- หน้าแรก
- กวีพลิกโลก ท่วงทำนองไร้พ่าย
- บทที่ 611 - แชมป์เปี้ยนเลยเหรอ คำวิจารณ์นี้จะสูงเกินไปหรือเปล่าเนี่ย
บทที่ 611 - แชมป์เปี้ยนเลยเหรอ คำวิจารณ์นี้จะสูงเกินไปหรือเปล่าเนี่ย
บทที่ 611 - แชมป์เปี้ยนเลยเหรอ คำวิจารณ์นี้จะสูงเกินไปหรือเปล่าเนี่ย
บทที่ 611 - แชมป์เปี้ยนเลยเหรอ คำวิจารณ์นี้จะสูงเกินไปหรือเปล่าเนี่ย
นี่มันสวรรค์ประทานพรมาให้ชัดๆ เสียงของโจวเซี่ยคือสิ่งที่นักร้องนับไม่ถ้วนต่างเฝ้าฝันถึง
หวงจ้านยิ้ม "เห็นไหม บอกแล้วว่าฉันเข้าใจคุณที่สุด เพราะงั้นคุณอยากจะมาอยู่ทีมฉันไหม"
เมื่อได้ยินแบบนั้น โจวเซี่ยยังไม่ทันได้อ้าปากตอบ สวี่กว้านหรงก็ประท้วงขึ้นมาก่อน "เฮ้ๆๆ อาจารย์หวงจ้าน ตอนนี้ยังไม่ถึงช่วงแย่งคนเลยนะ ต่อให้ถึงช่วงแย่งคนแล้ว คนที่ควรจะได้หาเสียงก่อนก็ต้องเป็นผมสิ ผมเป็นคนแรกที่หันมานะ"
"เป็นคนแรกที่หันมาแล้วจะได้สิทธิ์นั้นเหรอ งั้นฉันก็อายุมากที่สุดนะ ประเทศหัวกั๋วของเราให้ความสำคัญกับการเคารพผู้อาวุโสและรักเด็ก เพราะงั้นคนที่ควรจะได้หาเสียงก่อนก็ต้องเป็นฉันสิ" หวงจ้านหัวเราะ
"แน่ใจนะว่าไม่ได้กำลังทำตัวเป็นผู้ใหญ่ที่ไร้ความน่านับถือ" จางหลานขัดคอ
"..."
ผู้ชมต่างก็หัวเราะกันถ้วนหน้า
จางหลานพูดต่อ "เสี่ยวโจว มาอยู่ทีมฉันเถอะ ฉันจะพยายามช่วยคุณอย่างเต็มที่ ปั้นคุณให้เก่งขึ้น พวกเรามาคว้าแชมป์ไปด้วยกันเถอะ!"
พอคำพูดนี้หลุดออกมา ผู้ชมในห้องส่งต่างก็ตกตะลึง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเสียงฮือฮาดังระงม
"เชี่ย คว้าแชมป์เลยเหรอ"
"นี่เพิ่งจะรอบบลายด์ออดิชันเองนะ ตอนนี้ก็พูดถึงเรื่องคว้าแชมป์แล้ว มันจะไม่เร็วไปหน่อยเหรอ"
"เร็วไม่เร็วไม่รู้ แต่คำวิจารณ์นี้มันสูงเกินไปหรือเปล่า โจวเซี่ยคนนี้เก่งขนาดนั้นเลยเหรอ"
"แต่พรสวรรค์ด้านน้ำเสียงของเขามันก็โกงจริงๆ นั่นแหละ"
เมื่อโจวเซี่ยได้ยินแบบนั้น เขาก็ถึงกับอึ้งไปเลย
เขาไม่เคยคาดหวังด้วยซ้ำว่าจะมีเมนเทอร์หันเก้าอี้กลับมาหาเขา แต่จางหลานกลับบอกว่าจะพาเขาไปคว้าแชมป์ นี่มัน...
เขามีความสามารถพอที่จะคว้าแชมป์ได้จริงๆ เหรอ
ส่วนสวี่กว้านหรงก็ร้องฮือออกมาทันที "อาจารย์จางหลาน นี่เพิ่งจะรอบบลายด์ออดิชันเองนะ!"
