เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 306 มุ่งมงคลเลี่ยงอัปมงคลอีกครา ตัดเคราะห์กรรมแต่ต้นตอ

บทที่ 306 มุ่งมงคลเลี่ยงอัปมงคลอีกครา ตัดเคราะห์กรรมแต่ต้นตอ

บทที่ 306 มุ่งมงคลเลี่ยงอัปมงคลอีกครา ตัดเคราะห์กรรมแต่ต้นตอ


"นกปากซ่อมกับหอยกาบต่อสู้กัน ชาวประมงรับผลประโยชน์ สวรรค์ประทานให้หากไม่รับไว้ ย่อมได้รับภัยพิบัติแทน"

"ช่วงเที่ยงของวันพรุ่งนี้ หากมุ่งหน้าไปยังหุบเขาเหอผิงเพื่อช่วยเหลือเผ่ามนุษย์ จะได้รับวาสนาระดับหกหนึ่งสาย ทว่าภายหน้าจะมีภัยแอบแฝง อัปมงคลเล็กน้อย"

"รั้งอยู่กับที่เพื่อบำเพ็ญเพียรต่อไป ไม่ทำย่อมไม่ผิดพลาด ไม่ได้รับและไม่สูญเสียสิ่งใด ราบรื่น"

"ช่วงย่ำค่ำของวันพรุ่งนี้ หากมุ่งหน้าไปยังยอดเขาเถี่ยอี้ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของเผ่าวิหคปีกเหล็ก ซ้ำเติมยามเพลี่ยงพล้ำ รวบรัดตัดความกวาดล้างให้สิ้นซาก จะได้รับวาสนาระดับห้าหนึ่งสาย ภายหน้าไร้ภัยแอบแฝงและไร้ความเสี่ยง มหามงคล"

เมื่อสัมผัสได้ถึงข้อมูลขุมนี้ เจียงฝานก็ทอประกายตาเจิดจ้า ดูตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง

ก่อนหน้านี้เขาก็คาดเดาไว้แล้วว่าในเร็วๆ นี้เผ่าวิหคปีกเหล็กจะต้องเผชิญกับเคราะห์กรรมครั้งใหญ่อย่างแน่นอน ดังนั้นเขาจึงเฝ้ารอโอกาสมาโดยตลอด

ดูเหมือนว่าตอนนี้ โอกาสเช่นนั้นจะมาถึงแล้วจริงๆ

ตามข้อมูลจากยันต์มุ่งมงคลเลี่ยงอัปมงคล เผ่าวิหคปีกเหล็กจะต้องเผชิญกับเคราะห์กรรมที่ไม่เคยมีมาก่อนอย่างแน่นอน กระทั่งอาจถึงขั้นสิ้นเผ่าพันธุ์

และหากเขาไปในตอนนี้ ก็จะสามารถซ้ำเติมยามเพลี่ยงพล้ำ ฉวยโอกาสตักตวงผลประโยชน์มาได้

แน่นอนว่าศัตรูของเผ่าวิหคปีกเหล็กก็ย่อมไม่เจอกับเรื่องง่ายดายเช่นกัน เพราะจะต้องถูกเผ่าวิหคปีกเหล็กโต้กลับอย่างหนักหน่วงแน่

ทั้งสองฝ่ายมีแนวโน้มสูงที่จะบาดเจ็บสาหัสทั้งคู่

เมื่อถึงเวลานั้น หากเขาฉวยโอกาสพุ่งออกไปสังหาร ก็อาจจะสามารถกวาดล้างศัตรูกลุ่มนี้จนหมดสิ้น และคว้าวาสนามาได้ทั้งหมด

กระทั่งโอกาสเช่นนี้ก็อาจมีเพียงครั้งเดียวเท่านั้น

หากพลาดครั้งนี้ไป คาดว่าในภายหน้าคงไม่มีโอกาสเช่นนี้อีกแล้ว

"วิ่งไปช่วยคนธรรมดา กลับจะมีอันตราย? ทิ้งภัยแอบแฝงไว้หรือ?"

