที่แบบนี้คนเขาอยู่กันได้ยังไง?"
"ไอ้เล่าหลิว แกพวพวกกูมาที่ไหนของแกวะเนี่ย?"
……
ในที่สุดหลี่ซือฉิงก็ดึงสติกลับคืนมาได้
แต่ทว่า เธอไม่เคยพบเจอสถานการณ์ที่น่ากลัวเช่นนี้มาก่อน ใบหน้าจึงเปลี่ยนสีไปในทันที ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างที่สุด
"นังสารเลว! กูอยากจะรู้นักว่าคราวนี้มึงจะหนีไปไหนได้อีก และใครหน้าไหนมันจะมาช่วยมึงได้?"
เสียงที่แสนจะคุ้นเคยและชวนให้สะอิดสะเอียนสำหรับหลี่ซือฉิงดังมาจากนอกประตู
ชายฉกรรจ์นับสิบคนพากันถอยหลบไปด้านซ้ายและขวาเพื่อเปิดทางให้อย่างรู้หน้าที่
หลิวตงเซิงที่มีสีหน้าบิดเบี้ยวเหี้ยมเกรียมกับชายหัวโล้นคนหนึ่งเดินตามกันเข้ามา
ชายหัวโล้นคนนั้นมีรอยแผลเป็นยาวประมาณสิบเซนติเมตรพาดอยู่บนศีรษะ ตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาในลานบ้านขนาดเล็ก เขาก็เอาแต่จับจ้องมองหลี่ซือฉิงตาไม่กะพริบ สายตาเต็มไปด้วยความกระหายและชั่วร้าย
"จุ๊ๆๆ!"
"แม่สาวน้อยคนนี้หน้าตาสะสวยหมดจดดีจริงๆ!"
"ไอ้ต๋าเซิง นังนี่เมียแกจริงเหรอวะ?"
หลิวตงเซิงรีบพยักหน้ารับคำอย่างนอบน้อมพร้อมกับกล่าวตอบว่า "พี่หวัง เมียผมจริงๆ ครับ แต่ว่าตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป หล่อนเป็นของพี่หวังแล้วครับ นี่คือพี่สะใภ้ของผม!"
"ฮ่าๆๆ!"
ราชาหัวโล้นระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น เขาตบลงบนบ่าของหลิวตงเซิงอย่างแรง "ดีมาก! ไอ้ต๋าเซิง ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป แกคือรองหัวหน้าพรรคหัวโล้นของกู!"
หลิวตงเซิงตื่นเต้นจนใบหน้าแดงก่ำ เขารีบประสานมือทั้งสองข้างเข้าหากันแล้วกล่าวเสียงดังฟังชัด "พี่หวัง ท่านวางใจได้เลย ผมหลิวตงเซิงยินดีบุกน้ำลุยไฟเพื่อท่านครับ!"
"ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอก! หน้าที่ที่สำคัญที่สุดของแกในตอนนี้ก็คือไปลากตัวแม่สาวน้อยคนนี้มาให้กู กูเริ่มจะรอนไม่ไหวแล้ว!"
ราชาหัวโล้นพูดด้วยน้ำเสียงและท่าทางที่หื่นกระหายพลางถูมือไปมาอย่างกระสับกระส่ายด้วยความอยากเต็มที
"ได้เลยครับพี่หวัง! ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผมเอง!"
หลังจากหลิวตงเซิงพูดจบ เขาก็หันไปมองทางหลี่ซือฉิง ขู่ตะคอกด้วยความโกรธแค้นจนแทบเคี้ยวฟันว่า "มึงยืนบื้ออยู่ทำไม? ยังไม่รีบไสหัวมานี่อีก!"
"ไอ้ต๋าเซิง แกพูดจาแบบนี้กับพี่สะใภ้แกได้ยังไงกัน?"
ราชาหัวโล้นขมวดคิ้วมุ่น น้ำเสียงเจือแววไม่พอใจเล็กน้อย
นัยน์ตาของหลิวตงเซิงไหววูบแวบหนึ่ง ก่อนจะรีบกล่าวขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่
"พี่หวัง ขอโทษครับ ผม...ผมแค่ปากไวไปหน่อย!"
"เรียกพี่สะใภ้!"
ราชาหัวโล้นออกคำสั่ง
"ได้ครับ!"
หลิวตงเซิงรับคำ จากนั้นก็หันไปมองหลี่ซือฉิงอีกครั้ง ท่าทีของเขาเปลี่ยนไปราวฟ้ากับเหว เปลี่ยนเป็นนอบน้อมอย่างยิ่งแล้วกล่าวว่า "พี่สะใภ้ รีบเดินมาทางนี้สิครับ!"