หวงจ้านขัดคออีก "คุณไปเตือนเธอทำไมล่ะ ปล่อยให้อาจารย์จางหลานฝันกลางวันต่อไปสิ"
จางหลาน "..."
ผู้ชมฮากระจาย
เมื่อกี้จางหลานเพิ่งจะขัดคอหวงจ้าน ตอนนี้หวงจ้านก็เลยเอาคืนขัดคอจางหลานบ้าง สองคนนี้เพิ่งจะถ่ายรายการกันไปแค่ตอนเดียว มิตรภาพก็ขาดสะบั้นลงแล้วเหรอเนี่ย
ฮ่าๆๆ!
ในตอนนั้นเอง เฉียวจื่อเวยก็พูดขึ้นมาบ้าง "ฉันขอพูดอะไรหน่อยนะ เสี่ยวโจว หลังจากได้ฟังเสียงของคุณแล้ว ฉันมั่นใจเลยว่าคุณคือคนที่ฉันตามหามาตลอด เพราะงั้นมาอยู่ทีมฉันเถอะ ทีมของฉันยังขาดคนเก่งๆ อยู่นะ ทีมของเมนเทอร์ท่านอื่นเขามีขุนพลตัวฉกาจกันหมดแล้ว ถ้าคุณมาอยู่ทีมฉัน คุณก็คือไพ่ตายของทีมฉันเลย อาจารย์จางหลานบอกว่าจะพาคุณไปคว้าแชมป์ใช่ไหม ถ้าคุณมาอยู่ทีมฉัน ฉันก็มั่นใจว่าจะพาคุณไปคว้าแชมป์ได้เหมือนกัน!"
สวี่กว้านหรงร้องฮือออกมาอีกครั้ง พร้อมกับหัวเราะ "นี่มันรอบชิงชนะเลิศแล้วใช่ไหมเนี่ย ถึงได้มาตัดสินแชมป์กันตั้งแต่ตอนนี้เลย"
โจวเซี่ยฟังแล้วรู้สึกทำตัวไม่ถูกจริงๆ
จะว่ายังไงดี ความจริงแล้วที่เขามาประกวดรายการเสียงจริงแห่งหัวกั๋วเนี่ยมันเป็นเรื่องบังเอิญ ตอนนั้นเขาเห็นโฆษณาออดิชันของรายการ ก็เลยลองอัดเสียงร้องเพลงส่งไปที่อีเมลของทีมงานดูแบบไม่คาดหวังอะไรมาก ไม่คิดเลยว่าวันต่อมาจะได้รับแจ้งให้ไปออดิชัน
แล้วเขาก็ไป จากนั้นเขาก็ผ่านรอบออดิชันมาแบบงงๆ
จนกระทั่งได้มายืนอยู่บนเวทีนี้!
โจวเซี่ยรู้ดีว่าชะตากรรมของเขาอาจจะเปลี่ยนไปแล้วนับตั้งแต่วินาทีนี้
ผู้ชมในสถานที่ถ่ายทำต่างก็ตกตะลึงกันไปตามๆ กัน
การที่จางหลานบอกว่าจะพาโจวเซี่ยไปคว้าแชมป์นั้น อาจจะมองได้ว่าเป็นการวาดฝันเพื่อดึงดูดใจผู้เข้าแข่งขัน แต่ตอนนี้ แม้แต่เฉียวจื่อเวยก็ยังบอกว่าจะพาโจวเซี่ยไปคว้าแชมป์เหมือนกัน นั่นก็เป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่าในสายตาของเมนเทอร์ทั้งสองท่าน โจวเซี่ยมีศักยภาพพอที่จะคว้าแชมป์รายการเสียงจริงแห่งหัวกั๋วได้จริงๆ
นี่มันบ้าไปแล้ว!