เจียงฝานลูบปลายคาง

อย่างไม่ต้องสงสัย หากต้องการช่วยเหลือเผ่ามนุษย์ในทวีปซีโจวอย่างแท้จริง สิ่งสำคัญที่สุดก็คือต้องจัดการปีศาจเหล่านั้นเสียก่อน

ขอเพียงปีศาจเหล่านั้นตกตาย เผ่ามนุษย์ย่อมพ้นจากอันตรายอย่างเป็นธรรมชาติ

อีกทั้งในตอนนี้ เผ่ามนุษย์ก็ไม่ได้เป็นภัยคุกคามอันใดต่อเผ่าวิหคปีกเหล็กเลย

กระทั่งยังนับว่าเป็นทรัพย์สินที่สำคัญของพวกมันอีกด้วย

ดังนั้นหากไม่มีความจำเป็น พวกมันก็ย่อมไม่เลือกทำร้ายมนุษย์อย่างแน่นอน

"ตอนนี้นักพรตดาบโลหิตและคนอื่นๆ เป็นอย่างไรบ้างแล้ว?"

เวลานี้ เจียงฝานเอ่ยปากถามขึ้น

ตอนที่เขาเก็บตัวบำเพ็ญเพียร เขาก็ได้ปล่อยผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตจินตันอย่างนักพรตดาบโลหิตและคนอื่นๆ ออกจากเจดีย์หลิงหลง เพื่อให้พวกเขาไปสำรวจสภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์โดยรอบ และสืบหาข้อมูลข่าวสาร

ท้ายที่สุดเขาก็ยังไม่ค่อยคุ้นเคยกับบริเวณใกล้เคียงนัก

หากมีผู้บำเพ็ญเพียรจินตันเหล่านี้คอยช่วยเหลือ ย่อมทำให้เขาสามารถแทรกซึมเข้าสู่ทวีปซีโจวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

อีกทั้งด้วยความแข็งแกร่งของพวกเขา ก็เป็นไปได้สูงที่จะไม่เกิดปัญหาอันใดขึ้นในสถานที่แห่งนี้

"เจ้านาย ตอนนี้นักพรตดาบโลหิตยังคงสำรวจอยู่บริเวณใกล้เคียง"

"แต่ต้องยอมรับเลยว่า ทรัพยากรการบำเพ็ญเพียรในสถานที่แห่งนี้อุดมสมบูรณ์มากจริงๆ"

"เพียงแค่สามเดือน ก็ค้นพบยาสมุนไพรวิญญาณหายากไม่น้อยเลย"

เตาหลอมโอสถว่านฮว่ากล่าวด้วยความทอดถอนใจ

มิน่าเล่าทวีปซีโจวจึงถือกำเนิดผู้บำเพ็ญเพียรปีศาจระดับห้าขึ้นมาได้ ทรัพยากรการบำเพ็ญเพียรอุดมสมบูรณ์กว่าทวีปหนานโจวมากจริงๆ

ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือ เผ่าปีศาจไม่ถนัดการปรุงโอสถ และไม่ถนัดการหลอมของวิเศษ ดังนั้นเทือกเขาแห่งนี้จึงหลงเหลือทรัพยากรไว้เป็นจำนวนมหาศาล

หากเป็นขุมกำลังเผ่ามนุษย์ที่ยึดครองสถานที่แห่งนี้ รับรองได้เลยว่าแม้แต่หญ้าวิญญาณสักต้นก็คงไม่เหลือรอด

จะเหมือนเช่นตอนนี้ได้อย่างไร ที่กลับสามารถค้นพบยาสมุนไพรวิญญาณป่าได้เป็นจำนวนมาก

ดังนั้นหากมีความแข็งแกร่งเพียงพอ การยึดครองพื้นที่สักแห่งในทวีปซีโจว ทรัพยากรที่ได้รับย่อมเหนือจินตนาการอย่างแน่นอน นักพรตดาบโลหิตและคนอื่นๆ ล้วนรู้สึกว่าสถานที่แห่งนี้เหมาะแก่การบำเพ็ญเพียรของตนเป็นอย่างยิ่ง

"เช่นนั้นก็ดี"

เจียงฝานพยักหน้า

หากได้รับความช่วยเหลือจากนักพรตดาบโลหิตและคนอื่นๆ บางทีอาจช่วยให้เขาค้นพบฐานที่มั่นที่เหมาะสมให้มนุษย์อยู่อาศัยได้

ฟุ่บ!