ใครจะไปคิดว่าคนงานก่อสร้างที่ไม่มีใครมองเห็นค่าในตอนแรก จะกลายเป็นตัวเต็งที่มีสิทธิ์ลุ้นแชมป์ในรายการเสียงจริงแห่งหัวกั๋วได้
หลังจากนั้น บรรยากาศก็กลายเป็นสงครามการแย่งชิงตัวผู้เข้าแข่งขันของเหล่าเมนเทอร์อย่างดุเดือด
โจวเซี่ยกลายเป็นของหอมฉุยที่ทุกคนอยากได้ เมนเทอร์แต่ละคนต่างก็งัดทุกกลยุทธ์ออกมาใช้เพื่อดึงตัวเขา ทำเอาผู้ชมในห้องส่งรู้สึกสนุกสุดขีด
ภาพตรงหน้าทำเอาโจวเซี่ยทำตัวไม่ถูกเลยทีเดียว!
เฉียวจื่อเวยพูดจนคอแห้งผาก สุดท้ายก็เลยบอกไปตรงๆ ว่า "เสี่ยวโจว บอกการตัดสินใจของคุณมาเถอะ อย่าให้พวกเราไปกับคุณเลย ทำตามเสียงหัวใจตัวเอง เลือกเมนเทอร์ที่คุณอยากจะไปอยู่ด้วยมากที่สุดเถอะ"
เมนเทอร์อีกสามท่านก็เงียบเสียงลง มองดูโจวเซี่ยด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง รอคอยการตัดสินใจของเขา
ทั่วทั้งฮอลล์ตกอยู่ในความเงียบ ทุกคนต่างก็จ้องมองไปที่โจวเซี่ย อยากรู้ว่าเขาจะเลือกใคร
เมื่อกี้เมนเทอร์ทั้งสี่ท่านแย่งชิงตัวเขากันอย่างดุเดือดมาก ขนาดเฉียวจื่อเวยยังไม่ยอมถอยให้เลยแม้แต่ก้าวเดียว ดูทรงแล้วโจวเซี่ยคนนี้คงเป็นขุนพลตัวฉกาจจริงๆ ใครที่ได้เขาไปอยู่ในทีม ก็อาจจะมีสิทธิ์คว้าแชมป์รายการเสียงจริงแห่งหัวกั๋วไปครองได้จริงๆ
ความกดดันทั้งหมดตกมาอยู่ที่โจวเซี่ย ความจริงแล้วในใจเขามีคำตอบอยู่แล้ว แต่พอเห็นว่าเมนเทอร์ทุกท่านต่างก็อยากได้ตัวเขา เขาก็กลัวว่าจะทำให้เมนเทอร์ท่านอื่นต้องผิดหวัง
สุดท้าย โจวเซี่ยก็กัดฟันพูดออกมาว่า "ก่อนหน้านี้ตอนที่ผมผ่านรอบออดิชันแล้วกลับไปที่ไซต์งาน อาจารย์ของผมเคยถามผมว่า ถ้าผมมาประกวดในรายการเสียงจริงแห่งหัวกั๋ว แล้วเมนเทอร์ทั้งสี่ท่านหันเก้าอี้กลับมาหาผมหมดเลย ผมจะเลือกใคร หรือถ้าจะให้เรียงลำดับ คนแรกที่ผมจะเลือกคือใคร คนที่สองคือใคร คนที่สามคือใคร และคนที่สี่คือใคร!
คำตอบของผมก็คือ เฉียวจื่อเวย! เฉียวจื่อเวย! เฉียวจื่อเวย! เฉียวจื่อเวย!!"
ผู้ชมส่งเสียงฮือฮา!
เฉียวจื่อเวยดีใจสุดๆ "ว้าว ดูเหมือนว่าฉันจะเป็นผู้ชนะสินะ"
จางหลานยิ้มเจื่อนๆ ใบหน้าเต็มไปด้วยความเสียดาย!
หวงจ้านก็รู้สึกเสียดายไม่แพ้กัน ผู้เข้าแข่งขันที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้อยู่ตรงหน้าแท้ๆ แต่เขากลับแย่งมาไม่ได้ รสชาติของความพ่ายแพ้มันช่างขมขื่นจริงๆ
แต่จะให้ทำยังไงได้ล่ะ ในเมื่อคำตอบทั้งสี่อันดับของเขาคือเฉียวจื่อเวยทั้งหมด แล้วจะไปแย่งมาได้ยังไง
"เฮ้อ" สวี่กว้านหรงถอนหายใจ "ความจริงแล้วตั้งแต่ตอนที่โจวเซี่ยเลือกเพลง 'แสงสว่าง' ผมก็สังหรณ์ใจแล้วล่ะว่าเขาจะต้องเลือกเวยเวยแน่ๆ แต่พอความจริงปรากฏ มันก็ยังอดรู้สึกเจ็บปวดไม่ได้อยู่ดี"
หวงจ้านและจางหลานพยักหน้าเห็นด้วย
บางทีผลลัพธ์ของการแย่งชิงครั้งนี้มันอาจจะถูกกำหนดไว้ตั้งแต่แรกแล้ว เห็นได้ชัดเลยว่าเขาเป็นแฟนคลับของเฉียวจื่อเวย
ในเมื่อเรื่องมันมาถึงขั้นนี้แล้ว พูดอะไรไปก็คงไม่มีประโยชน์ ตอนที่เมนเทอร์แต่ละท่านเข้าไปกอดกับโจวเซี่ย พวกเขาก็ต่างให้กำลังใจเขา
"พยายามเข้านะ คุณเก่งมาก"
"ตั้งใจเรียนรู้จากเวยเวยให้เยอะๆ นะ ปีหน้าผมมีคอนเสิร์ต 12 รอบ จะเชิญคุณมาเป็นแขกรับเชิญด้วย!"
โจวเซี่ยรีบตอบ "ขอบคุณครับอาจารย์กว้านหรง ขอบคุณมากครับ!"
สุดท้าย ท่ามกลางเสียงปรบมือและเสียงโห่ร้องชื่นชมของผู้ชม โจวเซี่ยก็วิ่งลงจากเวทีไปทางช่องทางสำหรับผู้ผ่านเข้ารอบ
ในตอนแรกเขายังรู้สึกมึนงงอยู่บ้าง
เขาผ่านเข้ารอบแล้วเหรอ
อาจารย์เฉียวจื่อเวยเลือกเขา แล้วเมนเทอร์ทั้งสี่ท่านก็หันเก้าอี้กลับมาหาเขาทุกคน
นี่เขาไม่ได้ฝันไปใช่ไหม
'เพียะ' โจวเซี่ยตบหน้าตัวเองไปหนึ่งฉาด
"ซี๊ด เจ็บจัง"
รู้สึกเจ็บก็แปลว่าไม่ได้ฝันไป เขาผ่านเข้ารอบแล้วจริงๆ ในวินาทีนี้ โจวเซี่ยไม่อาจเก็บซ่อนความตื่นเต้นเอาไว้ได้ เขาเหวี่ยงแขนอย่างแรงเพื่อแสดงความดีใจออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ!
ทีมงานที่ยืนอยู่ข้างๆ เพื่อรอพาโจวเซี่ยไปพบพ่อแม่ที่ห้องบันทึกเทปที่สอง เห็นท่าทางของเขาแล้วก็พลอยดีใจไปด้วย
...
ภายใต้การนำทางของทีมงาน ในที่สุดโจวเซี่ยก็มาถึงห้องบันทึกเทปที่สอง วินาทีที่เขาได้เห็นหน้าพ่อแม่ เขาก็เก็บซ่อนความตื่นเต้นไว้ไม่อยู่ ร้องบอกว่า "พ่อ แม่ ผมทำได้แล้ว อาจารย์เวยเวยเลือกผมแล้ว!"
"เห็นแล้ว พ่อกับแม่เห็นหมดแล้ว ลูกแสดงได้ยอดเยี่ยมมาก ร้องเพลงเพราะมากเลยลูก" แม่ของโจวเซี่ยพูดพร้อมกับปาดน้ำตาแห่งความดีใจ
จากนั้นโจวเซี่ยก็สวมกอดกับพ่อแม่ ร้องไห้ด้วยความตื้นตันใจ
จูเฉวียนที่ยืนอยู่ข้างๆ ตอนแรกก็ตั้งใจจะเข้าไปแสดงความยินดีกับโจวเซี่ย แต่พอเห็นภาพตรงหน้า เขาก็ตัดสินใจเงียบไว้ดีกว่า ไม่อยากเข้าไปขัดจังหวะความสุขของครอบครัวเขา
การบันทึกเทปรายการเสียงจริงแห่งหัวกั๋วตอนแรก ปิดฉากลงท่ามกลางเสียงปรบมือและเสียงโห่ร้องยินดีของทุกคน
ผู้ชมในห้องส่งต่างก็ยังรู้สึกอารมณ์ค้างอยู่ ตอนที่เดินออกจากฮอลล์ไปตามทางเดิน พวกเขาก็ยังคงพูดคุยกันอย่างออกรส แถมยังคุยกันข้ามกลุ่มแบบไม่สนเลยว่าจะรู้จักกันหรือไม่
"สนุกมาก รายการนี้มันเทพชัดๆ!"