เมื่อคิดได้ดังนั้น ร่างของเขาก็พลันวูบไหว ออกจากเจดีย์หลิงหลงทันที แล้วบินมุ่งหน้าไปยังฐานที่มั่นของเผ่าวิหคปีกเหล็ก

…………

ในเวลาเดียวกัน ณ ฐานที่มั่นเผ่าวิหคปีกเหล็ก

รวมถึงหัวหน้าเผ่าแล้ว มีผู้บำเพ็ญเพียรปีศาจระดับจินตันอยู่ด้วยกันทั้งหมดห้าตน

ทว่าตอนนี้สีหน้าของพวกมันกลับเคร่งเครียดเป็นอย่างยิ่ง ราวกับกำลังเผชิญหน้ากับภัยพิบัติครั้งใหญ่ บรรยากาศอบอวลไปด้วยจิตสังหารอันเงียบงัน

"แย่แล้ว เรื่องที่พวกเราได้รับหยดเลือดแก่นแท้จิตวิญญาณถูกเปิดเผยออกไปแล้ว"

"อีกทั้งเผ่าพยัคฆ์อัสนีก็ล่วงรู้เรื่องนี้แล้วด้วย"

"เกรงว่าอีกไม่นาน เผ่าพยัคฆ์อัสนีคงจะมาเยือนถึงที่"

เชวี่ยซานชี หัวหน้าเผ่าวิหคปีกเหล็กกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

ก่อนหน้านี้ตอนที่มันออกไปท่องเที่ยวด้านนอก มันได้บังเอิญของวิเศษหายากชิ้นหนึ่งมา นั่นก็คือหยดเลือดแก่นแท้จิตวิญญาณ

แม้ว่าหยดเลือดแก่นแท้จิตวิญญาณนี้จะผ่านกาลเวลามาอย่างเนิ่นนาน ทำให้แก่นแท้ภายในสูญสลายไปมาก ทว่าสำหรับผู้บำเพ็ญเพียรปีศาจระดับสามเช่นพวกมันแล้ว ก็ยังคงเป็นประโยชน์อย่างมหาศาล

หากสามารถหลอมรวมได้อย่างสมบูรณ์ กระทั่งยังช่วยให้มันเลื่อนขั้นสู่ระดับสี่ได้เลย

เมื่อถึงเวลานั้น มันก็จะกลายเป็นผู้บำเพ็ญเพียรปีศาจระดับสี่ และนำพาเผ่าวิหคปีกเหล็กก้าวขึ้นสู่ระดับเผ่าปีศาจระดับสี่ได้

เพื่อกลายเป็นเผ่าพันธุ์ผู้เป็นใหญ่ในรัศมีนับแสนลี้

ใครจะคิดล่ะว่า ภายในเผ่าจะมีคนทรยศ นำข่าวเรื่องที่มันได้รับหยดเลือดแก่นแท้จิตวิญญาณไปเปิดเผยเสียได้

เรื่องนี้ยังดึงดูดความมุ่งร้ายของเผ่าพยัคฆ์อัสนีมาอีกด้วย

เพราะหากเชวี่ยซานชีเลื่อนขั้นสู่ระดับสี่ได้จริงๆ สำหรับเผ่าปีศาจระดับสามอื่นๆ แล้ว ย่อมเป็นภัยคุกคามอันใหญ่หลวง

หลังจากนั้นเผ่าพันธุ์ระดับสามอย่างพวกมัน เกรงว่าคงทำได้เพียงใช้ชีวิตอยู่ใต้จมูกของเผ่าวิหคปีกเหล็กเท่านั้น

หากร้ายแรงกว่านั้น หากพวกมันทำให้เผ่าวิหคปีกเหล็กไม่พอใจ ก็อาจเสี่ยงต่อการถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ได้

อันที่จริงทุกๆ ปีในทวีปซีโจว เผ่าและชนเผ่าต่างๆ ที่ถูกกวาดล้าง ก็มีจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว

เพราะกฎเกณฑ์ภายในของเผ่าปีศาจก็คือผู้อ่อนแอตกเป็นเหยื่อของผู้แข็งแกร่ง ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดคือผู้รอดชีวิต

และก็เป็นเพราะเหตุนี้ เผ่าพยัคฆ์อัสนีจึงตั้งใจจะยกทัพออกมาทั้งหมด เพื่อต่อสู้ชี้เป็นชี้ตายกับเผ่าวิหคปีกเหล็ก

ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่อาจปล่อยให้เชวี่ยซานชีหลอมรวมหยดเลือดแก่นแท้จิตวิญญาณได้เด็ดขาด

"หัวหน้าเผ่า ตอนนี้พวกเราจะทำอย่างไรดี?"