"ใช่เลย ก่อนจะมาดูสด ไม่คิดเลยว่ารายการจะออกมาเป็นแบบนี้"
"หวังเซวียนนี่เก่งจริงๆ นะ รายการประกวดที่คนอื่นทำกันจนเกร่อแล้ว เขายังสามารถเอามาทำให้มันดูแปลกใหม่ได้ขนาดนี้"
"นั่นสิ ตอนแรกฉันก็คิดว่าถ้าแค่ใช้เสียงอย่างเดียว รายการเสียงจริงแห่งหัวกั๋วก็คงไม่มีอะไรน่าสนใจหรอก ใครจะไปคิดว่ามันจะสนุกขนาดนี้"
"ไม่ใช่แค่เสียงนะ การที่เมนเทอร์แย่งผู้เข้าแข่งขันกันก็สนุกเหมือนกัน"
"นี่เป็นรายการประกวดร้องเพลงที่ยอดเยี่ยมและตั้งใจทำที่สุดเท่าที่ฉันเคยดูมาเลย ทั้งเวที แสงสี เพลงเปิด ผู้เข้าแข่งขัน ทุกองค์ประกอบล้วนอยู่ในระดับท็อปของวงการ แม้แต่ตอนที่พิธีกรพูดโฆษณาก็ยังดูน่าสนใจเลย"
"ตอนแรกฉันไม่ได้คาดหวังอะไรกับรายการเสียงจริงแห่งหัวกั๋วเลย ก็แค่เพื่อนให้ตั๋วมาก็เลยมาดู ไม่คิดเลยว่าจะได้รับความประหลาดใจขนาดนี้"
"ไม่รู้ว่าเรตติ้งจะออกมาเป็นยังไงบ้าง"
"ยังไงก็ไม่น่าเกลียดหรอก ฉันว่าน่าจะทะลุ 2 ได้สบายๆ"
"ทะลุ 2 เหรอ นายประเมินต่ำไปหรือเปล่า ในความคิดฉันนะ อย่างน้อยต้องทะลุ 2.5 แน่นอน"
"ก็พูดยากนะ ฉันเองก็คิดว่ารายการนี้มันสนุกมาก ต่อให้ดูสดมาแล้ว พอรายการออกอากาศฉันก็จะกลับไปดูอีกรอบแน่นอน แต่จนกว่ารายการจะออกอากาศก็ไม่มีใครฟันธงอะไรได้หรอก ตอนนี้ตลาดรายการวาไรตี้ซบเซามาก แถมยังแข่งขันกันสูงสุดๆ รายการเสียงจริงแห่งหัวกั๋วยังต้องเจอกับแรงปะทะจากรายการหน้ากากนักร้องกับรายการสุดยอดไอดอลอีก อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น อย่าเพิ่งไปคาดหวังเรื่องเรตติ้งให้มันสูงเกินไปเลย!"
"ปัญหาคือรายการมันเพิ่งจะออกอากาศตอนแรกเองนะ รายการอะไรก็ตามตอนเปิดตัวตอนแรกเรตติ้งมันก็ต้องต่ำกว่าปกติอยู่แล้วล่ะ ในความคิดฉันนะ ถ้าตอนแรกของรายการเสียงจริงแห่งหัวกั๋วทำเรตติ้งทะลุ 2 ได้ ก็ถือว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว ขอแค่รักษาคุณภาพให้ได้แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ รายการนี้ต้องปังแน่นอน"
"รอดูกันวันเสาร์หน้าก็แล้วกัน!"
"ไม่พลาดแน่นอน นี่มันคืออาหารหูชั้นเลิศเลยนะ!"