"ความแข็งแกร่งของเผ่าพยัคฆ์อัสนีนั้นเหนือกว่าพวกเรามาก อย่างน้อยก็มีผู้บำเพ็ญเพียรปีศาจระดับสามถึงสิบตน"

"หากพวกมันยกทัพมาทั้งหมด พวกเราย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเผ่าพยัคฆ์อัสนีอย่างแน่นอน"

ผู้บำเพ็ญเพียรปีศาจระดับสามตนหนึ่งมีสีหน้าย่ำแย่เป็นอย่างยิ่ง

หากหัวหน้าเผ่าของพวกตนสามารถหลอมรวมหยดเลือดแก่นแท้จิตวิญญาณได้อย่างสมบูรณ์ เช่นนั้นพวกมันก็ไม่จำเป็นต้องกังวลสิ่งใดอีก

ปัญหาก็คือหยดเลือดแก่นแท้จิตวิญญาณไม่ได้หลอมรวมได้ง่ายดายปานนั้น

ภายในแฝงไว้ด้วยพลังงานมหาศาล

หากไม่จัดการอย่างระมัดระวัง แล้วผลีผลามกลืนกินหลอมรวม เช่นนั้นจุดจบก็มีเพียงอย่างเดียว นั่นก็คือร่างระเบิดตกตาย

ก่อนหน้านี้ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เคยเกิดเรื่องทำนองนี้ขึ้น

ปีศาจตัวเล็กๆ บางตนคิดว่าตนเองโชคดีที่ได้รับหยดเลือดแก่นแท้จิตวิญญาณมา จึงหลงคิดไปเองว่าเป็นวาสนาอันยิ่งใหญ่ แล้วเลือกที่จะกลืนกินเข้าไป

ผลลัพธ์ย่อมจินตนาการได้ว่า พวกมันสูญสลายกลายเป็นเถ้าถ่านในทันที

แม้ของวิเศษจะดีเยี่ยมเพียงใด แต่หากตนเองไม่สามารถหลอมรวมได้ มันก็เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของหายนะเท่านั้น

"หัวหน้าเผ่า สู้ไปก็ไม่อาจเอาชนะเผ่าพยัคฆ์อัสนีได้หรอก"

"พลังต่อสู้ของพวกมันก็แข็งแกร่งกว่าพวกเราอยู่แล้ว"

"หากเกิดการต่อสู้ขึ้นจริงๆ พวกเราแทบจะตายอย่างแน่นอน"

"ดังนั้นแผนการในตอนนี้ก็คือ ให้หัวหน้าเผ่านำหยดเลือดแก่นแท้จิตวิญญาณหยดนี้หลบหนีไป"

"รอจนกว่าจะหลอมรวมหยดเลือดแก่นแท้จิตวิญญาณได้อย่างสมบูรณ์ เลื่อนขั้นสู่ระดับสี่แล้วค่อยกลับมา"

"เมื่อถึงเวลานั้น ค่อยแก้แค้นแทนพวกเรา กวาดล้างเผ่าพยัคฆ์อัสนีให้สิ้นซาก"

ผู้บำเพ็ญเพียรปีศาจระดับสามอีกตนกล่าวด้วยจิตสังหารอันแรงกล้า

เห็นได้ชัดว่าความแข็งแกร่งของเผ่าวิหคปีกเหล็กกับเผ่าพยัคฆ์อัสนีนั้นห่างชั้นกันมากเกินไปจริงๆ

ต่อให้อยู่ในระดับเดียวกัน ทว่าก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเผ่าพยัคฆ์อัสนีอยู่ดี

แต่หากหัวหน้าเผ่าเลื่อนขั้นสู่ระดับสี่ได้ ผลลัพธ์ก็จะแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

ช่องว่างระหว่างระดับสามและระดับสี่นั้นกว้างใหญ่ไพศาลเกินไป

"สายไปเสียแล้ว"

"ตามข่าวที่ข้าได้รับมา เผ่าพยัคฆ์อัสนีได้บุกมาถึงบริเวณใกล้เคียงเผ่าวิหคปีกเหล็กแล้ว"

"ต่อให้ตอนนี้อยากจะหนี เกรงว่าคงไม่ทันแล้ว"