ผู้ชมต่างเดินออกจากฮอลล์ไปพร้อมกับพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน
กวนอวิ๋นไห่กับต้วนเสี่ยวปายก็เดินจากไปพร้อมกับความพึงพอใจ
พวกเขารู้สึกว่าเงินค่าสปอนเซอร์กับค่าโฆษณาที่จ่ายไปนั้นคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์
แค่ดูจากรายการตอนแรก ก็รู้เลยว่ารายการเสียงจริงแห่งหัวกั๋วจะต้องดังเปรี้ยงปร้างแน่นอน ทีนี้ก็เหลือแค่รอลุ้นว่าจะดังระดับไหนเท่านั้นเอง ต้วนเสี่ยวปายคาดเดาว่าเรตติ้งสุดท้ายของรายการนี้น่าจะพุ่งทะลุ 3 ได้สบายๆ ซึ่งนั่นจะช่วยกระตุ้นยอดขายสินค้าของพวกเขาให้เพิ่มขึ้นได้กว่าสามสิบเปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว
ส่วนแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ช่างผิ่นเจียจวีที่เป็นสปอนเซอร์หลัก ยอดขายน่าจะเพิ่มขึ้นถึงหกสิบเปอร์เซ็นต์แน่นอน
เรียกได้ว่ากำไรบานเบอะ
ณ สถานที่ถ่ายทำ
หลังจากที่ผู้ชมกลับไปหมดแล้ว ก็เหลือเพียงทีมงานของรายการ พวกเขาก็ยังคงพูดคุยกันถึงเรื่องนี้อยู่
"พวกคุณคิดว่าเรตติ้งรายการเราจะได้เท่าไหร่อะ"
"ได้เท่าไหร่ไม่รู้หรอก แต่ฉันมีลางสังหรณ์ว่ารายการของเราจะต้องปังแน่ๆ!"
"ไม่ต้องใช้ลางสังหรณ์หรอก ปังชัวร์! ทั้งเวที อุปกรณ์ เมนเทอร์ ของเราคือระดับท็อปทั้งนั้น สิ่งที่กำหนดเรตติ้งของรายการจริงๆ ก็คือตัวผู้เข้าแข่งขันนี่แหละ ตอนนี้ผู้เข้าแข่งขันทำผลงานได้ยอดเยี่ยมขนาดนี้ ถ้ารายการไม่ปังก็แปลกแล้ว" หลี่เทาหัวเราะพร้อมกับพูดแทรกขึ้นมา
"นายลืมพูดไปอีกอย่างนะ ความสามารถในการวางแผนของบอสหวังก็เป็นระดับท็อปเหมือนกัน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า แผนงานของรายการเสียงจริงแห่งหัวกั๋วเจ๋งจริงๆ" กัวหงยิ้ม
"ใช่ บอสหวังเก่งเกินไปแล้ว"
"บอสหวังนี่แหละเทพสุด เก่งทุกอย่างเลย"
"ไม่รู้เลยว่าบอสหวังของเรามีอะไรที่ทำไม่ได้บ้าง"
"ในที่สุดแผนกสร้างสรรค์รายการของเทียนไห่เราก็เป็นรูปเป็นร่างสักที งานนี้ต้องสร้างชื่อให้แผนกของเราได้แน่ๆ"
"ตื่นเถอะ สิ่งที่สร้างชื่อน่ะคือบอสหวังต่างหาก ส่วนแผนกสร้างสรรค์รายการของเราน่ะ ยังห่างไกลอีกเยอะ มีโอกาสเราต้องไปขอคำแนะนำจากบอสหวังให้มากๆ นะ"