"หนทางเดียวในตอนนี้ ก็คือสู้ตายกับเผ่าพยัคฆ์อัสนี"

เชวี่ยซานชีกล่าวด้วยความจนใจ หากสามารถหลบหนีไปได้จริงๆ มันคงหนีไปตั้งนานแล้ว จะรั้งอยู่ที่นี่เพื่อร่วมเป็นร่วมตายกับคนในเผ่าได้อย่างไร

น่าเสียดายที่ตอนนี้เผ่าพยัคฆ์อัสนีได้กางตาข่ายฟ้าดินไว้ล่วงหน้าแล้ว ไม่อนุญาตให้พวกมันจากไปเลยแม้แต่น้อย

"เฮ้อ หากเผ่าวิหคปีกเหล็กของพวกเรามีค่ายกลคุ้มครองก็คงดี"

"น่าเสียดายที่เผ่าพันธุ์ระดับห้าทั้งสี่เผ่าพันธุ์นั้น ไม่อนุญาตให้พวกเราวางค่ายกลโดยเด็ดขาด"

"หากกล้าแอบวางค่ายกล นั่นก็คือโทษตาย จะต้องถูกกวาดล้างจนสิ้นเผ่าพันธุ์แน่"

ผู้บำเพ็ญเพียรปีศาจระดับสามตนหนึ่งกล่าวอย่างขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน รู้สึกไม่ยินยอมพร้อมใจเป็นอย่างยิ่ง

ทั่วทั้งทวีปซีโจวมีเผ่าพันธุ์ระดับห้าอยู่ทั้งหมดสี่เผ่าพันธุ์ พวกมันต่างก็มีผู้บำเพ็ญเพียรปีศาจระดับห้าครอบครองอยู่ ความแข็งแกร่งบดขยี้เผ่าพันธุ์นับไม่ถ้วนทั่วทั้งทวีป ยึดครองพื้นที่ต่างๆ เอาไว้

และก็เป็นเพราะพวกมันออกคำสั่งด้วยตนเอง ว่าไม่อนุญาตให้เผ่าพันธุ์อื่นวางค่ายกล

ดังนั้นฐานที่มั่นของเผ่าพันธุ์ที่อ่อนแอมากมายจึงไม่มีค่ายกลคอยคุ้มครอง

หากถูกเผ่าพันธุ์อื่นบุกโจมตี ก็จะสามารถรุกรานเข้ามาได้อย่างง่ายดาย

อย่างไม่ต้องสงสัย กฎเกณฑ์เหล่านี้ล้วนถูกกำหนดขึ้นเพื่อการปกครองอันยาวนานของเผ่าพันธุ์ระดับห้าทั้งสี่

ในฐานะเผ่าพันธุ์ที่อ่อนแออย่างพวกมัน ย่อมไม่มีความแข็งแกร่งพอที่จะกล้าฝ่าฝืนกฎข้อนี้เลย

"ฮึ่ม ไม่มีค่ายกลระดับสามก็ไม่เป็นไร"

"เผ่าพยัคฆ์อัสนีคิดจะกวาดล้างเผ่าวิหคปีกเหล็กของพวกเรา ก็ต้องดูว่าพวกมันมีความสามารถนี้หรือไม่"

"พวกเจ้าเตรียมตัวฝ่าวงล้อมให้พร้อม"

"ต่อให้เผ่าพยัคฆ์อัสนีจะแข็งแกร่งกว่าพวกเรา ข้าก็จะทำให้พวกมันต้องชดใช้อย่างสาสม"

เชวี่ยซานชีกล่าวอย่างขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน จิตสังหารเดือดพล่าน

ตอนนี้มันเสียใจจนไส้เขียวไปหมดแล้ว

หากรู้ว่าการได้รับหยดเลือดแก่นแท้จิตวิญญาณจะนำพาภัยพิบัติระดับฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มาให้ ต่อให้ตีมันจนตาย มันก็ไม่อยากได้วาสนาครั้งนี้หรอก

น่าเสียดายที่ตอนนี้พูดอะไรไปก็สายเกินไปเสียแล้ว เวลาไม่อาจย้อนกลับได้

แต่พูดตามตรง ต่อให้ให้มันเลือกใหม่อีกครั้ง มันก็ไม่ยอมทิ้งหยดเลือดแก่นแท้จิตวิญญาณหยดนี้ไปหรอก

ท้ายที่สุดนี่ก็คือวาสนาในการเลื่อนขั้นสู่ผู้บำเพ็ญเพียรปีศาจระดับสี่ ผู้บำเพ็ญเพียรปีศาจระดับสามคนใดก็ไม่มีทางยอมแพ้เด็ดขาด

…………

ช่วงย่ำค่ำของวันที่สอง

เจียงฝานเดินทางมาถึงฐานที่มั่นของเผ่าวิหคปีกเหล็กอย่างเงียบเชียบ ก่อนหน้านี้เขาอาศัยการค้นวิญญาณ จนได้รับข้อมูลมาไม่น้อย ย่อมรู้ดีว่าศูนย์บัญชาการของเผ่าวิหคปีกเหล็กอยู่ที่ใด

เขาโคจรพลังของใบไม้วิญญาณจักจั่นสวรรค์ ซ่อนเร้นร่างกายอย่างสมบูรณ์ ไม่ทิ้งร่องรอยใดๆ เอาไว้เลย

ต่อให้มีผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตหยวนอิงอยู่ที่นี่ ก็ไม่อาจตรวจจับการมีอยู่ของเขาได้

ด้วยพลังของของวิเศษลึกลับชิ้นนี้ เขาจึงไปมาได้อย่างอิสระ

"เบื้องหน้าก็คือฐานที่มั่นของเผ่าวิหคปีกเหล็กงั้นหรือ?"

เจียงฝานมองไปไกลๆ เบื้องหน้าเป็นยอดเขาที่ทอดตัวยาวต่อเนื่องเป็นเทือกเขา บนยอดเขามีถ้ำปรากฏขึ้นมากมาย

ส่วนนกกระจอกปีกเหล็กเหล่านั้นก็อาศัยอยู่ภายในถ้ำเหล่านี้

เห็นได้ชัดว่าพวกมันแตกต่างจากเผ่ามนุษย์ ยังคงชอบอาศัยอยู่ในถ้ำ ไม่ชอบอาศัยอยู่ในบ้าน

พฤติกรรมการใช้ชีวิตคล้ายคลึงกับนกเหล่านั้นเป็นอย่างมาก

ทว่าในเวลานี้ เห็นได้ชัดว่าสถานที่แห่งนี้เกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ขึ้นแล้ว

ยอดเขาพังทลายลงทีละลูก กลายเป็นซากปรักหักพังอย่างสมบูรณ์

บนพื้นดินปรากฏหลุมบ่อขนาดใหญ่มากมาย ควันไฟคละคลุ้งไปทั่ว

ซากศพของนกกระจอกปีกเหล็กจำนวนมากนอนเกลื่อนกลาดอยู่บนพื้น เลือดอาบชโลมไปทั่ว เป็นภาพที่น่าอนาถจนทนดูไม่ได้

อย่างไม่ต้องสงสัย พวกมันถูกศัตรูลอบสังหาร ล้มตายไปนับไม่ถ้วน

"ประสบกับเคราะห์กรรมจริงๆ ด้วย"

เมื่อสัมผัสได้ถึงภาพฉากนี้ นัยน์ตาของเจียงฝานก็ทอประกายวูบวาบ

เขานึกถึงข้อความแจ้งเตือนจากยันต์มุ่งมงคลเลี่ยงอัปมงคล ที่บอกให้เขามาเยือนในช่วงย่ำค่ำของวันที่สอง

อย่างไม่ต้องสงสัย ช่วงเวลานี้สำคัญมาก

หากมาถึงสถานที่แห่งนี้เร็วกว่านี้ ย่อมต้องเผชิญหน้ากับศัตรูของเผ่าวิหคปีกเหล็กในตอนที่ทั้งสองฝ่ายยังไม่ทันได้ต่อสู้กัน

แต่หากมาถึงในช่วงย่ำค่ำ ทั้งสองฝ่ายก็เพิ่งจะจบการต่อสู้ เผ่าวิหคปีกเหล็กถูกกวาดล้างจนสิ้นเผ่าพันธุ์ แต่ศัตรูก็ยังไม่ทันได้จากไป ช่วงเวลานี้ช่างประจวบเหมาะที่สุดแล้ว

ตูม~~

เวลานี้ สัมผัสเทวะหยวนอิงของเขาแผ่ขยายออกไป ครอบคลุมทั่วทุกทิศทาง ภาพฉากเบื้องหน้าปรากฏขึ้นสู่สายตาทันที