"นั่นสิ มีเทพเจ้าอยู่ใกล้ตัวทั้งที ถ้าไม่ไปขอคำแนะนำก็เสียของแย่เลย"
"ยังไงซะ ความเหน็ดเหนื่อยตลอดหลายวันมานี้ของพวกเราก็ไม่สูญเปล่าแล้วล่ะ"
พอคำพูดนี้ดังขึ้น หลายคนก็พยักหน้าเห็นด้วย
ความจริงแล้วช่วงที่ผ่านมาพวกเขาลำบากกันมาก เพราะรายการเสียงจริงแห่งหัวกั๋วมีเวลาเตรียมตัวตั้งแต่การวางแผนจนถึงการบันทึกเทปแค่สองเดือนเท่านั้น
รายการฟอร์มยักษ์ขนาดนี้ มีเวลาเตรียมตัวแค่สองเดือน ถือว่าเร่งรีบมากๆ ตลอดหลายวันนี้ พวกเขาถ้าไม่กำลังทำงานล่วงเวลา ก็ต้องกำลังเดินทางไปทำงานล่วงเวลา ร่างกายและจิตใจเหนื่อยล้าไปหมด แต่พอตอนนี้ได้เห็นผลลัพธ์ที่ออกมาดีเยี่ยม แถมยังได้คิดว่าชื่อของพวกเขาจะปรากฏอยู่ในเครดิตท้ายรายการเสียงจริงแห่งหัวกั๋ว ก็รู้สึกว่าความเหนื่อยยากทั้งหมดมันคุ้มค่าจริงๆ
อีกด้านหนึ่ง ผู้บริหารของสถานีโทรทัศน์หยางเฉิงก็เข้าไปรุมล้อมหวังเซวียน
หยางเจิงทำหน้าที่แนะนำผู้บริหารแต่ละคนให้หวังเซวียนรู้จัก พอแนะนำใคร คนนั้นก็เป็นฝ่ายทักทายหวังเซวียนก่อนเสมอ
ช่วยไม่ได้ ถึงพวกเขาจะเป็นถึงผู้บริหารระดับสูงของสถานีโทรทัศน์หยางเฉิง แต่ก็ไม่กล้ามาวางมาดใส่หวังเซวียนหรอก
หวังเซวียนก็ทักทายตอบกลับไปทีละคน
ผู้อำนวยการสถานีเป็นตัวแทนกล่าวชื่นชมรายการเสียงจริงแห่งหัวกั๋วอย่างออกรส และเชื่อมั่นว่ารายการนี้จะต้องดังระเบิดแน่นอน
เรื่องนี้หวังเซวียนก็ไม่ได้ถ่อมตัวอะไรมากมาย
เขารู้อยู่แล้วว่ารายการเสียงจริงแห่งหัวกั๋วจะต้องดังระเบิดแน่นอน
ทุ่มเทแรงกายแรงใจไปตั้งเยอะแยะ ถ้าไม่ปังก็คงไม่คุ้มกับสิ่งที่เสียไป เวลาของเขามีค่ามากนะ
หลังจากผู้อำนวยการสถานีชวนหวังเซวียนคุยสัพเพเหระอยู่พักหนึ่ง เขาก็พาผู้บริหารคนอื่นๆ กลับไป
และแล้วหวังเซวียนก็เดินมาหาทีมงานของรายการ
"บอสหวัง!"
"สวัสดีครับบอสหวัง!"
ทุกคนรีบทักทายหวังเซวียน
"ทุกคนทำงานหนักมากเลยนะครับ รอให้งานยุ่งๆ ช่วงนี้ผ่านไปก่อน ผมจะจัดงานเลี้ยงฉลองให้ทุกคน พวกเรามาดื่มกันให้เมาไปข้างนึงเลย นอกจากนี้ ปีนี้ทีมงานรายการเสียงจริงแห่งหัวกั๋วทุกคน จะได้รับโบนัสประจำปีเพิ่มเป็นสองเท่าครับ!"
"ว้าว เจ๋งไปเลย เจ๋งสุดๆ!"
"บอสหวังใจดีที่สุดเลย!"