เขาพบว่ากลางอากาศในที่ห่างออกไป ปรากฏร่างของผู้บำเพ็ญเพียรปีศาจระดับสามหกตน รูปร่างหน้าตาดั่งพยัคฆ์ร้าย ร่างกายแผ่กลิ่นอายแห่งอัสนีบาต รูปร่างใหญ่โตมโหฬาร ปลดปล่อยจิตสังหารอันน่าหวาดกลัวออกมา

อย่างไม่ต้องสงสัย ผู้บำเพ็ญเพียรปีศาจระดับสามเหล่านี้ ย่อมมาจากเผ่าพยัคฆ์อัสนี

ตามความทรงจำที่ได้รับมาก่อนหน้านี้ ความสัมพันธ์ระหว่างเผ่าพยัคฆ์อัสนีและเผ่าวิหคปีกเหล็กนั้นไม่ดีนัก มักจะมีความขัดแย้งกันอยู่บ่อยครั้ง

เห็นได้ชัดว่าเคราะห์กรรมของเผ่าวิหคปีกเหล็กในครั้งนี้ ย่อมมาจากเผ่าพยัคฆ์อัสนีนี่เอง

เพียงแต่ไม่รู้ว่าเหตุใดจู่ๆ เผ่าพยัคฆ์อัสนีจึงลงมือกับเผ่าวิหคปีกเหล็ก

"ฮ่าฮ่า ในที่สุดพวกเราก็ชนะ กวาดล้างเผ่าวิหคปีกเหล็กได้จนหมดสิ้น"

"กล่าวได้ถูกต้อง เผ่าพยัคฆ์อัสนีของพวกเรายังคงเป็นเผ่าพันธุ์ผู้เป็นใหญ่ในรัศมีหมื่นลี้อยู่ดี แค่เผ่าวิหคปีกเหล็กกระจอกๆ จะนับเป็นอันใดได้"

"แต่ก็ต้องยอมรับว่าพวกมันมีฝีมืออยู่บ้างเหมือนกัน การดิ้นรนก่อนตายของมันกลับสามารถสังหารสหายของพวกเราไปได้ถึงสี่ตน ช่างประมาทพวกมันเกินไปจริงๆ"

"นี่ก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ อย่างไรเสียพวกมันก็เป็นผู้บำเพ็ญเพียรปีศาจระดับสาม ไม่รู้ว่าซ่อนไพ่ตายเอาไว้กี่ใบ ดังนั้นการต้องแลกด้วยเลือดเนื้อบ้างก็นับว่าคุ้มค่าแล้ว"

"ก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ ครั้งนี้เผ่าพยัคฆ์อัสนีของพวกเราได้รับสมบัติของเผ่าวิหคปีกเหล็ก ย่อมมีโอกาสก้าวขึ้นเป็นเผ่าปีศาจระดับสี่ เมื่อถึงเวลานั้น ขุมกำลังของเผ่าพยัคฆ์อัสนีของพวกเราก็จะสามารถขยับขยายได้กว้างไกลยิ่งขึ้น"

ผู้บำเพ็ญเพียรปีศาจระดับสามจากเผ่าพยัคฆ์อัสนีหลายตนหัวเราะร่า รู้สึกปีติยินดีเป็นอย่างยิ่ง

พวกมันยกทัพมาทั้งหมด บุกโจมตีมายังเผ่าวิหคปีกเหล็ก

ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันอย่างดุเดือด กินเวลาเกือบหนึ่งวันเต็ม

แม้ว่าครั้งนี้พวกมันจะล้มตายไปอย่างหนักหน่วง ทว่าท้ายที่สุดพวกมันก็เป็นฝ่ายชนะ กวาดล้างเผ่าวิหคปีกเหล็กจนสิ้นเผ่าพันธุ์

ต่อให้มีปลาที่เล็ดลอดแหไปได้บ้าง ทว่าก็ไม่ได้ส่งผลกระทบอันใดนัก ไม่อาจคุกคามพวกมันได้เลย

ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือ พวกมันได้รับหยดเลือดแก่นแท้จิตวิญญาณของเชวี่ยซานชีมาแล้ว