ทุกคนต่างส่งเสียงร้องด้วยความดีใจ
ต้องเข้าใจก่อนนะว่า โบนัสประจำปีของเทียนไห่นั้นสูงมาก หลายคนได้โบนัสเกือบจะเท่ากับเงินเดือนทั้งปีเลยด้วยซ้ำ ตอนนี้ได้เพิ่มเป็นสองเท่า นี่มันสวรรค์ชัดๆ
จากนั้นหวังเซวียนก็เดินไปที่ห้องพักผู้เข้าแข่งขัน เพื่อพบปะกับผู้เข้าแข่งขันทั้งสิบคนที่ขึ้นแสดงในวันนี้ เขาเอ่ยปากชมคนที่ทำผลงานได้ดี และให้กำลังใจคนที่ทำผลงานได้ไม่ค่อยดี
ในระหว่างที่กำลังพูดคุยกันอยู่ เมนเทอร์ทั้งหลายก็เข้ามารับลูกทีมของตัวเอง
พอเห็นหวังเซวียน เมนเทอร์ทั้งหลายก็ดึงตัวเขาไปคุยส่วนตัวทันที
หวงจ้านเป็นตัวแทนเอ่ยถามขึ้นมาว่า "อาจารย์หวังเซวียน คุณบอกผมมาตามตรงเลยนะ ผู้เข้าแข่งขันในตอนต่อไปยังมีหัวกะทิแบบนี้อีกไหม"
"พวกคุณลองเดาดูสิ!" หวังเซวียนยิ้ม
หวงจ้านกลอกตา ก่อนจะบ่นว่า "เดาบ้าอะไรล่ะ ถ้าคุณยังมาพูดจาอมพะนำกับผมอีกละก็ เรื่องที่ผมตกลงกับเหล่ากู่ไว้ก่อนหน้านี้ ถือว่ายกเลิกไปเลยนะ!"
เรื่องที่หวงจ้านพูดถึงก็คือเรื่องการเซ็นสัญญาร่วมงานกับเทียนไห่นั่นแหละ แน่นอนว่าเขาแค่พูดล้อเล่นกับหวังเซวียนเท่านั้นแหละ เขาไม่มีทางยกเลิกการเซ็นสัญญากับเทียนไห่เพราะเรื่องแค่นี้หรอก
หวังเซวียนเองก็รู้ว่าหวงจ้านแค่พูดเล่น เขาจึงตอบกลับไปว่า "มีหัวกะทิแน่นอนครับ ทุกตอนของรายการเราจะมีตัวเต็งอยู่หลายคนเลยล่ะ แน่นอนว่าผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ ก็เก่งไม่แพ้กัน แต่ละคนมีจุดเด่นและเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันไป"
จางหลานร้องฮือออกมาด้วยความตกใจ "ฟังแบบนี้แล้วฉันยิ่งตื่นเต้นเลยนะเนี่ย เอาจริงๆ ตอนแรกที่ฉันตอบตกลงมาร่วมรายการนี้ ก็เพราะเกรงใจคุณนั่นแหละ แต่ตอนนี้ฉันรู้สึกว่าตัวเองตัดสินใจถูกแล้วจริงๆ ไม่คิดเลยว่าประเทศเราจะมีเสียงสวรรค์ซ่อนอยู่มากมายขนาดนี้ ช้างเผือกซ่อนอยู่ในป่าลึกจริงๆ ด้วย!"
สวี่กว้านหรงและเฉียวจื่อเวยที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็พยักหน้าเห็นด้วย
วันนี้พวกเขาถูกรายการเสียงจริงแห่งหัวกั๋วทำให้ตกตะลึงไปแล้วจริงๆ แม้ก่อนหน้านี้พวกเขาจะไม่ค่อยได้เข้าร่วมรายการประกวดแบบนี้สักเท่าไหร่ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่เคยเห็น ไม่คิดเลยว่ารายการประกวดร้องเพลงจะสามารถทำออกมาได้ยอดเยี่ยมขนาดนี้
รายการเสียงจริงแห่งหัวกั๋วคู่ควรกับคำว่าน่าทึ่งจริงๆ พวกเขามั่นใจเลยว่า ถ้ารายการนี้ออกอากาศไปเมื่อไหร่ จะต้องสร้างปรากฏการณ์และความฮือฮาไปทั่วประเทศอย่างแน่นอน
พูดตรงๆ เลยนะ ถ้าพวกเขารู้ตั้งแต่แรกว่ารายการเสียงจริงแห่งหัวกั๋วจะออกมาเป็นแบบนี้ ต่อให้ไม่ได้ค่าตัว พวกเขาก็ยินดีมาร่วมรายการ เพราะรายการคุณภาพระดับนี้หาได้ยากมาก มันจะช่วยยกระดับชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของพวกเขาได้เป็นอย่างดี แถมผลลัพธ์ที่จะตามมาก็ต้องมหาศาลแน่นอน
[จบแล้ว]