หากหนึ่งในพวกมันกลืนกินหยดเลือดแก่นแท้จิตวิญญาณเข้าไป ย่อมสามารถปรับปรุงสายเลือดในร่างกายของตนเองได้ ทำให้การบำเพ็ญเพียรก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว กระทั่งอาจเลื่อนขั้นสู่ระดับสี่ได้เลย

และก็เป็นเพราะเหตุนี้ พวกมันจึงรู้สึกว่าการลงมือในครั้งนี้คุ้มค่าอย่างยิ่ง

ท้ายที่สุดหากเผ่าพยัคฆ์อัสนีถือกำเนิดผู้บำเพ็ญเพียรปีศาจระดับสี่ขึ้นมาได้สักตน ความแข็งแกร่งของพวกมันก็จะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดไม่น้อยกว่าสิบเท่า

หลังจากนี้พวกมันก็จะเป็นเผ่าพันธุ์ผู้เป็นใหญ่อย่างแท้จริงในพื้นที่แถบนี้

เผ่าพันธุ์ปีศาจระดับสามทั้งหมดล้วนต้องยอมสยบอยู่ภายใต้เผ่าพยัคฆ์อัสนีของพวกมัน

"หัวหน้าเผ่า ได้ยินมาว่าเผ่าวิหคปีกเหล็กเลี้ยงมนุษย์ไว้เป็นวัตถุดิบอาหารนับหมื่นคน"

"ครั้งนี้พวกเราชนะสงครามแล้ว สามารถนำมนุษย์ที่เป็นวัตถุดิบอาหารเหล่านี้มาจัดงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จได้"

"เชื่อว่าทุกคนจะต้องดีใจมากอย่างแน่นอน"

ผู้บำเพ็ญเพียรปีศาจระดับสามตนหนึ่งจากเผ่าพยัคฆ์อัสนีเอ่ยปากขึ้น มันอยากจะจัดงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จแล้ว

ท้ายที่สุดการกวาดล้างเผ่าวิหคปีกเหล็กก็นับเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ที่ไม่เคยมีมาก่อน ย่อมต้องจัดงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จอย่างแน่นอน

"โอ้ เผ่าวิหคปีกเหล็กถึงกับเลี้ยงมนุษย์ไว้เป็นวัตถุดิบอาหารมากมายถึงเพียงนี้เชียวหรือ? ฝีมือของพวกมันไม่เลวเลยนี่"

"ได้ยินมาว่ามนุษย์ในทวีปซีโจวของพวกเราเกือบจะสูญพันธุ์ไปหมดแล้ว พวกมันยังอุตส่าห์เลี้ยงไว้ได้มากถึงเพียงนี้"

"อีกทั้งมนุษย์ที่มีชีวิตอยู่แต่ละคนยังสามารถขายได้ถึงสิบหินวิญญาณ นี่นับเป็นความมั่งคั่งมหาศาลเลยทีเดียว"

"แต่ครั้งนี้ได้รับชัยชนะครั้งใหญ่ จำเป็นต้องเฉลิมฉลองสักหน่อยจริงๆ"

"เช่นนั้นก็ชำแหละมนุษย์สักพันคนมาทำเป็นวัตถุดิบอาหารในงานเลี้ยงก็แล้วกัน"

นัยน์ตาของหัวหน้าเผ่าพยัคฆ์อัสนีทอประกายแห่งความโลภออกมา

"ไม่ใช่เผ่าพันธุ์เดียวกับพวกเรา จิตใจย่อมต้องแตกต่างกันจริงๆ"

เวลานี้ เมื่อเจียงฝานได้ยินคำพูดเหล่านี้ บนร่างของเขาก็แผ่ซ่านจิตสังหารออกมาเป็นสาย

เขากับผู้บำเพ็ญเพียรปีศาจเหล่านี้ไม่มีความแค้นใดๆ ต่อกันเลย

ทว่าการต่อสู้ระหว่างเผ่ามนุษย์และเผ่าปีศาจ ก็คือการต่อสู้ระหว่างเผ่าพันธุ์ เป็นการต่อสู้เพื่อความอยู่รอด ไม่เจ้าตายก็ข้ารอด

หากมีโอกาส ย่อมต้องลงมือสังหารอย่างเหี้ยมโหด

จบบทที่ บทที่ 306 มุ่งมงคลเลี่ยงอัปมงคลอีกครา ตัดเคราะห์กรรมแต่ต้นตอ

คัดลอกลิงก์แล้ว